
จาก : ผลบอลสด ลีกเอิง ฝรั่งเศส ระหว่าง ลีลล์ 0-2 แรนส์ วันนี้ 4/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนนี้แฟนบอล ลีกเอิง ที่นั่งเฝ้าหน้าจอเช็ก ผลบอลสด คงรู้สึกเหมือนกันว่าเกมที่ฝรั่งเศสไม่ธรรมดาเลย ลีลล์เปิดบ้านเจอแรนส์ในสถานการณ์ที่ทั้งสองทีมกำลังล่าแต้มบนหัวตาราง แต่เจ้าบ้านดันพลาดตั้งแต่ไก่โห่ เหลือ 10 คนตั้งต้นเกม ทำให้รูปเกมพลิกจากที่ควรจะเป็นดวลเพลย์เมกเกอร์ กลายเป็นหนังดราม่าที่แนวรับลีลล์ต้องวิ่งไล่ตัดเกมเกือบทั้ง 90 นาที ก่อนจะโดนทีมเยือนลงโทษสองดอกในครึ่งหลัง แรนส์บุกชนะ 0-2 คว้า 3 แต้มใหญ่กลับบ้านแบบแน่นอนและมั่นใจสุดๆ
⏱ ครึ่งแรก – ใบแดงทำเกมพังตั้งแต่ต้น
เปิดเกมมาไม่ถึง 15 นาที ลีลล์เจอหายนะ อเล็กซานโดร ริเบโร กองหลังเจ้าบ้านดึงตัวรุกแรนส์ล้มในจังหวะหลุดเดี่ยว ผู้ตัดสินไม่ลังเลชูใบแดงโดยตรงทันที ในนาทีที่ 13 ทำให้แนวรับวัยหนุ่มกลายเป็น “ตัวแปรหลัก” ที่ทำให้แท็กติกของลีลล์ต้องถูกฉีกทิ้งทั้งแผง
อีกไม่กี่อึดใจต่อมา เบนฌามิน อ็องเดร กัปตันทีมเจ้าบ้านโดนใบเหลืองจากจังหวะโวยผู้ตัดสิน บรรยากาศในสนามเลยยิ่งตึงเข้าไปใหญ่ หลังจากนั้นลีลล์ถอยลงไปตั้งรับลึก เล่นในระบบกึ่ง 4-4-1 ปล่อยให้แรนส์คุมบอลและเปลี่ยนแกนโจมตีจากซ้ายไปขวาตามสบาย แต่จังหวะจบสกอร์ของทีมเยือนยังไม่คมพอ ทำให้จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 แม้แรนส์จะเหนือกว่าทุกอย่าง
⏱ ครึ่งหลัง – ฝั่งขวาแรนส์เปิดโหมดประหาร
ครึ่งหลังแรนส์เร่งสปีดทันที ใช้เกมริมเส้นทางขวาที่มี แฟรงคอฟสกี กับ เซดู เติมสูงกดดันอย่างต่อเนื่อง นาที 49 ลูกเตะมุมและจังหวะต่อเนื่องจากฝั่งขวาถูกเปิดเข้ากรอบเขตโทษ ก่อน เลสลีย์ บราสซิเอร์ จะขึ้นโหม่งเช็ดส่งบอลผ่านมือ โอเซอร์ ตุงตาข่ายให้ทีมเยือนนำ 0-1
ยังไม่ทันฝั่งเจ้าบ้านตั้งตัว นาที 56 แรนส์แทงเพิ่มอีกหนึ่งเม็ดจากจังหวะทำชิ่งสวยตรงกลาง คว็องแต็ง เมร์แล็ง หลุดเข้าเขตโทษก่อนฝากให้ บรีล เอ็มโบโล จบสกอร์อย่างเยือกเย็น เป็น 0-2 และกลายเป็นหมัดน็อกที่ทำให้ลีลล์หมดแรงฮึดในช่วงเวลาที่เหลือ
ช่วงท้ายเกม ลีลล์พยายามเติมเกมรุกจากตัวสำรองอย่าง บูอัดดี, กอร์เรย่า และซาห์ราอุย แต่ต้องสู้กับทั้งเวลา ทั้งสกอร์ และจำนวนคนในสนาม ทำให้ไม่สามารถเจาะแนวรับแรนส์ที่นำโดย แจ็กเกต์ ได้เลย จบเกมแรนส์บุกชนะ 0-2 แบบไร้ข้อกังขา

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🐕 ลีลล์ (4-2-3-1) – เร่งไม่ขึ้นหลังเหลือ 10 คน
ผู้รักษาประตู
- บี. โอเซอร์ (6.1) – เซฟได้พอสมควร แต่สองประตูหลังยืนลำบากเพราะแนวรับเหลือไม่ครบ
กองหลัง
- โธมัส มูนิเยร์ (12) – แบ็กขวา (6.9) เติมเกมบุกบ้างแต่ต้องถอยช่วยรับหนัก
- นาธาน เอ็นกอย (3) – เซ็นเตอร์ (7.1) เป็นตัวเด่นสุดของเจ้าบ้าน เคลียร์บอลหลายครั้ง
- อเล็กซานโดร ริเบโร (4) – เซ็นเตอร์ (3.6) โดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกม
- คัลวิน แฟร์ดงก์ (24) – แบ็กซ้าย (6.5) พยายามปิดริมเส้นแต่โดนกดดันหนักจนต้องถูกถอด
กองกลางตัวรับ
- นาบิล เบนตาเล็บ (6) – (6.8) คุมจังหวะเกมเท่าที่ทำได้ก่อนจะแผ่วลง
- เบนฌามิน อ็องเดร (21, กัปตัน) – (6.9) วิ่งชนทุกจังหวะ มีใบเหลืองจากการประท้วง
ตัวรุกสามคน
- มานูเอล เฟร์นานเดซ (7) – ปีกซ้าย (6.5) มีจังหวะลากตัดในแต่โดนเปลี่ยนออก
- ฮานเนส ธอร์ ฮารัลด์สสัน (10) – เพลย์เมกเกอร์ (6.7) พยายามเชื่อมเกมแต่หายไปหลังเหลือ 10 คน
- มาร์คุส เอส. โบรฮอล์ม (14) – ปีกขวา (6.6) ทำงานหนักทั้งรุกและรับก่อนถูกถอดช่วงต้นครึ่งหลัง
กองหน้าตัวเป้า
- โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (9) – (6.4) โดนประกบแน่น แทบไม่ค่อยได้โอกาสยิงแบบถนัดๆ
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- อายยุบ บูอัดดี (32) – ลงน.70 แทน เฟร์นานเดซ (6.7) เติมพลังแดนกลาง
- เฟลิกซ์ กอร์เรย่า (27) – ลงน.70 แทน โบรฮอล์ม (6.7) พยายามลากเลื้อยริมเส้น
- โซริบา เดียวน (35) – ลงน.70 แทน ชิรูด์ (6.2) ขยับมาเล่นกองหน้าจำเป็น
- ติอาโก้ ซานโตส (22) – ลงน.74 แทน แฟร์ดงก์ (6.9) ขยับไปเป็นฟูลแบ็ก
- โอซาเม ซาห์ราอุย (11) – ลงน.84 แทน ฮารัลด์สสัน (6.6) เติมมิติการเลี้ยงบอลโซโล่
🐓 แรนส์ (3-5-2) – เกมรับแน่น เกมรุกคม
ผู้รักษาประตู
- บริซ ซ็อมบา (30) – (7.3) เซฟสำคัญหลายครั้ง รักษาคลีนชีตได้อย่างนิ่ง
กองหลังตัวกลางสามคน
- โลอิก บราสซิเอร์ (3) – (6.9) ขึ้นมาโขกประตูเบิกร่อง 0-1 และคุมโซนด้านซ้ายดี
- เฌเรมี แจ็กเกต์ (97) – (8.2) หัวใจแนวรับ ชนะดวลลูกกลางอากาศตลอด เป็น Man of the Match
- อาลิดู เซดู (36) – (8.1) เติมเกมจากด้านขวา ตัดบอลคมกริบ
วิงแบ็ก
- เปรมิสลาฟ แฟรงคอฟสกี (95) – (8.1) เปิดบอลคม สร้างโอกาสจากฝั่งขวาตลอดเกม
- มุสซ่า ทามารี (11) – (6.4) ดันสูงด้านซ้าย พยายามล็อกกองหลังเจ้าบ้านให้ถอยหลัง
กองกลาง
- โมห์เหม็ด คามารา (45) – (6.8) วิ่งชนกลางสนาม ไล่บี้แย่งบอล
- วาเลนติน รงเชียร์ (21, กัปตัน) – (7.0) คุมจังหวะเกม คอยเปลี่ยนแกนบุกซ้าย–ขวา
- คว็องแต็ง เมร์แล็ง (26) – (7.7) มีส่วนสำคัญกับประตูที่สอง ทั้งจ่ายและสอดขึ้นทำเกม
กองหน้า
- บรีล เอ็มโบโล (7) – (6.4) จบสกอร์ลูก 0-2 อย่างคมกริบ
- มาลิค เค. เมเต้ (39) – (6.4) ใช้ความแข็งแรงพักบอล ก่อนถูกเปลี่ยนออก
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- ลูโดวิค บลาส (10) – ลงน.62 แทน เมร์แล็ง (7.2) ช่วยจ่ายและพักบอลในแดนหน้า
- เอสเตบัน เลอโปล์ (9) – ลงน.62 แทน เมเต้ (6.0) เติมความเร็วแดนหน้า
- เอลิอาส เลอฌ็องดร กีโญเนซ (35) – ลงน.90+2 แทน ทามารี ช่วยปิดเกม
(ผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลง: ซิลิสตรีเอ, รูอาล์, กามารา, ลีมง, ซีสเซ, นอร์ดัน มูคีเล่)
นักเตะโดดเด่น
ฝั่งลีลล์ต้องยกให้ นาธาน เอ็นกอย กับ โธมัส มูนิเยร์ ที่ยังยืนสู้แบบไม่ถอดใจ แม้ทีมเหลือ 10 คน ขณะที่ฝั่งแรนส์ แจ็กเกต์, แฟรงคอฟสกี และเซดู คือสามประสานแนวรับที่เล่นได้สุดเนียนตา
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
จากมุมมองการ วิเคราะห์บอล ของบ้านกีฬา เกมนี้โชว์ให้เห็นชัดว่าระบบ 4-2-3-1 ของลีลล์ถูกบังคับให้ถอยเป็น 4-4-1 หลังเสียใบแดงเร็ว ทำให้พื้นที่ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหน้าหายไป กลายเป็นทีมที่เล่นเกมโต้กลับแบบตั้งรับลึก เก็บบอลยาก และไม่สามารถดัน หลังคู่ เบนตาเล็บ – อ็องเดร ขึ้นสูงช่วยบีบแดนบนได้เลย
ในทางตรงกันข้าม แรนส์ในแผน 3-5-2 ใช้ข้อได้เปรียบเรื่องจำนวนคนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แบ็กสามคนคุมพื้นที่กลางรับมือบอลยาวได้สบาย ขณะที่วิงแบ็กสองฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งขวาของ แฟรงคอฟสกี กับ เซดู กลายเป็นปีกแฝงที่ช่วยซ้อนกันขึ้นลงตลอดเวลา ทำให้ลีลล์ไม่กล้าเติมแบ็กสองฝั่งไปบุกมากนัก
เกมรุกของแรนส์เน้นต่อบอลสั้นแล้วเปลี่ยนแกนอย่างรวดเร็ว เมื่อเจอแนวรับลีลล์หุบต่ำ ก็เลือกเปิดจากด้านขวาเข้าหัวแนวรุกหรือเซ็นเตอร์อย่างบราสซิเอร์ ซึ่งนำมาสู่ประตูแรก ส่วนประตูที่สองเป็นตัวอย่างชัดเจนของการเล่น “ไลน์สองซ้อน” เมร์แล็งสอดขึ้นมารับบอลหน้ากรอบ ก่อนแทงให้เอ็มโบโลหลุดไปจบสกอร์ ทำให้เห็นว่ามิดฟิลด์ของแรนส์ไม่ยึดติดตำแหน่ง และกล้าเติมขึ้นไปเป็นตัวจบเอง
ด้านเกมรับ แรนส์อ่านทางลีลล์ได้หมด เน้นตัดบอลแรกที่ชิรูด์ ถ้าบุกทางกลางไม่ได้ก็ปล่อยให้ลีลล์เปลี่ยนไปเล่นบอลยาว ซึ่งสามารถเคลียร์ได้โดยสามเซ็นเตอร์ที่ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่า ผลคือเจ้าบ้านแทบไม่มีโอกาสลุ้นเหน่งๆ ให้แฟนบอลได้เฮเลยทั้งเกม

📊 สถิติการแข่งขันที่สะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมยืนยันทุกอย่างอย่างชัดเจน ลีลล์ยิงรวม 11 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 3 ครั้ง จากการครองบอล 43% และผ่านบอลแค่ 365 ครั้ง ความแม่นยำในการจ่าย 84% ถือว่าใช้ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายสั้นในแดนตัวเอง ไม่ได้พาทีมขึ้นไปกดดันหน้าประตูคู่แข่งมากนัก
ฝั่งแรนส์ครองบอลถึง 57% จ่ายบอล 565 ครั้ง ความแม่นยำสูงถึง 90% แสดงให้เห็นว่าคุมจังหวะและเซ็ตเกมบุกได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แม้จะยิงเข้ากรอบเท่ากันที่ 3 ครั้ง แต่คุณภาพโอกาสชัดเจนกว่ามาก และสามารถเปลี่ยนเป็นสองประตูสำคัญ ขณะที่จำนวนฟาวล์แรนส์มากถึง 14 ครั้ง เทียบกับลีลล์แค่ 3 ครั้ง บอกได้ว่า ทีมเยือนพร้อมเล่นหนักเพื่อหยุดเกมสวนกลับทุกจังหวะ และไม่ปล่อยให้เจ้าบ้านได้เล่นง่ายเลย
⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- 🔴 13′ อเล็กซานโดร ริเบโร ทำฟาวล์ตัดโอกาสหลุดเดี่ยว โดนใบแดงโดยตรง ลีลล์เหลือ 10 คน
- 🟨 14′ เบนฌามิน อ็องเดร ได้ใบเหลืองจากการโวยผู้ตัดสิน
- 🟨 30′ เฌเรมี แจ็กเกต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะกลางสนาม
- ⚽ 49′ แรนส์ออกนำ 0-1 จากลูกโขกของ เลสลีย์ บราสซิเอร์ หลังรับบอลจากฝั่งขวาที่ แฟรงคอฟสกี เปิดเข้าไปลุ้น
- ⚽ 56′ บรีล เอ็มโบโล หลุดเข้าไปสังหารประตู 0-2 จากการทำชิ่งกับ คว็องแต็ง เมร์แล็ง
- 🔁 62′ แรนส์ส่ง ลูโดวิค บลาส กับ เอสเตบัน เลอโปล์ ลงมาแทน เมร์แล็ง และ เมเต้ เพื่อเติมความสดในแดนหน้า
- 🔁 70′ ลีลล์เปลี่ยนรวดเดียวสามคน ส่ง บูอัดดี, กอร์เรย่า และเดียวน ลงแทน เฟร์นานเดซ, โบรฮอล์ม และชิรูด์ หวังกู้เกมรุก
- 🔁 74′ ลีลล์ถอด แฟร์ดงก์ ส่ง ติอาโก้ ซานโตส ลงมาเติมเกมริมเส้น
- 🔁 84′ โอซาเม ซาห์ราอุย ลงแทน ฮารัลด์สสัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวแดนหน้า
- 🔁 90+2′ แรนส์ส่ง เอลิอาส กีโญเนซ ลงมาแทน ทามารี ปิดเกมรับช่วงทดเวลา
🌟 Player of the match – เฌเรมี แจ็กเกต์
แม้สองประตูจะมาจากเพื่อนร่วมทีม แต่คนที่บ้านกีฬาให้เครดิตมากสุดคือ เฌเรมี แจ็กเกต์ กองหลังตัวกลางวัยหนุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดในสนาม 8.2 เขายืนบัญชาการแผงหลังของแรนส์ได้อย่างนิ่ง เล่นลูกกลางอากาศแทบไม่พลาด คอยดันไลน์ขึ้นสูงตัดเกมสวนกลับของลีลล์ และแม้จะโดนใบเหลืองหนึ่งครั้ง แต่หลังจากนั้นยังคุมอารมณ์ได้ดี ไม่เสียฟาวล์โง่ๆ เพิ่มเลย
ทุกครั้งที่เจ้าบ้านพยายามยกบอลให้ชิรูด์หรือเดียวน แจ็กเกต์มักจะอ่านทางขาดและเข้ากดดันก่อนเสมอ ทำให้แนวรุกลีลล์ไม่มีพื้นที่พลิกตัว เขาจึงเป็นเสาหลักที่ทำให้คลีนชีตของแรนส์ดูมั่นคงตั้งแต่ต้นจนจบเกม

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนลีกเอิง
หลังจบเกมนี้ ลีลล์ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตาราง มี 32 คะแนนจาก 17 นัด ยิงได้ 33 เสีย 22 ประตู ลูกได้เสีย +11 แต่ความพ่ายแพ้ในบ้านต่อคู่แข่งโดยตรงอย่างแรนส์ ทำให้ระยะห่างกับทีมไล่หลังเริ่มไม่ปลอดภัย หากหลุดฟอร์มอีก 1-2 นัดอาจโดนเบียดตกจากโซนลุ้นตั๋วยุโรปได้ทันที
ด้านแรนส์กระโดดขึ้นมาที่อันดับ 6 มี 30 คะแนนจาก 17 นัด ลูกได้เสีย +5 เท่ากับ โอลิมปิก ลียง ที่อยู่เหนือขึ้นไป แถมฟอร์มช่วงหลังในลีกยังดูไหลลื่นต่อเนื่อง ชัยชนะนัดนี้จึงไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมเบียดชิงพื้นที่หัวตารางแบบเต็มตัวแล้ว
📅 ตารางบอลลีกเอิงนัดถัดไปและโปรแกรมสำคัญ
มองไปข้างหน้าใน โปรแกรมบอล ลีกเอิง นัดถัดไป ลีลล์ต้องออกไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง วันที่ 17/01/26 เวลา 03:00 น. เกมนี้ถือเป็นบททดสอบขั้นโหด เพราะหากยังแก้ปัญหาเกมรับและวินัยในสนามไม่ได้ การไปเยือนปารีสอาจกลายเป็นคืนที่หนักหนากว่าเดิม ก่อนหน้านั้นยังมีภารกิจฟุตบอลถ้วย พบกับ โอลิมปิก ลียง ในศึก Coupe de France วันที่ 12/01/26 ซึ่งต้องบริหารแรงให้ดี
ฝั่งแรนส์เองมีคิวลงเตะบอลถ้วยกับ US ช็องติยี วันที่ 12/01/26 ก่อนจะกลับมาเล่นลีกในบ้านพบ เลอ อาฟร์ วันที่ 18/01/26 เวลา 23:15 น. หากเก็บชัยชนะในลีกได้ต่อเนื่อง โอกาสทะยานขึ้นไปเบียดอันดับ 4–5 มีสูงทีเดียว เพราะตารางคะแนนช่วงกลางบนกำลังแน่นและพร้อมเปลี่ยนหน้าได้ทุกสัปดาห์
🏠 ติดตามบ้านผลบอลและเรื่องมันส์ๆ ที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากเช็กสกอร์สดแบบเรียลไทม์ ดูฟอร์มทีมรักทุกนัด และตามทุกจังหวะของ บ้านผลบอล ลีกเอิง รวมถึงลีกดังยุโรปอื่นๆ บ้านกีฬาพร้อมอัปเดตให้ครบตั้งแต่ก่อนเตะ ระหว่างเกม ไปจนถึงบทวิเคราะห์หลังจบแบบเจาะลึกเหมือนนั่งคุยกันข้างสนาม อย่าลืมกดติดตามบ้านกีฬาเอาไว้ ให้เราเป็นเพื่อนคุยเรื่องบอลของคุณทุกวัน

