
จาก : ผลบอลสด ลีกเอิง ฝรั่งเศส ระหว่าง เม็ตซ์ 0-0 ลีลล์ วันนี้ 7/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส เกมระหว่างเม็ตซ์ทีมบ๊วยที่กำลังดิ้นหนีตกชั้น เปิดสเตด แซงต์ ซิมฟอเรียน รับมือลีลล์ทีมกลุ่มบนที่ลุ้นพื้นที่ยุโรป จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แบบอึดอัดทั้งสนาม เต็มไปด้วยจังหวะ VAR ตัดสินดราม่าหลายครั้ง แม้รูปเกมจะเป็นทีมเยือนที่โหมบุกแทบทั้งเกม แต่กำแพงแนวรับเจ้าบ้านยืนกันตาย บวกฟอร์มสุดหนึบของ โจนาธาน ฟิสเชอร์ และฟูลแบ็กตัวเก่ง คอฟฟี คูเอา พาเม็ตซ์เก็บ 1 แต้มสำคัญต่อชีวิต ขณะที่แฟนบอลที่ตามเช็กสกอร์ผ่านหน้าเว็บ บ้านผลบอล และเช็ครายงานแบบเรียลไทม์จากสัญญาณ ผลบอลสด ก็ได้ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย
⏱️ ครึ่งแรก: เม็ตซ์ยิงเข้าแต่โดน VAR ริบ ลีลล์บุกแต่ยังไม่คม
เปิดฉากเพียงนาทีแรก เม็ตซ์เขี่ยเริ่มเกม แต่กลับเป็นลีลล์ที่ได้จังหวะหวาดเสียวก่อน เมื่อ โรแม็ง แปร์โรด์ ทำแฮนด์บอลในเขตแดนตัวเองให้เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกตั้งเกม ก่อนที่ ฮาบิบ ดิยัลโล จะลองยิงไกลให้เม็ตซ์ในนาที 4 บอลไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน
นาทีที่ 7 ความดราม่ามาแต่หัววัน มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ โดนใบเหลืองจากจังหวะล้มพุ่งลุ้นจุดโทษ ผู้ตัดสินเรียก VAR เช็กอย่างละเอียด สุดท้ายยืนยันไม่ให้จุดโทษ ลีลล์อดได้โอกาสทอง ขณะที่ดิยัลโลของเม็ตซ์ก็โดนเกมหยุดจากอาการเจ็บเล็กน้อยในช่วงนาที 13
ไฮไลต์ครึ่งแรกอยู่ที่นาที 18–20 เมื่อ อัลฟา ตูเร กดเต็มข้อส่งบอลตุงตาข่าย ฝั่งเจ้าถิ่นเฮลั่นทั้งสนาม แต่ VAR เช็กละเอียดก่อนจับล้ำหน้า ริบประตูคืนทันที แถมยืนยันซ้ำอีกครั้งในนาทีที่ 20 ว่าไม่มีประตู สกอร์ยัง 0-0 ทำเอาแฟนเม็ตซ์ถึงกับเซ็งกันทั้งอัฒจันทร์
ปลายครึ่งแรกเป็นช่วงที่ลีลล์เริ่มตั้งลำได้ เกมรุกทางริมเส้นใช้ความเร็วของ โนอาห์ เอดชูมา กับ ติอาโก้ ซานโตส ไล่บดใส่แนวรับเจ้าถิ่น ได้เตะมุมต่อเนื่องในนาที 22 ก่อนจะมีจังหวะลุ้นยิงของ ฮาคอน ฮาราลด์สสัน ในนาที 40 ที่ซัดเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว จากนั้น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้ลองส่องในกรอบแต่บอลไม่ตรงกรอบ
เกมหยุดหลายครั้งจากอาการเจ็บของผู้เล่นทั้งสองทีม โดยเฉพาะ เอดชูมา ที่ต้องให้ทีมแพทย์ดูแลในช่วงท้าย ทดเวลาครึ่งแรก 4 นาทีแต่ไม่มีประตูเกิดขึ้น เม็ตซ์ยันเสมอ 0-0 เข้าห้องแต่งตัวไปก่อน
🔁 ครึ่งหลัง: ลีลล์โหมบุกทั้งเกม ชนเสา-เฉี่ยวคาน แต่เจาะไม่เข้า
เริ่มครึ่งหลังเม็ตซ์ไม่ถอย ยังคงพยายามเปิดเกมโต้กลับใส่ทีมเยือน นาที 47 มีจังหวะที่ชิรูด์โดนปะทะจนเกมหยุดสั้น ๆ ก่อนกลับมาเล่นต่อได้ นาที 50 ดิยัลโล ลองยิงไกลอีกครั้ง บอลพุ่งข้ามคานแบบได้เสียว
เกมมาดุเดือดช่วงกลางครึ่งหลัง เมื่อทั้งสองทีมเริ่มใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งเข้าปะทะหนัก เม็ตซ์เสียจังหวะจากการบาดเจ็บของ มิเชล เอ็มบูล่า ในนาที 51 ขณะที่ลีลล์ตอบโต้ด้วยการสับไกไกลของฮาราลด์สสันในนาที 55 บอลหลุดเสาอย่างน่าเสียดาย
จุดเปลี่ยนของรูปเกมคือการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 61 ลีลล์ส่ง เฟลิกซ์ คอร์เรอา ลงเติมสปีดเกมรุกริมเส้น ก่อนที่เม็ตซ์จะส่ง จอร์จี้ อาบูอาชวิลี ลงมากดดันแนวรับทีมเยือนในนาที 62 และปรับหมากอีกครั้งนาที 70 เปลี่ยนทั้ง บีลีฟ มูโนนโก และ โกติเยร์ ไฮน์ ลงเสริมมิติการต่อบอล
ด้านลีลล์นาที 71 ถอดทั้งฮาราลด์สสันและชิรูด์ ออก ส่ง กาเอต็อง แปร์แรง กับ โซริบา ดิอาอูเน ลงมาล่าประตูแทน ช่วงนี้ทีมเยือนเดินหน้าบุกเป็นพายุ แต่แนวรับเม็ตซ์ยังยืนเกมรับได้อย่างมีวินัย แม้ คอฟฟี คูเอา จะโดนใบเหลืองนาที 73 จากจังหวะตัดฟาวล์ริมเส้น แต่เขาก็ยังเป็นหัวใจแนวรับต่อไป
ดราม่าระลอกใหญ่เกิดขึ้นนาที 76 เมื่อ คอร์เรอา ได้จบสกอร์ในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปชนเสาเต็ม ๆ ชวดประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ตามมาด้วยลูกโหม่งของ อเล็กซานโดร ริเบยโร จากเตะมุมในนาที 80 และจังหวะยิงเฉี่ยวสามเหลี่ยมของคอร์เรอาอีกครั้งในนาที 87 แต่ทุกอย่างยังไม่ผ่านเซฟของ ฟิสเชอร์ และการช่วยบล็อกจากแนวรับเม็ตซ์
ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที เกมกลางสนามเดือด มีฟาวล์ต่อเนื่องทั้งสองฝั่ง ทว่าจังหวะสุดท้ายไม่ว่าฝั่งเม็ตซ์หรือทีมเยือนก็ยังขาดความคม เครดิตต้องยกให้สองนายด่าน ฟิสเชอร์ กับ แบร์เค ออซแซร์ ที่ปิดประตูสนิท จบ 90 นาทีเต็ม เม็ตซ์ แบ่งแต้มกับ ลีลล์ 0-0 ในเกมที่ความมันส์ล้นสกอร์บอร์ด

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง ผลงานโดดเด่น และการเปลี่ยนตัว
🔴 เม็ตซ์ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- โจนาธาน ฟิสเชอร์ (6.7) – เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู
กองหลัง
- คอฟฟี คูเอา (7.9) – แบ็กซ้ายฟอร์มโหด ตัดบอลเก็บกวาดริมเส้น จนคว้าแมนออฟเดอะแมตช์
- ซาดดี้บู ซาเน่ (7.7) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลัก เล่นลูกกลางอากาศได้แข็งแกร่ง
- อูรี-มิเชล เอ็มบูล่า (7.5) – ยืนคู่ซาเน่ ป้องกันลูกครอสของลีลล์ได้ดี
- ฟอดี บัลโล-ตูเร่ (7.4) – แบ็กขวาเติมเกมขึ้นสูงค่อนข้างบ่อย สร้างความกดดันริมเส้น
กองกลางตัวรับ
- เบนฌาแม็ง สต็องบูลี (7.1) – หัวใจแดนกลาง ช่วยเก็บบอลสองและอ่านจังหวะเกมได้ยอดเยี่ยม
- อัลฟา ตูเร (6.3) – มีชื่อยิงเข้าประตูแต่โดน VAR ริบคืน ทำงานหนักเกมรับตลอด 90 นาทีแรกก่อนโดนถอด
กองกลางตัวรุก
- ลูคัส มิคาล (6.1) – เชื่อมเกมรุกระหว่างกลางสนามกับแดนหน้า ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 62
- จอร์ดาน เดมิงเกต์ (6.7) – คุมจังหวะบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ สร้างโอกาสได้บ้าง
- จอร์จี้ ทซิไตชวิลี (7.2) – ตัวทำเกมริมเส้น ขยันไล่กดดันแนวรับลีลล์
กองหน้า
- ฮาบิบ ดิยัลโล (6.4) – พยายามส่องไกลหลายครั้ง มีโอกาสลุ้นแต่ยังไม่เฉียบคม
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- จอร์จี้ อาบูอาชวิลี (6.7) – ลงมานาที 62 เติมมิติการเลี้ยงบอลและการพักบอลแดนหน้า
- บีลีฟ มูโนนโก (6.6) – ลงนาที 70 ช่วยบีบเกมรุกจากกลางสนาม
- โกติเยร์ ไฮน์ (6.8) – ลงพร้อมมูโนนโก ช่วยพาบอลสวนกลับได้ดี
- จอร์จี้ กวิลิไตอา (6.5) – ถูกส่งลงช่วงทดเวลาเพื่อช่วยเก็บบอลยาวและไล่บีบเกม
- ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: อุสมาน บา, เทร์รี เยคเบ, มักซิม โกลัง, บูนา ซาร์, นาธาน เอ็มบาลา
🔵 ลีลล์ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- แบร์เค ออซแซร์ (7.7) – เซฟสำคัญช่วงต้นเกมและท้ายเกม ปิดประตูไม่ให้เจ้าถิ่นลักยิงได้
กองหลัง
- ติอาโก้ ซานโตส (7.1) – แบ็กขวาขึ้นลงไม่มีหมด เติมเกมรุกบ่อย ก่อนโดนถอดปลายเกม
- อเล็กซานโดร ริเบยโร (7.4) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเล่นลูกกลางอากาศแน่น เกือบโหม่งทำประตูได้จากเตะมุม
- อเล็กซานโดร มานดี (7.3) – ช่วยคุมแนวรับด้านขวา อ่านจังหวะบอลยาวได้ดี
- โรแม็ง แปร์โรด์ (7.2) – แบ็กซ้าย เติมเกมสูงตลอด แต่มีจังหวะแฮนด์บอลช่วงต้นเกม
กองกลางตัวรับ
- แบ็งฌาแม็ง อ็องเดร (7.4) – กัปตันทีมคุมจังหวะ บอลสั้นบอลยาวแม่นยำ เก็บบอลสองได้เยอะ
- อายูบ บูอัดดี (7.3) – ทำหน้าที่เบรกเกมกลางสนาม ขยันไล่บีบจนต้องเปลี่ยนออกเพราะเจ็บเล็กน้อย
กองกลางตัวรุก
- มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ (6.6) – มีดราม่าพุ่งล้มจนโดนใบเหลือง แต่ก็พยายามเชื่อมเกมรุก
- ฮาคอน ฮาราลด์สสัน (6.4) – ได้ลองส่องหลายครั้งแต่ยังไม่เฉียบคม
- โนอาห์ เอดชูมา (6.5) – ใช้สปีดเล่นงานแนวรับเม็ตซ์ ก่อนโดนเปลี่ยนออกด้วยอาการเจ็บ
กองหน้า
- โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (6.3) – มีโอกาสทองในกรอบเขตโทษแต่ซัดหลุดเสา ฟอร์มยังไม่สุด
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- เฟลิกซ์ คอร์เรอา (6.2) – ลงมานาที 61 สร้างความปวดหัวให้แนวรับเม็ตซ์ ซัดชนเสา 1 ครั้ง และยิงเฉี่ยวอีกหลายลูก
- กาเอต็อง แปร์แรง (6.3) – ลงมาช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ระหว่างไลน์กองกลางกับแดนหน้า
- โซริบา ดิอาอูเน (7.0) – มีส่วนกับจังหวะบุกหนักช่วงท้าย วิ่งหาช่องดีมาก
- คัลวิน แฟร์ดงค์ (6.6) – ลงมาปรับบาลานซ์เกมรับฝั่งซ้าย
- อ็องรี นกาลาแยล มูกาว (6.6) – เติมพลังริมเส้นฝั่งขวาช่วงท้ายเกม
- ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: อาร์โนด์ โบดาร์, เนธาน โนกอย, ชองเซล เอ็มเบมบ้า, อ็องเดร โกเมส
ผู้จัดการทีม
- เม็ตซ์: เบอนัวต์ ทาเวอนอต
- ลีลล์: บรูโน่ เชเนซิโอ
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับของทั้งสองทีม
ในมุมมองของ บ้านกีฬา แท็กติกของเม็ตซ์วันนี้ชัดเจนว่าเน้นเกมรับเหนียวแน่นแบบ “รอดก่อนค่อยว่ากัน” ใช้ระบบ 4-2-3-1 ถอยไลน์กองกลางลงต่ำ กลายเป็นแผงรับ 4-5-1 ในยามไม่มีบอล เน้นปิดพื้นที่หน้าเขตโทษไม่ให้ตัวรุกลีลล์หาช่องยิงง่าย ๆ การยืนโซนของ ซาเน่–เอ็มบูล่า ร่วมกับ สต็องบูลี และ ตูเร ทำให้ทีมเยือนต้องพยายามโยนหรือยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ เมื่อแย่งบอลได้ เม็ตซ์จะสวนกลับทันทีผ่าน ทซิไตชวิลี และมิฟิลด์ตัวรุกที่วิ่งสอดขึ้นไปสนับสนุน ดิยัลโล แม้จะสร้างโอกาสได้น้อย แต่ทุกครั้งที่หลุดขึ้นมาทีมเยือนก็ต้องลุ้นกันเหนื่อย
ฝั่งลีลล์ของเชเนซิโอมาในระบบ 4-2-3-1 แบบเน้นครองบอลบุกใส่เต็มกำลัง เกมรุกไหลผ่านคู่กลาง อ็องเดร-บูอัดดี ก่อนกระจายออกริมเส้นให้ เอดชูมา และเฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ ดึงกองหลังเม็ตซ์ให้หลุดตำแหน่ง แล้วค่อยแทงทะลุช่องให้ ฮาราลด์สสัน หรือ ชิรูด์ จบสกอร์ จุดเด่นคือการขยับหาพื้นที่ของกองกลางตัวรุกและการต่อบอลสั้นรอบกรอบเขตโทษ แต่จุดอ่อนคือการจบสกอร์ที่ยังไม่คมพอ แม้จะสร้างโอกาสยิงได้ถึง 16 ครั้ง ขณะที่เจ้าบ้านมีเพียง 3 ครั้งเท่านั้น
เมื่อเกมผ่านไป ลีลล์ปรับหมากโดยส่ง คอร์เรอา กับ ดิอาอูเน ลงมาสร้างความเร็วและพลังในแดนหน้า ทำให้เกมรุกอันตรายขึ้นทันตา ทว่าการป้องกันของเม็ตซ์ยังเหนือชั้น โดยเฉพาะ คูเอา ที่ช่วยซ้อนเพื่อนและบล็อกลูกครอสได้เป็นชุด สุดท้ายการดวลเชิงแท็กติกครั้งนี้จึงเหมือนศึกหมัดต่อหมัดระหว่างเกมรุกลีลล์กับกำแพงเหล็กของเม็ตซ์ เสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ แต่เต็มไปด้วยแง่มุมให้คนชอบอ่าน วิเคราะห์บอล ได้คุยกันยาว

📊 สถิติการแข่งขันที่บอกทุกอย่าง
แม้สกอร์จะจบที่ 0-0 แต่ตัวเลขในเกมนี้ชัดเจนว่าลีลล์เป็นฝ่ายขึงเกมรุกใส่เจ้าบ้านแทบตลอดเวลา ทีมเยือนมีโอกาสยิงมากถึง 16 ครั้ง เท่ากับสี่เท่าของเม็ตซ์ที่ได้ลองเพียง 3 หน ทว่าทั้งสองทีมกลับมีจำนวนยิงเข้ากรอบเท่ากันแค่ 1 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความแน่นของแนวรับและการเซฟของสองผู้รักษาประตู
การครองบอล ลีลล์เหนือกว่าชัด 57% ต่อ 43% จากจำนวนการส่งบอล 411 ครั้ง และอัตราความแม่นยำสูงถึง 90% ขณะที่เม็ตซ์ส่งบอล 319 ครั้ง ความแม่นยำ 82% แม้จะเป็นรองแทบทุกมิติในเชิงตัวเลข แต่เจ้าบ้านชดเชยด้วยเกมรับที่มีวินัยสูงและการยืนตำแหน่งที่ดี ทำให้คู่แข่งไม่สามารถใช้ความเหนือชั้นด้านสถิติมาเปลี่ยนเป็นประตูได้
จำนวนฟาวล์เท่ากันที่ 11 ครั้งต่อฝั่ง บ่งบอกว่าเกมนี้ดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใคร ใบเหลืองทีมละหนึ่งใบ ไม่มีใบแดงออกจากกระเป๋าผู้ตัดสิน ลูกเตะมุม เม็ตซ์ได้เพียง 1 ครั้ง ขณะที่ลีลล์ได้ถึง 6 ครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูชัยได้เช่นกัน
⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 4 ฮาบิบ ดิยัลโล ยิงไกลให้เม็ตซ์ บอลไปติดบล็อกแนวรับลีลล์
- 🟨 นาทีที่ 7 มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ โดนใบเหลืองจากจังหวะพุ่งล้มลุ้นจุดโทษ หลังผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วไม่ให้ฟาวล์
- ❌ นาทีที่ 18–20 อัลฟา ตูเร ยิงประตูให้เม็ตซ์ได้ แต่ VAR ริบคืนเพราะล้ำหน้า สกอร์ยัง 0-0
- 🤕 นาทีที่ 29 อายูบ บูอัดดี มีอาการบาดเจ็บ เกมหยุดชั่วคราวก่อนเล่นต่อ
- 🎯 นาทีที่ 40 ฮาคอน ฮาราลด์สสัน ได้สับไกในกรอบ บอลเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว
- 🎯 นาทีที่ 42 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้โอกาสยิงจ่อ ๆ แต่บอลหลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ
- 🔁 นาทีที่ 61 ลีลล์เปลี่ยนตัว ส่ง เฟลิกซ์ คอร์เรอา ลงมาแทน โนอาห์ เอดชูมา เติมความเร็วริมเส้น
- 🔁 นาทีที่ 62 เม็ตซ์ส่ง จอร์จี้ อาบูอาชวิลี ลงมาแทน ลูคัส มิคาล เพื่อเพิ่มมิติในเกมรุก
- 🔁 นาทีที่ 70 เม็ตซ์เปลี่ยนอีกสองราย ส่ง บีลีฟ มูโนนโก และ โกติเยร์ ไฮน์ ลงมาแทน สต็องบูลี และ เดมิงเกต์
- 🔁 นาทีที่ 71 ลีลล์ถอด ฮาราลด์สสัน และ ชิรูด์ ออก ส่ง กาเอต็อง แปร์แรง กับ โซริบา ดิอาอูเน ลงสนาม
- 🟨 นาทีที่ 73 คอฟฟี คูเอา โดนใบเหลืองจากจังหวะตัดฟาวล์ริมเส้นฝั่งซ้าย
- 🚀 นาทีที่ 76 เฟลิกซ์ คอร์เรอา ซัดในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง พลาดประตูนำแบบเส้นยาแดง
- 🎯 นาทีที่ 80 อเล็กซานโดร ริเบยโร โหม่งจากเตะมุมเฉี่ยวเสาออกไป
- 🎯 นาทีที่ 87 คอร์เรอา ได้โอกาสยิงอีกครั้ง บอลโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยมอย่างได้ลุ้น
- ⏱️ นาทีที่ 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที เกมกลางสนามเดือด มีฟาวล์สลับกันไปมา
- 🧤 นาทีที่ 96 ทั้งเม็ตซ์และลีลล์ต่างมีโอกาสยิงแต่ถูก ฟิสเชอร์ กับ ออซแซร์ เซฟไว้หมด จบเกมเสมอ 0-0
⭐ Player of the Match – คอฟฟี คูเอา กำแพงเหล็กริมเส้นเม็ตซ์
รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ คอฟฟี คูเอา แบ็กซ้ายเม็ตซ์ที่ได้คะแนนสูงถึง 7.9 ไม่ใช่แค่เกมรับแน่นจัดจ้าน ทั้งบล็อกลูกครอส ตัดบอล และดักทางลูกแทงทะลุช่องของลีลล์ได้แทบทุกครั้ง แต่ยังกล้าดันขึ้นไปช่วยเกมรุกเมื่อมีโอกาส ทำให้ริมเส้นฝั่งซ้ายของเจ้าบ้านไม่เคยถูกกดจนหลังพิงกำแพง แม้จะโดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์หนัก ๆ แต่ก็เป็นฟาวล์ที่จำเป็นและช่วยตัดอันตรายให้ทีมอย่างแท้จริง บ้านกีฬา มองว่า ถ้าไม่มีคูเอา เกมนี้เม็ตซ์รอดยาก

📈 สถานการณ์บนตารางคะแนนลีกเอิง หลังจบเกมนี้
ผลเสมอ 0-0 ทำให้เม็ตซ์เก็บเพิ่มเป็น 13 แต้มจาก 21 นัด ยังคงรั้งอันดับ 18 บ๊วยของตารางลีกเอิงต่อไป โดยตามหลังโซนปลอดภัยอยู่หลายแต้มและต้องเร่งเก็บคะแนนให้ได้ในเกมเหย้านัดต่อ ๆ ไป หากไม่อยากตกชั้นตั้งแต่โค้งกลางฤดูกาล
ด้านลีลล์แม้จะบุกได้ตลอดทั้งเกมแต่เก็บได้แค่ 1 คะแนน ทำให้มี 33 แต้มจาก 21 นัด รั้งอันดับ 5 ตามหลังโซนท็อปโฟร์อยู่นิดเดียว ผลเสมอวันนี้จึงถือว่าพลาดโอกาสสำคัญในการไล่จี้ทีมอันดับ 3–4 อย่างมาร์กเซยและลียง หากต้องการลุ้นตั๋วถ้วยยุโรปเต็มตัว เกมต่อ ๆ ไปห้ามสะดุดง่ายแบบนี้อีกแล้ว
📅 ตารางบอลลีกเอิง นัดถัดไปและโปรแกรมของทั้งสองทีม
มองไปข้างหน้าใน โปรแกรมบอล ลีกเอิง เม็ตซ์มีงานหนักต่อเนื่อง เริ่มจากเกมสำคัญเปิดบ้านรับ โอแซร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงในการหนีตกชั้น หากเก็บสามแต้มไม่ได้สถานการณ์จะยิ่งกดดัน ส่วนอีกเกมใหญ่คือการบุกเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่กำลังนำเป็นจ่าฝูง ดูแล้วเป็นภารกิจสุดโหดที่ต้องเน้นเล่นให้แน่นและหวังฉกแต้มให้ได้
ทางฝั่งลีลล์จะกลับไปเล่นในบ้านเจอกับ แบรสต์ ในลีกเอิง ซึ่งเป็นเกมสำคัญในการเรียกความมั่นใจและต้องคว้าชัยให้ได้เพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางต่อไป นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมบอลยุโรป พบกับ เซอร์เวน่า ซเวซด้า ในยูโรปาลีก ที่ต้องบริหารสภาพทีมให้ดี ถ้าโรเตชันพลาดอาจกระทบทั้งบอลลีกและบอลถ้วย
📺 ติดตาม บ้านผลบอล และความเคลื่อนไหวลีกเอิงกับ บ้านกีฬา
ใครที่ชอบลุ้นสกอร์สดแบบนาทีต่อนาที เกมเม็ตซ์เสมอลีลล์ 0-0 นัดนี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างว่าฟุตบอลไม่จำเป็นต้องมีประตูเยอะถึงจะมันส์ ระเบิดอารมณ์ตั้งแต่จังหวะ VAR ริบประตู ไปจนถึงลูกยิงชนเสาในช่วงท้าย หากอยากตามทุกจังหวะแบบนี้ต่อไป อย่าพลาดอัปเดตสกอร์สด ตารางคะแนน และบทสรุปหลังเกมจาก บ้านผลบอล สายเชียร์คอบอลลีกเอิงและลีกใหญ่ยุโรป แวะมาที่ บ้านกีฬา แล้วคุณจะไม่หลุดทุกช็อตเดือดของโลกฟุตบอล

