สานฝันตามพี่สาวจนสำเร็จ โซอี แอทคินส์คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก เกมเดือดที่ลิวิญโญ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

เส้นทางแรงบันดาลใจจาก “อิซซี่” จุดไฟ 8 ปีจนถึงโพเดียมจริง

ย้อนกลับไปปี 2018 ตอนโซอี แอทคินส์อายุแค่ 15 ปี เธอได้เห็นอิซซี่ พี่สาวแท้ๆ คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกให้ทีมสหราชอาณาจักร และภาพวันนั้นเหมือนจุดประกายความฝันแบบหยุดไม่อยู่ โซอีอยากมีโมเมนต์บนโพเดียมเหมือนกัน อยากทำให้ได้เหมือนพี่สาว และไฟนั้นลุกต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ปีเต็ม ก่อนจะระเบิดความสำเร็จในวันอาทิตย์ เมื่อเธอคว้าเหรียญทองแดง โอลิมปิก ในรายการ ฮาล์ฟไปป์ ที่ลิวิญโญ

เหรียญประวัติศาสตร์บนสกี ทีม GB ได้คนที่สองต่อจากพี่สาว

เหรียญทองแดงครั้งนี้ทำให้โซอีเป็นนักกีฬาสหราชอาณาจักรคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญโอลิมปิกจากกีฬาสกี และที่ยิ่ง “พิเศษแบบครอบครัว” คือคนแรกที่ทำได้ก็คืออิซซี่ พี่สาวของเธอเอง จากรายการสโลปสไตล์ในพย็องชัง

คำพูดจากหัวใจ โซอีเล่าความผูกพันที่พี่สาวผลักดันมาตลอด

“เธอเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน เธอผลักฉันเข้าสู่กีฬานี้ และคอยแซวคอยเร่งให้ฉันกระโดดจากที่ต่างๆ บนภูเขาตลอด” โซอี แอทคินส์วัย 23 ปีกล่าว

“หลังจากได้เห็นเธอคว้าเหรียญ มันกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ของฉันมาตลอด”

“มันเป็นโมเมนต์ที่วนกลับมาครบวงจรจริงๆ เพราะเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อเชียร์ฉัน และฉันก็เคยอยู่ตรงนั้นตอนเธอคว้าเหรียญทองแดง มันพิเศษมาก”

“แน่นอนว่าฉันก็อยากเหนือกว่าพี่นิดหน่อย แต่ที่พิเศษคือเราสองคนได้ทองแดงเหมือนกัน”

“แม่ฉันบอกว่าแม่เป็นผู้ปกครองคนแรกที่มีลูกได้เหรียญโอลิมปิกให้ทีม GB ถึงสองคนในครอบครัว”

จังหวะตัดสินในไฟนอล 92.50 เฉียดเงินแค่ครึ่งแต้ม

โซอี “การันตีเหรียญ” ไปแล้วก่อนลงรันสุดท้าย พอความกดดันคลาย เธอปล่อยของเต็มสปีดและอัปสกอร์เป็น 92.50 คะแนน ขาดแค่ 0.50 คะแนนก็จะขยับขึ้นเหรียญเงิน

ด้านเหรียญทองตกเป็นของไอรีน กู ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกจากจีน ทำคะแนน 94.75 คว้าทองแรกของเธอในเกมนี้หลังได้สองเงินมาก่อน ส่วนเหรียญเงินเป็นของหลี่ ฟางฮุย นักกีฬาจีนอีกราย

5 เหรียญของสหราชอาณาจักร เทียบสถิติเดิม และมากกว่าหนึ่งทองเป็นครั้งแรก

เหรียญของโซอีเป็นเหรียญที่ 5 ของสหราชอาณาจักรใน มิลาน-คอร์ตินา (Milan-Cortina Games) ต่อจาก 3 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน ซึ่งเทียบเท่าสถิติผลงานดีที่สุดของทีมจากปี 2014 และ 2018

แต่สิ่งที่ทำให้ครั้งนี้ “ยิ่งใหญ่กว่าเดิม” คือเป็นมหกรรมฤดูหนาวที่ทีม GB ประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งแต่วินาทีที่ชาร์ล็อตต์ แบงก์ส และฮิว ไนติงเกล คว้าทองที่สองในสโนว์บอร์ดครอสประเภททีมผสมเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่สหราชอาณาจักรได้เหรียญทองเกิน 1 เหรียญในวินเทอร์เกมส์ครั้งเดียวมาก่อน

จาก X Games สู่เวิลด์แชมเปี้ยน แล้วมาปิดบัญชีบนเวทีโอลิมปิก

โซอีมาสู่โอลิมปิกครั้งที่สองด้วยโปรไฟล์โหดจัด ทั้งแชมป์ X Games เหรียญทอง และสถานะเจ้าของแชมป์โลกปัจจุบัน เป้าหมายชัดคือทำให้ดีกว่าครั้งแรกที่ปักกิ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งเธอจบอันดับ 9

รอบชิงที่ลิวิญโญถูกเลื่อนไปแข่งเช้าวันอาทิตย์เพราะหิมะตกหนักในวันก่อนหน้า แต่โซอียังนิ่งพอจะคุมเกม เธอเข้าชิงด้วยอันดับคัดเลือกสูงสุด และหลังรันแรกยังยืนหนึ่งด้วย 90.50 คะแนน โดยรันนั้นเกิดจังหวะสำคัญเมื่อไอรีน กู ซึ่งเป็นแชมป์เก่าพลาดล้มในทริกเปิดของตัวเอง

รันสองสถานการณ์สลับทันที กูเร่งเครื่องทำ 94.00 หลี่ขยับเป็น 91.50 แต่โซอีดันพลาดล้ม ทำให้แต้มไม่ขึ้น จนเข้าสู่รันสุดท้าย กูยืนยันความเป็นตำนานด้วยการอัปสกอร์อีกครั้งและทิ้งโจทย์ให้โซอีต้อง “เพอร์เฟ็กต์เท่านั้น” หากหวังแย่งทอง

สุดท้ายโซอีเลือกเล่นด้วยสมองมากกว่าความเสี่ยง เพราะเหรียญอยู่ในมือแล้ว เธอยิ้มก่อนดรอปอินรันสุดท้าย สนุกกับรันที่ไร้แรงกดดัน และแม้จะเพิ่มได้อีกสองคะแนน แต่ก็ยังไม่พอขยับขึ้นขั้นที่สูงกว่า

อารมณ์มันล้นจนกลั้นไม่อยู่ โซอีเผยความรู้สึกหลังขึ้นโพเดียม

“ฉันมีความสุขมาก ฉันรอคอยสิ่งนี้มาอย่างน้อย 4 ปี และมันถาโถมมากทั้งเสียงเชียร์ ทั้งการรู้ว่านี่คือโอลิมปิก มีอารมณ์เต็มไปหมด” เธอบอกกับ BBC Sport

“ฉันเครียดมากจนร้องไห้ แต่การยืนรันได้สองรันมันรู้สึกดีมาก และเชอร์รีบนเค้กคือการได้ขึ้นโพเดียมโอลิมปิก”

ครอบครัวแอตคินส์ จากอเมริกาสู่ทีม GB แฟมิลี่เชียร์ลั่นลิวิญโญ

สองพี่น้องแอตคินส์เกิดและโตในสหรัฐอเมริกา โดยมีคุณแม่เป็นชาวมาเลเซีย และคุณพ่อเป็นชาวอังกฤษ ขณะที่ญาติฝั่งอังกฤษส่วนใหญ่อยู่ที่เซอร์รีย์ วันแข่งรอบชิง ครอบครัวใหญ่ไปเชียร์กันถึงลิวิญโญสโนว์พาร์ก และอิซซี่ให้สัมภาษณ์ว่ามันคือ “โล่งอกครั้งใหญ่”

“ฉันภูมิใจในตัวเธอมากๆ ฉันรู้ว่าเธอทุ่มเทเวลา แรงใจ ความอึด และการทำงานหนักแค่ไหน และการได้เห็นเธอทำรันที่ฉันรู้ว่าเธอภูมิใจ มันยอดเยี่ยมมาก”

“มันเป็นโมเมนต์ที่ครบวงจร เธอเชียร์ฉันในปี 2018 และตอนนี้มันเจ๋งมากที่เรามาทำสิ่งนี้ร่วมกันได้”

สแตนฟอร์ดช่วย “ตั้งหลักความกลัว” วิชาสมองพาเธอเจอพลังของตัวเอง

อีกมุมที่ทำให้เรื่องของโซอีน่าจดจำ คือเธอไม่ได้เป็นแค่นักสกีระดับเหรียญโอลิมปิก แต่ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งในสถาบันชั้นนำของสหรัฐฯ เธอเรียนสาขา symbolic systems ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นส่วนผสมระหว่างวิทยาศาสตร์การรับรู้ การศึกษาสมอง การทำงานของสมอง และวิทยาการคอมพิวเตอร์

ในสนามจริง ฮาล์ฟไปป์โอลิมปิกสูง 6.7 เมตร และโซอีทำแอมพลิจูดเกิน 5 เมตรในไฟนอล เท่ากับว่าถ้าเกิดพลาดกลางอากาศ นักกีฬามีโอกาสตกเกือบ 12 เมตรลงบนพื้นน้ำแข็งล้วนๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เธอเคยรับมือยากมากในอดีต แต่การเรียนรู้กลไกสมองทำให้เธอจัดการความกลัวและสร้างกรอบความคิดใหม่ได้

“ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายที่ช่วยฉันมากในฐานะนักกีฬากีฬาเอ็กซ์ตรีม ทริกและการเคลื่อนไหวที่เราทำมันมีความเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ”

“ฉันเคยต่อสู้กับความกลัวมากในอดีต โดยเฉพาะตอนเด็กๆ การเรียนรู้กลไกของสมองช่วยให้ฉันนำสิ่งที่เรียนไปใช้ สร้างมุมมองใหม่ และทดสอบแนวคิดเหล่านั้นในทางปฏิบัติในกีฬาของฉัน”

“มันคือช่วงเวลาที่ยากที่สุดนี่แหละ ที่คุณได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าอะไรเป็นไปได้ และนั่นคือจังหวะที่คุณผลักขีดจำกัดจริงๆ”

“ฉันได้ค้นพบพลังของตัวเองจากสิ่งนั้น”

แฟนกีฬาไทยห้ามพลาด เรื่องนี้คือบทพิสูจน์ว่าไฟฝันไม่มีวันสาย

เรื่องของโซอี แอทคินส์ไม่ได้ขายแค่เหรียญทองแดง แต่มันขาย “วินัย” และ “ความต่อเนื่อง” แบบนักกีฬาระดับโลก จากเด็กที่เห็นพี่สาวได้เหรียญ สู่คนที่ยืนบนโพเดียมด้วยตัวเอง แถมทำในเวทีที่โหดสุดทั้งแรงกดดัน สภาพอากาศ และความเสี่ยงบนพื้นน้ำแข็ง นี่คือชัยชนะที่หนักแน่นและชัดเจนว่า ความฝันถ้าจุดติดแล้วเดินให้สุด มันมีวันเป็นจริง

ติดตามข่าวกีฬาร้อนๆ ผลการแข่งขัน และเรื่องราวนักกีฬาระดับโลกได้ที่ บ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา