
จาก : ผลบอลสด แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ ระหว่าง ไนจีเรีย 4-0 โมซัมบิก วันนี้ 6/1/69 – บ้านกีฬา
ศึก แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ รอบ 16 ทีม คืนเดือดที่ไนจีเรียลงสนามชนโมซัมบิก กลายเป็นเกมที่แฟนบอลสายเช็ก ผลบอลสด แทบไม่ต้องลุ้นยาว เพราะ “อินทรีมรกต” เปิดโหมดบุกแหลกตั้งแต่นาทีแรก กดดันคู่แข่งจนหายใจไม่ทั่วท้อง และปิดจ๊อบด้วยสกอร์ขาด 4-0 อย่างเหนือชั้น บ้านกีฬาขอพาเก็บทุกช็อตแบบจัดเต็ม
🔥 ครึ่งแรก: ลุคแมนเบิกสกอร์ โอซิมเฮนซ้ำเป็น 2-0
ต้นเกมไนจีเรียครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน แผงกลางนำโดย วิลเฟร็ด เอ็นดิดี กับ แฟรงค์ โอเนียก้า ไล่บี้ดักตัดบอลตรงกลางสนาม ทำให้โมซัมบิกต่อบอลไม่พ้นแดนตัวเอง เกมรุกเจ้าถิ่นเน้นขึ้นทางริมเส้น ใช้ความคล่องของ อเดโมลา ลุคแมน และ อเล็กซ์ อิโวบี เจาะแนวรับฝั่งซ้าย–ขวาสลับกันไป
นาที 20 ความกดดันแตกหัก อะคอร์ อดัมส์ หลุดมารับบอลหน้ากรอบก่อนแทงทะลุช่องให้ ลุคแมน สอดเข้าไปยิงเสียบเสาแรกอย่างเฉียบ ไนจีเรียขึ้นนำ 1-0 แบบไม่ต้องถามหาความยุติธรรม
โมซัมบิกยังตั้งหลักไม่ทัน นาที 25 บอลเปิดจากด้านข้างตกเข้าทาง วิคเตอร์ โอซิมเฮน ที่หนีตัวประกบได้ในเขตโทษ ก่อนซัดตูมเดียวไม่เหลือเป็น 2-0 เกมไหลไปฝั่งเดียวชัดเจน ทีมเยือนแทบไม่มีจังหวะยิงตอบโต้
ปลายครึ่งแรกเกมเริ่มดุขึ้น เอ็นดิดี รับใบเหลืองนาที 38 จากจังหวะตัดฟาวล์กลางสนาม ตามด้วยใบเหลืองของ โอเนียก้า ช่วงทดเวลานาที 45+3 แต่สกอร์ยังคง 2-0 เมื่อผู้ตัดสินเป่าหมดครึ่งแรก
🚀 ครึ่งหลัง: โอซิมเฮนตอกฝาโลง ก่อนอดัมส์ซัดปิดบัญชี
ลงมาครึ่งหลัง โมซัมบิกแก้เกมทันที เปลี่ยนสองตัวรวดเพื่อเติมความสดแดนหน้าและริมเส้น แต่ยังไม่ทันได้กดดันอะไร ก็โดนหมัดหนักของไนจีเรียอีกหนึ่งดอกในนาที 47 ลุคแมน ลากบอลกดดันแนวรับก่อนจ่ายให้ โอซิมเฮน หลุดเข้าไปซัดเป็นประตู 3-0 แบบไม่ปรานี
ทีมเยือนพยายามตอบโต้ด้วยการส่งตัวรุกเพิ่มทั้ง ชามิโต อัลฟานเดกา และ สแตนลีย์ ราติฟู ลงมา แต่บอลยังไม่ถึงหน้าเขตโทษของไนจีเรียแบบจะแจ้ง แถม ฟาอิซ บังกัล ยังโดนใบเหลืองนาที 62 เพิ่มความกดดันเข้าไปอีก
นาที 68 ไนจีเรียถอดโอซิมเฮนพัก ส่ง โมเสส ไซมอน ลงมาป่วนแนวรับต่อ ก่อนที่นาที 75 อะคอร์ อดัมส์ จะรับบอลจากจังหวะต่อเนื่องกับลุคแมนแล้วกดเต็มข้อ เป็นประตู 4-0 เซ็นต์ชื่อบนสกอร์บอร์ดสมกับฟอร์มเดือดทั้งเกม
ช่วงท้ายเกมมีการเปลี่ยนตัวทั้งสองฝั่งต่อเนื่อง โมซัมบิกถึงขั้นเปลี่ยนผู้รักษาประตู ส่ง อิวาเน อูร์รูบาล ลงมาเฝ้าเสานาที 82 ขณะที่ไนจีเรียพักตัวหลักทั้ง เอ็นดิดี, โอเนียก้า, ลุคแมน และ อดัมส์ พร้อมใบเหลืองปิดท้ายของ คาลวิน แบสซีย์ นาที 90+3 ก่อนจบเกมด้วยชัยชนะสุดขาดของไนจีเรีย 4-0

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🇳🇬 ไนจีเรีย (4-3-1-2, เรตติ้งทีม 7.49)
ผู้รักษาประตู
- สแตนลีย์ นวาบาลี (23) – เรตติ้ง 6.7 เซฟสบาย ๆ แทบไม่เหนื่อย เพราะคู่แข่งยิงตรงกรอบไม่ได้เลย
กองหลัง
- บรাইট โอซายี-ซามูเอล (2) – 7.1 เติมเกมรุกทางขวาสม่ำเสมอ
- เซมี อาจายี (6) – 7.0 อ่านเกมดี เก็บกวาดบอลยาวจากคู่แข่ง
- คาลวิน แบสซีย์ (21) – 7.6 แข็งแกร่ง ดักบอลได้หลายครั้ง แม้จะมีใบเหลืองท้ายเกม
- บรูโน โอนเยมาเอกี (13) – 7.2 คุมฝั่งซ้ายแน่น ไม่เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามเจาะง่าย ๆ
กองกลาง
- วิลเฟร็ด เอ็นดิดี (กัปตัน, 4) – 7.4 ห้องเครื่องตัวหลัก ช่วยตัดบอลและเริ่มต้นเกมรุก
- แฟรงค์ โอเนียก้า (8) – 6.7 ไล่บี้กลางสนามดุดัน มีใบเหลืองท้ายครึ่งแรก
- อเล็กซ์ อิโวบี (17) – 7.7 คอยเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้า เคลื่อนที่หาพื้นที่ดี
- อะคอร์ อดัมส์ (22) – 9.2 ทำ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ เป็นตัวปั้นเกมตัวจบสกอร์ในคนเดียวกัน
- อเดโมลา ลุคแมน (7) – 10.0 ยิง 1 จ่าย 2 แทบจะอยู่ในทุกช็อตสำคัญของทีม
กองหน้า
- วิคเตอร์ โอซิมเฮน (9) – 8.0 เบิกประตูที่สองให้ทีม วิ่งหาพื้นที่ปั่นป่วนแนวรับตลอด
ตัวสำรองที่ลงสนามไนจีเรีย
- โมเสส ไซมอน (15) ลงนาที 68 แทน โอซิมเฮน เติมความเร็วทางริมเส้น
- ราฟาเอล โอเนเยดิกา (18) ลงนาที 83 แทน เอ็นดิดี ปิดจ๊อบกลางสนาม
- ฟิซาโย เดเล-บาซิรู (10) ลงนาที 83 แทน โอเนียก้า ช่วยคุมจังหวะเกมท้ายเกม
- ซามูเอล ชุควูเอเซ (11) ลงนาที 86 แทน อะคอร์ อดัมส์ เติมมิติการเลี้ยงกินตัว
- พอล โอนัวชู (19) ลงนาที 86 แทน ลุคแมน ยืนเป็นหน้าเป้าตัวใหญ่คอยบังบอล
🇲🇿 โมซัมบิก (4-2-3-1, เรตติ้งทีม 6.34)
ผู้รักษาประตู
- เออร์แนน (1) – 6.4 เสีย 4 ประตู แต่หลายจังหวะก็ป้องกันไม่ไหวจริง ๆ
กองหลัง
- เบโต้ ลังกา (5) – 6.1 แบ็กขวาพยายามบล็อกลูกครอส แต่โดนลุคแมนกับอิโวบีเล่นงานทั้งเกม
- เรอินิลโด มันดาวา (15) – 7.0 เซนเตอร์ที่ยืนหยัดมากสุดในแผงหลัง
- กีมา (21) – 6.0 เจอบอลบอมบ์เข้าใส่ตลอด ทำงานหนักจนยุบ
- วิติ (19) – 6.7 แบ็กซ้ายพยายามเติมเกมแต่โดนบีบให้ต้องเล่นเกมรับเป็นหลัก
กองกลางและตัวรุก
- แอนเดอร์สัน อามาดี (16) – 6.1 หน้าที่เชื่อมเกมแต่แทบไม่ได้ครองบอล
- กีมา (21) ถูกดันขึ้นมายืนคู่กลางในบางจังหวะ ช่วยไล่เพรส
- กาสตอน คาตาโม (10) – 6.1 พยายามลากบอลสวนกลับแต่ไม่ค่อยมีเพื่อนเติม
- โดมิงเกส (กัปตัน, 7) – 6.3 จอมทัพประสบการณ์สูง แต่โดนไล่บี้จนเล่นไม่ออก
- ดาลซีโอน คาลิลา (23) – 6.0 ยืนริมเส้นฝั่งขวา ก่อนถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
- ฟาอิซ อับดูล บังกัล (9) – 6.4 ยืนหน้าเป้า มีโอกาสแต่น้อย แถมโดนใบเหลืองหนึ่งใบ
ตัวสำรองที่ลงสนามโมซัมบิก
- นานานี อินเฟรน (2) ลงนาที 46 แทน คาลิลา เติมความสดริมเส้น
- มานูเอล คัมบาลา (6) ลงนาที 46 แทน โดมิงเกส พยายามกระตุ้นเกมรุกกลางสนาม
- ชามิโต อัลฟานเดกา (25) ลงนาที 61 แทน วิติ เพื่อเพิ่มมิติการสวนกลับ
- สแตนลีย์ ราติฟู (13) ลงนาที 67 แทน บังกัล ยืนหน้าเป้าคนใหม่
- อิวาเน อูร์รูบาล (22) ลงนาที 82 แทน เออร์แนน เฝ้าเสาช่วงท้ายเกม
ตัวสำรองที่เหลือของทั้งสองทีม เช่น ฟรานซิส อูโซโฮ, ไชดู ซานูซี, คิโมิส, เฟลิซิอาโน โชนี เนเน่ (ที่มีสถานะบาดเจ็บต้องเช็กความฟิต) ไม่มีโอกาสลงสนามในแมตช์นี้
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
มองในมุมแท็กติก นี่คือเกมที่ไนจีเรียโชว์ให้เห็นว่าทำการบ้านมาดีแค่ไหน แผน 4-3-1-2 ของพวกเขาใช้ เอ็นดิดี กับ โอเนียก้า ยืนเป็นคู่กลางตัวชน คอยปิดพื้นที่หน้าเซนเตอร์ แถมช่วยดันบอลขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อบอลพ้นแดนตัวเอง อดัมส์ จะลอยอยู่ระหว่างไลน์กองกลาง–กองหลังของโมซัมบิก ทำให้คู่แข่งต้องตัดสินใจว่าจะตามประกบหรือถอยไปปิดช่องให้โอซิมเฮน
ในเกมรุก ไนจีเรียใช้การเคลื่อนที่สลับตำแหน่งของ ลุคแมน, อิโวบี และ อดัมส์ ได้อย่างลงตัว หลายครั้งเห็นลุคแมนหุบเข้าในเพื่อเปิดทางให้แบ็กซ้ายเติม ส่วนโอซิมเฮนวิ่งตัดหลังเซนเตอร์ตลอดเวลา นี่คือจุดที่โมซัมบิกตามไม่ทัน จนโดนเจาะทั้งจากลูกครอสและบอลทะลุช่อง
ด้านโมซัมบิก วางหมาก 4-2-3-1 ในเชิงทฤษฎีควรจะอุดแน่นและรอสวนกลับ แต่เมื่อคู่กลางรับแรงกดดันไม่ไหว เส้นทางจ่ายบอลไปถึงตัวรุกอย่าง คาตาโม หรือ คาลิลา แทบไม่มี ความเชื่อมต่อระหว่างแดนกลางกับหน้าเป้าหายไป ทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างโอกาสลุ้นประตูได้จริงจัง นี่คือบทเรียนชัดเจนในเชิง วิเคราะห์บอล ว่าถ้าเจอทีมที่เพรสซิ่งจัดอย่างไนจีเรีย การยืนต่ำอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีแผนหนีเพรสที่ชัดเจนกว่านี้

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมบอกเรื่องราวทุกอย่าง ไนจีเรียยิงรวม 21 ครั้ง เข้ากรอบถึง 9 ครั้ง ขณะที่โมซัมบิกได้ยิงเพียง 2 หน และไม่ตรงกรอบเลยสักลูก การครองบอล “อินทรีมรกต” กดไป 62% ต่อ 38% กดดันให้เกมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในแดนของทีมเยือน
ไนจีเรียฟาวล์มากกว่า 23 ครั้ง สะท้อนสไตล์เกมรับแบบดุดันพร้อมตัดฟาวล์ตั้งแต่กลางสนาม เพื่อไม่ให้คู่แข่งสวนกลับง่าย ๆ รับใบเหลืองไป 3 ใบ ส่วนโมซัมบิกฟาวล์ 13 ครั้ง ได้ใบเหลือง 1 ใบ เกมเตะมุมไนจีเรียเหนือกว่าชัด 5-0 ขณะที่ล้ำหน้าไนจีเรีย 2 ครั้ง โมซัมบิก 3 ครั้ง ซึ่งก็ไม่แปลกเมื่อทีมเยือนต้องพยายามดันไลน์ขึ้นมาล้ำหน้าเพื่อหยุดความเร็วของแนวรุกเจ้าถิ่น
⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⚽ 20′ ไนจีเรียนำ 1-0 อเดโมลา ลุคแมน ซัดเสียบเสาจากจ่ายของ อะคอร์ อดัมส์
- ⚽ 25′ สกอร์ไหลเป็น 2-0 วิคเตอร์ โอซิมเฮน ยิงจ่อ ๆ จากจังหวะต่อบอลในเขตโทษ อดัมส์มีส่วนร่วมอีกครั้ง
- 🟨 38′ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี ทำฟาวล์กลางสนาม รับใบเหลืองแรกของเกม
- 🟨 45+3′ แฟรงค์ โอเนียก้า เข้าบอลหนัก โดนใบเหลืองเพิ่มก่อนหมดครึ่งแรก สกอร์จบที่ 2-0
- 🔁 46′ โมซัมบิกแก้เกม เปลี่ยน นานานี อินเฟรน แทน ดาลซีโอน คาลิลา และ มานูเอล คัมบาลา แทน โดมิงเกส
- ⚽ 47′ ไนจีเรียหนี 3-0 โอซิมเฮน รับบอลจากลุคแมนก่อนกดเต็มข้อไม่เหลือซาก
- 🔁 61′ ทีมเยือนส่ง ชามิโต อัลฟานเดกา แทน วิติ หวังเติมความสดริมเส้น
- 🟨 62′ ฟาอิซ บังกัล ทำฟาวล์แรงใส่กองหลังไนจีเรีย รับใบเหลือง
- 🔁 67′ โมซัมบิกขยับอีกครั้ง ส่ง สแตนลีย์ ราติฟู ลงแทน บังกัล ยืนหน้าเป้า
- 🔁 68′ ไนจีเรียพักโอซิมเฮน ส่ง โมเสส ไซมอน ลงมาลุยต่อ
- ⚽ 75′ สกอร์ไหลเป็น 4-0 อะคอร์ อดัมส์ วิ่งสอดรับบอลจากลุคแมนก่อนยิงผ่านมือผู้รักษาประตูอย่างเฉียบคม
- 🔁 82′ โมซัมบิกเปลี่ยนผู้รักษาประตู อิวาเน อูร์รูบาล ลงแทน เออร์แนน
- 🔁 83′ ไนจีเรียส่ง ราฟาเอล โอเนเยดิกา แทน เอ็นดิดี และ ฟิซาโย เดเล-บาซิรู แทน โอเนียก้า ปรับสมดุลแดนกลาง
- 🔁 86′ ซามูเอล ชุควูเอเซ ลงแทน อดัมส์ และ พอล โอนัวชู ลงแทน ลุคแมน
- 🟨 90+3′ คาลวิน แบสซีย์ ทำฟาวล์โดนใบเหลืองปิดท้าย ก่อนกรรมการเป่าจบเกม ไนจีเรียชนะ 4-0
🌟 Player of the Match
ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของเกมนี้ไม่ต้องลุ้น อเดโมลา ลุคแมน กินขาดด้วยเรตติ้งเต็ม 10 จากผลงาน 1 ประตู 2 แอสซิสต์ ทั้งยิงเปิดหัว ทั้งจ่ายให้โอซิมเฮนและอดัมส์ปิดบัญชี เกมนี้เขาเล่นเหมือนเป็นศูนย์กลางของทุกการโจมตี เลี้ยงกินตัวได้ จ่ายบอลคม สลับตำแหน่งกับอิโวบีและอดัมส์จนแนวรับโมซัมบิกงงเป็นไก่ตาแตก
อีกรายที่ต้องชมคือ อะคอร์ อดัมส์ เรตติ้ง 9.2 มีส่วนกับ 3 จาก 4 ประตู ขณะที่โอซิมเฮนได้ 8.0 ทำสองประตูสำคัญฝั่งไนจีเรีย ส่วนฝั่งโมซัมบิก ผู้เล่นที่พอจะยืนหยัดได้คือ อิวาเน อูร์รูบาล ที่ลงมาแล้วเซฟสวย ๆ หลายครั้ง ได้เรตติ้ง 7.1 และ เรอินิลโด มันดาวา เซนเตอร์ฮาล์ฟที่พยายามต้านจนจบเกม
📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนแอฟริกาคัพออฟเนชันส์
แม้จะเป็นรอบน็อกเอาต์ที่ไม่มี “ตารางคะแนน” แบบลีก แต่ชัยชนะ 4-0 เกมนี้คือการประกาศศักดาของไนจีเรียชัดเจนว่าเป็นตัวเต็งลุ้นแชมป์เต็มตัว พวกเขาผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยฟอร์มที่ทั้งคมและแน่น ไม่มีเสียประตูให้เห็น ขณะที่โมซัมบิกต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน จบเส้นทางในทัวร์นาเมนต์ไว้เพียงรอบนี้
สำหรับภาพรวมของสายนี้ ผลที่เกิดขึ้นทำให้แรงกดดันไปตกอยู่ที่ทีมใหญ่สายอื่นทันที เพราะใครจะเจอไนจีเรียในรอบ 8 ทีม ต้องเตรียมรับมือเกมรุกดุแบบไม่มียั้งแน่นอน
📅 ตารางบอลแอฟริกาคัพออฟเนชันส์นัดถัดไป
จากข้อมูลใน โปรแกรมบอล ทัวร์นาเมนต์ ระบุว่าไนจีเรียมีคิวลงเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันที่ 10 มกราคม 2026 เวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยยังต้องรอผลจากคู่ในสายเดียวกันเพื่อรู้ชื่อคู่แข่งอย่างเป็นทางการ แต่ฟอร์มระดับนี้ไม่ว่าใครจะโผล่มาเจอ ก็ต้องคิดหนักทุกทีมแน่นอน ส่วนโมซัมบิกปิดจบภารกิจในรายการนี้เรียบร้อย รอแก้ตัวในรอบคัดเลือกครั้งต่อไปแทน
🏠 ติดตาม บ้านผลบอล และข่าวบอลมันส์ๆ ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ พร้อมอ่านสรุปเกมมันส์ ๆ สไตล์นักเลงลูกหนัง อย่าลืมตามดู บ้านผลบอล และบทสรุปหลังเกมจาก บ้านกีฬา เราพร้อมเสิร์ฟทั้งสถิติ แท็กติก มุมมองขอบสนาม และทีเด็ดวิเคราะห์ก่อน–หลังแข่ง ให้สายฟุตบอลได้อัปเดตทุกค่ำคืน ไม่พลาดทุกจังหวะเดือดของแอฟริกาคัพออฟเนชันส์และลีกใหญ่ทั่วโลก

