
จาก : ผลบอลสด ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ระหว่าง ออสเตรเลีย ยู-23 2-1 ทีมชาติไทย ยู-23 วันนี้ 8/1/69 – บ้านกีฬา
ศึก U23 AFC Asian Cup 2026 กลุ่ม D นัดเปิดหัวที่กาตาร์ แฟนบอลที่กดเช็ก ผลบอลสด กันรัว ๆ ได้ดราม่าตั้งแต่ต้นเกม เมื่อทีมชาติไทย U23 ของโค้ชธวัชชัย ดำรงค์อังกูร ออกสตาร์ตได้สวย นำออสเตรเลีย U23 ก่อน แต่ต้องเล่น 10 คนตั้งแต่ต้นครึ่งแรก และโดน “จิงโจ้จูเนียร์” พลิกแซง 2-1 ทำให้เส้นทางเข้ารอบของช้างศึกชุดเล็กเริ่มขรุขระตั้งแต่นัดแรก
⏱️ ครึ่งแรก – ไทยยิงนำแต่ใบแดงเปลี่ยนหน้าหนัง
บ้านกีฬาเห็นภาพชัดว่าต้นเกมไทยไม่ได้กลัวชื่อชั้น จัดระบบ 5-2-3 เน้นเกมรับรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว และได้ผลทันที นาทีที่ 8 สิทธา บุญหล้า เก็บบอลจังหวะสองหน้าเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อเสียบตาข่าย ให้ไทยขึ้นนำ 1-0 แบบทำออสซี่เงิบทั้งสนาม
แต่จากนั้นแค่ไม่กี่อึดใจ หนังทั้งเรื่องก็เปลี่ยน นาทีที่ 12 ผู้รักษาประตู พี.เอ็ม. เจนเซ่น ออกมาพุ่งสกัดนอกกรอบชนกองหน้าออสเตรเลียเต็ม ๆ หลังผู้ตัดสินเช็ก VAR ก็ตัดสินใจควักใบแดงตรง ไล่นายด่านลูกครึ่งไทยออกจากสนาม ช้างศึก U23 ต้องเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 12 และจำใจถอยตัวรับลงต่ำทันที
พอเสียตัวผู้เล่น เกมก็ไหลเข้าทางออสเตรเลีย นาที 26 แนวรับไทยสกัดพลาดในกรอบเขตโทษไปทำฟาวล์ ยายาห์ ดูคูลี ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษหลังดู VAR และในนาที 29 อีธาน อาลากิช รับหน้าที่สังหาร ยิงเข้าไปไม่พลาด ตีเสมอ 1-1
ยังไม่ทันตั้งหลักดี นาที 30 แนวรับไทยเคลียร์บอลไม่ขาด บอลเด้งมาเข้าทาง มาธิอัส แลงเกลนด์ แมคอัลลิสเตอร์ ได้ปั่นด้วยซ้ายแบบไม่จับ บอลโค้งเสียบเสาอย่างสวย ทำให้ออสเตรเลียพลิกนำ 2-1 ในเวลาแค่สองนาที บ้านกีฬาเรียกได้ว่าเกมรับไทยเสียสมาธิเต็ม ๆ หลังเหลือผู้เล่น 10 คน
ท้ายครึ่งแรกไทยแทบไม่ได้โต้กลับมากนัก ต้องภาวะตั้งโซนรับลึก รอจังหวะสวนกลับแบบประปราย จบ 45 นาทีแรก ออสเตรเลียครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียวและนำ 2-1
🔁 ครึ่งหลัง – ช้างศึก 10 คนใจสู้แต่ไปไม่ถึงแต้ม
ครึ่งหลังโค้ชธวัชชัยแก้เกมด้วยการเสริมแผงกลาง ส่ง อุสซามา เทียงคาม ลงมาช่วยไล่บีบตั้งแต่กลางสนาม ก่อนจะเติม ธีรภัทร ปรือทอง กับ ยศศักดิ์ ณัฐฐสิทธิ์ ลงมาเพิ่มความสด
แม้จะเหลือ 10 คน แต่ไทยยังพยายามสู้ นาทีราว ๆ ชั่วโมงของเกม ธีรภัทร เปิดฟรีคิกไปให้ อุสซามา เทียงคาม ได้โหม่งลุ้น แต่บอลไม่แรงพอ เข้ามือ สตีเวน ฮอลล์ นายทวารออสซี่แบบเสียของ
ออสเตรเลียเองก็มีโอกาสปิดเกมหลายครั้ง ทั้งจังหวะยิงไกลของอาลากิช และลูกซัดมุมแคบของไอแดน แฮมมอนด์ แต่ ชมพัฒน์ บุญเลิศ ที่ลงมาทำหน้าที่นายด่านสำรองเซฟช่วยไทยไว้ได้ตลอด
ช่วงท้ายเกม ไทยหันมาเปิดหน้าแลกในช่วงทดเวลา และมีจังหวะวูบวาบจาก ธนาวุฒิ โภไคย ที่คอยลากเลื้อยหน้าเขตโทษ แต่ยังไม่คมพอ แถมเจ้าตัวยังมาโดนใบเหลืองในช่วงทดเจ็บจากการตัดฟาวล์จังหวะสุดท้าย
สุดท้ายเสียงนกหวีดดังจบ 90 นาที ออสเตรเลีย U23 เฉือนชนะไทย U23 ไป 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ ขณะที่ช้างศึกต้องไปลุ้นหนักอีกสองเกมที่เหลือ

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🟡 ออสเตรเลีย U23 (4-4-2)
ผู้รักษาประตู
- สตีเวน ฮอลล์ (7.0) – เซฟสวย ๆ หลายครั้งในครึ่งหลัง คุมเกมรับได้ดี
กองหลัง
- โจชัว รอว์ลินส์ (6.5) – เติมเกมริมเส้นซ้ายเรื่อย ๆ แม้ครอสยังไม่เป๊ะ
- กิวลียาโน โบวาลินา (6.5) – เกมรับเหนียว ใช้ร่างกายเบียดกับกองหน้าไทยตลอด ก่อนโดนเปลี่ยนออก
- เจค็อบ วาลาดอน (6.5) – คุมพื้นที่กลางแนวรับได้ดี รับมือบอลยาวของไทยได้พอใช้
- นาธาเนียล พอลล์ (7.0) – เด่นเรื่องลูกกลางอากาศ ตัดบอลจังหวะสุดท้ายบ่อยครั้ง
กองกลาง
- ยายาห์ ดูคูลี (7.0) – ป่วนแนวรับไทยจนได้จุดโทษให้ทีม มีส่วนสำคัญกับเกมรุกฝั่งซ้าย
- อีธาน อาลากิช (7.5) – ยิงจุดโทษตีเสมอและเป็นตัวเชื่อมเกม คุมจังหวะบุกได้เนียน
- ลาชลัน โจวาโนวิช (6.5) – ทำงานหนักตรงกลาง ก่อนถูกเปลี่ยนออกเพิ่มความสด
- อเล็กซ์ ซิมมอนส์ (6.5) – เติมเกมขวา ช่วยซ้อนเกมรับได้ดี
กองหน้า
- มาธิอัส แลงเกลนด์ แมคอัลลิสเตอร์ (8.0) – ยิงประตูชัยสุดคม สร้างโอกาสให้เพื่อนตลอด เป็นตัวปั่นป่วนหลักของแนวรับไทย
- ไอแดน แฮมมอนด์ (6.5) – เคลื่อนที่หาช่องดี มีโอกาสยิงหลายครั้งแต่ยังจบสกอร์ไม่ได้
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เจมส์ โอเวอรี (6.5) – ลงมาแทนโบวาลินา ช่วยล็อกเกมรับช่วงท้าย
- เจด ดรูว์ (6.5) – มีสปีดช่วยดันเกมริมเส้นขวา
- นาธาเนียล แบลร์ (6.5) – พยายามหาพื้นที่ในเขตโทษ แต่ยังไม่คม
- อาเรียธ พิโอล (6.5) – ลงมาไล่บีบแนวรับไทยช่วงท้าย
- หลุยส์ อากอสติ (6.5) – ปิดเกมแดนกลาง เก็บบอลจังหวะสอง
🔵 ทีมชาติไทย U23 (5-2-3)
ผู้รักษาประตู
- พี.เอ็ม. เจนเซ่น (5.0) – เริ่มเกมได้ไม่นานก็โดนใบแดงจังหวะออกมาตัดบอล ทำให้ทีมเสียเปรียบหนัก
- ชมพัฒน์ บุญเลิศ (7.0) – ลงมารับหน้าที่เฝ้าเสาแทน เล่นได้เยือกเย็น เซฟสวยหลายครั้งช่วยไทยลุ้นอยู่ในเกม
กองหลัง
- สาคร โน้วงศ์ (6.5) – ยืนแบ็กขวาเกมรับแน่น แต่เติมเกมไม่มากหลังเหลือสิบคน
- นาริน เจมส์ (6.5) – คุมโซนกลางได้ดีในช่วงแรก ก่อนจะโดนบุกยำหลังเหลือ 10 คน
- วิชาญ อินอารัมย์ (6.0) – ทำงานหนักกับลูกกลางอากาศ ประกบคู่หน้าจิงโจ้ไม่ง่าย
- ชมพัฒน์ บุญเลิศ/จอมภพ บุณเลิศ (6.5) – ต้องขยับบทบาทช่วยเกมรับและเฝ้าเสาสลับกัน เหนื่อยสุด ๆ ทั้งเกม
- ปิชิทธิ์ชัย เศียรกระโทก (5.5) – จังหวะทำฟาวล์เสียจุดโทษทำให้เกมเปลี่ยนโมเมนตัม
กองกลาง
- สิทธา บุญหล้า (7.0) – ดาวเด่นของไทย ยิงประตูขึ้นนำอย่างเฉียบ และยังช่วยเชื่อมเกมรุกแม้ทีมเหลือ 10 คน
- ฉวัลวิทร์ สีเหล้า (6.0) – ช่วงต้นเกมทำหน้าที่ซ้อนเกมรับดี ก่อนถูกเปลี่ยนออกเพื่อเสริมตัวรุก
กองหน้า / ตัวรุก
- ธนาวุฒิ โภไคย (6.5) – ทำงานหนักทั้งเพรสซิ่งและดึงจังหวะ แต่เจอแนวรับออสซี่ล็อกแน่น
- พีรนันท์ เบาคำ (5.5) – มีส่วนกับเกมรุกไม่มาก และถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่นาที 36
- อิลกาส ซานรอน (6.0) – ลากเลื้อยสร้างจังหวะได้บ้าง แต่พลังเริ่มตกก่อนโดนเปลี่ยนปลายเกม
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อุสซามา เทียงคาม (6.5) – ลงมาแล้วช่วยไล่บีบแดนกลาง ทำให้ไทยยืนเกมรับได้เหนียวขึ้น
- ธีรภัทร ปรือทอง (6.5) – เปิดลูกนิ่งได้ลุ้น เป็นตัวเติมเกมบุกในครึ่งหลัง
- ยศศักดิ์ ณัฐฐสิทธิ์ (6.5) – เพิ่มความคล่องตัวในแดนกลาง รับส่งบอลเนียนตา
- ปริพรรณ วงศา (6.0) – ลงปลายเกม มีจังหวะวิ่งไล่บีบแนวรับออสซี่
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
บ้านกีฬาไล่ดูเกมแล้วต้องบอกว่า ในเชิง วิเคราะห์บอล แท็กติก เกมนี้คือ “สมดุลที่พังเพราะใบแดง” ชัด ๆ
ออสเตรเลียยืนระบบ 4-4-2 แบบดั้งเดิม ใช้คู่หน้ากดดันเซ็นเตอร์ไทยตลอดเวลา คู่กลางอย่างอาลากิชกับโจวาโนวิชคอยคุมจังหวะ บวกกับปีกอย่างดูคูลีที่ลากเลื้อยด้านซ้าย ทำให้แนวรับไทยต้องถอยลงต่ำตลอด ครองบอลมากถึง 62% และบุกเป็นระลอก
ฝั่งไทยวางหมาก 5-2-3 เน้นแนวรับสามเซ็นเตอร์ แล้วดันวิงแบ็กขึ้นสูงเวลาพาบอลสวนกลับ จุดแข็งคือจังหวะเปลี่ยนรับเป็นรุกเร็วทันทีหลังตัดบอลได้ ซึ่งเห็นชัดจากประตูนำ 1-0 ที่แป๊บเดียวบอลจากแดนหลังขึ้นไปถึงสิทธา บุญหล้า ซัดไม่เหลือ
แต่หลังเหลือ 10 คน ไทยจำเป็นต้องหุบวิงแบ็กลงมาช่วยเซ็นเตอร์ กลายเป็น 5-3-1 แบบจำใจ ทำให้แดนกลางถูกออสเตรเลียครองหมด พื้นที่ระหว่างไลน์กองกลาง-กองหลังเปิดให้แมคอัลลิสเตอร์เก็บบอลได้หลายครั้ง จังหวะล็อกเข้าในแล้วยิงคือภาพที่แนวรับไทยรับมือยากที่สุด
ครึ่งหลังแม้โค้ชธวัชชัยจะปรับมาเล่นคล้าย 5-3-1/4-4-1 ยามครองบอล เพิ่มมิติริมเส้นจากธีรภัทรและอุสซามา ทำให้ไทยมีโอกาสเซ็ตเกมบุกมากขึ้น แต่การไม่มีหน้าเป้าธรรมชาติทำให้บอลสุดท้ายในกรอบเขตโทษไม่คมพอ จะเน้นครอสก็เสียเปรียบความสูง จะเล่นทะลุช่องก็โดนอ่านเกมก่อน
สรุปเชิงแท็กติก เกมนี้ไทยแพ้ด้วยจำนวนผู้เล่นและแรงกดดันต่อเนื่องมากกว่าเรื่องศักยภาพล้วน ๆ ถ้าไม่โดนใบแดงเร็ว เกมน่าจะสูสีและมีโอกาสแบ่งแต้มได้มากกว่านี้

📈 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมชัดเจน ออสเตรเลียกดดันด้วยการยิงทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบถึง 8 ครั้ง ขณะที่ไทยยิงได้ 9 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้งเท่านั้น การครองบอลก็เป็นจิงโจ้ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนที่ 62% ต่อ 38% ทำให้ไทยต้องวิ่งตามเกมและเล่นเกมรับยาว ๆ เกือบทั้งแมตช์
ที่น่าสนใจคือจำนวนฟาวล์ ออสเตรเลียทำถึง 13 ครั้ง ส่วนไทยเพียง 4 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมไทยพยายามเล่นแบบไม่ดุดันเกินไปหลังเหลือ 10 คน กลัวโดนใบเหลือง-แดงเพิ่ม ขณะที่จิงโจ้บดใส่เต็มที่แต่ยังคุมอารมณ์ได้ดีกว่า ใบเหลืองคนละ 1 ใบ ขณะที่ใบแดงมีแค่ฝั่งไทยจากจังหวะของเจนเซ่น ส่วนลูกเตะมุมออสเตรเลียได้ถึง 9 ครั้ง ไทยได้ 5 ครั้ง บ่งบอกว่าเจ้าหนูออสซี่เดินเกมบุกด้านข้างได้ผลตลอดทั้งเกม
⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 8: ทีมชาติไทยออกนำ 1-0 จากจังหวะที่แนวรับออสเตรเลียเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สิทธา บุญหล้า ซัดเต็มข้อเสียบเสา
- 🟥 นาที 12: พี.เอ็ม. เจนเซ่น ออกมาตัดบอลนอกกรอบชนกองหน้าออสเตรเลีย ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วควักใบแดงตรง ไล่นายทวารไทยออกจากสนาม
- ⚽ นาที 29: ออสเตรเลียได้จุดโทษจากจังหวะ พิชิทธิ์ชัย เศียรกระโทก ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ อีธาน อาลากิช รับหน้าที่สังหาร ตีเสมอ 1-1
- ⚽ นาที 30: แนวรับไทยเสียสมาธิปล่อยบอลเด้งมาเข้าทาง มาธิอัส แลงเกลนด์ แมคอัลลิสเตอร์ ปั่นด้วยซ้ายสุดสวยให้ ออสเตรเลีย แซงนำ 2-1
- 🔁 นาที 36: ไทยเปลี่ยนตัว ส่ง อุสซามา เทียงคาม ลงมาแทน พีรนันท์ เบาคำ เพื่อช่วยแพ็กเกมรับ
- 🔁 นาที 46: ออสเตรเลียส่ง เจมส์ โอเวอรี ลงมาแทน กิวลียาโน โบวาลินา ปรับเกมรับครึ่งหลัง
- 🔁 นาที 58: ไทยเปลี่ยนสองคนรวด ธีรภัทร ปรือทอง แทน ฉวัลวิทร์ สีเหล้า และ ยศศักดิ์ ณัฐฐสิทธิ์ แทน ปิชิทธิ์ชัย เศียรกระโทก เพื่อเติมพลังแดนกลาง
- 🟨 นาที 62: ยายาห์ ดูคูลี โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนัก
- 🔁 นาที 69: ออสเตรเลียเสริมความสด ส่ง เจด ดรูว์ แทน ดูคูลี และ นาธาเนียล แบลร์ แทน โจวาโนวิช
- 🔁 นาที 80: อาเรียธ พิโอล ลงแทน ไอแดน แฮมมอนด์ เพิ่มสปีดด้านหน้า
- 🔁 นาที 86: หลุยส์ อากอสติ เปลี่ยนลงมาแทน แมคอัลลิสเตอร์ เพื่อปิดเกมแดนกลาง
- 🔁 นาที 87: ไทยส่ง ปริพรรณ วงศา แทน อิลกาส ซานรอน ลองเสี่ยงเกมรุกช่วงท้าย
- 🟨 นาที 90+1: ธนาวุฒิ โภไคย รับใบเหลืองจากการตัดฟาวล์จังหวะสวนกลับของออสเตรเลีย
🌟 Player of the Match – มาธิอัส แลงเกลนด์ แมคอัลลิสเตอร์
แม้ อีธาน อาลากิช จะยิงจุดโทษตีเสมอ แต่บ้านกีฬายกให้ มาธิอัส แลงเกลนด์ แมคอัลลิสเตอร์ เป็น Player of the Match แบบไม่มีข้อโต้แย้ง ลูกยิงปั่นโค้งนาทีที่ 30 คือประตูเปลี่ยนหน้าหนัง ทำให้ออสเตรเลียพลิกนำและเล่นง่ายตลอดที่เหลือของเกม
ตลอด 70 กว่านาทีในสนาม แมคอัลลิสเตอร์คอยดร็อปต่ำมารับบอลระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังไทย ล็อกหลบหนึ่งแตะหนึ่งตลอดเวลา บีบให้เซ็นเตอร์ไทยต้องออกมาดวลเดี่ยวจนเสียรูปขบวน นอกจากประตูแล้ว เขายังมีอีกหลายจังหวะที่เกือบได้แอสซิสต์ ถ้าเพื่อนจบสกอร์คมกว่านี้ สถิติจะโหดกว่านี้อีกเยอะ

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนน U23 AFC Asian Cup กลุ่ม D
หลังจบนัดแรก ออสเตรเลีย U23 เก็บ 3 แต้ม ขึ้นจ่าฝูงกลุ่ม D ด้วยผลงานแข่ง 1 ชนะ 1 ยิงได้ 2 เสีย 1 ประตูได้เสีย +1 ส่วน จีน U23 กับ อิรัก U23 แบ่งแต้มกันคนละจุด อยู่อันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ขณะที่ไทย U23 รั้งบ๊วยของกลุ่ม แข่ง 1 นัด แพ้ 1 ยิงได้ 1 เสีย 2 ประตูได้เสีย -1
ภาพรวมคือช้างศึกต้องเก็บอย่างน้อย 4 แต้มจากอีก 2 เกมที่เหลือถึงจะมีลุ้นเข้ารอบต่อไป ซึ่งไม่ใช่งานง่าย เพราะต้องเจอกับทั้งอิรักและจีนที่ต่างก็เขี้ยวจัดในระดับเยาวชน
📅 ตารางบอล U23 AFC Asian Cup กลุ่ม D นัดถัดไป
มองไปที่ ตารางบอลวันนี้ ของทัวร์นาเมนต์ U23 AFC Asian Cup กลุ่ม D โปรแกรมต่อจากนี้อัดแน่นและชี้ชะตาทุกทีม
- 11 มกราคม 2026 เวลา 18.30 น. จีน U23 vs ออสเตรเลีย U23
- 11 มกราคม 2026 เวลา 21.00 น. ไทย U23 vs อิรัก U23
- 14 มกราคม 2026 เวลา 18.30 น. อิรัก U23 vs ออสเตรเลีย U23
- 14 มกราคม 2026 เวลา 18.30 น. ไทย U23 vs จีน U23
ถือเป็น โปรแกรมบอล ที่ไม่มีเกมไหนง่ายสำหรับไทยเลย บ้านกีฬามองว่า ถ้าเก็บชัยชนะเหนืออิรักให้ได้ก่อน ความมั่นใจจะกลับมา แล้วค่อยไปลุ้นเกมปิดกลุ่มกับจีนแบบชี้เป็นชี้ตายอีกที
📺 ติดตามบ้านผลบอลและช้างศึก U23 ได้ที่บ้านกีฬา
แฟนบอลชาวไทยที่อยากตามผลการแข่งขันของช้างศึกทุกจังหวะ ทั้งสกอร์สด รายชื่อผู้เล่น และอัปเดต บ้านผลบอล จากทุกสนามในทัวร์นาเมนต์นี้ บ้านกีฬาเตรียมรายงานแบบละเอียดให้ครบ จบในที่เดียว กดติดตามเราไว้ รับรองไม่พลาดทุกข่าวร้อนของทีมชาติไทย U23 ตลอดเส้นทางลุยศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้แน่นอน

