
จาก : ผลบอลสด โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-2 โอลิมปิก มาร์กเซย วันนี้ 9/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ เกมชิงถ้วยซูเปอร์คัพเมืองน้ำหอม เปิดหัวซีซั่นด้วยดราม่าจนแฟนบอลต้องเช็กสกอร์จาก ผลบอลสด กันแทบทุกนาที เมื่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง ดวลเดือดโคตรอริ โอลิมปิก มาร์กเซย แบบใส่กันไม่มียั้ง จบ 90 นาทีเสมอ 2-2 ก่อนที่เปแอสเชจะแม่นกว่าในการดวลจุดโทษ ยิงเข้า 4-1 ผงาดคว้าโทรฟี่ใบแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ
🔥 ครึ่งแรก: เดมเบเล่เปิดไฟ จุดเครื่องรุกเปแอสเช
เปิดเกมมาไม่กี่จังหวะ มาร์กเซยขู่ก่อนจากบอลโด่งและลูกเตะมุมหลายครั้ง Leonardo Balerdi โหม่งจ่อ ๆ แต่ Lucas Chevalier ยังยืนถูกที่เซฟเอาไว้ ทำให้เกมยังอยู่ในจังหวะวัดใจกันไปมา
เปแอสเชเริ่มตั้งลำได้จากฝั่งซ้าย Nuno Mendes เติมสูงหาช่องยิง ขณะที่ Khvicha Kvaratskhelia ปั่นจากมุมแคบหลุดกรอบ แบบให้แนวรับทีมเยือนเสียวสันหลัง แต่แล้วนาที 13 ความเฉียบคมก็เปลี่ยนเป็นสกอร์ Vitinha ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ Ousmane Dembélé แต่งหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยซ้ายเสียบมุม เปแอสเชนำ 1-0 และควบคุมจังหวะเกมได้ดีกว่า
หลังจากนั้นมาร์กเซยพยายามตอบโต้ Mason Greenwood ลองส่องไกลหลายครั้ง ขณะที่ Pierre-Emile Højbjerg โขกจากลูกเตะมุมหลุดเสาแบบมีลุ้น แต่แนวรับปารีสยังเก็บบอลสองและดักจังหวะสุดท้ายได้ดี จบครึ่งแรก เปแอสเชขึ้นนำ 1-0 อย่างอยู่หมัด
🔁 ครึ่งหลัง: ดราม่าระเบิดท้ายเกม ก่อนลากไปยิงโทษ
ครึ่งหลังลูกทีม Roberto De Zerbi เร่งเกมทันที เน้นเพรสสูงไล่บีบแนวรับปารีส จนนาที 48 Timothy Weah ต้องยอมตัดเกมใส่ Nuno Mendes รับใบเหลืองใบแรกของเกม ต่อด้วยใบเหลืองของ Højbjerg ในนาที 53 สะท้อนให้เห็นว่ามาร์กเซยเริ่มเล่นหนักเพื่อแย่งโมเมนตัมกลับมา
เปแอสเชเกือบหนีห่างในนาที 62 เมื่อ Désiré Doué กดเต็มข้อชนเสาอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ Warren Zaïre-Emery จะเห็นใบเหลืองของตัวเองในนาที 63 เกมเริ่มเดือดทั้งจังหวะปะทะและเสียงเชียร์บนอัฒจันทร์
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงนาที 74 Chevalier ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสิน Thomas Leonard เป่าเป็นจุดโทษให้มาร์กเซย และนาที 76 Greenwood รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ตีเสมอ 1-1 เกมกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ช่วงท้าย De Zerbi เสริมแถวรุกด้วย Amir Murillo และ Pierre-Emerick Aubameyang ผลคือแรงกดดันถาโถมใส่แนวรับปารีสจนเกิดดราม่าในนาที 87 บอลครอสเข้ามาในเขตโทษและ Willian Pacho สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง มาร์กเซยแซงนำ 2-1 แบบแฟนปารีสช็อกทั้งสนาม
แต่ฟุตบอลยังไม่จบจนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีด นาที 90+5 เปแอสเชได้บอลบุกครั้งสุดท้าย Bradley Barcola โหม่งชงเข้ากลางให้ Gonçalo Ramos ยิงจ่อ ๆ ไม่เหลือ ตีเสมอ 2-2 พาทีมหนีตายเข้าสู่ช่วงดวลจุดโทษ
🎯 ดวลจุดโทษ: Chevalier ปิดประตูแชมป์ให้มาร์กเซย
ช่วงดวลเป้า เปแอสเชแสดงความนิ่งกว่าชัดเจน Ramos ซัดเปิดหัวตามด้วย Vitinha, Nuno Mendes และ Doué ยิงเข้าไม่มีพลาด ขณะที่ฝั่งมาร์กเซย Matt O’Riley และ Hamed Junior Traorè ยิงไปติดเซฟ Chevalier มีเพียง Murillo ที่ยิงผ่านมือได้ สกอร์รวมดวลโทษจบที่ 4-1 ส่งให้ปารีสเฮสนั่นคว้าโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ ไปครองอย่างสุดมัน

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🔵 เปแอสเช
ผู้จัดการทีม: Luis Enrique
ระบบการเล่น: 4-3-3 เน้นครองบอลและต่อบอลสั้นจากแดนหลัง
ผู้รักษาประตู
- Lucas Chevalier (8.6) – เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม และเป็นฮีโร่เซฟสองจุดโทษในช่วงดวลเป้า
กองหลัง
- Warren Zaïre-Emery (6.3) – ประจำการฝั่งขวา โดนใบเหลืองจากจังหวะตัดเกม
- Marquinhos (กัปตัน) (6.7) – คุมแนวรับได้ดี แม้ต้องเจองานหนักกับลูกโด่ง
- Willian Pacho (6.7) – เล่นได้แข็งแกร่งตลอดเกม แต่ผิดพลาดใหญ่จากจังหวะทำเข้าประตูตัวเอง
- Nuno Mendes (7.5) – เติมเกมรุกฝั่งซ้ายดุดัน สร้างโอกาสยิงและเปิดบอลอันตรายหลายครั้ง
กองกลาง
- Fabián Ruiz (6.8) – คุมจังหวะกลางสนาม ช่วยเชื่อมบอลจากหลังไปหน้า
- João Neves (7.0) – เล่นเนียนตา เก็บบอลสองและยิงไกลได้ลุ้น
- Vitinha (7.7) – หนึ่งแอสซิสต์ให้เดมเบเล่ ยิงจุดโทษเข้าอย่างเฉียบขาด
แนวรุก
- Désiré Doué (7.6) – สร้างความหวือหวาจากการเลี้ยงกินตัว มีจังหวะยิงชนเสาและปิดท้ายดวลโทษด้วยลูกยิงเด็ดขาด
- Khvicha Kvaratskhelia (7.3) – สร้างปัญหาให้แบ็กขวามาร์กเซยตลอดด้วยการลากตัดเข้าใน
- Ousmane Dembélé (8.5) – ตัวทีเด็ดแนวรุก ยิงประตูแรกของเกม และขยันวิ่งเพรสสูงทั้ง 90 นาที
ตัวสำรองที่ใช้
- Bradley Barcola (6.9) – ลงมานาที 72 แทน Kvaratskhelia และเป็นคนโหม่งชงให้ Ramos ยิงตีเสมอ 2-2
- Senny Mayulu (6.5) – ลงมาทดแทน Zaïre-Emery ช่วงท้าย เติมพลังในแดนกลาง
- Gonçalo Ramos (8.0) – ลงนาที 89 แทน Fabián Ruiz ยิงประตูสำคัญในช่วงทดเจ็บและรับหน้าที่ยิงจุดโทษลูกแรกอย่างไม่สั่น
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
Martin James, Renato Marin, Ilya Zabarnyi, Lucas Hernández, Lucas Beraldo, Noah Nsoki
นักเตะบาดเจ็บ/ไม่พร้อมลงสนาม
Kang-in Lee, Matvey Safonov, Quentin Ndjantou, Ibrahim Mbaye, Achraf Hakimi
⚪ มาร์กเซย
ผู้จัดการทีม: Roberto De Zerbi
ระบบการเล่น: 3-4-2-1 เน้นวิงแบ็กเติมสูงและเพรสซิ่งดุดัน
ผู้รักษาประตู
- Gerónimo Rulli (8.1) – เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียมากกว่านี้หลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงมุมแคบของ Mendes
กองหลังสามคน
- Benjamin Pavard (6.4) – ยืนฝั่งขวา อ่านเกมดีแต่มีจังหวะโดน Kvaratskhelia เล่นงาน
- Leonardo Balerdi (กัปตัน) (5.8) – โขกได้ลุ้นในครึ่งแรก แต่มีจังหวะเจ็บช่วงท้าย ต้องให้ทีมแพทย์ดูแล
- Facundo Medina (6.3) – ได้ใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะหนัก คุมพื้นที่ด้านซ้ายได้พอใช้
วิงแบ็กและมิดฟิลด์กลาง
- Timothy Weah (6.0) – เติมเกมรุกฝั่งขวา แต่ประสิทธิภาพจังหวะสุดท้ายยังไม่คม แถมโดนใบเหลืองเร็ว
- Emerson (7.6) – วิงแบ็กซ้ายพลังเหลือเฟือ เติมเกมตลอด 90 นาที เป็นหนึ่งในคนที่เด่นสุดของทีมเยือน
- Geoffrey Kondogbia (6.8) – ตัดเกมกลางสนามแข็งแกร่ง
- Pierre-Emile Højbjerg (6.8) – มีโอกาสโหม่งจากเตะมุมหลายครั้ง รับใบเหลืองจากการไล่บี้หนัก
แนวรุก
- Mason Greenwood (7.6) – ตัวปั้นเกมเบอร์ 10 ซัดจุดโทษตีเสมอ 1-1 เยือกเย็น และสร้างปัญหาในพื้นที่ระหว่างไลน์แนวรับเปแอสเช
- Ignacio Paixão (6.3) – ขยับหาพื้นที่ได้ดี ก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงกลางครึ่งหลัง
- Amine Gouiri (6.4) – ยืนหน้าเป้า มีส่วนกับการดึงตัวประกบ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบ
ตัวสำรองที่ใช้
- Hamed Junior Traorè (6.0) – ลงนาที 67 แทน Paixão มีโอกาสยิงจุดโทษแต่โดน Chevalier เซฟ
- Pierre-Emerick Aubameyang (6.6) – ลงนาที 67 แทน Gouiri มีใบเหลืองติดตัวจากการประท้วงผู้ตัดสิน
- Amir Murillo (6.7) – ลงนาที 77 แทน Weah ยิงจุดโทษในชุดแรกของทีมได้สำเร็จ
- Matt O’Riley (6.6) – ลงช่วงทดเวลา 90+ เปลี่ยนแทน Greenwood ทว่าจุดโทษดันยิงไปติดเซฟ
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
Jeffrey de Lange, Conrad Jaden Egan-Riley, Darryl Bakola, Robinio Vaz, Neal Maupay
นักเตะติดโทษแบน/บาดเจ็บ
Arthur Vermeeren (แบน), Bilal Nadir (แบน), Nayef Aguerd (เจ็บ)
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในเชิงแท็กติก ถ้ามองในมุม วิเคราะห์บอล เกมนี้คือการดวลหมากระหว่างทีมที่เน้นครองบอลกับทีมที่เล่นเร็วและใช้วิงแบ็กกดดันข้างสนาม
เปแอสเชของ Luis Enrique ยึดโครง 4-3-3 ออกบอลจากหลังผ่าน Chevalier ไปถึงคู่เซ็นเตอร์แล้วต่อไปที่ Vitinha กับ João Neves คอยหมุนบอลเปลี่ยนแกน จุดเด่นคือการโอเวอร์แลปของ Nuno Mendes ทางซ้ายที่ทำให้ Kvaratskhelia มีพื้นที่เล่นหนึ่งต่อหนึ่งอยู่เรื่อย ๆ ส่วนฝั่งขวา Zaïre-Emery เลือกซ้อนเพื่อบาลานซ์เกมรับ เปิดทางให้ Dembélé ลากเลื้อยแบบไม่ต้องห่วงหลังมากนัก ทำให้การเข้าทำของปารีสดูไหลลื่นและมีรูปแบบชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมรับของเปแอสเชยังมีรอยรั่วโดยเฉพาะพื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ก Pacho ดันไลน์ค่อนข้างสูง เมื่อถูกมาร์กเซยเล่นบอลยาวหรือเปิดจากด้านข้างจึงเกิดช่องให้โขกทำประตูหรือวัดดวงในเขตโทษหลายจังหวะ รวมถึงจุดโทษที่ Chevalier ทำฟาวล์ก็เกิดจากการยืนไลน์ไม่ลงตัวในจังหวะรับลึก
ฝั่งมาร์กเซยในระบบ 3-4-2-1 เน้นตั้งบล็อกกลางสนามให้ Kondogbia กับ Højbjerg แพ็กเกมร่วมกับสามเซ็นเตอร์ แล้วใช้ Emerson และ Weah เป็นอาวุธหลักในเกมสวนกลับ เมื่อได้โอกาสบุกก็ปล่อยให้ Greenwood ล็อกบอลหาช่องยิงหรือแทงทะลุช่องไปให้ Gouiri เข้าทำ ความอันตรายของทีมเยือนมาจากเซตพีซและลูกครอสอย่างชัดเจน เห็นได้จากจำนวนลูกเตะมุมที่เหนือกว่าแบบขาดลอย
การรับลึกแล้วระเบิดสวนกลับของ De Zerbi ทำได้ดีในช่วงท้ายจนเปลี่ยนเกมขึ้นนำ 2-1 แต่การยืนโซนสุดท้ายยังหลุดฟอร์มในช่วงทดเจ็บ ปล่อยให้ Barcola โหม่งตั้งและ Ramos ยิงโล่ง ๆ แบบไม่ถูกกดดัน ถือเป็นจุดที่ทีมต้องกลับไปปรับจูนหากอยากยกระดับลุ้นถ้วยในระยะยาว

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกมยังไงบ้าง
ตัวเลขหลังเกมออกมาสูสีชนิดหายใจรดต้นคอทั้งคู่ เปแอสเชยิงทั้งหมด 14 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่มาร์กเซยยิงเท่ากัน 14 หน แต่ตรงกรอบมากกว่า 6 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าโอกาสของทีมเยือนมีความคมไม่แพ้กัน
การครองบอลอยู่ที่ราว 52% ต่อ 48% เปแอสเชถือบอลเหนือกว่าเล็กน้อย ส่งบอลสำเร็จ 448 ต่อ 391 ครั้ง และมีความแม่นยำในการจ่าย 90% เทียบกับ 89% ของมาร์กเซย ตัวเลขบอกชัดว่าบล็อกแดนกลางทั้งสองทีมคุณภาพใกล้เคียงกัน ต่างฝ่ายต่างเสียบอลน้อย
ในแง่เกมปะทะ เปแอสเชทำฟาวล์ 10 ครั้งน้อยกว่ามาร์กเซยที่ 7 ครั้ง แต่ทีมเยือนกลับโดนใบเหลืองถึง 4 ใบ มากกว่าปารีสที่มีเพียง 1 ใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจังหวะปะทะของมาร์กเซยหลายครั้งจัดหนักเกินเหตุ ส่วนลูกเตะมุม มาร์กเซยได้ถึง 12 ครั้ง ขณะที่เปแอสเชมีเพียง 3 ครั้งเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมแนวรับเจ้าถิ่นถึงต้องทำงานหนักกับลูกกลางอากาศตลอดทั้งเกม
📌 เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาทีและดวลจุดโทษ
- ⚽ 7′ Balerdi โหม่งระยะเผาขน แต่ Chevalier เซฟช่วยเปแอสเชเอาไว้
- 🎯 13′ ประตู 1-0 เปแอสเชนำ จากจังหวะ Vitinha จ่ายให้ Dembélé ซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย
- 💥 20′ Mendes ได้ซัดมุมแคบ แต่ Rulli ปัดออกหลัง
- 🚀 26′ Dembélé สวนกลับยิงเฉี่ยวสามเหลี่ยมออกไปอย่างน่าเสียดาย
- 🎯 34′ Højbjerg โหม่งจากเตะมุม บอลหลุดกรอบ
- 🔔 40′ Weah ลองส่องไกลให้มาร์กเซย บอลเฉียดเสาออกนิดเดียว
- ⏱️ จบครึ่งแรก เปแอสเชนำ 1-0
- 🟨 48′ Weah โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ใส่ Mendes
- ⛑️ 50′ เกมหยุดชั่วคราวจากอาการเจ็บของ Kvaratskhelia ก่อนกลับมาเล่นต่อได้
- 🟨 53′ Højbjerg รับใบเหลืองจากจังหวะตัดเกมกลางสนาม
- 🧤 56′ มาร์กเซยได้โอกาสยิงติด ๆ กัน แต่ Chevalier ยังหนึบเซฟไว้
- ❌ 62′ Doué กดเต็มข้อชนเสา เปแอสเชพลาดโอกาสทองหนีห่าง
- 🟨 63′ Zaïre-Emery โดนใบเหลืองในจังหวะเสียบหนัก
- 🔁 67′ มาร์กเซยเปลี่ยนตัว ส่ง Traorè และ Aubameyang ลงแทน Paixão กับ Gouiri
- ⚠️ 74′ Chevalier ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษมาร์กเซย
- ⚽ 76′ Greenwood ยิงจุดโทษเสียบมุมล่าง มาร์กเซยตีเสมอ 1-1
- 🔁 77′ Murillo ลงแทน Weah เติมความสดทางกราบขวา
- 🩺 82′ Balerdi มีอาการเจ็บ ต้องให้ทีมแพทย์ปฐมพยาบาล
- 🟨 85′ Medina โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะหนัก
- 😱 87′ บอลครอสเข้าเขตโทษ Pacho สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง มาร์กเซยพลิกนำ 2-1
- 🟨 89′ Aubameyang รับใบเหลืองจากจังหวะประท้วงผู้ตัดสิน
- 🔁 89′ เปแอสเชส่ง Ramos และ Mayulu ลงมาแก้เกมช่วงท้าย
- ⏱️ 90+1′ ผู้ตัดสินทดเวลา 6 นาที แฟนบอลลุ้นระทึกทั้งสนาม
- ⚽ 90+5′ Barcola โหม่งตั้งให้ Ramos ยิงเผาขน เปแอสเชตีเสมอ 2-2
- 🎯 ดวลจุดโทษ
- ⚽ Ramos ยิงเข้าให้เปแอสเชขึ้นนำ
- 🧤 O’Riley ยิงไปติดเซฟ Chevalier
- ⚽ Vitinha ยิงเข้าอย่างเยือกเย็น
- 🧤 Traorè ซัดไปโดน Chevalier ปัดอีกครั้ง
- ⚽ Mendes ยิงเสียบมุม เปแอสเชนำห่าง
- ⚽ Murillo ยิงให้มาร์กเซยไล่ขึ้นมา
- ⚽ Doué กดปิดบัญชี เปแอสเชชนะดวลโทษ 4-1 คว้าแชมป์โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์
🌟 Player of the Match: Lucas Chevalier ฮีโร่เสาหลักของปารีส
แม้สกอร์จะออกมาดราม่าจากประตูของ Dembélé และ Ramos แต่คนที่ควรได้รับคำยกย่องมากที่สุดคือ Lucas Chevalier นายด่านวัยหนุ่มของเปแอสเช เซฟตั้งแต่ต้นเกมจากลูกโหม่งจ่อ ๆ ของ Balerdi ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูนำก่อน
ตลอดทั้ง 90 นาที เขาอ่านจังหวะบอลยาวและลูกครอสของมาร์กเซยได้เยี่ยม ออกมาตัดบอลกลางอากาศอย่างมั่นใจ แม้จะมีจังหวะทำฟาวล์จนทีมเสียจุดโทษแต่ Chevalier แก้ตัวในช่วงสำคัญสุดของเกม ด้วยการเซฟลูกยิงของ O’Riley และ Traorè ในการดวลจุดโทษ เปลี่ยนเกมจากเสมอให้กลายเป็นถ้วยแชมป์ แฟนปารีสจึงพร้อมใจกันยกให้เป็นฮีโร่และ Man of the Match แบบไร้ข้อโต้แย้ง
🏆 สถานการณ์และแรงกระเพื่อมต่อเวทีฝรั่งเศส
แม้โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ จะเป็นเกมนัดเดียวไม่เกี่ยวกับคะแนนในลีก แต่ชัยชนะของเปแอสเชนัดนี้คือการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังคู่แข่งในลีก เอิง ว่าพวกเขายังเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ ทั้งในเรื่องขุมกำลังและความนิ่งยามกดดัน ก่อนจะกลับไปสู้ศึกลีกใหญ่ที่มีการแย่งพื้นที่หัวตารางดุเดือดทุกสัปดาห์บนหน้า ตารางบอล
ฝั่งมาร์กเซย แม้จะพลาดถ้วยแบบเจ็บใจ แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมถือว่าไม่น่าอาย การไล่จากตามหลัง 0-1 จนแซงนำ 2-1 แสดงให้เห็นว่าทีมของ De Zerbi มีพลังบวกและแท็กติกที่สร้างปัญหาให้ยักษ์ใหญ่ได้แน่ หากต่อยอดฟอร์มแบบนี้ไปในลีก เชื่อได้ว่าพวกเขาจะเป็นหนึ่งในทีมที่กดดันกลุ่มหัวตารางแบบหายใจไม่ทั่วท้อง
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม
หลังจบโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ โปรแกรมถัดไปของทั้งสองทีมจะหันไปโฟกัสฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ เปแอสเชมีคิวลงเล่นศึก Coupe de France เปิดบ้านดวล Paris FC ในช่วงสัปดาห์หน้า ส่วนมาร์กเซยต้องบุกเยือน Bayeux FC ในรายการเดียวกัน ซึ่งทั้งสองเกมถือเป็นโอกาสดีให้กุนซือได้หมุนเวียนขุมกำลังและลองแท็กติกใหม่ ๆ ก่อนกลับไปลุยลีก เอิงอย่างเต็มตัว แฟนบอลที่กำลังมองหา โปรแกรมบอล ในช่วงนี้บอกเลยว่าห้ามกระพริบตา เพราะตารางแข่งแน่นเอี๊ยดทั้งเดือน
📣 ติดตามบ้านผลบอลและความมันส์ลูกหนังได้ที่บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะเดือดของฟุตบอลฝรั่งเศส ตั้งแต่ศึกชิงถ้วยอย่างโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ ไปจนถึงเกมลีก เอิง และฟุตบอลถ้วยต่าง ๆ อย่าลืมติดตามสกอร์แบบเรียลไทม์สไตล์เว็บ บ้านผลบอล รวมถึงข่าวสด วิเคราะห์เจาะลึก และไฮไลต์เด็ด ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา บ้านของคนรักลูกหนังตัวจริง ที่จะอัปเดตให้คุณไม่พลาดทุกแมตช์สำคัญทั้งในและนอกฝรั่งเศส

