
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ ระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-3 บอร์นมัธ เอเอฟซี วันนี้ 10/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่เซนต์เจมส์ พาร์ก กลายเป็นค่ำคืนดราม่าเต็มรูปแบบ เมื่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ บอร์นมัธ 3-3 ก่อนดวลจุดโทษชนะ 7-6 ผ่านเข้ารอบแบบหืดจับ แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด กันแทบไม่ทันกับจังหวะพลิกไปพลิกมา โดยเจ้าถิ่นได้สองประตูจาก ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และอีกหนึ่งลูกจากจุดโทษของ แอนโธนี กอร์ดอน ขณะที่ทีมเยือนยิงสวนจาก อเล็กซ์ สก็อตต์, เดวิด บรูคส์ และ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์
🔥 ครึ่งแรก: แรมส์เดลเซฟระห่ำ เกมเปิดหน้าแลกแต่ไร้สกอร์
เปิดเกมมา บอร์นมัธไม่เกรงกลัวบรรยากาศเซนต์เจมส์ พาร์ก ไล่บี้สูงตั้งแต่นาทีแรก อเล็กซ์ สก็อตต์ ได้ลองส่องไกลทันทีแม้หลุดกรอบ แต่นี่คือสัญญาณว่าทีมเยือนมาแบบไม่กลัวตาย ต่อเนื่องด้วยจังหวะกดดันจาก เอเนส อูนาล และ จูเนียร์ ครูปี ที่บังคับให้ อารอน แรมส์เดล ต้องออกแรงเซฟหลายครั้งในช่วง 5 นาทีแรก
นิวคาสเซิลใช้จังหวะโต้กลับและเกมริมเส้นของ ลิเวอร์ราเมนโต–บาร์นส์ เข้าทำ โดย โยอัน วิสซ่า ได้โขกและยิงจ่อ ๆ หลายต่อหลายครั้งแต่ติดเซฟ ดยานโค เพตรอฟิช เหนียวหนึบไม่แพ้กัน เกมกลางสนามเดือดจัดเมื่อทั้ง แซนโดร โตนาลี กับ อเล็กซ์ สก็อตต์ เข้าปะทะหนักจนมีจังหวะฟาวล์ถี่ ๆ
ครึ่งชั่วโมงแรกเจ้าถิ่นได้เตะมุมหลายครั้งจากการเติมขึ้นโขกของ สเวน บ็อตมัน และ มาลิค ทเชา แต่ยังหาทางผ่านแนวรับบอร์นมัธไม่เจอ ด้านทีมเยือนก็ได้สวนกลับจากจังหวะยิงไกลของ สก็อตต์ อีกครั้ง รวมถึงโอกาสของ ครูปี ที่ แรมส์เดล ต้องพุ่งปัดทิ้ง
ท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเปิดหน้าแลกกันแบบไม่กลัวเสีย พยายามจบด้วยการยิงไกลและลูกตั้งเตะ แต่จบ 45 นาทีแรกยังเสมอ 0-0 ทั้งที่โอกาสมากมาย และคนที่เด่นสุดคือ แรมส์เดล ที่เซฟช่วยชีวิต “สาลิกาดง” รัว ๆ
🔁 ครึ่งหลัง: บาร์นส์เปิดเด้ง–บรูคส์คมกริบ–กอร์ดอนฮีโร่จุดโทษ
เริ่มครึ่งหลัง นิวคาสเซิลเร่งสปีดเกมทันที โตนาลีลากบอลขึ้นหน้าหาเกมยิง และในนาที 50 สกอร์แรกก็มา เมื่อ นิค โวลท์เทอมาด้าหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดย้อนให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ซัดจ่อไม่เหลือ เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 เสียงเฮสะเทือนทั้งสนาม
แต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน บอร์นมัธตอบโต้อย่างดุเดือด เอวานิลซอน ที่ลงมาแทน อูนาล ได้โอกาสส่องสองครั้งติด ๆ บังคับให้ แรมส์เดลต้องเซฟสำคัญ ก่อนนาที 62 ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 จากจังหวะต่อบอลในกรอบเขตโทษ เอวานิลซอน ไหลคืนให้ อเล็กซ์ สก็อตต์ แปเน้น ๆ ไม่เหลือ
เกมยิ่งเดือดเมื่อ นิวคาสเซิลดันสูงแล้วโดนสวน นาที 68 บอร์นมัธนำ 2-1 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ เดวิด บรูคส์ บอลพุ่งเสียบเสาแบบ แรมส์เดล ได้แค่มอง เอ็ดดี้ ฮาว ต้องแก้เกมทันที ส่ง แอนโธนี กอร์ดอน, โจลินตอน และ ลูอิส ไมลีย์ ลงมากระตุ้นเกมรุก
ช่วงท้ายเกม นิวคาสเซิลบุกเต็มสูบ บ็อตมันโขกชนคานแบบแฟนเจ้าถิ่นเฮเก้อ กระทั่งนาที 92 จุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อ แซนโดร โตนาลี หลุดเข้าเขตโทษแล้วถูก ดยานโค เพตรอฟิช ทำฟาวล์ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และนาที 90+5 กอร์ดอนสังหารไม่พลาด สกอร์กลับมาเสมอ 2-2 ต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลา
⏱️ ต่อเวลาพิเศษและดวลจุดโทษ: บาร์นส์–แรมส์เดลยืนหนึ่ง ก่อนตัดสินที่ ดียากิเต้
ช่วงต่อเวลาพิเศษสองทีมเริ่มมีอาการล้า แต่ความเข้มข้นยังไม่ลด นิวคาสเซิลเกือบขึ้นนำจากลูกโหม่งของ บ็อตมัน ส่วนบอร์นมัธได้ลุ้นจากลูกยิงของ สก็อตต์ ที่ แรมส์เดล ยังหนึบเหมือนเดิม
นาที 118 แฟนเจ้าถิ่นได้เฮลั่นอีกครั้ง เมื่อลูกครอสจากฝั่งขวาถูกโหม่งเช็ดมาเสาสองให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ โถมตัวโหม่งจ่อ ๆ เป็นประตูที่สองของตัวเองในคืนนี้ นิวคาสเซิลนำ 3-2 ทำท่าว่าจะปิดเกม แต่บอร์นมัธยังไม่ยอม นาที 122 มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ สอดเข้ามาซัดในกรอบบอลพุ่งเสียบเสา ตีเสมอ 3-3 แบบเจ็บปวด ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ
ในการยิงจุดโทษ แรมส์เดลสวมบทฮีโร่เซฟลูกของ เอวานิลซอน และ อเล็กซ์ ฮิมิเนซ ขณะที่ฝั่งนิวคาสเซิลมี นิค โวลท์เทอมาด้า ยิงชนคาน และ บรูโน่ กิมาไรส์ โดนเซฟ ทำให้ต้องยิงวัดกันยาวถึงคู่ที่เก้า ก่อนที่ มาลิค ทเชา จะยิงเข้า และ บาฟูเด้ ดียากิเต้ ยิงไปติดเซฟ ส่งผลให้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชนะจุดโทษ 7-6 ผ่านเข้ารอบเอฟเอ คัพ แบบโคตรดราม่า

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🏰 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- อารอน แรมส์เดล (32) – คะแนน 9.6 เซฟอุตลุตทั้งในเกมและในการดวลจุดโทษ
กองหลัง
- คีแรน ทริปเปียร์ (กัปตัน, 2) – คะแนน 6.1 เติมเกมรุกเรื่อย ๆ ก่อนถูกถอดพัก
- สเวน บ็อตมัน (4) – คะแนน 6.4 มีโอกาสโหม่งชนคานหลายครั้ง
- มาลิค ทเชา (12) – คะแนน 7.4 เล่นนิ่ง ช่วยเกมกลางอากาศ และยิงจุดโทษปิดกล่อง
- วาเลนติน ลิเวอร์ราเมนโต (21) – คะแนน 7.1 เติมเกมรุกดี ก่อนเจ็บและถูกเปลี่ยนออก
กองกลางตัวรับ
- แซนโดร โตนาลี (8) – คะแนน 8.7 ขับเกมแดนกลาง ยิงไกลบ่อย และเรียกจุดโทษสำคัญ
- โจ วิลล็อค (28) – คะแนน 5.9 พยายามสอดเข้าเขตโทษตลอดแต่จังหวะสุดท้ายยังหลุดเป้า
กองกลางตัวรุก
- จาค็อบ แรมซีย์ (41) – คะแนน 7.0 เชื่อมเกมรุกได้ดี ก่อนหมดแรงช่วงท้าย
- ฮาร์วีย์ บาร์นส์ (11) – คะแนน 10.0 เหมาสองประตูในเวลาและยิงจุดโทษเข้าอย่างเยือกเย็น
- นิค โวลท์เทอมาด้า (27) – คะแนน 6.4 แอสซิสต์ให้ประตูแรก แต่พลาดจุดโทษครั้งเดียวของทีม
กองหน้า
- โยอัน วิสซ่า (9) – คะแนน 6.6 มีโอกาสจ่อ ๆ หลายครั้งในครึ่งแรก แต่ยังไม่คมพอ
ตัวสำรองที่ใช้
- ลูอิส ฮอลล์ (3) – คะแนน 7.4 ลงมานาที 59 แทน ลิเวอร์ราเมนโต เติมเกมซ้ายได้ดีและยิงจุดโทษเข้า
- ลูอิส ไมลีย์ (67) – คะแนน 7.3 ลงมานาที 69 แทน ทริปเปียร์ ช่วยเก็บบอล二แถว และยิงจุดโทษเข้า
- แอนโธนี กอร์ดอน (10) – คะแนน 9.0 ลงมานาที 69 แทน วิสซ่า ยิงจุดโทษตามเกมและในช่วงดวลแบบไม่พลาด
- โจลินตอน (7) – คะแนน 7.1 ลงมานาที 70 แทน วิลล็อค เพิ่มมิติการชนและพักบอลแดนหน้า ยิงจุดโทษคมกริบ
- บรูโน่ กิมาไรส์ (39) – คะแนน 7.1 ลงมานาที 79 แทน แรมซีย์ แม้พลาดหนึ่งลูกในดวลโทษ แต่วิสัยทัศน์ยังยอดเยี่ยม
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: นิค โป๊ป, อเล็กซ์ เมอร์ฟี, อเดดาโมลา ซามูเอล อลาบี, ฌอน นีฟ
🍒 บอร์นมัธ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- ดยานโค เพตรอฟิช (1) – คะแนน 7.0 เซฟจังหวะสำคัญหลายลูก แม้ทำเสียจุดโทษปลายเกม
กองหลัง
- ฆูเลียโน่ โซเลร์ (6) – คะแนน 6.6 เติมเกมขวา มีใบเหลืองท้ายเกม ก่อนถูกเปลี่ยนออก
- บาฟูเด้ ดียากิเต้ (18) – คะแนน 5.9 เกมรับมีหลุดหลายจังหวะ และพลาดจุดโทษลูกตัดสิน
- อเล็กซ์ สก็อตต์ (8) – คะแนน 6.3 เล่นเซ็นเตอร์รับหน้าเสาธรรมชาติไม่ถนัดนัก แต่ยังช่วยตัดบอลหลายครั้ง และยิงหนึ่งประตูในเวลา
- อดัม สมิธ (กัปตัน, 15) – คะแนน 6.6 ประคองแนวรับซ้าย เติมเกมตามโอกาส และยิงจุดโทษเข้า
กองกลางตัวรับ
- ลูอิส คุก (4) – คะแนน 6.6 คุมจังหวะกลางสนาม ฟาวล์บ่อยจนได้ใบเหลืองในช่วงต่อเวลา
- จูเนียร์ ครูปี (22) – คะแนน 5.9 มีจังหวะส่องไกลในครึ่งแรก ก่อนถูกถอดออกช่วงท้ายเวลาปกติ
กองกลางตัวรุก
- เดวิด บรูคส์ (7) – คะแนน 8.2 ตัวรุกฝั่งขวาจัดจ้าน มีประตูไกลสุดสวยให้ทีมแซงนำ
- เอเนส อูนาล (26) – คะแนน 6.3 เริ่มเกมได้ลุ้นยิงไกล แต่มีอาการเจ็บต้องออกตั้งแต่นาที 28
- อามีน อัดลี (21) – คะแนน 7.2 ป่วนฝั่งซ้ายตลอด ทำให้แนวรับนิวคาสเซิลเหนื่อยหนัก
กองหน้า
- เจมส์ ฮิลล์ (23) – คะแนน 7.6 ขยับหาพื้นที่ได้ดี เป็นจุดพักบอลสำคัญของทีม
ตัวสำรองที่ใช้
- เอวานิลซอน (9) – คะแนน 5.9 ลงมานาที 28 แทน อูนาล แอสซิสต์ประตูตีเสมอ 1-1 แม้พลาดจุดโทษ
- อเล็กซ์ ฮิมิเนซ (20) – คะแนน 6.1 ลงมานาที 71 แทน บรูคส์ มีส่วนร่วมในประตูตีเสมอช่วงต่อเวลา แต่โดน แรมส์เดล เซฟจุดโทษ
- มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ (16) – คะแนน 8.1 ลงมานาที 71 แทน อัดลี ยิงจุดโทษเข้า และกดประตูตีเสมอ 3-3 ในช่วงทดเจ็บของต่อเวลา
- อาเดรียง ทรูแฟร์ต (3) – คะแนน 6.6 ลงมานาที 83 แทน โซเลร์ ช่วยล็อกเกมริมเส้นขวาของนิวคาสเซิล
- มาร์กอส เซเนซี (5) – คะแนน 6.9 ลงมานาที 91 แทน ครูปี เพิ่มความแน่นในเกมรับและยิงจุดโทษเข้า
- เรมี รีส-ดอตติน (50) – คะแนน 6.4 ลงมานาที 112 แทน สก็อตต์ ช่วยป้องกันลูกกลางอากาศช่วงท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์, เวลย์โก มิโลซาฟล์เยวิช, มัลคอม ดาโคสตา
ผู้เล่นบาดเจ็บที่ไม่มีชื่อ: ฝั่งนิวคาสเซิลมี เอมิล คราฟธ์, แดน เบิร์น, วิลเลียม โอซูล่า, แอนโธนี่ เอลังก้า, จามาล ลาสเซลส์ ส่วนบอร์นมัธขาด จัสติน ไคลเวิร์ต, เบน แกนนอน-โด๊ค, ไทเลอร์ อดัมส์, ไรอัน คริสตี้, วิลล์ เดนนิส, มาตาย อาคิมบอนี
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
รูปเกมคืนนี้ทั้งสองทีมยืนในระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่แนวทางต่างกันชัดเจน นิวคาสเซิลของ เอ็ดดี้ ฮาว เน้นคอนโทรลเกม ใช้คู่มิดฟิลด์อย่าง โตนาลี–วิลล็อค ช่วยกันออกบอลจากแนวลึก เปิดทางให้ บาร์นส์ กับ โวลท์เทอมาด้า ลากเข้าเล่นด้านใน แล้วให้ วิสซ่า ยืนค้ำดึงตัวประกบ การเคลื่อนที่ของแนวรุกทำให้ “สาลิกาดง” ครองเกมเหนือกว่าด้วยการครองบอลถึง 63% ทว่าปัญหาชัดเจนคือจังหวะจบสกอร์ในเขตโทษที่ยังไม่คมพอ ต้องอาศัยลูกตั้งเตะและความผิดพลาดฝั่งตรงข้ามช่วยเปิดทางอยู่หลายครั้ง
ฝั่งบอร์นมัธของ อันโดนี อิราโอลา วางหมากเน้นทรานซิชันเร็ว ใช้ สก็อตต์ กับ คุก อ่านสถานการณ์แล้วแทงทะลุช่องให้แนวรุกอย่าง บรูคส์, อัดลี และ ฮิลล์ หลุดขึ้นไปเล่นหนึ่งต่อหนึ่งกับแนวรับนิวคาสเซิล จุดเด่นคือการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งของ บรูคส์ และ อัดลี ที่มักหุบเข้ากลางเพื่อเปิดพื้นที่ให้ฟูลแบ็กเติม ทำให้แม้จะครองบอลน้อย แต่อัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นยิงตรงกรอบสูงมากถึง 13 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่ารูปแบบเกมสวนกลับของพวกเขาอันตรายจริง
ในแง่เกมรับ นิวคาสเซิลเพรสซิ่งสูงจนบอร์นมัธเสียบอลหลายครั้ง แต่เมื่อโดนเจาะผ่านไลน์แรก แนวรับคู่กลางยังมีจังหวะหลุดตำแหน่งให้เห็น โดยเฉพาะช่วงโดนยิงทั้งสามลูกที่การปิดระยะระหว่างเซ็นเตอร์และฟูลแบ็กไม่ดีพอ ส่วนเกมรับของบอร์นมัธ แม้ช่วยกันบล็อกได้เยอะ แต่การยืนป้องกันลูกเปิดจากด้านข้างยังมีช่องว่าง ทำให้ บาร์นส์ ได้โอกาสโหม่งจ่อ ๆ ก่อนหมดเวลา รวมถึงเสียจุดโทษจากจังหวะที่แนวรับไลน์สุดท้ายวิ่งสวนทางกับบอล การอ่านภาพรวมแบบนี้ทำให้แฟนบอลที่ชอบอ่าน วิเคราะห์บอล เห็นชัดว่า ทั้งสองทีมยังมีการบ้านพอสมควรก่อนกลับไปลุยพรีเมียร์ลีก

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพได้ชัดเจน นิวคาสเซิลสร้างโอกาสยิงทั้งหมด 19 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่บอร์นมัธแม้ครองบอลเพียง 37% แต่ได้ยิงถึง 18 ครั้ง เข้ากรอบมากถึง 13 ครั้ง เรียกได้ว่าทุกครั้งที่สวนกลับขึ้นมามักจบด้วยการบังคับให้ แรมส์เดล ต้องเซฟอยู่ตลอด
จำนวนฟาวล์เป็นอีกตัวเลขที่บอกความดุเดือด เจ้าถิ่นทำฟาวล์เพียง 6 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนทำถึง 18 ครั้ง และกวาดใบเหลืองไป 5 ใบ เทียบกับนิวคาสเซิลที่โดนเพียง 1 ใบ แสดงให้เห็นว่า บอร์นมัธต้องหยุดเกมรุกของสาลิกาดงด้วยการตัดฟาวล์บ่อยครั้ง เกมรับของทั้งสองทีมแทบไม่เสียสมาธิเรื่องใบแดง (ไม่มีใบแดงทั้งคู่) ส่วนลูกล้ำหน้า นิวคาสเซิลโดนจับ 3 ครั้ง บอร์นมัธ 1 ครั้ง และลูกเตะมุมจบที่เจ้าถิ่นได้ 7 ลูก ทีมเยือนได้ 5 ลูก
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⏱️ 1′ อเล็กซ์ สก็อตต์ ลองยิงไกลให้บอร์นมัธ แต่บอลหลุดกรอบ
- 💥 3′ เอเนส อูนาล ซัดไกลให้ แรมส์เดล ต้องพุ่งเซฟครั้งแรกของเกม
- 🚀 5′ จูเนียร์ ครูปี ยิงไกลอีกครั้ง แรมส์เดลยังรับอยู่
- 🎯 7′ โยอัน วิสซ่า ยิงจ่อในกรอบเขตโทษ แต่ เพตรอฟิช เซฟช่วยบอร์นมัธรอด
- 📍 10′ บอร์นมัธได้เตะมุมต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันแนวรับเจ้าถิ่น
- 🎯 11′ อเล็กซ์ สก็อตต์ ซัดไกลเฉี่ยวคานนิดเดียว
- 🙅 12′ วิสซ่า โหม่งจ่อ ๆ แต่ เพตรอฟิช เซฟอีกครั้ง
- 🧱 18′ นิวคาสเซิลได้เตะมุม นิค โวลท์เทอมาด้า โหม่งติดบล็อก
- ⏱️ 27′ เกมหยุดจากอาการเจ็บของ เอเนส อูนาล
- 🔁 28′ บอร์นมัธเปลี่ยนตัว ส่ง เอวานิลซอน ลงแทน อูนาล
- 🎯 29′ ครูปี ยิงในกรอบเขตโทษ แรมส์เดลต้องปัดทิ้ง
- 🎯 31′ โจ วิลล็อค ได้ซัดแต่บอลหลุดกรอบ
- 🚀 33′ วิลล็อค ลองมุมแคบ บอลข้ามคาน
- ⚠️ 37′-38′ แรมซีย์ และ โตนาลี ฟาวล์ สก็อตต์ เกมกลางสนามร้อนแรง
- 🚀 40′ โตนาลี ซัดไกลเฉี่ยวเสาแบบได้ลุ้น
- 🎯 41′ บอร์นมัธได้เตะมุม สก็อตต์ ยิงติดบล็อกแนวรับ
- ⏱️ 45+2′ จบครึ่งแรก เสมอ 0-0
ครึ่งหลัง
- ⚽ 50′ ประตู 1-0 นิวคาสเซิลขึ้นนำจาก ฮาร์วีย์ บาร์นส์ แปจ่อ ๆ หลังรับบอลจาก นิค โวลท์เทอมาด้า
- 🎯 52′ เอวานิลซอนได้โอกาสยิงสองครั้งติด ๆ แต่ แรมส์เดล ยังเซฟไว้ได้
- 🎯 55′ ครูปี ส่องไกลอีกหน แรมส์เดลรับอยู่
- ⏱️ 57′ ลิเวอร์ราเมนโต มีอาการเจ็บ เกมหยุดชั่วคราว
- 🔁 59′ นิวคาสเซิลเปลี่ยน ลูอิส ฮอลล์ ลงแทน ลิเวอร์ราเมนโต
- 🔔 61′ บ็อตมัน โหม่งจากเตะมุมชนคานน่าเสียดาย
- ⚽ 62′ บอร์นมัธตีเสมอ 1-1 เอวานิลซอน ไหลให้ อเล็กซ์ สก็อตต์ ยิงจ่อไม่เหลือ
- 🎯 64′ บ็อตมัน โหม่งอีกหนแต่หลุดกรอบ
- 💥 66′ ลูอิส คุก ฟาวล์ ลูอิส ฮอลล์
- ⚽ 68′ เดวิด บรูคส์ ซัดไกลสุดสวย บอร์นมัธแซงนำ 2-1
- 🔁 70′ นิวคาสเซิลส่ง แอนโธนี กอร์ดอน, โจลินตอน และ ลูอิส ไมลีย์ ลงสนาม
- 🚀 72′ โตนาลี ยิงไกลแต่ข้ามคาน
- 🟨 76′ ใบเหลืองแรกของเกม ฆูเลียโน่ โซเลร์ (บอร์นมัธ)
- 🔁 79′ นิวคาสเซิลส่ง บรูโน่ กิมาไรส์ ลงแทน แรมซีย์
- 🟨 81′ อเล็กซ์ สก็อตต์ รับใบเหลือง
- 🔁 83′ บอร์นมัธส่ง อาเดรียง ทรูแฟร์ต ลงแทน โซเลร์
- 🟨 86′ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ โดนใบเหลืองเพิ่ม
- ⏱️ 90′ ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที
- ❗ 92′ จุดโทษให้ นิวคาสเซิล เมื่อ เพตรอฟิช ทำฟาวล์ โตนาลี ในเขตโทษ
- ⚽ 90+5′ แอนโธนี กอร์ดอน สังหารจุดโทษไม่พลาด เสมอ 2-2
ต่อเวลาพิเศษ
- 🟨 95′ ลูอิส คุก รับใบเหลืองเพิ่มจากการตัดฟาวล์
- 🎯 97′ บ็อตมัน โหม่งจ่อ ๆ แต่บอลยังข้ามคาน
- ⏱️ 100′ เกมหยุดจากการเจ็บของ มาลิค ทเชา
- ⏱️ 105+2′ จบต่อเวลาครึ่งแรกยังเสมอ 2-2
- 🎯 110′ สก็อตต์ ยิงแต่ แรมส์เดล เซฟช่วยนิวคาสเซิลอีกครั้ง
- ⚽ 118′ นิวคาสเซิลขึ้นนำ 3-2 บาร์นส์ โหม่งจ่อที่เสาสอง
- ⏱️ 121′ ทดเจ็บ 2 นาที
- ⚽ 122′ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ซัดตีเสมอ 3-3 ให้บอร์นมัธ
ดวลจุดโทษ
- ✅ กอร์ดอน ยิงเข้า / ✅ ทาเวอร์เนียร์ ยิงเข้า
- ❌ โวลท์เทอมาด้า ยิงชนคาน / ❌ เอวานิลซอน ยิงติดเซฟ แรมส์เดล
- ❌ บรูโน่ กิมาไรส์ ยิงติดเซฟ / ✅ ลูอิส คุก ยิงเข้า
- ✅ โตนาลี ยิงเข้า / ❌ อเล็กซ์ ฮิมิเนซ ยิงติดเซฟ
- ✅ โจลินตอน ยิงเข้า / ✅ มาร์กอส เซเนซี ยิงเข้า
- ✅ ลูอิส ฮอลล์ ยิงเข้า / ✅ เจมส์ ฮิลล์ ยิงเข้า
- ✅ ลูอิส ไมลีย์ ยิงเข้า / ✅ อาเดรียง ทรูแฟร์ต ยิงเข้า
- ✅ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ยิงเข้า / ✅ อดัม สมิธ ยิงเข้า
- ✅ มาลิค ทเชา ยิงเข้า / ❌ บาฟูเด้ ดียากิเต้ ยิงติดเซฟ แรมส์เดล
ผลสุดท้าย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชนะจุดโทษ 7-6 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 3-3
🏆 Player of the Match – ฮาร์วีย์ บาร์นส์
บาร์นส์ คือคนที่เปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นความหวังของกองเชียร์สาลิกาดงตลอดเกม เขาใช้ความเร็วและการเลี้ยงกินตัวจากฝั่งซ้ายสร้างปัญหาให้แนวรับบอร์นมัธตลอด 120 นาที ประตูแรกมาจากการหาตำแหน่งในเขตโทษได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะโหม่งประตูที่สองช่วงต่อเวลา ซึ่งต้องใช้ทั้งสภาพร่างกายและสมาธิระดับสูง
ในช่วงดวลจุดโทษ บาร์นส์ ยังอาสายิงลูกสำคัญแบบไม่มีกลัวกดดัน บอลพุ่งเสียบมุมอย่างมั่นใจ สมกับเรตคะแนนเต็มสิบจากสถิติ และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นิวคาสเซิลผ่านเข้ารอบเอฟเอ คัพ ได้ในค่ำคืนนี้
📌 สถานการณ์ในภาพรวมเอฟเอ คัพ อังกฤษ
ชัยชนะสุดดราม่าทำให้นิวคาสเซิลผ่านเข้าสู่รอบถัดไปของเอฟเอ คัพ เติมความมั่นใจและบรรยากาศในห้องแต่งตัวหลังผลงานลีกแกว่ง ๆ ช่วงหลัง เอ็ดดี้ ฮาว ได้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน โดยเฉพาะพลังของแนวรุกชุดหมุนเวียนอย่าง บาร์นส์–กอร์ดอน–โวลท์เทอมาด้า ที่พร้อมสร้างการแข่งขันในทีม ส่วนบอร์นมัธแม้ต้องหยุดเส้นทางบอลถ้วย แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวม โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับและความคมของ บรูคส์ กับ ทาเวอร์เนียร์ ทำให้เห็นว่าพวกเขายังเป็นคู่แข่งที่ใครก็ประมาทไม่ได้ในเกมลีกต่อจากนี้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
สำหรับแฟนบอลที่ชอบวางแผนเช็ก ตารางบอล ล่วงหน้า นิวคาสเซิลจะต้องเจอโปรแกรมโหดต่อเนื่อง เริ่มจากเกมคาราบาว คัพ ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากนั้นออกไปเยือนวูล์ฟแฮมป์ตันในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นช่วงทดสอบความลึกของขุมกำลังสาลิกาดงอย่างแท้จริง
ด้านบอร์นมัธต้องรีบลืมความผิดหวังในเอฟเอ คัพ แล้วหันไปโฟกัสในลีกทันที ด้วยการบุกเยือนไบรท์ตัน ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านพบลิเวอร์พูล ซึ่งทั้งสองนัดคือบททดสอบหนักของแนวรับที่ยังเสียประตูง่ายในหลายจังหวะ เกมเหล่านี้จะถูกจับตามองอย่างมากในหมู่คอบอลที่ตามเช็ก โปรแกรมบอล อังกฤษเป็นประจำ
📣 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา
คอบอลที่อยากตามทุกจังหวะความมันของศึกเมืองผู้ดี ไม่ว่าจะเป็นเอฟเอ คัพ, พรีเมียร์ลีก หรือถ้วยอื่น ๆ แวะมาติดตามสรุปสกอร์แบบสไตล์ข่าวเข้ม ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา ทั้งสรุปสกอร์แบบเรียลไทม์ในแนวทางเดียวกับ บ้านผลบอล บทวิเคราะห์ก่อนแข่ง สถิติหลังเกม และเรื่องราวนอกสนาม เราพร้อมย่อยทุกประเด็นให้แฟนบอลชาวไทยได้อัปเดตกันทุกวัน

