บ้านผลบอล สรุปหลังเกม คาราบาว คัพ ดราม่าโคตรเดือด การ์นาโชซูเปอร์ซับกดเบิ้ล แต่สิงห์ยังไม่รอด เชลซีพ่ายอาร์เซนอล 2-3 นัดสองลุ้นเดือดที่เอมิเรตส์

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด คาราบาว คัพ ระหว่าง เชลซี 2-3 อาร์เซนอล วันนี้ 15/1/69 – บ้านกีฬา

ศึกฟุตบอลถ้วย คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมนี้แฟนบอลทั้งโลกจับตาเพราะเป็นศึกลอนดอนดาร์บี้เต็มรูปแบบระหว่าง เชลซี กับ อาร์เซนอล และจากมุมมอง บ้านกีฬา ถ้าดูจากสกอร์บนหน้าเว็บเช็ก ผลบอลสด แค่ 2-3 ยังไม่สะท้อนทุกอารมณ์ที่อัดแน่นใน 90 กว่านาทีนี้เลยด้วยซ้ำ ทั้งจังหวะปะทะเดือด ใบเหลืองกระจาย และซูเปอร์ซับอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช ที่ลงมากดสองประตูให้เจ้าบ้านไล่จี้แบบหายใจรดต้นคอ แต่สุดท้าย “ปืนใหญ่” ยังแบกสกอร์สำคัญกลับลอนดอนเหนือได้เปรียบก่อนในเลกแรก

⏱️ ครึ่งแรก: ปืนใหญ่กดดันจากเซตเพลย์ นำเร็ว 0-1

เริ่มเกมไม่ทันหายเกร็ง เชลซีเดินหน้าใส่ก่อน นาทีแรกได้ฟรีคิกฝั่งขวาจากจังหวะที่ มาร์ค กีอู โดนทำฟาวล์ ก่อนนาทีที่ 2 จะได้เตะมุมแรกของเกมแต่แนวรับอาร์เซนอลยังเคลียร์ได้อยู่
แต่ความนิ่งและมีคลาสของทีมเยือนแสดงให้เห็นตั้งแต่ต้น นาทีที่ 6 อาร์เซนอลได้เตะมุมฝั่งซ้าย และในนาทีที่ 7 ก็ปลดล็อกประตูนำจากลูกสูตรเตะมุม เดแคลน ไรซ์ เปิดบอลโค้งไปเสาแรกให้ เบน ไวท์ โหม่งจ่อ ๆ กลางประตูไม่เหลือ ทำให้ปืนใหญ่บุกนำ 0-1 ตั้งแต่ไก่โห่

หลังเสียประตู เชลซีพยายามตั้งเกมบุกกลับ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ ได้ลองซัดไกลนอกกรอบในนาที 12 แต่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ยังรับอยู่มือ เปโดร เนโต้ และ เอสเตเวา ก็สลับกันลองยิง ทว่าก็ยังไม่ผ่านแนวรับทีมเยือนที่ยืนโซนได้เหนียวแน่น

อาร์เซนอลเองไม่ใช่แค่ตั้งรับ รอจังหวะสวนอย่างเดียว นาที 15 วิกเตอร์ ยอเคเรส ได้ยิงในกรอบจากลูกเตะมุม แต่ยังถูกบล็อก ขณะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด มีจังหวะหลุดไปลุ้นแต่โดนจับล้ำหน้า

ท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มเดือด ใบเหลืองถูกชูรัว ๆ นาที 42 เอสเตเวา กับ เลอันโดร ทรอสซาร์ ปะทะกันจนโดนจดชื่อทั้งคู่ ตามด้วยใบเหลืองของ มาร์ค คูคูเรญ่า นาที 44 จากจังหวะตัดฟาวล์ใส่ บูกาโย ซาก้า ก่อนจบครึ่งแรก เชลซีตามหลังอาร์เซนอล 0-1 แม้จะครองบอลได้ดีแต่แหลมคมในพื้นที่สุดท้ายยังสู้ปืนไม่ได้

🔁 ครึ่งหลัง: การ์นาโชลงมาจุดไฟ แต่ปืนคมกว่าเฮ 3-2

ครึ่งหลังเพิ่งเริ่มไม่กี่นาที อาร์เซนอลก็ลงโทษเจ้าบ้านอีกครั้ง นาที 49 วิกเตอร์ ยอเคเรส ทะลุเข้าไปยิงจ่อๆ กลางประตู หนี ซานเชซ เป็น 0-2 ความกดดันถาโถมใส่เชลซีทันที แฟนสิงห์ในบริดจ์ถึงกับเงียบกริบ

ลิอัม โรเซนิเยร์ ไม่ยอมปล่อยเกมหลุดมือต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง นาที 53 กล้าปรับแท็กติกส่ง เบอนัวต์ บาเดียชิล กับ อเลฮานโดร การ์นาโช ลงมาแทน เจย์เดน อาชามปง กับ มาร์ค กีอู และการเปลี่ยนตัวนี้ก็เปลี่ยนโมเมนตัมทั้งเกมให้เจ้าถิ่นทันที

นาที 57 การ์นาโชใช้ความจัดจ้านฉีกแนวรับอาร์เซนอลในกรอบหกหลา ซัดด้วยขวาเต็มข้อจากลูกเปิดของ เปโดร เนโต้ ตีไข่แตกเป็น 1-2 จุดไฟให้เชลซีกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สนามเริ่มเดือด เสียงเชียร์เจ้าบ้านกลับมาก้องดัง

อย่างไรก็ตาม ฝั่งปืนใหญ่เองก็ไม่ยอมเสียกระแส นาที 67 มิเกล อาร์เตตา ขยับเปลี่ยนตัวส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี กับ มิเกล เมริโน ลงมาเติมพลังเกมรุก กลายเป็นการย้ำความดุดันตรงกลางและริมเส้น

นาที 71 อาร์เซนอลแทงใจดำสิงห์อีกดอกจากจังหวะต่อบอลหน้ากรอบ วิกเตอร์ ยอเคเรส ไขว้บอลให้ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ สอดขึ้นมากดด้วยซ้ายในเขตโทษตุงตาข่าย ขยับสกอร์หนีเป็น 1-3

ช่วงท้ายเกม เชลซีเดินหน้าบุกสุดตัว เปลี่ยน ฮาโตะ, อดาราบิโยโย และ มฮูเอกา ลงมาเติมความสด ขณะที่ฝั่งอาร์เซนอลส่ง กาเบรียล เชซุส กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงมาช่วยเก็บบอลหน้าเขตโทษตัวเอง แต่แล้วนาที 83 การ์นาโชก็มาโผล่ที่เสาไกล ซัดจ่อๆ จากจังหวะลูกเตะมุมให้เชลซีไล่มา 2-3 สร้างความหวังในช่วงท้าย

ช่วงทดเจ็บ เชลซีโหมบุกสุดลิ่ม เปโดร เนโต้ ได้ทั้งยิงและโหม่งลุ้นประตูตีเสมอ แต่ เกปา ยังเซฟไว้ได้หมด ขณะที่ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ มาโดนใบเหลืองท้ายเกมจากจังหวะตัดฟาวล์แบบไม่สนสกอร์ สุดท้ายหมดเวลา เชลซีแพ้คาบ้าน 2-3 ต้องไปวัดกันต่อในเลกสองที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว

🔵 ขุมกำลังเชลซี

แผนการเล่น 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู
    • โรเบิร์ต ซานเชซ 5.9 – เสียสามประตูแต่ก็มีช็อตเซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงของ ฮาแวร์ตซ์ และจังหวะกดของยอเคเรสช่วงท้าย
  • กองหลัง
    • เจย์เดน อาชามปง 6.4 – เติมเกมรุกดีแต่มีปัญหาเวลาโดนเพรส เลยถูกเปลี่ยนออกนาที 53
    • เทรโวห์ ชาโลบาห์ 6.2 – พยายามคุมพื้นที่ในกรอบแต่รับมือบอลครอสของปืนได้ลำบาก
    • เวสลีย์ โฟฟานา 6.0 – มีจังหวะอ่านเกมดีแต่โดนความเร็วของแนวรุกอาร์เซนอลเล่นงาน เปลี่ยนออกนาที 75 ให้ ฮาโตะ
    • มาร์ค คูคูเรญ่า 6.0 – เล่นหนักจนโดนใบเหลืองท้ายครึ่งแรก ก่อนจะถูกถอดพักนาที 81
  • กองกลาง
    • เอ็นโซ แฟร์นานเดซ 7.4 – จ่ายบอลคม คุมจังหวะกลางสนาม เป็นหนึ่งในคนที่ฟอร์มเด่นสุดของฝั่งสิงห์
    • เจา เปโดร 6.7 – ขยับหาพื้นที่ดี มีส่วนกับประตู 1-2 ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 81
  • ตัวรุกสามคนหลังหน้าเป้า
    • เอสเตเวา 6.3 – มีจังหวะลากเลื้อยสร้างปัญหาให้แนวรับปืน แต่ใบเหลืองต้นเกมทำให้เล่นยั้งไปหน่อย
    • มาร์ค กีอู 6.3 – พยายามพักบอลและล้วงต่ำแต่ยังไม่เฉียบ เปลี่ยนออกนาที 53
    • เปโดร เนโต้ 6.3 – แบกเกมริมเส้นซ้าย สร้างโอกาสให้เพื่อน ยิงเองลุ้นหลายครั้ง ก่อนจะโดนใบเหลืองช่วงทดเจ็บ
  • ศูนย์หน้า
    • มาร์ติน กีอู (ยืนสลับกับ เจา เปโดร ตามจังหวะ) 6.3 – ทำหน้าที่พักบอลและดึงคู่เซ็นเตอร์ แต่ยังหาช็อตจบคมๆ ไม่ได้
  • ตัวสำรองที่ลงสนาม
    • เบอนัวต์ บาเดียชิล 6.2 – ลงมานาที 53 ย้ายโฟฟานาไปขวา เพิ่มความแข็งแกร่งกลางแผงหลัง แม้จะโดนใบเหลืองนาที 65
    • อเลฮานโดร การ์นาโช 9.2 – ซูเปอร์ซับตัวจริง ลงมานาที 53 ยิงสองประตู เปลี่ยนโฉมเกมให้เชลซี
    • จอร์เรล ฮาโตะ 7.3 – ลงนาที 75 เติมความสดเกมรับ อ่านลูกกลางอากาศได้ดี
    • โตซิน อดาราบิโยโย 6.7 – ลงช่วงท้าย เพิ่มความสูงในกรอบเขตโทษทั้งรุกและรับ
    • ชูมาอิรา มฮูเอกา 6.4 – ได้เวลาไม่นานแต่ช่วยวิ่งเพรสและดันไลน์สูงกดดันอาร์เซนอล
  • ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
    • ดาริโอ เอสซูโก, ฟาคุนโด บัวโนนอตเต, ไทริค จอร์จ
  • นักเตะโดดเด่นฝั่งเชลซี
    • อเลฮานโดร การ์นาโช – ลงมาด้วยความมั่นใจ ดึงสปีดเกมรุกให้เร็วขึ้น สร้างปัญหาให้แนวรับปืนแบบยับเยิน

🔴 ขุมกำลังอาร์เซนอล

แผนการเล่น 4-3-3

  • ผู้รักษาประตู
    • เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 5.9 – มีเซฟสำคัญหลายครั้ง แม้จะเสียสองประตูและโดนใบเหลืองข้อหาถ่วงเวลา แต่นับว่ายังเอาอยู่ในช่วงกดดัน
  • กองหลัง
    • เบน ไวท์ 7.2 – โหม่งประตูเบิกร่อง และคุมฝั่งขวาได้แข็งแกร่ง
    • วิลเลียม ซาลิบา 6.8 – อ่านเกมดี แพ้เฉพาะจังหวะสปีดของการ์นาโชบางครั้ง
    • กาเบรียล มากัลเญส 6.9 – ดักบอลกลางอากาศได้ดี เป็นเสาหลักเกมรับทั้งเกม
    • เยอร์เรียน ทิมเบอร์ 6.3 – เติมเกมซ้ายดี มีจังหวะตัดฟาวล์จนได้ใบเหลืองช่วงทดเจ็บ
  • กองกลาง
    • มาร์ติน ซูบิเมนดี้ 7.6 – เครื่องยนต์หลักแดนกลาง ยิงเองหนึ่งแอสซิสต์หนึ่ง คุมจังหวะได้เยี่ยม
    • เดแคลน ไรซ์ 7.5 – เปิดเตะมุมให้ไวท์โหม่งนำ 0-1 เก็บบอลสองได้ตลอดก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้าย
    • มาร์ติน โอเดการ์ด 6.6 – ช่วยเชื่อมเกมรุก แม้วันนี้จะไม่เด่นเท่าหลายแมตช์ที่ผ่านมา
  • ตัวรุกสามประสาน
    • บูกาโย ซาก้า 6.5 – ดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับคูคูเรญ่าอย่างเมามันต์ เรียกฟาวล์ได้เพียบ
    • วิกเตอร์ ยอเคเรส 7.3 – ยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง ขย่มแนวรับเชลซีตลอดเกม
    • เลอันโดร ทรอสซาร์ 6.5 – ขยับหาพื้นที่ได้ดี ก่อนจะถูกถอดพักนาที 67
  • ตัวสำรองที่ลงสนาม
    • กาเบรียล มาร์ติเนลลี 6.5 – ใช้ความเร็วถ่างแนวรับเชลซี ช่วยดึงแบ็กเจ้าบ้านลงต่ำ
    • มิเกล เมริโน 7.3 – ลงมานาที 67 ช่วยปักหลักกลางสนามและโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์หนัก
    • กาเบรียล เชซุส 6.5 – ลงช่วงท้ายช่วยไล่บีบแนวรับเชลซี
    • ไค ฮาแวร์ตซ์ 6.4 – เกือบปิดบัญชีได้เองแต่ติดเซฟซานเชซ
  • ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
    • ดาบิด รายา, ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี, คริสเตียน นอร์การ์ด, โนนี่ มาดูเอเก, เอเบเรชี เอเซ
  • นักเตะโดดเด่นฝั่งอาร์เซนอล
    • มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เดแคลน ไรซ์ และ วิกเตอร์ ยอเคเรส คือสามคนที่คุมทั้งริธึ่มและความดุดันในแดนกลางกับแดนหน้า ทำให้รูปเกมฝั่งปืนดูมีอนาคตทุกครั้งที่ขึ้นบอล

📊 วิเคราะห์บอล การรุกและการรับของทั้งสองทีม

ในเชิงแท็กติก บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้คือการดวลหมากของ 4-2-3-1 ฝั่งเชลซีกับ 4-3-3 ฝั่งอาร์เซนอลอย่างชัดเจน การ วิเคราะห์บอล แบบละเอียดจะเห็นว่า จุดต่างอยู่ที่การใช้เซตเพลย์และคุณภาพของโครงสร้างเกมรับมากกว่าสกิลรายบุคคล

เชลซีพยายามให้ เอ็นโซ ยืนเป็นตัวคุมจังหวะคู่กับ เจา เปโดร แล้วปล่อยให้สามตัวรุกอย่าง เอสเตเวา – กีอู – เปโดร เนโต้ สลับตำแหน่งสร้างแนวกดดันระหว่างแบ็กกับเซ็นเตอร์อาร์เซนอล แต่ปัญหาคือการเติมเกมของฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งยังไม่คมพอ ทำให้บอลริมเส้นไปจบที่การครอสแบบ “ลุ้นเอา” มากกว่าเล่นเป็นแพทเทิร์นชัดเจน เกมรับของเชลซีในช่วงแรกก็มีช่องโหว่เวลาโดนเพรสเซตเพลย์ โดยเฉพาะลูกเตะมุมที่ปล่อยให้ไวท์หลุดขึ้นมาโหม่งง่ายเกินไป

ฝั่งอาร์เซนอลโครงสร้างชัดกว่า ไรซ์ยืนต่ำเป็นตัวเบรกเกมในแดนกลาง ปล่อย ซูบิเมนดี้ กับ โอเดการ์ด ดันสูงคอยเชื่อมแนวรุก สามประสาน ซาก้า–ยอเคเรส–ทรอสซาร์ ขยับสลับช่องตลอดเวลา ทำให้เซ็นเตอร์เชลซีต้องถอยลึกและเปิดพื้นที่ให้กองกลางตัววิ่งของปืนสอดขึ้นมายิง ซึ่งเห็นได้ชัดจากประตู 1-3 ที่ซูบิเมนดี้สอดขึ้นมาจบสกอร์แบบไม่มีใครตาม

ในเกมรับ อาร์เซนอลวางดักเพรสแบบ 4-1-4-1 เวลาถอยลงต่ำ ใช้ไรซ์ยืนหน้าคู่เซ็นเตอร์ คอยดักคิลเลอร์พาสของเอ็นโซ ทำให้เชลซีต้องโยนยาวหรือยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเชลซีเมื่อโดนนำจึงต้องเปิดหน้าแลก ใช้บีบเพรสจากหน้าไปหลัง ทำให้ช่วงท้ายเกมแนวรับมีช่องให้สวนกลับ แต่ยังพออาศัยความเร็วของตัวสำรองอย่างฮาโตะและอดาราบิโยโยช่วยเก็บกวาด

โดยรวมแล้วเกมนี้โครงสร้างของอาร์เซนอลแน่นกว่า แต่ความเปลี่ยนแปลงหลังส่งการ์นาโชลงมาทำให้เชลซีมีมิติเกมรุกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ถ้าปรับเกมรับเซตเพลย์ให้เหนียวกว่านี้ เลกสองยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพได้ชัดว่าอาร์เซนอลมาเล่นแบบบุกเป็นชุด ไม่ใช่บุกครั้งสองครั้งแล้วจบ ปืนใหญ่สร้างโอกาสยิงทั้งหมด 17 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ขณะที่เชลซีได้โอกาสยิงเพียง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง แม้เจ้าบ้านจะครองบอลมากกว่า 55% ต่อ 45% แต่เป็นการครองบอลในแดนกลางกับแดนตัวเองเสียเยอะ ไม่ได้แปลว่าเจาะแนวรับคู่แข่งได้ง่าย ฟาวล์ของทั้งสองทีมใกล้เคียงกันที่ 12 ต่อ 13 แสดงถึงความดุเดือดและการเข้าปะทะตลอดทั้งเกม ใบเหลืองออกเท่ากันฝั่งละ 4 ใบ ไม่มีใบแดงแต่หลายจังหวะก็หวาดเสียว ส่วนลูกตั้งเตะอย่างล้ำหน้าและเตะมุม อาร์เซนอลได้เตะมุมถึง 9 ครั้ง เทียบกับเชลซี 6 ครั้ง ซึ่งชัดเจนว่าทีมเยือนใช้เซตเพลย์เป็นอาวุธหลัก และก็เปลี่ยนเป็นประตูได้จริงตั้งแต่ต้นเกม

⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ 7′ – ประตู 0-1 อาร์เซนอลนำจากลูกเตะมุม เดแคลน ไรซ์ เปิดให้ เบน ไวท์ โหม่งจ่อๆ
  • ⚠️ 42′ – ใบเหลืองคู่ เอสเตเวา (เชลซี) และ เลอันโดร ทรอสซาร์ (อาร์เซนอล) จากจังหวะปะทะกันริมเส้น
  • ⚠️ 44′ – มาร์ค คูคูเรญ่า โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์ บูกาโย ซาก้า
  • ⚽ 49′ – ประตู 0-2 วิกเตอร์ ยอเคเรส ซัดจ่อๆ ให้ปืนใหญ่หนีห่าง
  • 🔁 53′ – เชลซีเปลี่ยนตัว ส่ง เบอนัวต์ บาเดียชิล แทน เจย์เดน อาชามปง และ อเลฮานโดร การ์นาโช แทน มาร์ค กีอู
  • ⚽ 57′ – ประตู 1-2 เชลซีตีไข่แตก การ์นาโช ยิงในกรอบหกหลาจากลูกเปิดของ เปโดร เนโต้
  • ⚠️ 65′ – เบอนัวต์ บาเดียชิล โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์หนักใส่ บูกาโย ซาก้า
  • 🔁 67′ – อาร์เซนอลส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี และ มิเกล เมริโน ลงแทน เลอันโดร ทรอสซาร์ กับ มาร์ติน โอเดการ์ด
  • ⚽ 71′ – ประตู 1-3 มาร์ติน ซูบิเมนดี้ ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษจากการแอสซิสต์ของ วิกเตอร์ ยอเคเรส
  • 🔁 75′ – เชลซีส่ง จอร์เรล ฮาโตะ ลงแทน เวสลีย์ โฟฟานา ปรับแผงหลัง
  • ⚠️ 75′ – เกปา อาร์ริซาบาลาก้า รับใบเหลืองจากการถ่วงเวลาตั้งเตะ
  • ⚠️ 78′ – มิเกล เมริโน โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม
  • 🔁 81′ – เชลซีขยับอีกครั้ง ส่ง โตซิน อดาราบิโยโย กับ ชูมาอิรา มฮูเอกา ลงแทน มาร์ค คูคูเรญ่า และ เจา เปโดร
  • 🔁 82′ – อาร์เซนอลส่ง กาเบรียล เชซุส กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงแทน วิกเตอร์ ยอเคเรส และ เดแคลน ไรซ์
  • ⚽ 83′ – ประตู 2-3 เชลซีไล่มาอีกลูกจากการ์นาโช ยิงจ่อๆ หลังลูกเตะมุมฝั่งซ้าย
  • ⚠️ 90′ – เปโดร เนโต้ โดนใบเหลืองจากจังหวะโวยผู้ตัดสิน
  • ⚠️ 96′ – เยอร์เรียน ทิมเบอร์ รับใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมช่วงทดเจ็บ

⭐ Player of the Match: อเลฮานโดร การ์นาโช – ซูเปอร์ซับที่แบกความหวังสิงห์

แม้ทีมแพ้ แต่รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของเกมต้องยกให้ อเลฮานโดร การ์นาโช แบบไม่มีข้อโต้แย้ง คะแนน 9.2 บนกระดานเรตติ้งสะท้อนผลงานทุกอย่างชัดเจน การ์นาโชลงสนามครึ่งหลังแล้วเปลี่ยนโฉมเกมรุกของเชลซีทันที ด้วยสปีดต้น ความมั่นใจในการดวลตัวต่อตัว และการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ เขายิงสองประตูเต็มๆ จากจังหวะจบเฉียบในเขตอันตราย ทำให้สกอร์จากที่ดูเหมือนจะไหล กลับมาเป็น 2-3 และทำให้นัดสองยังเปิดกว้าง หากเชลซีจะสร้างปาฏิหาริย์พลิกเข้าชิง เกมหน้าที่เอมิเรตส์ พวกเขาต้องหวังพึ่งขาของการ์นาโชแบบเต็ม ๆ

📌 สถานการณ์ในเส้นทางคาราบาว คัพ

เพราะนี่คือรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่เตะกันแบบเหย้า–เยือน จึงไม่มี “ตารางคะแนน” แบบลีกให้เช็ก แต่ผล 3-2 ในเลกแรกทำให้อาร์เซนอลถือไพ่เหนือกว่าเล็กน้อยในสกอร์รวม ก่อนกลับไปเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เลกสอง หากปืนใหญ่รักษามาตรฐานเกมรุกแบบวันนี้ได้ เพียงแค่ไม่แพ้หรือแพ้ 0-1 ก็เพียงพอจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ส่วนเชลซีต้องชนะให้ได้อย่างน้อยสองประตูหรือชนะด้วยสกอร์ที่ยิงขาดมากกว่า 1 ลูกสถานเดียวเท่านั้น เพื่อพลิกสถานการณ์เข้ารอบ ซึ่งจากรูปเกมที่สร้างโอกาสได้แม้โดนนำห่าง บ้านกีฬา มองว่าโอกาสยังไม่ปิดประตู แต่ต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบแทบทุกจังหวะในเลกสอง

📅 ตารางบอล และโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม

เมื่อมองไปข้างหน้า แฟนบอลที่ชอบเช็ก ตารางบอล และวางแผนตามลุ้นจาก โปรแกรมบอล ต่อเนื่อง มีเกมใหญ่อีกเพียบรออยู่ทั้งสองฝั่ง

ฝั่งเชลซี มีภารกิจสำคัญในพรีเมียร์ลีกเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบรนท์ฟอร์ด วันที่ 17 มกราคม เวลา 22.00 น. ก่อนจะลงเตะยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ดวลกับ พาฟอส วันที่ 22 มกราคม เวลา 03.00 น. เกมลีกจำเป็นต้องเก็บสามแต้มเพื่อเรียกความมั่นใจ ส่วนเกมยุโรปคือเวทีพิสูจน์ว่าพวกเขายังยืนระยะกับทีมใหญ่ทวีปได้แค่ไหน

ด้านอาร์เซนอลก็ไม่เบา มีคิวเยือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในพรีเมียร์ลีก วันที่ 18 มกราคม เวลา 00.30 น. ก่อนจะบุกไปเยือน อินเตอร์ มิลาน ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันที่ 21 มกราคม เวลา 03.00 น. สองเกมนี้จะเป็นบททดสอบสภาพร่างกายและความลึกของขุมกำลัง เพราะต้องโรเตชันให้เหมาะสมระหว่างลุ้นบอลถ้วยกับบอลลีก

🏟️ ติดตามบ้านผลบอล และคอลัมน์จากบ้านกีฬา

ใครที่อยากตามทุกจังหวะเดือดของบอลอังกฤษ ทั้งถ้วยคาราบาว คัพ พรีเมียร์ลีก ไปจนถึงเวทียุโรป เข้ามาเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ผ่านหน้าเว็บแนวเดียวกับ บ้านผลบอล พร้อมอ่านมุมมองจัดหนักจากทีมงาน บ้านกีฬา ได้ทุกวัน เราจะเกาะติดทุกช็อตสำคัญของ เชลซี และ อาร์เซนอล รวมถึงทีมใหญ่ทั่วลีกอังกฤษให้แฟนบอลได้อัปเดตกันแบบไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา