
จาก : ผลบอลสด โกปา เดล เรย์ ระหว่าง ราซิ่ง ซานตานเดร์ 0-2 บาร์เซโลน่า วันนี้ 16/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนบอลถ้วยสเปนในรายการ โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เอล ซาร์ดินาโร ราชันเขียว–ขาว ราซิ่ง ซานตานเดร์ เปิดรังรับมหาอำนาจจากกาตาลุนญาอย่าง บาร์เซโลนา เกมนี้รูปเกมออกมาชัดเจนว่าเป็นการวัดใจระหว่างทีมที่ครองบอลดุ กับเจ้าถิ่นที่เล่นดักจังหวะสวนกลับและวิ่งสู้ฟัดตลอด 90 นาที สุดท้ายสกอร์ในหน้า ผลบอลสด ยืนยันชัด บาร์ซ่าเก็บชัย 0-2 จากประตูของ เฟร์ราน ตอร์เรส และ ลามีน ยามาล เข้ารอบแบบไม่ต้องลุ้นดวลจุดโทษให้เสียว
🕐 ครึ่งแรก – ราซิ่งวิ่งสู้ฟัด บาร์ซ่าบดแต่ไม่คม
เสียงนกหวีดเริ่มเกมไม่ทันไร ราซิ่งเปิดเกมเพรสสูงกดดันแนวรับบาร์ซ่าทันที นาทีที่ 1 มีจังหวะหลุดล้ำหน้าตั้งแต่ไก่โห่ให้กองหลังทีมเยือนต้องตื่น ขณะที่นาทีที่ 3 เจ้าถิ่นได้เตะมุมต่อเนื่องสองครั้งจากจังหวะบุกริมเส้นฝั่งซ้าย เป็นสัญญาณชัดว่าไม่คิดจะถอยไปยืนรออย่างเดียว
นาทีที่ 9 เจ้าบ้านเกือบปลุกสนามให้ระเบิดเมื่อ ซูเลมาน กามารา หลุดยิงด้วยขวาในเขตโทษ แต่ไปเจอ โจน การ์เซีย เซฟเอาไว้ได้อย่างเยือกเย็น ก่อนที่เกมจะเริ่มเทมาทางบาร์ซ่า
บาร์เซโลนาเริ่มตั้งเกมได้ นาที 11 ดานี โอลโม ได้ลองเล่นฟรีคิกระยะหวังผล แต่ยังไม่ผ่านกำแพง นาที 20 ทีมเยือนโหมหนักจนได้เตะมุมต่อเนื่อง และโอลโมได้สับไกในกรอบอีกครั้งแต่ติดบล็อก แนวรับราซิ่งยังช่วยกันบังเหลี่ยมยิงได้ดี
ความดุเดือดเริ่มโผล่ นาที 29 มาริโอ การ์เซีย แบ็กซ้ายเจ้าถิ่นเข้าฟาวล์หนักใส่ ลามีน ยามาล จนโดนใบเหลือง ทำให้เกมริมเส้นฝั่งขวาของบาร์ซ่ายิ่งเดือด ยามาลมีโอกาสปั่นฟรีคิกนาที 33 แต่บอลโค้งข้ามคานไปนิดเดียว
ช่วงท้ายครึ่งแรก บาร์ซ่าชัดเจนว่าครองเกมเหนือกว่า นาที 37 มาร์ก เบร์นัล ได้ลองส่องไกลแต่หลุดกรอบ ทว่านาที 44 เป็นจังหวะทองของทีมเยือนเมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ยิงจ่อ ๆ ในเขตโทษ แต่ โฆกิน เอซเกียตา เซฟมหัศจรรย์ช่วยราซิ่งเอาไว้ จบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 แม้บาร์ซ่าบดอยู่ฝั่งเดียวแต่ยังเจาะประตูไม่ได้
🔥 ครึ่งหลัง – เฟร์มินเปลี่ยนเกม ตอร์เรส–ยามาลปิดบัญชี
เริ่มครึ่งหลัง นาที 46 ราซิ่งขยับหมากก่อน ส่ง มาเน็กซ์ โลซาโน ลงแทน ฆวน การ์ลอส อารานา เพื่อเพิ่มความสดแดนหน้า ฝั่งบาร์ซ่ายังยืนชุดเดิมแล้วเร่งจังหวะบุก
นาที 49 ทีมเยือนได้ลุ้นจากสองจังหวะติด ทั้ง แรชฟอร์ด และ ยามาล สับไกในเขตโทษ แต่ เอซเกียตา ยังหนึบเหมือนเดิม นาที 53 แรชฟอร์ดได้ยิงไกลจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านมือไปแต่หลุดเสาแบบมีเสียว
จุดเปลี่ยนของเกมมาถึงนาที 58 เมื่อ ฮันส์-ดีเทอร์ ฟลิค ถอด มาร์ก เบร์นัล ออกแล้วส่ง แฟร์มิน โลเปซ ลงมาเติมมิติในแดนกลาง แฟร์มินลงมาไม่ถึง 10 นาที บาร์ซ่าก็เจาะตาข่ายสำเร็จ นาที 66 เขารับบอลแทงทะลุช่อง แล้วไหลให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้าไปกดด้วยขวากลางกรอบตุงตาข่าย ทีมเยือนนำ 0-1 และกลายเป็นช่วงที่บาร์ซ่าครองเกมเบ็ดเสร็จ
เจ้าถิ่นเริ่มเล่นหนักเพื่อตัดเกม นาที 71 ดาเมียน โรดริเกซ โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์กลางสนาม ตามด้วยนาที 72 อีกหนึ่งใบเหลืองของ อีฌีโก บิเซนเต หลังเข้าเสียบตัดเกมริมเส้น ด้านบาร์ซ่าก็มีใบเหลืองของ แฟร์มิน โลเปซ นาที 73 ทำให้กลางสนามเดือดเป็นพิเศษ
ช่วงท้ายเกม บาร์ซ่าปรับอาวุธเต็มสูบ นาที 67 ส่ง ราฟินญา ลงมาแทน แรชฟอร์ด ก่อนนาที 68 ถอด ดานี โอลโม กับ เฟร์ราน ตอร์เรส ออก แล้วส่ง เปดรี กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ลงมาปิดบัญชี แต่ก็ยังติดเซฟเอซเกียตาหลายครั้ง
นาที 94 ราซิ่งมีลุ้นตีเสมอทองคำ เมื่อ มาเน็กซ์ โลซาโน ได้ยิงจ่อ ๆ ในเขตโทษ ทว่า โจน การ์เซีย ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง ปัดบอลออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ และในช่วงทดเจ็บนาที 90+5 บาร์ซ่าตอกฝาโลง จากจังหวะที่ ราฟินญา ลากตัดเข้าในแล้วไหลให้ ลามีน ยามาล สอดเข้ามาซัดด้วยซ้ายระยะเผาขนไม่เหลือซาก จบเกม บาร์เซโลนาบุกชนะ 0-2 คว้าตั๋วรอบก่อนรองชนะเลิศไปอย่างสมบูรณ์แบบ

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔰 ราซิ่ง ซานตานเดร์ (4-4-2) – เร้ารังแต่จบไม่คม
ผู้รักษาประตู
- โฆกิน เอซเกียตา (1) – เรตติ้ง 7.8 เซฟอุตลุตทั้งเกม
กองหลัง
- อันโตนิโอ มันติยา (2) – เรตติ้ง 6.4
- อีมานอล ซาอินซ์-มาซา (กัปตัน, 6) – เรตติ้ง 6.6
- มานูเอล เอร์นานโด (4) – เรตติ้ง 6.4
- มาริโอ การ์เซีย (3) – เรตติ้ง 6.2 ได้ใบเหลืองตั้งแต่ต้นเกม
กองกลาง
- ซูเลมาน กามารา (20) – เรตติ้ง 7.0 ตัวริมเส้นฝั่งซ้ายสร้างปัญหาได้ดี
- ฆาเบียร์ กัสโตร (5) – เรตติ้ง 6.2
- อาเซียร์ อัลดาโซโร (8) – เรตติ้ง 6.7
- มามาดู เกเย (14) – เรตติ้ง 6.4
กองหน้า
- กูราม กูเลียชวิลี (7) – เรตติ้ง 6.3
- ฆวน การ์ลอส อารานา (9) – เรตติ้ง 6.7
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- มาเน็กซ์ โลซาโน (27) – เรตติ้ง 6.9 ลงนาที 46 แทน อารานา
- มาร์โก ซังกัลลี (15) – เรตติ้ง 6.6 ลงนาที 60 แทน กูเลียชวิลี
- ดาเมียน โรดริเกซ (23) – เรตติ้ง 6.3 ลงนาที 60 แทน อัลดาโซโร
- อีฌีโก บิเซนเต (10) – เรตติ้ง 6.4 ลงนาที 72 แทน มาริโอ การ์เซีย
- อันเดรส มาร์ติน (11) – เรตติ้ง 6.5 ลงนาที 78 แทน ซาอินซ์-มาซา
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
ลารอ โกเมซ, ฆอร์เค ซาลินาส, ปาโบล รามอน, เปโอโกน กานาเลส, กุสตาโบ เปอร์ตา, เซร์คิโอ มาร์ติเนซ
🔵 บาร์เซโลนา (4-3-3) – เปลี่ยนเกียร์ครึ่งหลัง ยิงสองเม็ดหรู
ผู้รักษาประตู
- โจน การ์เซีย (13) – เรตติ้ง 8.1 ยืนเป็นกำแพงเหล็ก เซฟสำคัญหลายครั้ง
กองหลัง
- ชูลส์ กูนเด (23) – เรตติ้ง 7.4 เติมเกมรุกดีและแน่นอนเวลาไล่บอล
- เปา กูบาร์ซี (5) – เรตติ้ง 7.6 คุมแนวรับนิ่งเกินวัย
- เกอร์มัน มาร์ติน (18) – เรตติ้ง 7.1
- อเลฆันโดร บัลเด (3) – เรตติ้ง 6.7
กองกลาง
- มาร์ก เบร์นัล (22) – เรตติ้ง 7.0 ตัดเกมแดนกลาง ก่อนโดนถอดพัก
- เฟร์ราน ตอร์เรส (กัปตัน, 7) – เรตติ้ง 7.7 ซัดประตูเบิกร่องสุดคม
- มาร์คัส แรชฟอร์ด (14) – เรตติ้ง 7.0 เคลื่อนที่หาช่องตลอดครึ่งแรก
แนวรุก
- ลามีน ยามาล (10) – เรตติ้ง 7.4 ปั่นป่วนฝั่งขวาและยิงปิดกล่อง
- มาร์ค กาซาโด (17) – เรตติ้ง 6.9 ยืนหน้าเป้าเก็บบอลพักบอล
- ดานี โอลโม (20) – เรตติ้ง 6.4 ขยับหาพื้นที่ยิงหลายครั้งในครึ่งแรก
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- แฟร์มิน โลเปซ (16) – เรตติ้ง 7.2 ลงนาที 58 แทน เบร์นัล ทำแอสซิสต์ประตูแรก
- ราฟินญา (11) – เรตติ้ง 6.8 ลงนาที 67 แทน แรชฟอร์ด แอสซิสต์ประตูที่สอง
- เปดรี (8) – เรตติ้ง 6.8 ลงนาที 68 แทน โอลโม ช่วยคุมจังหวะเกม
- โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (9) – เรตติ้ง 6.5 ลงนาที 68 แทน ตอร์เรส มีโอกาสยิงแต่ติดเซฟ
- เอริก การ์เซีย (24) – เรตติ้ง 6.9 ลงนาที 85 แทน กาซาโด ปิดเกมรับช่วงท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเกน, วอยเซียค เชสนี, เชา กันเซโล, โรนัลด์ อเราโฆ, โตมาส มาร์เกส, รูนี บาร์ดก์ยี
บาร์เซโลนายังมีตัวหลักอย่าง อันเดรียส คริสเตนเซน และ ปาโบล กาบี ที่เจ็บอยู่ รวมถึง เฟรงกี เดอ ยอง ที่ติดโทษแบนในเกมนี้
🧠 วิเคราะห์บอลวันนี้การรุกและการรับ
ถ้ามองในเชิง วิเคราะห์บอล แท็กติก เกมนี้ราซิ่งวางหมาก 4-4-2 เน้นรับลึกแล้วสวนกลับริมเส้น ใช้ความเร็วของ ซูเลมาน กามารา และ มามาดู เกเย ดันบีบให้ฟูลแบ็กของบาร์ซ่าต้องถอยต่ำ แนวรุกสองคนอย่าง กูเลียชวิลี กับ อารานา ทำหน้าที่คอยฉกฉวยจังหวะหลุดถึงหน้าเขตโทษ แต่ปัญหาคือเมื่อได้บอลสวนกลับมักไม่สามารถรักษาไว้ในแดนคู่แข่งได้นานพอ โดนเพรสซ้อนจนต้องคืนหลังหรือเสียบอล ทำให้การจบสกอร์เหลือเพียงไม่กี่ครั้งตลอดเกม
ฝั่งบาร์เซโลนาใช้ 4-3-3 เล่นสไตล์คุมบอลตามแบบฉบับ ทีมของฟลิคยืนไลน์สูงกดดันตั้งแต่แดนหน้า ยามาลกับโอลโมยืนกว้างดึงแบ็กเจ้าบ้านออกจากตำแหน่ง เปิดพื้นที่ให้ แรชฟอร์ด กับ ตอร์เรส สอดเข้าไปเล่นระหว่างไลน์เซ็นเตอร์ การขึ้นเกมส่วนใหญ่ไหลผ่าน เท้าของเบร์นัลและตอร์เรสที่คอยเปลี่ยนแกนบอลออกปีก
เกมรุกของบาร์ซ่าในครึ่งแรกขาดเพียง “จังหวะสุดท้าย” ที่ไม่คมพอ แต่หลังเปลี่ยนมาใช้ แฟร์มิน โลเปซ เพิ่มพลังทะลุช่องตรงกลาง ทำให้กองหลังราซิ่งอ่านเกมไม่ทัน ประตู 0-1 มาจากจังหวะนี้แบบชัดเจน ขณะที่การปิดเกม 0-2 ก็เกิดจากการที่ราซิ่งต้องดันไลน์ขึ้นสูงจนเปิดพื้นที่หลังฟูลแบ็กให้ ราฟินญา–ยามาล เล่นงาน
ด้านเกมรับ ราซิ่งยืนบล็อกสองชั้นหน้าเขตโทษ ทำให้บาร์ซ่าต้องยิงไกลเยอะ แต่จุดอ่อนคือเมื่อต้องดันขึ้นเพรสแล้วโดนแกะเพรสหลุด เส้นระหว่างกองกลางกับกองหลังจะห่าง เปิดช่องให้มิดฟิลด์ตัวรุกของบาร์ซ่าลงมารับระหว่างไลน์ ส่วนบาร์ซ่าเองแม้ดันไลน์สูงแต่คู่เซ็นเตอร์ กูบาร์ซีกับมาร์ติน อ่านบอลยาวและดักโหม่งได้ดี ทำให้ราซิ่งแทบไม่มีจังหวะหลุดเดี่ยวจริง ๆ เลยตลอดเกม

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมอย่างแท้จริง บาร์เซโลนากระหน่ำยิงรวม 17 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นมีโอกาสแค่ 7 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น การครองบอลก็ชัดเจน ทีมเยือนเก็บไปถึง 74% ส่วนราซิ่งมีเพียง 26% ต้องวิ่งไล่ไล่บีบอยู่ตลอด
แม้จะครองบอลน้อย แต่ราซิ่งกลับทำฟาวล์มากถึง 16 ครั้ง แถมได้ใบเหลือง 4 ใบ สะท้อนว่าต้องใช้อาวุธหนักในการหยุดแนวรุกบาร์ซ่า ในขณะที่ทีมเยือนเสียฟาวล์เพียง 10 ครั้ง ได้ใบเหลืองใบเดียวจาก แฟร์มิน โลเปซ เกมริมเส้นของบาร์ซ่าทำงานดีจนทำให้ได้ลูกเตะมุมถึง 10 ครั้ง มากกว่าเจ้าบ้านที่มีแค่ 3 ครั้ง การล้ำหน้าก็เห็นภาพว่าเจ้าถิ่นพยายามหาจังหวะสวนกลับตลอด มีล้ำหน้าถึง 10 ครั้ง ส่วนบาร์ซ่าถูกดักล้ำหน้าที่ 5 ครั้ง
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 1 ราซิ่งเปิดเกมเพรสสูง ก่อนจะถูกจับล้ำหน้าในจังหวะบุกแรก
- ⚽ นาทีที่ 3 ราซิ่งได้เตะมุมสองหนติด สร้างแรงกดดันตั้งแต่ต้นเกม
- 🎯 นาทีที่ 9 ซูเลมาน กามารา ซัดในเขตโทษ แต่ โจน การ์เซีย เซฟไว้ได้
- 🎯 นาทีที่ 11 ดานี โอลโม เล่นฟรีคิกให้บาร์ซ่า แต่ยังไม่เข้าเป้า
- 🎯 นาทีที่ 20 บาร์ซ่าบดเกมบุก ได้เตะมุม และโอลโมยิงในกรอบติดบล็อก
- 🟨 นาทีที่ 29 มาริโอ การ์เซีย ฟาวล์หนักใส่ ลามีน ยามาล โดนใบเหลือง
- 🎯 นาทีที่ 33 ยามาลปั่นฟรีคิกระยะอันตราย บอลโค้งข้ามคานไปเล็กน้อย
- 🎯 นาทีที่ 37 มาร์ก เบร์นัล ลองส่องไกล บอลหลุดกรอบ
- 🎯 นาทีที่ 44 แรชฟอร์ดได้ยิงจ่อ ๆ แต่ เอซเกียตา ซูเปอร์เซฟช่วยราซิ่ง
- ⏱️ นาทีที่ 45+1 ผู้ตัดสินทดเวลาครึ่งแรก 1 นาที ก่อนจบ 0-0
- 🔁 นาทีที่ 46 ราซิ่งเปลี่ยนตัว ส่ง มาเน็กซ์ โลซาโน ลงแทน ฆวน การ์ลอส อารานา
- 🎯 นาทีที่ 49 บาร์ซ่าได้ลุ้นสองจังหวะจาก แรชฟอร์ด และ ยามาล แต่ยังไม่ผ่านมือเอซเกียตา
- 🎯 นาทีที่ 53 แรชฟอร์ดยิงไกลเฉียดเสาออกไป
- 🔁 นาทีที่ 58 บาร์ซ่าถอด มาร์ก เบร์นัล ส่ง แฟร์มิน โลเปซ ลงมาเติมเกมรุก
- 🔁 นาทีที่ 60 ราซิ่งเปลี่ยนสองคนรวด ซังกัลลี แทน กูเลียชวิลี และ โรดริเกซ แทน อัลดาโซโร
- ⚽ นาทีที่ 66 ประตู 0-1 ของบาร์เซโลนา แฟร์มิน แทงทะลุช่องให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้าไปกดเต็มข้อไม่เหลือ
- 🟨 นาทีที่ 71 ดาเมียน โรดริเกซ ฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม โดนใบเหลือง
- 🟨 นาทีที่ 72 อีฌีโก บิเซนเต เข้าตัดเกมอีกคน รับใบเหลืองตามมา
- 🟨 นาทีที่ 73 แฟร์มิน โลเปซ เสียบหนักกลางสนาม โดนใบเหลืองใบเดียวของบาร์ซ่าในเกมนี้
- 🔁 นาทีที่ 67–68 บาร์ซ่าขยับเพิ่ม ส่ง ราฟินญา, เปดรี และ เลวานดอฟสกี ลงแทน แรชฟอร์ด, โอลโม และ ตอร์เรส
- 🔁 นาทีที่ 78 ราซิ่งส่ง อันเดรส มาร์ติน ลงแทน ซาอินซ์-มาซา เสริมเกมรุกช่วงท้าย
- 🔁 นาทีที่ 85 บาร์ซ่าถอด กาซาโด ส่ง เอริก การ์เซีย ลงมาช่วยล็อกแนวรับ
- 🟨 นาทีที่ 89 มาร์โก ซังกัลลี ฟาวล์หนักอีกครั้ง รับใบเหลือง
- ⏱️ นาทีที่ 90 ผู้ตัดสินทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที
- 🎯 นาทีที่ 94 มาเน็กซ์ โลซาโน ได้ยิงจ่อ ๆ แต่ โจน การ์เซีย พุ่งปัดเซฟสุดเหนียว
- ⚽ นาทีที่ 90+5 ประตู 0-2 ยามาลวิ่งสอดรับบอลจาก ราฟินญา ก่อนซัดด้วยซ้ายในเขตโทษปิดกล่องให้บาร์ซ่าคว้าชัย
🌟 Player of the Match – โจน การ์เซีย กำแพงสีเลือดหมู
แม้สกอร์จะจบที่สองประตูจากแนวรุก แต่คนที่ “ชนะใจ” บ้านกีฬา คือ โจน การ์เซีย นายด่านมือสองที่พิสูจน์แล้วว่าไว้ใจได้เต็มร้อย เรตติ้ง 8.1 ไม่ได้ได้มาฟรี ๆ ตลอดเกมเขาเซฟจังหวะสำคัญอย่างน้อยสามครั้ง ทั้งลูกยิงของ กามารา ครึ่งแรก และลูกยิงจ่อ ๆ ของ มาเน็กซ์ โลซาโน ทดเวลาเจ็บ ถ้าไม่ได้การ์เซีย เกมนี้บาร์เซโลนาอาจต้องลุ้นหนักกว่านี้มาก การยืนตำแหน่งนิ่ง การอ่านจังหวะบอลโด่ง และการออกมาบล็อกหนึ่งต่อหนึ่ง คือจุดที่ทำให้เขาเป็นฮีโร่เงียบของค่ำคืนนี้อย่างแท้จริง
🏆 สถานการณ์ในตาราง/เส้นทางโกปา เดล เรย์
ชัยชนะ 0-2 ทำให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ได้แบบเต็มภาคภูมิ เป็นการยืนยันว่าทีมของฟลิคยังจริงจังกับถ้วยใบนี้และอยากกลับมาเป็นเจ้าแห่งบอลถ้วยสเปนอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ความพ่ายแพ้ของ ราซิ่ง ซานตานเดร์ หมายถึงการหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีม แต่ฟอร์มการเล่นที่วิ่งสู้ฟัดไม่เป็นรองใครในบ้านตัวเองก็ถือว่าได้ใจแฟนบอลไปเต็ม ๆ เหลือภารกิจหลักคือการกลับไปโฟกัสในลีกรองเพื่อไล่ล่าพื้นที่เลื่อนชั้นให้ได้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
จากภาพรวม ตารางบอล หลังเกม บอลถ้วยจบ แต่ภารกิจในลีกยังอีกยาว สำหรับราซิ่ง ซานตานเดร์ ต้องหันไปเน้นลา ลีกา 2 นัดสำคัญที่จะเปิดรังรับ ลาส พัลมาส ก่อนจะบุกเยือน เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา เกมเหล่านี้คือชี้วัดว่าแรงวิ่งสู้ฟัดในบอลถ้วยจะส่งต่อไปสู่ผลงานในลีกได้มากน้อยแค่ไหน
ด้านบาร์เซโลนา โปรแกรมต่อไปหนักไม่แพ้กัน ต้องบุกเยือน เรอัล โซเซียดาด ในลา ลีกา ก่อนยกพลไปทำศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่กรุงปรากกับ สลาเวีย ปราก แฟนบอลจะได้เห็นว่าฟอร์มแกร่งจากบอลถ้วยจะต่อยอดได้หรือไม่ และ โปรแกรมบอล แน่นขนาดนี้ ฟลิคจะโรเตชันทีมอย่างไรเพื่อรักษาทรงทั้งสามรายการสำคัญ
📣 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา
ใครที่อยากอัปเดตสกอร์สด ฟอร์มการเล่นแบบละเอียด และบทวิเคราะห์หลังเกมสไตล์ดุดันแบบนี้ บ้านกีฬา ขอชวนให้ตามเช็ก บ้านผลบอล พร้อมเจาะลึกทุกคู่ใหญ่ ทุกถ้วยสำคัญ ตลอดทั้งฤดูกาล แฟนบอลจะไม่พลาดทั้งข่าวก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังเกมแบบครบจบในที่เดียว

