
จาก : ผลบอลสด แชมเปี้ยนชิพ ระหว่าง ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน วันนี้ 24/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ที่ไพรด์ พาร์ค สเตเดี้ยม ค่ำคืนนี้ทำเอาแฟนบอลที่กดเช็ก ผลบอลสด ผ่านหน้าเว็บ บ้านผลบอล ใจแกว่งกันทั้งเกม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ครองบอลเหนือกว่า เล่นกันเป็นระบบกว่าชัดเจน และเหมือนจะเก็บสามแต้มเต็มในบ้านได้อยู่แล้วจากประตูของ แพทริค อักเยมัง แต่ดันมาโดน คริส เมแฟม โหม่งกู้หน้าให้เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน นาที 90+5 กลายเป็นดราม่าทดเจ็บที่ทำให้เจ้าถิ่นเก็บได้แค่แต้มเดียว
⏱️ ครึ่งแรก: แกะเขาเหล็กคุมบอล ก่อนปล่อยหมัดท้ายยก
เสียงนกหวีดดังแค่ไม่กี่วินาที เวสต์บรอมเปิดเกมบุกทันที กดดันทางกราบซ้ายจนได้เตะมุมตั้งแต่นาทีแรก เกมยังไม่ทันเข้าที่ คาร์ลัน แกรนท์ เล่นดุดันเกินเบอร์ ฟาวล์ติด ๆ กันจนโดนใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 5 ก่อนเจ็บเองและต้องถูกถอดออกเร็ว ส่ง ซามูเอล อิลลิง-จูเนียร์ ลงมากระชากริมเส้นแทนในนาทีที่ 8
ช่วงยี่สิบนาทีแรกทีมเยือนสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง เจย์สัน โมลัมบี ลองส่องไกลให้ เจค็อบ วิดเดลล์ เซตเตอร์สตรอม ต้องเซฟ อิลลิง-จูเนียร์ ได้กดในกรอบแต่ยังไม่ตรงกรอบ ด้านจอร์จ แคมป์เบลล์ก็ได้โหม่งจากเตะมุมเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว ดาร์บี้แม้จะครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่คม
นาที 32 เกมต้องหยุดเพราะอาการเจ็บของ คริสเตียน เบียลิค ก่อนที่เจ้าตัวจะกัดฟันเล่นต่อ จากนั้นนาที 40 อาอูเน เฮกเกอโบ ไปเสียบหนักจนโดนใบเหลือง เพิ่มความเดือดกลางสนาม
สุดท้ายความนิ่งของเจ้าบ้านก็ออกฤทธิ์ในนาทีที่ 44 จากจังหวะลูกตั้งเตะเปิดมาหน้าประตู เวสต์บรอมเคลียร์ไม่ขาด บอลตกตรง แพทริค อักเยมัง ที่ยืนรออยู่ซัดจ่อ ๆ เสียบตาข่ายไม่เหลือ ดาร์บี้ ขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยความมั่นใจหลังทดเวลา 3 นาที
⏱️ ครึ่งหลัง: เวสต์บรอมเปิดหน้าแลก เมแฟมสวมบทฮีโร่ทดเจ็บ
เริ่มครึ่งหลัง เวสต์บรอมยกระดับเกมรุกทันที เล่นเพรสสูงมากขึ้น หวังทวงประตูคืนอย่างรวดเร็ว คัลลัม สไตล์ส ได้โอกาสซัดไกลแต่ยังไปติดเซตเตอร์สตรอมที่ยืนตำแหน่งเยี่ยม
เกมเริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โมลัมบีโดนใบเหลืองนาที 53 ตามมาด้วย ลูอิส ทราวิส ที่ตัดฟาวล์กลางสนามโดนจดชื่อในนาที 59 จังหวะปะทะเริ่มหนักทั้งสองฝั่ง
นาที 61 เอริก แรมซีย์ แก้เกมจัดหนัก เปลี่ยนรวดเดียวสามคน ส่ง โจช มาไจ, ดารีล ไดค์ และ เจด วัลเลซ ลงมา ลุยเกมรุกเต็มสูบ ดึง อาอูเน เฮกเกอโบ, มาร์ก จอห์นสตัน และ คัลลัม สไตล์ส ออกไป เกมรุกเวสต์บรอมไหลลื่นขึ้นทันตา
ฝั่ง จอห์น ยูสเตอซ ไม่ยอมน้อยหน้า นาที 64 ดาร์บี้เปลี่ยนสามคนรวด เติมความสดแดนกลางและริมเส้น ทำให้จังหวะสวนกลับดูมีชีวิตชีวา เบน เบรเรตัน ดิอาซ หลุดไปซัดทางขวาในนาที 68 แต่ยิงไม่ตรงกรอบ พลาดโอกาสฝังเกมอย่างน่าเสียดาย
ท้ายเกมเวสต์บรอมโหมบุกบ้าคลั่ง นาที 74 ส่ง คริส เมแฟม ลงมาช่วยเติมเกมรับและเป็นตัวขว้างบอลยาวจากแดนหลัง และยิ่งใกล้หมดเวลา ลูกกลางอากาศของทีมเยือนก็ยิ่งกดดันแนวรับดาร์บี้
ทดเวลา 6 นาทีคือช่วงนรกของแฟนเจ้าบ้าน นาที 90+5 เวสต์บรอมได้เตะมุมฝั่งขวา โมลัมบี เปิดโค้งไปเสาแรก เมแฟมหลุดตัวประกบโขกเต็มกะโหลกเสียบตาข่าย เซตเตอร์สตรอมหมดสิทธิ์เซฟ กลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1 แบบเชือดใจแกะเขาเหล็กทั้งสนาม
ยังไม่จบแค่นั้น นาที 97 คัลลัม เอลเดอร์ ได้ซัดจ่อ ๆ ในเขตโทษ แต่ดันแปข้ามคานเฉย จบเกม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 แบ่งแต้มกันไปแบบมีทั้งคนโล่งและคนเสียดายสุด ๆ

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนความสามารถ
🐏 ดาร์บี้ เคาน์ตี้ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- เจค็อบ วิดเดลล์ เซตเตอร์สตรอม (7.5)
กองหลัง
- เจสัน วอร์ด แบ็กขวา (6.9)
- แดนนี่ แบทธ์ เซนเตอร์ฮาล์ฟ (6.8)
- ซิกูร์ด เค็ตติล ลังก็อส เซนเตอร์ฮาล์ฟ (6.6)
- คัลลัม เอลเดอร์ แบ็กซ้าย (6.5)
กองกลางตัวรับ
- ลูอิส ทราวิส กัปตันทีม (6.9)
- เดอชอน โอโซห์ (6.8)
ตัวรุกริมเส้นและเพลย์เมกเกอร์
- เบน เบรเรตัน ดิอาซ ปีกซ้าย (6.1)
- บ็อบบี้ คลาร์ก กลางรุก (6.3)
- รีอาน บรูว์สเตอร์ ปีกขวา (6.5)
กองหน้า
- แพทริค อักเยมัง หน้าเป้า (7.9)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เลียม ทอมป์สัน (6.5) แทน โอโซห์ นาที 64
- ออสการ์ เฟราโล (6.4) แทน คลาร์ก นาที 64
- คอรี แบล็คเก็ตต์-เทย์เลอร์ (6.8) แทน บรูว์สเตอร์ นาที 64
- ดิโอน แซนเดอร์สัน (6.4) แทน เบรเรตัน ดิอาซ นาที 85
- ลาร์ส-เยอร์เกน ซัลเวเซน (6.5) แทน อักเยมัง นาที 85
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
- ริชาร์ด โอ’ดอนเนลล์, เคร็ก ฟอร์ไซธ์, อันเดรียส ไวมันน์, เคย์เดน แจ็คสัน
ผู้เล่นเด่นฝั่งดาร์บี้ นอกจาก อักเยมัง แล้ว เซตเตอร์สตรอม เซฟสำคัญหลายครั้ง ขณะที่ ทราวิส คุมจังหวะกลางสนามได้อย่างเหนียวแน่น
🦓 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (เริ่มด้วยระบบ 5-4-1 ก่อนปรับยืดหยุ่น)
ผู้รักษาประตู
- แม็กซ์ โอเลียรี่ (5.8)
กองหลัง
- ไอแซ็ค ไพรซ์ แบ็กขวา (6.2)
- นาธานีเอล ฟิลลิปส์ เซนเตอร์ (6.7)
- จอร์จ แคมป์เบลล์ เซนเตอร์ (6.5)
- คัลลัม สไตล์ส แบ็กซ้าย/วิงแบ็ก (6.9)
กองกลาง
- เจย์สัน โมลัมบี กลางรับ (7.3)
- โอซามา เดียคิเต้ (6.9)
- คริสเตียน เบียลิค กัปตันทีม (6.4)
- มาร์ก จอห์นสตัน ตัวรุกริมเส้น (6.8)
กองหน้า
- คาร์ลัน แกรนท์ (6.3) เริ่มต้นเป็นหัวหอก ก่อนเจ็บออกเร็ว
- อาอูเน เฮกเกอโบ (6.2) ยืนเป็นหน้าเป้าเมื่อเกมปรับระบบ
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ซามูเอล อิลลิง-จูเนียร์ (6.7) แทน แกรนท์ นาที 8
- เจด วัลเลซ (7.2) แทน จอห์นสตัน นาที 61
- โจช มาไจ (6.7) แทน เฮกเกอโบ นาที 61
- ดารีล ไดค์ (6.3) แทน สไตล์ส นาที 61
- คริส เมแฟม (7.6) แทน เบียลิค นาที 74 – ฮีโร่ผู้โขกตีเสมอ
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
- โจชัว กริฟฟิธส์, อัลฟี กิลคริสต์, ชาร์ลี เทย์เลอร์, อเล็กซ์ โมเวตต์
ฝั่งเวสต์บรอมผู้เล่นที่โดดเด่นคือ โมลัมบี ที่วิ่งไม่มีหมดและออกบอลแม่น รวมถึง เมแฟม ที่ลงมาช่วยพลิกเกมช่วงท้ายอย่างเต็มตัว
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
หากมองในเชิง วิเคราะห์บอล บ้านกีฬา เห็นชัดว่าดาร์บี้วางหมาก 4-2-3-1 เน้นคุมแดนกลางด้วยคู่หู โอโซห์–ทราวิส ให้สองฟูลแบ็ก วอร์ด กับ เอลเดอร์ ดันสูงเติมเกมริมเส้น เมื่อมี เบรเรตัน ดิอาซ กับ บรูว์สเตอร์ คอยฉีกแนวรับออกข้าง ทำให้พื้นที่ระหว่างไลน์เซนเตอร์ของเวสต์บรอมถูกดึงออกตลอด ส่งผลให้ อักเยมัง มีช่องเล่นบอลกับเท้าพอสมควร
เกมรุกเจ้าบ้านเน้นจังหวะต่อบอลบนพื้นและหาช่องระหว่างไลน์ กดดันด้วยบอลตั้งเตะเป็นระยะ ซึ่งประตูขึ้นนำก็เกิดจากจุดแข็งนี้ ลูกเปิดมาตกในพื้นที่อันตรายที่วางคนไว้แน่น ส่งผลให้แนวรับทีมเยือนเคลียร์ไม่ขาดจนโดนลงโทษ
ในทางกลับกัน เวสต์บรอมเริ่มเกมด้วยระบบที่ดูเหนียวแน่น เน้นอัดคนในแดนกลางและปิดช่องครึ่งพื้นที่ ครึ่งแรกอาจจะตั้งรับลึกแต่การสวนกลับมีพิษ โดยเฉพาะฝั่งของ อิลลิง-จูเนียร์ ที่สปีดจัดจ้าน ช่วงครึ่งหลังเมื่อทีมตามหลัง แรมซีย์ปรับแผนเป็นเกมรุกเต็มตัว ดันวิงแบ็กขึ้นสูง กลายรูปเป็น 4-3-3/4-2-4 ในบางจังหวะ ใส่กองหน้าแบบยืนสามคนพร้อมกันทั้ง มาไจ, ไดค์, วัลเลซ แล้วให้บอลยาวและครอสจากริมเส้นเข้าสู่เขตโทษ
จุดเปลี่ยนคือการส่ง เมแฟม ลงมา เติมความแข็งแกร่งลูกกลางอากาศ ทั้งเกมรับและลูกเซตพีซรุก ดาร์บี้เริ่มถอยลึกเกินไปในช่วงท้าย พยายามปิดพื้นที่หน้าประตูแต่ปล่อยให้เวสต์บรอมบอมบ์ลูกกลางอากาศซ้ำ ๆ สุดท้ายก็พลาดเพียงครั้งเดียวในนาทีชี้ชะตา
เกมรับของเจ้าบ้านโดยรวมถือว่าแน่น แต่การเช็กล้ำหน้าคู่สุดท้ายยังมีหลุดให้เห็น ขณะที่เวสต์บรอมแม้เสียประตูจากลูกตั้งเตะ แต่หลังจากปรับแผนก็จัดการปิดพื้นที่ฝั่งริมเส้นของดาร์บี้ได้ดีขึ้น ทำให้เจ้าถิ่นแทบไม่ได้ยิงเข้ากรอบเพิ่มเลยในครึ่งหลัง

📈 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพได้ชัด ดาร์บี้ครองบอลถึง 58% ต่อ 42% ของเวสต์บรอม แต่อย่างที่เห็นคือการครองบอลไม่ได้แปลเป็นโอกาสลุ้นประตูมากนัก เจ้าบ้านยิงทั้งหมดเพียง 3 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 1 ครั้ง และกลายเป็นประตูของอักเยมัง ต่างจากทีมเยือนที่แม้ครองบอลน้อยกว่า แต่สร้างโอกาสได้ถึง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 4 หน
ด้านเกมรับ ดาร์บี้ทำฟาวล์ 15 ครั้ง ได้ใบเหลือง 2 ใบ ส่วนเวสต์บรอมทำฟาวล์ 13 ครั้ง รับใบเหลือง 3 ใบ บ่งบอกว่าเกมกลางสนามหนักหน่วงสูสี เตะมุมก็ชัดเจน ทีมเยือนได้ถึง 6 ครั้ง ขณะที่เจ้าบ้านเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในคอร์เนอร์เหล่านั้นก็คือจังหวะตีเสมอ 1-1 ช่วงทดเวลา ส่วนล้ำหน้าดาร์บี้ไม่มีเลย ขณะที่เวสต์บรอมโดนจับล้ำหน้าเพียง 1 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมเล่นกันอย่างมีวินัยในไลน์รับค่อนข้างดี
📝 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 1 เวสต์บรอมเปิดเกมบุกทันที ได้เตะมุมจากจังหวะกดดันทางซ้าย
- 🟨 นาทีที่ 4–5 คาร์ลัน แกรนท์ ฟาวล์ต่อเนื่องก่อนโดนใบเหลือง เกมเริ่มเดือดตั้งแต่ต้น
- 🤕 นาทีที่ 6 แกรนท์เจ็บ ต้องออกจากสนามอย่างรวดเร็ว
- 🔁 นาทีที่ 8 เวสต์บรอมส่ง ซามูเอล อิลลิง-จูเนียร์ ลงเล่นแทน แกรนท์
- 💥 นาทีที่ 9 โมลัมบียิงไกล แต่เซตเตอร์สตรอมพุ่งเซฟสวย
- 🎯 นาทีที่ 14 อิลลิง-จูเนียร์ ได้ซัดในกรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาสอง
- 🎯 นาทีที่ 18 เวสต์บรอมได้เตะมุม แคมป์เบลล์โหม่งเฉี่ยวคาน
- 🎯 นาทีที่ 30 เฮกเกอโบได้โหม่งจ่อ ๆ แต่ไม่ตรงกรอบ
- ⏱️ นาทีที่ 32 เกมหยุดเพราะเบียลิคเจ็บ ต้องรับการปฐมพยาบาล
- 🟨 นาทีที่ 40 อาอูเน เฮกเกอโบ โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์รุนแรง
- ⚽ นาทีที่ 44 ประตู! แพทริค อักเยมัง ยิงจ่อหน้าปากประตูให้ดาร์บี้นำ 1-0 จากจังหวะลูกตั้งเตะที่แนวรับทีมเยือนเคลียร์ไม่ขาด
- ⏱️ ทดเวลาครึ่งแรก 3 นาที ก่อนจบครึ่งแรกดาร์บี้นำ 1-0
- 🔁 นาทีที่ 46 เริ่มครึ่งหลัง เวสต์บรอมเปิดหน้าเดินเกมรุกหนัก
- 🎯 นาทีที่ 52 คัลลัม สไตล์ส ซัดไกลนอกกรอบ แต่ยังติดเซตเตอร์สตรอม
- 🟨 นาทีที่ 53 โมลัมบีโดนใบเหลือง จากการตัดฟาวล์กลางสนาม
- 🟨 นาทีที่ 59 ลูอิส ทราวิส โดนใบเหลือง ฝั่งดาร์บี้เริ่มเน้นตัดเกม
- 🔁 นาทีที่ 61 เวสต์บรอมเปลี่ยนทีเดียวสามคน ส่ง มาไจ, ไดค์, วัลเลซ ลงลุยเกมรุกเต็มสูบ
- 🔁 นาทีที่ 64 ดาร์บี้เปลี่ยนสามคน เติมความสดแดนกลางและริมเส้น ทอมป์สัน, เฟราโล, แบล็คเก็ตต์-เทย์เลอร์ ลงสนาม
- 🎯 นาทีที่ 68 เบรเรตัน ดิอาซ หลุดยิงมุมแคบฝั่งขวา แต่บอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย
- 🎯 นาทีที่ 71 ดาร์บี้ได้เตะมุม แบล็คเก็ตต์-เทย์เลอร์ ได้ยิงซ้ำแต่ติดบล็อกแนวรับ
- 🧱 นาทีที่ 76 เกมกลางสนามเริ่มปะทะหนัก ฟาวล์สลับกันไปมา
- 🟨 นาทีที่ 83 คัลลัม เอลเดอร์ โดนใบเหลืองจากจังหวะถ่วงเวลา
- 🔁 นาทีที่ 85 ดาร์บี้ส่ง แซนเดอร์สัน และ ซัลเวเซน ลงมาแทน เบรเรตัน ดิอาซ กับ อักเยมัง เพื่อปิดเกม
- 🔁 นาทีที่ 74–90 เวสต์บรอมส่ง เมแฟม ลงแทน เบียลิค เพิ่มอาวุธลูกกลางอากาศ
- ⏱️ นาทีที่ 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที เวสต์บรอมบุกโหมเต็มกำลัง
- 🎯 นาทีที่ 90+4 เวสต์บรอมได้เตะมุมสำคัญทางฝั่งขวา
- ⚽ นาทีที่ 90+5 ประตูตีเสมอ! โมลัมบี เปิดเตะมุมให้ คริส เมแฟม โหม่งเน้น ๆ เสียบตาข่าย เวสต์บรอมตามมา 1-1
- 🎯 นาทีที่ 90+7 ดาร์บี้ได้โอกาสทอง เอลเดอร์ ยิงจ่อ ๆ แต่บอลเหินข้ามคานอย่างไม่น่าเชื่อ
- ⏱️ จบเกม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบ่งแต้มกันไปแบบระทึกใจ
⭐ Player of the Match: แพทริค อักเยมัง
แม้ดาร์บี้จะชวดสามแต้ม แต่ แพทริค อักเยมัง ได้รับเลือกเป็น Player of the Match ด้วยคะแนนสูงถึง 7.9 จากบทบาทหน้าเป้าที่เล่นงานแนวรับเวสต์บรอมตลอดทั้งคืน หัวหอกชาวกานารายนี้ไม่ได้มีดีแค่ประตูขึ้นนำ เขายังใช้ร่างกายบังบอล เก็บบอลพักให้เพื่อน เติมลงต่ำเชื่อมเกม และวิ่งไล่เพรสเซ็นเตอร์ฝั่งตรงข้ามไม่ให้ขึ้นบอลสบาย ๆ
จังหวะประตู 1-0 แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณกองหน้าล้วน ๆ การยืนตำแหน่งรอซ้ำในกรอบเขตโทษและความนิ่งจบสกอร์ เป็นผลงานที่ทำให้แฟนดาร์บี้ต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ แม้สุดท้ายจะโดนตีเสมอ แต่ฟอร์มส่วนตัวของเขาถือว่าเด่นชัดเหนือใครในสนาม
ฝั่งเวสต์บรอม เมแฟม กับ โมลัมบี ก็สมควรได้รับคำชมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมแฟมที่ลงมาจากม้านั่งสำรองแล้วกลายเป็นฮีโร่ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีสุดท้ายของเกม

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนน แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ
ผลเสมอนัดนี้ทำให้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ขยับเก็บเพิ่มเป็น 42 คะแนนจาก 29 นัด รั้งอันดับ 8 ของตาราง ยังเกาะกลุ่มบนแบบมีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟต่อไป แต่ต้องยอมรับว่าการปล่อยให้หลุดชัยในช่วงทดเจ็บแบบนี้คือการเสียสองแต้มเต็ม ๆ ในบ้าน เมื่อมองไปด้านบนทั้งเพรสตัน, วัตฟอร์ด และทีมกลุ่มหัวตารางยังคงเก็บแต้มกันไม่ยั้ง แกะเขาเหล็กเลยต้องเร่งเครื่องในนัดถัด ๆ ไปหากไม่อยากเห็นความฝันเพลย์ออฟหลุดมือ
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ขยับเป็น 32 คะแนนจาก 29 นัด ยืนอยู่โซนล่างในอันดับ 19 แต่แต้มสำคัญจากการบุกมาเสมอนัดนี้ช่วยให้ระยะห่างจากโซนตกชั้นยังพอหายใจได้ และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนด้านสภาพจิตใจให้ทีมมีความมั่นใจกลับมา หลังช่วงหลังผลงานแกว่งหนัก
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
ตาม โปรแกรมบอล แชมเปี้ยนชิพ นัดต่อ ๆ ไป ดาร์บี้ต้องออกไปเยือน บริสตอล ซิตี้ ในวันที่ 31 มกราคม ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านรับการมาเยือนของอิปสวิช ทาวน์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่งทั้งสองเกมถือว่าโหดไม่เบา เพราะเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งทั้งคู่ หากเก็บแต้มไม่ได้อาจทำให้เส้นทางลุ้นเพลย์ออฟเริ่มสั่นคลอน
ด้านเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน มีภารกิจสำคัญสองเกมติดเช่นกัน เริ่มจากบุกเยือนพอร์ตสมัธ วันที่ 31 มกราคม ต่อด้วยเปิดบ้านรับการมาเยือนของสโต๊ก ซิตี้ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ นี่คือสองแมตช์ชี้ชะตาโซนหนีตกชั้น หากเก็บคะแนนได้ต่อเนื่องโอกาสอยู่รอดในลีกก็เปิดกว้างมากขึ้น แต่ถ้าพลาดรวดก็มีสิทธิ์หล่นไปอยู่ใกล้โซนแดงแบบเต็มตัว
📣 ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ทั้งสกอร์สด การวิเคราะห์เกม และมุมมองมันส์ ๆ แบบนี้ บ้านกีฬา ขอชวนให้ติดตามเช็กสกอร์สไตล์ บ้านผลบอล รวมถึงข่าวอัปเดต ความเคลื่อนไหวทีมดังจากทุกลีกได้ตลอดทั้งซีซั่น บ้านกีฬา จะอยู่ข้างจอไปพร้อมกับคุณจนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายของฤดูกาล

