
จาก : ผลบอลสด ซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส ระหว่าง ปอร์โต้ 3-0 กิล วิเซนต์ วันนี้ 27/1/69 – บ้านกีฬา
ซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส ค่ำคืนที่เอสตาดิโอ ดู ดราเกา แฟนเจ้าถิ่นได้เฮเต็มเสียง เมื่อปอร์โต้โชว์ความโหดสมดีกรีจ่าฝูง เปิดบ้านอัดกิล วิเซนเต้ 3-0 จากจุดโทษของสามูเอล อาเกโฮวา บวกอีกสองเม็ดช่วงท้ายจากมาร์ติม แฟร์นานเดส และวิลเลียม โกเมส ส่งสกอร์บนหน้าจอ ผลบอลสด ขึ้นนำแบบไม่เผื่อพื้นที่ให้ดราม่า ทีมเยือนต้องกลับบ้านพร้อมใบแดงและศรัทธาที่สั่นคลอน
⏱️ ครึ่งแรก – จุดโทษปลดล็อก เกมเปลี่ยนหน้า
ต้นเกมปอร์โต้คุมจังหวะได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ครองบอลไหลลื่นจากหลังขึ้นหน้าด้วยการต่อบอลสั้นเร็ว ผ่านเท้าของโฟรโฮลต์–เฟร์นานเดส–เวียก้า กดให้แนวรับกิล วิเซนเต้ต้องถอยร่นกลับไปตั้งโซนหน้ากรอบเขตโทษ ดิโอโก้ คอสต้าแทบไม่ต้องออกแรงเซฟในช่วงยี่สิบนาทีแรก
จุดเปลี่ยนมาในนาที 35 เมื่อมาร์ลอน ซูซ่าเข้าปะทะหนักจนโดนใบเหลือง ก่อนที่จังหวะต่อเนื่องแนวรับทีมเยือนจะพลาดท่าไปฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าชี้จุดโทษ และเป็นสามูเอล อาเกโฮวาที่รับหน้าที่สังหารนาที 37 ยิงไปคนละมุมกับนายด่านฟิเกร่าอย่างนิ่งสนิท ปอร์โต้ขึ้นนำ 1-0
หลังเสียประตู กิล วิเซนเต้เริ่มเล่นนอกเกมมากขึ้น มีทั้งจังหวะโวยวายของเวียก้าและเซ การ์ลอสที่ถูกจดชื่อในใบเหลือง ขณะที่บนม้านั่งสำรองกุนซือเซซาร์ เปกโซโต้ยังโดนผู้ตัดสินเตือนเรื่องอารมณ์ร้อน จบครึ่งแรกเจ้าถิ่นครองเกมเหนือกว่าและนำอย่างสมศักดิ์ศรี
⏱️ ครึ่งหลัง – ใบแดงเปิดทาง ปอร์โต้ปิดบัญชีโหด
ครึ่งหลังบ้านกีฬาเห็นได้ชัดว่าปอร์โต้ยังคุมเกมไว้ในมือ แต่ก็ยังต้องการประตูที่สองเพื่อปิดเรื่อง ฟรานเชสโก ฟาริโอลีแก้เกมนาที 61 ส่งโรดริโก้ โมราและวิลเลียม โกเมสลงมาเติมสปีดในแดนหน้า และแค่ไม่กี่อึดใจก็เกิดเรื่องใหญ่ฝั่งทีมเยือน
นาที 68 กิล วิเซนเต้เปลี่ยนเกมด้วยการส่งมาร์ติน แฟร์นานเดสและโมฮาเหม็ด บ็อมบ้าลงสนาม แต่ผ่านไปเพียงนาทีเดียวมาร์ตินกลับไปเสียบหนักจนโดนใบแดงโดยตรง ทิ้งเพื่อนเหลือสิบคนแบบสุดช็อก แรงกดดันถาโถมใส่แนวรับทีมเยือนเต็มๆ
นาที 75 ปอร์โต้ใช้จำนวนคนที่เหนือกว่าได้อย่างเด็ดขาด เปเป้หลุดขึ้นทางขวาก่อนเปิดตัดกลับให้มาร์ติม แฟร์นานเดสแปเน้นๆ เข้าไปเป็น 2-0 สนามแทบแตก ก่อนที่นาที 86 วิลเลียม โกเมสจะรับบอลต่อเนื่องจากเปโดร โรซาริโอแล้วซัดปิดกล่อง 3-0 สกอร์ขาดไร้เงาลุ้น กิล วิเซนเต้พยายามส่งแบร์เมโฆลงมาไล่กดดันช่วงท้าย แต่เจอเกมรับแน่นเหนียวของเจ้าถิ่นปิดประตูทุกทาง จบเกมปอร์โต้เอาชนะอย่างยิ่งใหญ่

👕 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔵 ปอร์โต้ – 4-3-3 เครื่องจักรสีฟ้า
ผู้รักษาประตู
- ดิโอโก้ คอสต้า (7.4) กัปตันทีม เซฟช็อตสำคัญและคุมพื้นที่ในเขตโทษมั่นใจ
กองหลัง
- ติอาโก้ ซิลวา (6.9) แบ็กขวาเกมรับรัดกุม เติมสูงต่อเนื่อง
- แยน เบดนาเร็ค (7.3) เซ็นเตอร์ขวาอ่านเกมดี เคลียร์บอลไม่พลาด
- เปโดร โรซาริโอ (6.7) เซ็นเตอร์ซ้าย มีเสียฟาวล์บ้างแต่ชดเชยด้วยแอสซิสต์ช่วงท้ายเกม
- ยาคุบ คีวียอร์ (7.1) แบ็กซ้าย เติมเกมซ้ายจัดจ้าน ปิดท้ายด้วยใบเหลืองช่วงทดเจ็บ
กองกลาง
- มาร์ติม แฟร์นานเดส (8.3) มิดฟิลด์เบอร์ 6 เกมนี้เด่นสุดทั้งตัดบอลและยิงไกลสุดคม
- วาเลนติน โฟรโฮลต์ (6.1) คอยเชื่อมเกมกลางสนาม ก่อนถูกถอดพักท้ายเกม
- สามูเอล อาเกโฮวา (6.9) ยืนเชื่อมระหว่างกลางกับหน้า ยิงจุดโทษปลดล็อกให้ทีม
แนวรุก
- กอนซาโล่ เวียก้า (6.6) ลากเลื้อยทางซ้าย มีส่วนสร้างจุดโทษ ก่อนโดนเปลี่ยนออกพักครึ่งหลัง
- บาสเตียน ไซนซ์ (7.1) โยกสลับตำแหน่งในแนวรุก สร้างโอกาสสวยๆ หลายครั้ง
- เปเป้ (7.3) ปีกขวาความเร็วสูง แอสซิสต์ให้ประตู 2-0 แล้วถูกถอดไปพักนาที 76
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- โรดริโก้ โมรา (7.3) ลงนาที 61 เติมความสดฝั่งซ้าย
- วิลเลียม โกเมส (7.9) ลงพร้อมกันนาที 61 ยิงปิดเกม 3-0 แบบเฉียบขาด
- ออสการ์ เปียตูเชฟสกี้ (6.7) ลงนาที 76 ช่วยถ่างเกมริมเส้น
- เดนิซ กึล (6.2) ตัวรุกที่ลงมานาที 77 เพิ่มมิติการเลี้ยงบอล
- สตีเฟน เอสตากีโอ (6.6) ลงช่วงท้ายคุมจังหวะเกมกลางสนาม
ตัวสำรองไม่ได้ลง
คลาดิโอ รามอส, อัลแบร์โต คอสต้า, ฟรานซิสโก มูร่า, อลัน วาเรลา
🔴 กิล วิเซนเต้ – 4-2-3-1 แผนตั้งรับที่พังเพราะใบแดง
ผู้รักษาประตู
- ดานิเอล ฟิเกร่า (6.1) เซฟสวยหลายหน แต่ต้านความร้อนแรงเจ้าบ้านไม่ไหว
กองหลัง
- จี. โคนัน (6.3) แบ็กขวาโดนบุกใส่หนักทั้งเกม
- จอห์น บูอาตู (6.4) เซ็นเตอร์ขวาเจองานยากกับความเร็วแนวรุกปอร์โต้
- มาเวล เอลิมบี (6.0) เซ็นเตอร์ซ้ายพยายามเคลียร์ลูกกลางอากาศแต่มีจังหวะหลุดตำแหน่ง
- เซ การ์ลอส หมายเลข 2 กัปตันทีม (5.8) แบ็กซ้ายเกมรับเปราะ โดนเจ้าถิ่นเจาะซ้ำๆ
กองกลาง
- เซร์คิโอ การ์เซีย (6.7) มิดฟิลด์ตัวตัดเกม พยายามเบรกจังหวะคู่แข่ง
- มาร์ลอน ซูซ่า (5.2) ยืนคู่กลางแต่ฟาวล์บ่อย จนโดนใบเหลืองตั้งแต่ครึ่งแรก
- หลุยส์ เอสเตเวส (6.9) ทำเกมริมเส้นขวาได้วูบวาบที่สุดในทีม
- กุสตาโว่ วาเรล่า (6.8) เพลย์เมกเกอร์ที่พยายามลากพาบอลขึ้นหน้า
- โทญี่ ตูเร่ (6.2) ปีกซ้ายสปีดจัด แต่ถูกจับตายเมื่อคู่แข่งช่วยกันซ้อนดี
กองหน้า
- เซ การ์ลอส หมายเลข 6 (7.0) หน้าเป้าตัวความหวัง มีโอกาสยิงแต่ไม่คมพอ
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- มาร์ติน แฟร์นานเดส (4.4) ลงนาที 68 แล้วโดนใบแดงโดยตรงนาที 69 กลายเป็นจุดหักเหของเกม
- โมฮาเหม็ด บ็อมบ้า (6.5) ลงพร้อมกันนาที 68 เติมความเร็วในแดนหน้า
- เอเวอร์ตัน ซานโตส (6.3) ลงนาที 77 พยายามช่วยไล่บีบสูง
- โชเอลซอน แฟร์นานเดส (6.6) ลงนาที 77 หวังสร้างความแตกต่างริมเส้น
- เซร์ฆิโอ แบร์เมโฆ (ลงนาที 87) มีเวลาน้อยเกินไปจะเปลี่ยนผลการแข่งขัน
ตัวสำรองไม่ได้ลง
ลูเคา, อันโตนิโอ เอสปีกาเรส, อากุสติน โมเรย์รา, คาร์ลอส เอดูอาร์โด
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในเชิงแท็กติกเกมนี้คือโชว์เคสของปอร์โต้ในระบบ 4-3-3 ที่ยืดหยุ่นและมีความสมดุลสูง แดนหลังเริ่มจากคู่เซ็นเตอร์เบดนาเร็ค–โรซาริโอคุมพื้นที่กลางได้เยี่ยม ปล่อยให้แบ็กสองฝั่งดันสูงเกือบตลอดเวลา เมื่อแนวรับขยับขึ้นเป็นไลน์สูง เกมเพรสซิ่งแดนบนจึงทำงานเต็มประสิทธิภาพ เป็นการ วิเคราะห์บอล ง่ายๆ ว่าทันทีที่แดนหน้ากดดัน บอลจังหวะสองมักตกอยู่ที่มาร์ติม แฟร์นานเดส ซึ่งคอยเก็บกินแล้วจ่ายออกด้านข้างอย่างแม่นยำ
เกมรุกของปอร์โต้เน้นการต่อบอลสามเหลี่ยมจากฝั่งขวา ใช้ซิลวา–เปเป้–เฟร์นานเดสสร้างความได้เปรียบตัวผู้เล่น แล้วตัดเข้ากลางให้ไซนซ์หรืออาเกโฮวาเชื่อมต่อ ก่อนเปลี่ยนแกนเร็วไปยังฝั่งซ้ายที่เวียก้าคอยดวลหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อลงสำรอง วิลเลียม โกเมสยิ่งทำให้ทีมมีตัววิ่งทำลายไลน์ลึก กิล วิเซนเต้จึงเสียรูปทรงอย่างหนักหลังเหลือสิบคน
ฝั่งกิล วิเซนเต้เริ่มต้นด้วยแผน 4-2-3-1 เน้นป้องกันพื้นที่กลาง ใช้การ์เซียกับซูซ่าปิดช่องระหว่างไลน์ แต่ปัญหาคือระยะห่างระหว่างกองกลางกับแนวรับมากเกินไป เมื่อปอร์โต้ถ่ายบอลเร็ว บอลจึงหลุดมาระหว่างไลน์บ่อยครั้ง กองหลังต้องวิ่งไล่หันหลังเข้าหาประตูตัวเองอยู่ตลอด เมื่อเหลือผู้เล่นสิบคน กิล วิเซนเต้ต้องถอยไปตั้งรับลึกจนแทบไม่มีโอกาสเล่นเกมโต้กลับอย่างจริงจัง การรุกฝากความหวังไว้ที่เซ การ์ลอสคนเดียว ซึ่งโดนประกบแน่นจนเงียบสนิทในครึ่งหลัง

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมตอกย้ำความเหนือกว่าของเจ้าถิ่น ปอร์โต้ยิงรวม 14 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ขณะที่กิล วิเซนเต้ยิงได้ 10 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง แต่เมื่อดูความต่อเนื่องของเกมจะเห็นว่าปอร์โต้ครองบอลถึง 59% เทียบกับ 41% ของทีมเยือน ทำให้รูปเกมส่วนใหญ่ถูกล็อกไว้ในแดนของกิล วิเซนเต้ ลูกเตะมุม 11-3 บอกชัดว่าเจ้าถิ่นโหมบุกอยู่ฝ่ายเดียวตลอดเกือบ 90 นาที
แม้ปอร์โต้จะทำฟาวล์มากกว่า 12-7 แต่เป็นการฟาวล์เชิงแท็กติกที่คุมจังหวะเกม มากกว่าจะเสียสมาธิ ส่วนใบเหลืองแบ่งกันฝั่งละสองใบ ทว่าจุดที่ต่างกันแบบสุดขั้วคือใบแดงของมาร์ติน แฟร์นานเดส ซึ่งทำให้กิล วิเซนเต้ต้องเล่นสิบคนช่วงยี่สิบนาทีสุดท้ายและเปิดช่องให้ปอร์โต้กดเพิ่มอีกสองประตูแบบไม่ปรานี
🎬 เหตุการณ์สำคัญของเกม
🔥 35′ มาร์ลอน ซูซ่าเข้าปะทะรุนแรงกลางสนาม รับใบเหลืองใบแรกของเกม
⚡ 36′ กอนซาโล่ เวียก้าไม่พอใจคำตัดสิน โดนใบเหลืองจากจังหวะโวยผู้ตัดสิน
💥 37′ สามูเอล อาเกโฮวาซัดจุดโทษให้ปอร์โต้นำ 1-0 อย่างเฉียบคม
⚠️ 39′ เซ การ์ลอสของกิล วิเซนเต้โดนจดชื่อจากจังหวะโต้เถียงผู้ตัดสิน
🔥 ช่วงท้ายครึ่งแรก กุนซือเซซาร์ เปกโซโต้บนม้านั่งสำรองโดนผู้ตัดสินเตือนเรื่องอารมณ์เดือด
⏱️ HT ปอร์โต้นำ 1-0 กลับเข้าสู่ห้องแต่งตัวพร้อมเสียงเชียร์ลั่นสนาม
🔄 61′ ปอร์โต้เปลี่ยนสองคนรวด ส่งโรดริโก้ โมราแทนเวียก้า และวิลเลียม โกเมสแทนไซนซ์ เติมความสดแดนหน้า
🔄 68′ กิล วิเซนเต้ส่งมาร์ติน แฟร์นานเดสและโมฮาเหม็ด บ็อมบ้าลงมาแทนวาเรล่าและเซ การ์ลอสหน้าเป้า หวังพลิกเกม
🟥 69′ มาร์ติน แฟร์นานเดสเสียบหนักใส่ผู้เล่นเจ้าถิ่น ผู้ตัดสินควักใบแดงโดยตรง ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คน
⚽ 75′ เปเป้หลุดขึ้นทางขวาก่อนถวายพานให้มาร์ติม แฟร์นานเดสแปเบียดเสา เป็นประตู 2-0 ของปอร์โต้
🔄 76′ ออสการ์ เปียตูเชฟสกี้ลงมาแทนเปเป้เพื่อถนอมกำลังตัวหลัก
🔄 77′ ปอร์โต้ส่งเดนิซ กึลแทนอาเกโฮวา ขณะที่กิล วิเซนเต้เปลี่ยนสองตัวพร้อมกัน เอเวอร์ตัน ซานโตสแทนตูเร่ และโชเอลซอน แฟร์นานเดสแทนเอสเตเวส
⚽ 86′ เปโดร โรซาริโอแทงทะลุช่องให้วิลเลียม โกเมสหลุดไปยิงไม่เหลือ ปอร์โต้นำห่าง 3-0
🔄 87′ กิล วิเซนเต้เปลี่ยนตัวสุดท้าย ส่งเซร์ฆิโอ แบร์เมโฆลงมาแทนมาร์ลอน ซูซ่า
🟨 90+4′ ยาคุบ คีวียอร์โดนใบเหลืองช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากจังหวะตัดเกมริมเส้น
🏁 จบเกม ปอร์โต้ถล่มกิล วิเซนเต้ 3-0 เก็บสามแต้มแบบสุดจัดจ้าน
⭐ Player of the Match – มาร์ติม แฟร์นานเดส ห้องเครื่องวัยหนุ่มที่คุมทั้งจังหวะและสกอร์
บ้านกีฬาให้ตำแหน่ง Man of the Match แบบไม่มีข้อโต้แย้งกับมาร์ติม แฟร์นานเดส มิดฟิลด์หมายเลข 52 ของปอร์โต้ เจ้าของเรตติ้งสูงสุด 8.3 ในสนาม เขาไม่ใช่แค่ตัวตัดเกม แต่เป็นศูนย์กลางในการออกบอลทุกทิศทาง อ่านจังหวะเพรสซิ่งได้ดี ทำให้ทีมเยือนแทบต่อบอลขึ้นไปไม่ถึงแดนสาม
ประตู 2-0 ของเขาในนาที 75 ถือเป็นหมัดน็อกกิล วิเซนเต้แบบจังๆ เป็นการเติมขึ้นมายิงจากแถวสองด้วยความมั่นใจ แถมตลอดเกมยังชนะดวลกลางสนามหลายครั้ง พาบอลออกจากพื้นที่กดดันได้อย่างเยือกเย็น เหมือนเป็นผู้นำที่มองเห็นภาพรวมทั้งสนาม ซึ่งหากรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อเนื่อง ชื่อของแฟร์นานเดสจะถูกพูดถึงมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย

📊 สถานการณ์บนตารางคะแนน Liga Portugal Betclic
จากชัยชนะเกมนี้ ปอร์โต้แข่ง 19 นัด ชนะ 18 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ยิงได้ 40 เสียเพียง 4 ประตู เก็บไป 55 แต้ม ทิ้งห่างสปอร์ติ้ง ลิสบอนอันดับสองที่มี 48 แต้ม และเบนฟิก้าอันดับสามที่ 45 แต้ม ช่องว่างเริ่มเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางลุ้นแชมป์ลีกจึงอยู่ในมือของลูกทีมฟาริโอลีเต็มตัว
ด้านกิล วิเซนเต้แม้จะแพ้ในเกมนี้ แต่ยังยึดอันดับ 5 ไว้ได้ที่ 31 แต้ม จากผลงานชนะ 8 เสมอ 7 แพ้ 4 ประตูได้เสีย +8 อย่างไรก็ตามแต้มเริ่มถูกไล่กดดันจากทีมแถวกลางตารางอย่างปอรติโมเนนเซ่และฟามาลิเกา หากสะดุดต่อเนื่องอาจหลุดโซนลุ้นตั๋วยุโรปในพริบตาเดียว
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
โปรแกรมข้างหน้าของปอร์โต้ยังแน่นปึ้กทั้งในลีกและยุโรป คืนวันที่ 30 มกราคม แฟนบอลจะได้เห็นพวกเขาเปิดบ้านดวลเรนเจอร์สในศึกยูโรปาลีก ก่อนจะกลับมาเล่นลีกอีกครั้งด้วยการบุกเยือนคาซ่า เปีย วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงวัดใจว่าจ่าฝูงจะรักษาความคมต่อเนื่องได้แค่ไหน เมื่อโปรแกรมเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆ ต้องตามเช็ก โปรแกรมบอล กันให้ดี
ฝั่งกิล วิเซนเต้มีโอกาสแก้ตัวในบ้านเมื่อต้องเปิดรังรับฟามาลิเกาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จากนั้นบุกเยือนโมเรเรนเซ่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ สองเกมนี้สำคัญต่อการยืนระยะบนหัวตาราง หากเก็บแต้มไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เส้นทางลุ้นพื้นที่ยุโรปอาจเริ่มหมองทันที
📺 ติดตาม บ้านผลบอล สดใหม่ทุกค่ำคืนที่ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามเชียร์ปอร์โต้ลุ้นแชมป์ยาวๆ หรือจับตากิล วิเซนเต้ล่าโควตายุโรป บ้านกีฬาแนะนำให้เปิดเช็กสกอร์ผ่าน บ้านผลบอล และข่าวอัปเดตของเราทุกวัน เราจะเก็บทุกช็อตมันส์ ทุกจังหวะพลิกเกม และทุกดราม่าบนผืนหญ้ามาเล่าให้ฟังเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนข้างสนาม แฟนบอลห้ามพลาดเด็ดขาด

