
จาก : ผลบอลสด แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ระหว่าง บริสตอล ซิตี้ 0-5 ดาร์บี้ เคาน์ตี้ วันนี้ 31/1/69 – บ้านกีฬา
แชมเปี้ยนชิพ เกมนี้ที่สนามแอชตัน เกต กลายเป็นฝันร้ายของแฟนเจ้าถิ่นแบบเต็มๆ เมื่อ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ของจอห์น ยูสตัส บุกมาถล่ม บริสตอล ซิตี้ 5-0 แบบไม่ไว้หน้า ส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมลุยพื้นที่เพลย์ออฟเต็มตัว ขณะที่สายเช็ก ผลบอลสด ต้องขยี้ตาดูสกอร์กันอีกรอบว่ามันไม่ใช่เกมบอลถ้วย แต่คือบอลลีกแท้ๆ
ดาร์บี้มาในระบบ 4-2-3-1 ใช้คู่หอกแนวรุกอย่าง เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ ประสาน บ็อบบี คลาร์ก และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ป่วนแนวรับเจ้าบ้านตลอดทั้งเกม ส่วนบริสตอล ซิตี้ของเกอร์ฮาร์ด สทรูเบอร์ เลือกยืน 3-4-2-1 เน้นต่อบอลคุมแดนกลาง แต่พอเจอจังหวะบีบเร็วและสปีดสวนกลับของทีมเยือนก็ไปไม่เป็น
⏱ ครึ่งแรก – ดาร์บี้เปิดเครื่องยิงสามเม็ด เกมแทบจบตั้งแต่ 45 นาทีแรก
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังได้ไม่นาน ดาร์บี้ก็โชว์ให้เห็นชัดว่าตั้งใจมาล่าแต้ม ไม่ได้มาเอาฝุ่น นาที 11 ดาวิด โอโซห์ โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะหนักกลางสนาม แต่แทนที่เกมจะชะงัก กลับยิ่งปลุกอารมณ์ “แกะเขาเหล็ก” ให้ดุดันกว่าเดิม
นาที 13 ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่คัลลัม เอลเดอร์ เติมสูงทางซ้ายก่อนเปิดบอลพุ่งๆ เข้าเขตโทษ ริอาน บรูว์สเตอร์ สอดมาแปจ่อๆ ไม่เหลือ เจ้าบ้านเริ่มเสียทรง เกมรับถอยลึกชนิดไม่เหลือไลน์กดดันหน้าเขตโทษ
ไม่ทันตั้งหลัก นาที 16 สกอร์ไหลเป็น 2-0 คราวนี้ เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ ใช้ความมั่นใจลากตัดเข้าในทางซ้ายก่อนไหลต่อให้ บ็อบบี คลาร์ก สอดมายิงเน้นๆ ด้านขวา แม็กซ์ ฟีเท็ก นายด่านเจ้าบ้านได้แค่มอง
ดาร์บี้ยังไม่ยอมหยุด นาที 36 คลาร์กทำชิ่งเร็วกับเบรเรตัน ดิอาซ ก่อนแข้งทีมชาติชิลีหลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด กลายเป็น 3-0 และทำให้เสียงแฟนบริสตอล ซิตี้ เงียบสนิท จบครึ่งแรกทีมเยือนเล่นเหมือนซ้อมเกมรุก ขณะที่เจ้าถิ่นแทบไม่มีจังหวะหวาดเสียวให้พูดถึง
🔁 ครึ่งหลัง – บริสตอลยุบทั้งแผง ดาร์บี้ปิดจ๊อบแบบเลือดเย็น
กลับมาครึ่งหลัง บริสตอล ซิตี้ เปลี่ยนทีเดียวสองคน ส่ง เนโต้ บอร์เกส กับ ซินแคลร์ อาร์มสตรอง ลงมาเติมความเร็วหวังพลิกเกม แต่รูปเกมไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร เพราะแดนกลางยังโดนตัดบอลง่าย ดาร์บี้จึงคุมจังหวะได้ทั้งหมด
นาที 60 ยูสตัสถอดกัปตันคนเก่ง ลูอิส ทราวิส ออกพัก แล้วส่ง ออสการ์ เฟราโล ลงมาคุมกลางแทนเพื่อถ่ายบอลไวขึ้น จากนั้นนาที 66 ดาร์บี้ก็ยิงประตูที่สี่จนได้ บอลครอสจากฝั่งขวาของ โจ วอร์ด ลอยมาตกใส่หัว แพทริค อักเยแวงก์ โขกเต็มๆ เป็น 4-0 เกมจบเชิงแท็คติกตั้งแต่ตอนนั้น
ช่วงท้าย ดาร์บี้ทยอยเปลี่ยนตัวเก็บแข้งหลัก แต่ยังรุกเป็นระลอก นาที 88 ตัวสำรองสองคนประสานงานกันสวยงาม ลาร์ส-เยอร์เกน ซัลเวเซน หลุดเข้าเขตโทษแล้วไหลให้ อันเดรียส ไวมันน์ กดปิดกล่องเป็น 5-0 ก่อนหมดเวลาพร้อมเสียงโห่เบาๆ จากกองเชียร์เจ้าบ้าน บรรยากาศในสนามชัดเจนว่าฝั่งหนึ่งกำลังยิ้มกว้าง อีกฝั่งต้องเดินก้มหน้ากลับห้องแต่งตัว

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง การจัดทัพ และการเปลี่ยนตัว
🔴 บริสตอล ซิตี้ (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- ริชาร์ด ฟีเท็ก (23) – คะแนน 5.6
กองหลังสามคน
- ร็อบ ดิคกี (16) – 6.8
- อดัม แรนเดลล์ (4) – 7.0
- คาเมรอน พริง (3) – 5.5
วิงแบ็กและมิดฟิลด์
- จอร์จ แทนเนอร์ (19) – 6.1
- รอส แม็คโครรี (2) – 6.0
- เจสัน ไนต์ (กัปตัน, 12) – 6.0
- มาร์ค ซายคส์ (17) – 6.4
ตัวรุกและศูนย์หน้า
- สก็อตต์ ทวายน์ (10) – 6.6
- แซม เบลล์ (20) – 6.4
- เอมิล รีส จาคอบเซน (18) – 6.5
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เนโต้ บอร์เกส (21) – 6.8 ลง 46′ แทน ซายคส์
- ซินแคลร์ อาร์มสตรอง (30) – 6.6 ลง 46′ แทน เบลล์
- เดลาโน บวร์กซอร์ก (11) – 6.7 ลง 63′ แทน ทวายน์
- แซม มอร์ซี (40) – 6.5 ลง 74′ แทน แรนเดลล์
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- โจ ลัมลีย์ (13), เซ็บ เนย์เลอร์ (24), ลีโอ เพโคเวอร์ (29), จอร์จ เอิร์ธี (44), โจ วิลเลียมส์ (8)
⚪ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- ริชาร์ด โอดอนเนลล์ (12) – 6.9
กองหลังสี่คน
- โจ วอร์ด (23) – 7.1
- ดิโอน แซนเดอร์สัน (28) – 6.4
- แมทธิว คลาร์ก (5) – 7.6
- คัลลัม เอลเดอร์ (20) – 7.4
คู่มิดฟิลด์ตัวรับและกลางรุก
- ลูอิส ทราวิส (กัปตัน, 27) – 6.7
- ดาวิด โอโซห์ (18) – 7.1
- บ็อบบี คลาร์ก (42) – 7.7
แนวรุกสามตัว
- ริอาน บรูว์สเตอร์ (10) – 7.5
- เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ (25) – 8.6
- แพทริค อักเยแวงก์ (7) – 6.8
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ออสการ์ เฟราโล (29) – 6.9 ลง 60′ แทน ทราวิส
- เจย์ดอน บาเนล (34) – 6.5 ลง 70′ แทน บรูว์สเตอร์
- ลาร์ส-เยอร์เกน ซัลเวเซน (15) – 7.1 ลง 71′ แทน อักเยแวงก์
- โอเวน เอมส์ (37) – 6.4 ลง 78′ แทน เบรเรตัน ดิอาซ
- อันเดรียส ไวมันน์ (14) – 7.4 ลง 78′ แทน คลาร์ก
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- จอช วิคเกอร์ส (31), แดนนี แบตธ์ (4), เคร็ก ฟอร์ไซธ์ (3), เลียม ทอมป์สัน (16)
จุดเด่นของเกมนี้คือแนวรุกดาร์บี้ที่เปลี่ยนใครลงมาก็ยังรักษามาตรฐานการเพรสซิ่งและความเร็วได้ดี ขณะที่บริสตอล ซิตี้ แม้จะพยายามเติมเกมรุกจากม้านั่ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมกลับมาได้เลย
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้าเปิดแท็บ วิเคราะห์บอล ดูแท็คติกของคู่นี้ จะเห็นภาพชัดว่าดาร์บี้ทำการบ้านมาแบบละเอียดมาก การจัด 4-2-3-1 มีจุดแข็งที่การเคลื่อนที่ของสามตัวรุกด้านหลังหน้าเป้า โดยให้คลาร์กยืนเป็นหมายเลข 10 คอยเชื่อมเกมระหว่างทราวิส-โอโซห์ กับสามแนวรุกด้านบน
เกมรุกของดาร์บี้เน้นเปิดบอลเร็วออกข้างให้วอร์ดกับเอลเดอร์เติมสูง แล้วให้เบรเรตัน ดิอาซ กับบรูว์สเตอร์หุบเข้าใน กลายเป็นการโจมตีในพื้นที่ฮาล์ฟสเปซซึ่งแนวรับ 3 คนของบริสตอลรับมือได้ลำบาก เพราะวิงแบ็กต้องถอยลงไปยืนต่ำ ทำให้แถวสองของเจ้าบ้านบางและถูกเพรสจนเสียบอลกลางสนามบ่อยครั้ง ทุกประตูในครึ่งแรกเกิดจากจังหวะที่ดาร์บี้ย้ายบอลจากกลางไปข้างอย่างรวดเร็ว แล้วตัดเข้ากลางในจังหวะเดียว
ด้านเกมรับ ดาร์บี้ไม่ได้ยืนต่ำรอรับ แต่เลือกดันไลน์สูงประมาณกลางสนาม เปิดเกมเพรสซิ่งตั้งแต่เซ็นเตอร์ของบริสตอล ซิตี้ เริ่มต่อบอล ลูอิส ทราวิส เป็นตัวอ่านจังหวะสำคัญ ขยับขึ้นไปบีบใส่จาคอบเซน เมื่อตัวเป้าหมายไม่มีที่ให้พักบอล เกมต่อของเจ้าบ้านจึงขาดตอน
ส่วนบริสตอล ซิตี้ ในระบบ 3-4-2-1 ต้องการต่อบอลจากหลังขึ้นหน้าด้วยเซ็นเตอร์สามคนและคู่กลาง แต่ปัญหาคือพอวิงแบ็กดันสูง ช่องระหว่างเซ็นเตอร์กับมิดฟิลด์ตัวกลางเปิดกว้าง ดาร์บี้จึงใช้วิธีแทงบอลทะลุช่องหรือวางบอลยาวหลังไลน์ให้แนวรุกสปีดหนี ทำให้เกมรับเจ้าบ้านถูกดึงออกจากตำแหน่งอยู่ตลอด
เมื่อถูกนำเร็ว สทรูเบอร์พยายามปรับให้ทีมเล่นดุดันขึ้นในครึ่งหลัง แต่การบีบสูงแบบไม่เป็นระเบียบทำให้โดนสวนหลังหลุดหลายครั้ง ประตู 4-0 และ 5-0 จึงเกิดจากจังหวะที่กองหลังถอยไม่ทัน ปล่อยให้วอร์ด และซัลเวเซน มีเวลามองเกมและเลือกจ่ายอย่างสบาย

📊 สถิติการแข่งขันที่สะท้อนเกม
แม้บริสตอล ซิตี้จะครองบอลได้มากถึง 59% แต่กลับสร้างโอกาสยิงได้เพียง 9 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 2 หน ตรงกันข้ามกับดาร์บี้ที่ครองบอลเพียง 41% แต่จัดการซัดไปถึง 17 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 5 ประตูเต็มๆ แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนมีประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายมากกว่าอย่างชัดเจน
จำนวนฟาวล์ เจ้าบ้านทำไป 9 ครั้ง ดาร์บี้ 15 ครั้ง สะท้อนว่าแกะเขาเหล็กเล่นด้วยความดุดันและพร้อมตัดเกมทุกจังหวะอันตราย ใบเหลืองฝั่งละหนึ่งใบ ไม่มีใบแดง เกมจึงไหลไปเรื่อยๆ ตามแท็คติกของทีมเยือน ลูกเตะมุม บริสตอล ซิตี้ได้ 4 ครั้ง ดาร์บี้เพียง 1 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถใช้จุดแข็งลูกตั้งเตะพลิกสถานการณ์ได้เลย
⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ 11′ ดาวิด โอโซห์ (ดาร์บี้) ทำฟาวล์กลางสนาม โดนใบเหลือง เปิดฉากความดุของทีมเยือน
- ⚽ 13′ ประตู 0-1 ดาร์บี้ขึ้นนำ จากจังหวะคัลลัม เอลเดอร์ เปิดให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ แปโล่งๆ กลางเขตโทษ
- ⚽ 16′ ประตู 0-2 บ็อบบี คลาร์ก จบสกอร์อย่างเฉียบขาด หลังได้บอลจาก เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ
- ⚽ 36′ ประตู 0-3 เบรเรตัน ดิอาซ ยิงเองบ้าง รับบอลชิ่งจากคลาร์กก่อนซัดเสียบเสาไกล
- ⚽ 46′ บริสตอล ซิตี้ แก้เกมส่ง เนโต้ บอร์เกส และ ซินแคลร์ อาร์มสตรอง ลงมาแทน มาร์ค ซายคส์ กับ แซม เบลล์
- ⚽ 60′ ดาร์บี้เปลี่ยน ออสการ์ เฟราโล ลงแทน ลูอิส ทราวิส เพื่อคุมจังหวะเกม
- ⚽ 63′ บริสตอล ซิตี้ ส่ง เดลาโน บวร์กซอร์ก ลงแทน สก็อตต์ ทวายน์ เพิ่มมิติริมเส้น
- ⚽ 66′ ประตู 0-4 ดาร์บี้บวกเพิ่มจากลูกโหม่งของ แพทริค อักเยแวงก์ ที่ได้ครอสสุดแม่นของ โจ วอร์ด
- ⚽ 70′ เจย์ดอน บาเนล ลงมาแทน ริอาน บรูว์สเตอร์ ฝั่งทีมเยือน
- ⚽ 71′ ลาร์ส-เยอร์เกน ซัลเวเซน ลงแทน อักเยแวงก์ เพื่อรักษาความสดแนวรุก
- ⚽ 74′ แซม มอร์ซี ลงแทน อดัม แรนเดลล์ ให้บริสตอลเล่นกลางชนกลางมากขึ้น
- ⚽ 78′ ดาร์บี้เปลี่ยนอีกสองคน โอเวน เอมส์ แทน เบรเรตัน ดิอาซ และ อันเดรียส ไวมันน์ แทน บ็อบบี คลาร์ก
- ⚽ 80′ คาเมรอน พริง (บริสตอล ซิตี้) โดนใบเหลืองจากจังหวะเสียอารมณ์ทางซ้าย
- ⚽ 88′ ประตู 0-5 ดาร์บี้ปิดกล่อง ซัลเวเซน ทำชิ่งให้ ไวมันน์ ยิงไม่เหลือ เป็นสกอร์สุดท้ายของเกม
🌟 Player of the Match – เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ
แข้งทีมชาติชิลีอย่าง เบ็น เบรเรตัน ดิอาซ คือหัวใจของเกมรุกดาร์บี้แบบไม่ต้องสงสัย ได้คะแนนเรตติ้งสูงสุด 8.6 ไม่ใช่แค่ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ แต่ยังเป็นคนที่ดึงแนวรับบริสตอลให้หลุดตำแหน่งอยู่ตลอด มีทั้งการเลี้ยงตัดเข้าใน การพักบอลหันหลังให้กองหลัง และการวิ่งดึงพื้นที่ให้เพื่อนเข้าทำ
ทุกครั้งที่บอลมาถึงเท้าของเบรเรตัน ดิอาซ เกมของดาร์บี้มีชีวิตชีวาทันที เขาคือคนที่เปลี่ยนจังหวะจากเกมเซฟๆ กลางสนามให้กลายเป็นจังหวะบุกทะลวงได้ในเสี้ยววินาที เป็นฟอร์มการเล่นระดับหัวแถวของลีกที่ช่วยย้ำว่าเขายังมีมาตรฐานระดับพรีเมียร์ลีกอยู่เต็มตัว

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เก็บเพิ่มเป็น 45 คะแนนจาก 30 นัด ยึดอันดับ 6 ในตาราง บ้านผลบอล โซนเพลย์ออฟได้อย่างเหนียวแน่น ไล่หลังมิลล์วอลล์ที่มี 49 คะแนนไม่ไกล และยังตามหลังฮัลล์ ซิตี้ กับอิปสวิช ทาวน์ อยู่ในระยะเอื้อม ถ้าเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่องได้อีกไม่กี่เกม สถานการณ์ลุ้นเลื่อนชั้นจะสนุกกว่านี้แน่นอน
ส่วน บริสตอล ซิตี้ แม้จะยังรั้งอันดับ 9 มี 43 คะแนนจาก 30 นัด แต่ความพ่ายแพ้เละคาบ้านแบบนี้ทำให้ช่องว่างกับกลุ่มเพลย์ออฟเริ่มเห็นชัด ถ้าไม่รีบคืนฟอร์มโดยเร็ว เส้นทางการลุ้นเลื่อนชั้นอาจกลายเป็นแค่ความฝันในช่วงท้ายฤดูกาล
📅 ตารางบอลแชมเปี้ยนชิพ นัดถัดไปและโปรแกรมบอลที่ต้องจับตา
โปรแกรมในลีกยังแน่นปึ้กตามสไตล์อังกฤษ แฟนบอลต้องเปิดเช็ก โปรแกรมบอล ต่อกันยาวๆ
บริสตอล ซิตี้ ต้องยกพลออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นงานหนักทันที เพราะฮัลล์กำลังลุ้นหัวตาราง ขณะที่นัดพบ เร็กซ์แฮม ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีสถานะเลื่อนแข่งขัน ทำให้สทรูเบอร์มีเวลาคิดเยอะขึ้นว่าจะรีเซ็ตทีมอย่างไร
ด้าน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ มีคิวสำคัญไม่แพ้กัน เปิดบ้านดวล อิปสวิช ทาวน์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเจอเกมใหญ่กับ สวอนซี ซิตี้ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถ้าทีมของยูสตัสรักษาฟอร์มเฉียบขาดแบบเกมนี้ได้ ฤดูกาลของพวกเขาอาจเดินหน้าไปไกลกว่าการลุ้นแค่เพลย์ออฟ
📺 ติดตามบ้านผลบอล และความมันส์ลูกหนังได้ที่ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกสกอร์ในลีกอังกฤษแบบสดใหม่ทันใจ ทั้งไฮไลต์ ประตูสำคัญ และวิเคราะห์หลังเกมแบบจัดเต็ม อย่าลืมกดติดตาม บ้านผลบอล และข่าวบอลอัปเดตทุกลีกได้ที่ บ้านกีฬา บ้านของคนรักลูกหนังที่พร้อมเสิร์ฟทั้งสกอร์สด มุมมองแท็คติก และเรื่องราวนอกสนามให้ครบจบในที่เดียว

