
จาก : ผลบอลสด เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิท ระหว่าง เฉิงตู หรงเฉิง 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้ 10/2/69 – บ้านกีฬา
ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท ฤดูกาล 2025-26 รอบลีกสเตจ กลุ่มเอ นัดที่ 7 ที่สนามฟีนิกซ์ ฮิลล์ สปอร์ต พาร์ก เมืองเฉิงตู จีน บ้านกีฬา ขอพาแฟนบอลเกาะบรรยากาศสไตล์สกอร์สดแบบ ผลบอลสด เมื่อ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเจอกับเจ้าถิ่น เฉิงตู หรงเฉิง ในเกมที่มีทั้งดราม่าวีเออาร์และการต่อสู้แบบไม่ยอมถอยแม้แต่นาทีเดียว
บรรยากาศก่อนแข่ง เจ้าบ้านต้องการชัยชนะอย่างยิ่งเพื่อหนีโซนล่างของกลุ่ม หลังเก็บมาเพียง 6 คะแนนจาก 6 นัดแรก ขณะที่บุรีรัมย์มี 8 คะแนน ถ้าได้ 3 แต้มในเกมนี้จะกระโดดขึ้นมาลุ้นพื้นที่หัวตารางทันที ทำให้รูปเกมตั้งแต่นกหวีดแรกอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทั้งในสนามและบนอัฒจันทร์
⏱ ครึ่งแรก: วีเออาร์พังโมเมนตัมปราสาทสายฟ้า
ต้นเกม เฉิงตูเปิดฉากบุกค่อนข้างดุดัน ใช้การเซ็ตบอลจากแดนหลัง แล้วดันฟูลแบ็กอย่าง หู เหอ และ หวัง ต้า ขึ้นมาสูงกดดันริมเส้นของบุรีรัมย์ ครองบอลมากกว่าชัดเจน แต่ยังหาจังหวะจบแบบเข้ากรอบไม่ได้ เกมรุกต้องหวังพึ่งความสร้างสรรค์ของแผงตัวรุก เวลลิงตัน ซิลวา, โรมูโล และกัปตันทีม เว่ย ซือหาว ที่คอยสลับตำแหน่งหาช่องยิง
บุรีรัมย์เลือกยืนโครงสร้างแน่นในแดนกลาง ปล่อยให้เจ้าถิ่นต่อบอลไปรอบ ๆ แล้วรอดักสวนกลับ โดยใช้ความเร็วของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กับ ศุภชัย ใจเด็ด ขยี้แนวรับจีนเป็นระยะ โอกาสเน้น ๆ ของทีมเยือนมาช่วงท้ายครึ่งแรก จากลูกตั้งเตะฝั่งขวา โรเบิร์ต ซูลจ์ เปิดโค้งเข้าเขตโทษ กิลเยร์เม บิสโซลี เทกตัวโหม่งบอลชนคาน กระดอนมาเข้าทางปืน ศุภณัฏฐ์ แปซ้ำจ่อ ๆ ตุงตาข่าย ทั้งทีมดีใจระเบิด แต่ผู้ตัดสินยืนฟังวีเออาร์เนิ่นนาน ก่อนตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้าเพราะจังหวะโหม่งของบิสโซลีล้ำเส้นไปก่อน
ประตูที่ถูกริบทำให้ฝั่งบุรีรัมย์สุดเซ็ง แต่ก็ยังรักษาวินัยเกมรับได้ดี ปิดจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 ทั้งที่โอกาสชัดเจนที่สุดเป็นของทีมเยือน
🔁 ครึ่งหลัง: บิสโซลีไม่ยอมซ้ำสอง ตะบันชัยชนะให้ทีมเยือน
ครึ่งหลังลูกทีมของมาร์ค แจ็คสันปรับสปีดเกมทันที กล้าเพรสซิ่งสูงมากขึ้น โดยให้ กิลเยร์เม บิสโซลี ดันไปกดดันคู่เซ็นเตอร์ของเฉิงตู ไม่ปล่อยให้ลำเลียงบอลง่าย ๆ อย่างที่เกิดใน 45 นาทีแรก
แล้วประตูสำคัญก็มาถึงในนาที 50 จากลูกเตะมุมทางซ้าย โรเบิร์ต ซูลจ์ เปิดโค้งเข้าไปหน้าประตู โกรัน เคาซิช โหม่งชนแนวรับเจ้าถิ่น บอลยังลอยมาแถวสองเข้าทาง บิสโซลี ที่ยืนรออยู่โดยไม่ล้ำหน้า ซัดเต็มข้อด้วยขวาเสียบตาข่ายแบบไม่เหลือ คราวนี้วีเออาร์เช็กแล้วให้เป็นประตู ส่งให้บุรีรัมย์ออกนำ 1-0 อย่างสะใจ แฟนบอลที่ตามเช็กสกอร์ผ่านหน้าเว็บและแอปสาย บ้านผลบอล มีเฮลั่นพร้อมกัน
หลังเสียประตู เฉิงตูไม่มีทางเลือก ต้องยกระดับเกมรุก เปิดเกมบุกใส่เต็มกำลัง เปลี่ยนตัวส่ง อิมิงคารี มูตัลเลป และ หวัง จื่อหมิง ลงมาเติมความสด ขณะที่บุรีรัมย์ถอยมาเล่นเกมรับแน่นหนา รอจังหวะสวนกลับโดยใช้ความคล่องของ คิงส์ลีย์ ชินด์เลอร์ กับ คัสเปอร์ จุงเคอร์ ที่ถูกส่งลงมาแทน ศุภณัฏฐ์
ช่วงท้ายเกมเจ้าบ้านพยายามยัดบอลเข้าเขตโทษต่อเนื่อง แต่แนวรับปราสาทสายฟ้านำโดย นีล เอเธอริดจ์, เคอร์ติส กู๊ด และ เอดูอาร์โด มานชา ยังช่วยกันเคลียร์ได้ทุกลูก แม้กรรมการทดเวลาบาดเจ็บเพิ่มอีก 5 นาที ก็ไม่สามารถเปลี่ยนผลได้ จบ 90 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เฉิงตู หรงเฉิง 1-0 เก็บสามแต้มโคตรสำคัญกลับไทยแบบสุดระทึก

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและตัวสำรอง
🟥 เฉิงตู หรงเฉิง
ผู้รักษาประตู
- ดาเนียล หลิว (#32, 6.4)
กองหลัง
- หู เฮอ (#2, 6.8) แบ็กขวา เติมเกมสูงตลอดเกม
- หลี ยี่ (#22, 6.8) เซ็นเตอร์ฮาร์ดแมน อ่านเกมกลางอากาศได้ดี
- ฮัน ผิง (#18, 6.7) เซ็นเตอร์ซ้าย ช่วยดักลูกครอสหลายครั้ง
- หวัง ต้า (#17, 6.7) แบ็กซ้าย เติม overlap ตัดสินใจยิงเองบ้าง
กองกลางตัวรับ
- หยาง หมิงหยวน (#16, 6.6) กองกลางเชื่อมเกม คอยเก็บบอลสอง
- เหลียง เหลี่ยง (#23, 6.4) มิดฟิลด์เชิงรับ ช่วยไล่บี้แดนกลาง
กองกลางตัวรุก/ริมเส้น
- เวลลิงตัน ซิลวา (#37, 7.7) ตัวรุกฝั่งซ้าย โยกหลบสร้างปัญหาให้แนวรับบุรีรัมย์ตลอด
- โรมูโล (#10, 6.6) เพลย์เมกเกอร์ตัวกลาง คอยแทงทะลุช่อง
- สือห่าว เว่ย (กัปตันทีม #7, 7.6) ปีกขวา เติมเข้ากรอบเขตโทษบ่อย
กองหน้า
- เฟลิเป ซิลวา (#9, 7.7) หน้าเป้า เล่นบอลบังตัวดี แม้จะไม่มีประตู
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- อิมิงคารี มูตัลเลป (#29, 6.6) ลงมา น.65 แทน เหลียง เหลี่ยง เพิ่มความดุดันแดนกลาง
- หวัง จื่อหมิง (#20, 6.6) ลงมา น.65 แทน โรมูโล ช่วยพาบอลขึ้นหน้า
- เอกอร์ ซอโรคิน (#80, 6.7) ลงมา น.82 แทน หลี ยี่ เติมความสดในแนวรับ
- เอซิมัต เคย์เซอร์ (#45, 6.4) ลงมา น.82 แทน หวัง ต้า
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม
รัน เว่ยเฟิง, เผิง เฮ่าเฉิน, หวัง เย่ว์เฮิง, ตง เหยียนเฟิง, หยวน หมินเฉิง, หลี่ โม่ยว, กัน เชา, เหลี่ยว หรงเสียง
🟦 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตู
- นีล เอเธอริดจ์ (#13, 7.0) นายทวารทีมชาติฟิลิปปินส์ เซฟจังหวะสำคัญได้หลายครั้ง คุมพื้นที่ในกรอบดีเยี่ยม
กองหลัง
- แซนดี้ วอลช์ (#14, 6.1) แบ็กขวา ขึ้นลงทางริมเส้นก่อนถูกถอดช่วงครึ่งหลัง
- เคอร์ติส กู๊ด (#6, 6.8) เซ็นเตอร์ขวา เก็บบอลกลางอากาศและคุมเส้นล้ำหน้า
- เอดูอาร์โด มานชา (#40, 6.6) เซ็นเตอร์ซ้าย ช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้ง
- คิงส์ลีย์ ชินด์เลอร์ (#19, 7.5) แบ็กซ้ายจอมบุก เติมเกมสูงและช่วยเกมรับเหนียวแน่น
กองกลาง
- โกรัน เคาซิช (กัปตันทีม #23, 6.5) มิดฟิลด์ตัวรับ คอยตัดเกมหน้าเซ็นเตอร์ และมีส่วนในจังหวะประตูชัย
- มย็อง-ซอค โก (#22, 7.3) กองกลางเชื่อมเกม วิ่งไม่มีหมด เป็นหัวใจแดนกลาง
- โรเบิร์ต ซูลจ์ (#32, 6.6) เพลย์เมกเกอร์ฝั่งขวา เจ้าของลูกเตะมุมให้บิสโซลียิง
- ปีเตอร์ ซูลจ์ (#44, 6.2) มิดฟิลด์ที่คอยวิ่งปิดช่องและช่วยเพรสซิ่ง
- ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (#10, 6.5) ตัวรุกฝั่งซ้าย มีจังหวะยิงตุงตาข่ายแต่โดนวีเออาร์ริบ
กองหน้า
- กิลเยร์เม บิสโซลี (#7, 7.2) หน้าเป้าและฮีโร่ผู้ยิงประตูชัย
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- รูเบน ซานเชซ (#28, 6.5) ลงมา น.63 แทน แซนดี้ วอลช์ ช่วยล็อกเกมริมเส้นช่วงท้าย แต่โดนใบเหลืองจากการถ่วงเวลา
- คัสเปอร์ จุงเคอร์ (#77, 7.4) ลงมา น.72 แทน ศุภณัฏฐ์ เพิ่มมิติการพักบอลและสวนกลับ
- ธีราทร บุญมาทัน (#5, คะแนนราว 6 กลาง ๆ) ลงมา น.90+ นาที แทน โกรัน เคาซิช ปิดเกมทางซ้ายอย่างนิ่ง
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม
ฉัตรชัย บุตรพรม, พรรษา เหมวิบูลย์, ฟิลิป สตอยโควิช, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ศศลักษณ์ ไหประโคน
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
จากมุมมองของ บ้านกีฬา เกมนี้คือการปะทะของสองสไตล์ชัดเจน เจ้าบ้านยืนระบบ 4-2-3-1 เน้นต่อบอลบนพื้นและครองเกมกลางสนาม ใช้คู่มิดฟิลด์ตัวรับคอยสลับกันดันสูงปิดพื้นที่ระหว่างไลน์ แล้วปล่อยให้สามตัวรุก เวลลิงตัน ซิลวา, โรมูโล และ เว่ย ซือหาว เคลื่อนที่อิสระ ทำหน้าที่เชื่อมกับหน้าเป้า เฟลิเป ซิลวา เมื่อได้บอลด้านข้างจะเปิดคัตแบ็กหรือครอสยัดเข้ากลางทันที
บุรีรัมย์วางโครงสร้าง 4-1-4-1 ยึดหลัก “ปิดตรงกลาง ปล่อยด้านข้าง” ให้ เคาซิช ยืนจุดโฮลดิ้งหน้าเซ็นเตอร์ จากนั้นดัน มย็อง-ซอค โก และสองพี่น้องซูลจ์ขึ้นไปเพรสกดดันตัวโฮลดิ้งของเฉิงตู เมื่อแย่งบอลได้จะเปลี่ยนเป็น 4-3-3 โดยดัน ศุภณัฏฐ์ กับ ชินด์เลอร์ เติมสูงคู่กับ บิสโซลี กลายเป็นแนวรุกสามตัวทันที แท็กติกนี้ทำให้บุรีรัมย์แม้ครองบอลน้อยกว่า แต่ทุกครั้งที่ได้เล่นสวนกลับจะดูคมและมีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในเชิงเกมรับ บุรีรัมย์จัดบล็อกสองชั้นแน่นหนา เซ็นเตอร์สองคนไม่ดันสูงเกินไป ปิดจุดโหม่งของ เฟลิเป ซิลวา ทำให้เจ้าถิ่นต้องลองยิงไกลซึ่งไม่ค่อยตรงกรอบ ส่วนเฉิงตูเองแม้พยายามบีบเพรสในแดนบน แต่เมื่อหลุดเพรสแล้วต้องรับมือกับการสอดของบิสโซลีและการครอสจากริมเส้น ก็เริ่มมีช่องว่างให้ทีมเยือนใช้ประโยชน์ จังหวะเตะมุมที่นำไปสู่ประตูชัยคือภาพชัดเจนของจุดอ่อนการยืนโซนในกรอบเขตโทษของเฉิงตู ที่ปล่อยให้แถวสองว่างเกินไป
โดยรวมแล้วหากมองในมุม วิเคราะห์บอล แท็กติก แจ็คสันอ่านเกมได้แม่นกว่า จัดการบาลานซ์ระหว่างรุกและรับเหมาะสมกว่าเจ้าถิ่น ทำให้บุรีรัมย์แม้ยิงน้อยกว่าแต่จบสกอร์ได้เฉียบกว่า

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่า เฉิงตู หรงเฉิง ครองบอลเหนือกว่าที่ประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 42 เปอร์เซ็นต์ของบุรีรัมย์ เจ้าบ้านยิงรวม 7 ครั้ง แต่ไม่มีลูกไหนเข้ากรอบเลยสักหน สวนทางกับทีมเยือนที่ยิงเพียง 5 ครั้งแต่เข้ากรอบ 2 ครั้ง และเปลี่ยนหนึ่งในนั้นเป็นประตูชัยของบิสโซลี
จำนวนฟาวล์ทั้งสองทีมสูสี เฉิงตูทำฟาวล์ 11 ครั้ง ส่วนบุรีรัมย์ 12 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าจังหวะปะทะในแดนกลางมีให้เห็นแทบทุกนาที ใบเหลืองออกเท่ากันฝั่งละ 6 ใบ บ่งบอกถึงความเดือดระดับสูงของเกม ขณะที่ลูกล้ำหน้า เฉิงตูโดนจับไป 2 ครั้ง ส่วนบุรีรัมย์ไม่มีเลยแม้จะเล่นเกมสวนกลับ ถือว่าคุมไลน์ได้อย่างมีวินัย ด้านลูกเตะมุมเจ้าถิ่นได้ 5 ครั้ง ส่วนทีมเยือนได้ถึง 9 ครั้ง และหนึ่งในนั้นกลายเป็นจังหวะปิดบัญชีให้ผู้มาเยือนเก็บสามแต้มเต็มกลับไทย
🧨 เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⚽ นาที 19 คิงส์ลีย์ ชินด์เลอร์ เข้าปะทะหนักที่ริมเส้น โดนใบเหลืองเร็วตั้งแต่ต้นเกม
- 🟨 นาที 18 โกรัน เคาซิช มีจังหวะโต้เถียงผู้ตัดสิน รับใบเหลืองเพิ่มให้บุรีรัมย์ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก
- 🟨 นาที 32 เหลียง เหลี่ยง ของเฉิงตู ทำฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม โดนจดชื่อ
- 🟨 นาที 38 แซนดี้ วอลช์ เข้าสกัดช้าโดนใบเหลือง ทำให้แบ็กขวาบุรีรัมย์ต้องเล่นอย่างระวัง
- ⚽ นาที 45+1 ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายจากจังหวะตามซ้ำลูกโหม่งของบิสโซลี แต่หลังเช็กวีเออาร์ผู้ตัดสินริบประตูเพราะบิสโซลีล้ำหน้าในจังหวะแรก ดราม่าก่อนหมดครึ่งแรก
- 🟨 นาที 45+ ช่วงทดเจ็บแรก ฮัน ผิง ทำฟาวล์หนักกลางสนาม รับใบเหลืองให้เจ้าถิ่น
- ⏱️ ทดเวลาครึ่งแรก 7 นาที เกมยังไม่มีใครเจาะตาข่ายได้ เสมอ 0-0
- 🟨 นาที 50 หู เหอ ทำฟาวล์หยุดเกมสวนกลับ โดนใบเหลือง แต่จังหวะต่อเนื่องกลายเป็นลูกเตะมุมให้บุรีรัมย์
- ⚽ นาที 50 จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย โกรัน เคาซิช โหม่งไปชนแนวรับ บอลเด้งมาเข้าทาง กิลเยร์เม บิสโซลี วอลเลย์เต็มข้อเสียบตาข่าย ให้บุรีรัมย์นำ 1-0
- 🟨 นาที 57 นีล เอเธอริดจ์ โวยวายผู้ตัดสินหลังโดนบีบในกรอบเขตโทษ รับใบเหลืองเพิ่มอีกใบให้ทีมเยือน
- 🟨 นาที 62 สือห่าว เว่ย ทำฟาวล์ตัดเกมริมเส้น โดนใบเหลืองของฝั่งเจ้าบ้าน
- 🟨 นาที 62 โรมูโล พยายามล้มเอาฟาวล์ในเขตโทษ กรรมการมองว่าเป็นการ “พุ่งล้ม” แจกใบเหลืองทันที
- 🔁 นาที 63 บุรีรัมย์เปลี่ยนตัว ส่ง รูเบน ซานเชซ ลงแทน แซนดี้ วอลช์ เสริมความสดฝั่งขวา
- 🔁 นาที 65 เฉิงตูเปลี่ยนสองคนรวด ส่ง อิมิงคารี มูตัลเลป ลงแทน เหลียง เหลี่ยง และ หวัง จื่อหมิง ลงแทน โรมูโล หวังเปลี่ยนจังหวะเกมรุก
- 🔁 นาที 72 บุรีรัมย์ส่ง คัสเปอร์ จุงเคอร์ ลงแทน ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เพิ่มความแข็งแรงในแดนหน้า
- 🟨 นาที 75 รูเบน ซานเชซ โดนใบเหลืองจากการถ่วงเวลาทุ่มบอล ทำให้เกมยิ่งเดือดขึ้นไปอีกระดับ
- 🟨 นาที 81 หวัง ต้า ทำฟาวล์หนักด้านซ้ายสนาม รับใบเหลืองเข้าไปอีกคน
- 🔁 นาที 82 เฉิงตูปรับเกมรับ ส่ง เอกอร์ ซอโรคิน ลงแทน หลี ยี่ และ เอซิมัต เคย์เซอร์ ลงแทน หวัง ต้า
- 🟨 นาที 90 ปีเตอร์ ซูลจ์ ทำฟาวล์กลางสนาม รับใบเหลืองให้บุรีรัมย์ในช่วงทดเวลา
- 🔁 นาที 90+ ธีราทร บุญมาทัน ถูกส่งลงมาแทน โกรัน เคาซิช เพื่อช่วยล็อกผล 1-0 จนจบเกม
- ⏱️ ทดเวลาครึ่งหลัง 5 นาที แต่เฉิงตูยังเจาะแนวรับบุรีรัมย์ไม่เข้า จบเกมทีมเยือนบุกชนะ 1-0
🌟 Player of the Match
รางวัล Man of the Match ตกเป็นของ เวลลิงตัน ซิลวา ตัวรุกฝั่งซ้ายของเฉิงตู หรงเฉิง แม้ทีมจะแพ้คาบ้าน แต่เขาคือคนที่สร้างปัญหาให้แนวรับบุรีรัมย์มากที่สุด ทั้งการเลี้ยงกินตัว การเปลี่ยนสปีดเข้าใน และการยิงไกลที่ได้ลุ้นตลอด เรตติ้งสูงถึง 7.7 สะท้อนว่าตลอด 90 นาทีเขาคือหัวใจเกมรุกของเจ้าถิ่นอย่างแท้จริง
ด้านบุรีรัมย์เอง บิสโซลี คือฮีโร่ผู้ยิงประตูชัย ขณะที่ มย็อง-ซอค โก อ่านเกมกลางสนามได้เฉียบขาด คิงส์ลีย์ ชินด์เลอร์ เติมเกมสองทางอย่างดุดัน และ คัสเปอร์ จุงเคอร์ ลงมาช่วยเก็บบอลพักบอลในช่วงท้าย ทำให้ภาพรวมทีมเยือนดูครบเครื่องทั้งเกมรุกและเกมรับ แม้จะไม่ได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการ แต่ในสายตาแฟนบอล ปราสาทสายฟ้าเล่นกันเป็นทีมจนสมควรกับสามคะแนนเต็มทุกประการ

🧮 สถานการณ์ในตารางคะแนนเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท กลุ่มเอ
ชัยชนะเกมนี้ส่งผลใหญ่ต่อหน้าตาอันดับกลุ่มเอทันที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กระโดดขึ้นไปมี 11 คะแนนจาก 7 นัด ขยับรั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม ไล่หลังสามทีมหัวตารางอย่างวิสเซล โกเบ ที่นำอยู่ 16 คะแนน, มาชิดะ เซลเวีย และซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ที่ต่างมี 14 คะแนนแบบหายใจรดต้นคอ โอกาสลุ้นเข้ารอบต่อไปกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง หากเก็บแต้มจากสองนัดท้ายได้ต่อเนื่อง
ฝั่งเฉิงตู หรงเฉิง เกมนี้แพ้คาบ้านทำให้มีเพียง 6 คะแนนจาก 7 นัด หล่นไปอยู่โซนล่างอันดับ 10 ของตาราง ต้องลุ้นหนักในสองเกมสุดท้ายไม่ให้จบกลุ่มแบบอันดับรองบ๊วย และแรงกดดันจากแฟนบอลจีนยิ่งถาโถมเข้าใส่ทีมมากขึ้นเรื่อย ๆ
📅 ตารางบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท และไทยลีก นัดถัดไป
หลังจากนี้ตารางแข่งของบุรีรัมย์ยังอัดแน่นเต็มลมหายใจ แฟนบอลที่ตามเช็ก โปรแกรมบอล จะเห็นว่า ก่อนกลับมาเล่น ACL พวกเขาต้องยกพลไปเยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นเกมใหญ่ที่ต้องใช้พลังงานไม่น้อย และอาจมีการโรเตชันบางตำแหน่งเพื่อรักษาสภาพร่างกาย
จากนั้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปราสาทสายฟ้าจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท รอบลีกสเตจนัดที่ 8 เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อเส้นทางเข้ารอบของบุรีรัมย์ เพราะถ้าเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง โอกาสจบอันดับท็อปโฟร์ของกลุ่มเอจะสดใสทันที
ด้านเฉิงตู หรงเฉิง ก็ยังมีภารกิจหนักเช่นกัน เมื่อจะต้องออกไปเยือน มาชิดะ เซลเวีย ที่ญี่ปุ่นในนัดถัดไปของกลุ่มเอ ซึ่งเป็นทีมแกร่งอันดับต้น ๆ ของสาย หากไม่เร่งแก้จุดอ่อนเกมรับและจังหวะจบสกอร์ โอกาสรอดจากการจบกลุ่มโซนท้ายตารางคงยากลำบากอย่างแน่นอน
📣 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของฟุตบอลเอเชีย แนะนำให้เปิดหน้าจอ บ้านผลบอล ไว้กับ บ้านกีฬา ทั้งสกอร์สดอัปเดตแบบนาทีต่อนาที รายงานเกมละเอียดสไตล์คอลัมนิสต์ และบทวิเคราะห์หลังเกมที่จัดเต็มทั้งแท็กติกและอารมณ์ กดติดตามข่าวบอลและผลการแข่งขันจากทุกลีกทัวร์นาเมนต์ได้ที่นี่ แล้วคุณจะไม่พลาดทุกลูกยิงสำคัญของโลกฟุตบอล

