บ้านผลบอล สรุปหลังเกม โคปปา อิตาเลีย ดราม่าจุดโทษ! นาโปลี ไล่เจ๊าโคโม่ 1-1 ก่อนพ่ายเป้า 6-7 ร่วงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด โคปปา อิตาเลีย ระหว่าง นาโปลี 1-1 โคโม่ วันนี้ 11/2/69 – บ้านกีฬา

ศึกโคปปา อิตาเลีย รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่สตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า กลายเป็นเกมที่กดดันจนแฟนบอลหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อ นาโปลี ของอันโตนิโอ คอนเต้ เปิดบ้านเจอกับ โคโม่ ที่คุมทัพโดยเชสก์ ฟาเบรกาส และจบ 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ทีมเยือนจะคมกว่าดวลเป้าชนะ 7-6 ส่งเจ้าถิ่นหล่นตกรอบแบบช็อกแฟนบอลทั้งเมืองเนเปิลส์ เกมนี้คอบอลที่ตามเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ผ่านสไตล์เว็บเช็กสกอร์อย่าง ผลบอลสด บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ดราม่าจัดเต็มทุกวินาที

⏱ ครึ่งแรก: จุดโทษบาตูรินาเงียบทั้งสนาม

เปิดฉากมาเพียงนาทีแรก โคโม่ส่งสัญญาณชัดว่ามาเอาเรื่อง เจย์เดน อัดดาย ได้ส่องจากฝั่งขวาแต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว จากนั้นรูปเกมค่อนข้างสูสี ฟาวล์แลกกันหนักทั้งสองฝั่ง ฮอยลุนด์ กับ เอลมาส พยายามเร่งจังหวะให้เจ้าถิ่น ส่วน นิโก ปาซ กับ มาร์ติน บาตูรินา คอยปั่นเกมสวนกลับให้ทีมเยือน

นาที 36 จุดเปลี่ยนแรกของเกมมาเมื่อ มาธิอัส โอลิเวรา ทำฟาวล์ อีวาน สมอลชิช ในกรอบโทษ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที บาตูรินา รับหน้าที่ซัดเข้าไปอย่างเยือกเย็นในนาที 39 ให้โคโม่บุกนำ 1-0 ท่ามกลางความกดดันของกองเชียร์เจ้าถิ่น ช่วงท้ายครึ่งแรก นาโปลีพยายามเปิดเกมรุกกดดันแต่เจาะแนวรับที่คุมพื้นที่ดีของโคโม่ไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก ทีมเยือนนำ 1-0

⏱ ครึ่งหลังและต่อเวลาพิเศษ: เวร์การาจุดประกาย แต่เป้าพัง

เริ่มครึ่งหลังไม่ทันไร ในนาที 46 แฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮลั่นสนาม ฮอยลุนด์ ไขว้รับบอลแล้วจ่ายต่อให้ อันโตนิโอ เวร์การา ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมแบบไม่เหลือ นาโปลีตีเสมอ 1-1 เกมกลับมาสนุกทันที

หลังจากนั้นคอนเต้แก้เกมแบบจัดหนักส่ง โปลิตาโน, อลิสซอน ซานโตส และ สปินัซโซลา ลงมาเติมความสด ก่อนถอด เวร์การา กับ ฮอยลุนด์ แล้วส่ง มิเกล กูเตียร์เรซ กับ โรเมลู ลูกากู ลงไปล่าตาข่ายในช่วงท้าย แต่แนวรับโคโม่ที่มี เคมป์ฟ, สมอลชิช และ ดิโอโก้ คาร์ลอส ยืนคุมเกมรับเหนียวแน่น บวกกับการเซฟสำคัญของ ฌอง บูเตซ ทำให้เจ้าถิ่นหาโอกาสจบสกอร์แบบจัง ๆ ได้น้อย

ฝั่งโคโม่ ฟาเบรกาสไม่ยอมถอย ส่ง ดูวิกาส, ลูคัส ดา คุนญา, เฆซุส โรดริเกซ และท้ายเกมเติม วอยโวดา ลงมาป่วนเกมรุก หลายครั้งเกือบยิงแซงได้ แต่มาเจอ วานยา มิลินโควิช-ซาวิช เซฟช่วยชีวิตนาโปลีไว้หลายจังหวะ

ครบ 90 นาทีเสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ ซึ่งสองทีมยังเล่นกันอย่างระวังตัว เน้นไม่พลาดมากกว่าบุกเสี่ยงประตูชัย สุดท้ายต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นโคโม่ที่เฉียบคมกว่า ยิงเข้าไป 7 จาก 8 คน ในขณะที่ฝั่งนาโปลีมีทั้งลูกหลุดกรอบของ ลูกากู และจุดชี้เป็นชี้ตายของ สตานิสลาฟ โลบอตก้า ที่โดนเซฟ ทำให้โคโม่เฮเข้ารอบรองชนะเลิศ ส่วนเจ้าบ้านร่วงดับฝันต่อหน้าแฟนตัวเอง

👥 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🔵 นาโปลี (3-4-2-1)

ผู้จัดการทีม: อันโตนิโอ คอนเต้

ผู้รักษาประตู

  • วานยา มิลินโควิช-ซาวิช (32) — คะแนน 8.2

กองหลังสามคน

  • ฮวน เฆซุส (5) — 6.5
  • อามีร์ ราห์มานี (13) — 6.7
  • ซาม เบเคมา (31) — 6.3

วิงแบ็กและกองกลาง

  • มาธิอัส โอลิเวรา (17) — 5.9
  • ปาสควาเล มัซซอคคี (30) — 6.5
  • สตานิสลาฟ โลบอตก้า (68, กัปตัน) — 5.8
  • เอลยิฟ เอลมาส (20) — 6.9
  • จิโอวาเน (23) — 6.5

ตัวรุกและศูนย์หน้า

  • อันโตนิโอ เวร์การา (26) — 7.8 (ยิง 1 ประตู)
  • ราสมุส ฮอยลุนด์ (19) — 7.2 (แอสซิสต์ 1)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • เลโอนาร์โด สปินัซโซลา (37) — 7.4 ลงนาที 60 แทน โอลิเวรา
  • อลิสซอน ซานโตส (27) — 6.6 ลงนาที 60 แทน มัซซอคคี
  • มัตเตโอ โปลิตาโน (21) — 7.3 ลงนาที 60 แทน จิโอวาเน
  • มิเกล กูเตียร์เรซ (3) — 7.1 ลงนาที 74 แทน เวร์การา
  • โรเมลู ลูกากู (9) — 6.1 ลงนาที 74 แทน ฮอยลุนด์

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม

  • อเล็กซ์ เมเร็ต (1), นิกิตา คอนตินี (14), อเลสซานโดร บูโอญอร์โน (4), วินเชนโซ ปริสโก (95), เอ็มมานูเอล เด เคียรา (98)

รายชื่อนักเตะบาดเจ็บ/พัก

  • โจวานนี ดิ ลอเรนโซ, เควิน เดอ บรอยน์, บิลลี่ กิลมอร์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ดาวิด เนเรส (ทั้งหมด “Out”)

🔷 โคโม่ (4-2-3-1)

ผู้จัดการทีม: เชสก์ ฟาเบรกาส

ผู้รักษาประตู

  • ฌอง บูเตซ (1) — คะแนน 7.6

กองหลังสี่คน

  • อเล็กซ์ วาเย (3) — 7.1
  • ดิโอโก้ คาร์ลอส (34) — 7.1
  • อีวาน สมอลชิช (28) — 7.7
  • จาโคโบ รามอน (14) — 6.2

คู่มิดฟิลด์ตัวรับและกองกลางตัวรุก

  • มักซ็องซ์ คาเกเรต์ (6) — 6.7
  • มักซิโม เปร์โรเน (23) — 6.3
  • นิโก ปาซ (10) — 7.1
  • เจย์เดน อัดดาย (42) — 6.3
  • เซร์กี โรแบร์โต (8, กัปตัน) — 6.6

ศูนย์หน้าตัวเป้า

  • มาร์ติน บาตูรินา (20) — 8.0 (ยิงจุดโทษขึ้นนำในเวลา + ยิงเข้าในชุดดวลเป้า)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • มาร์ก-โอลิเวอร์ เคมป์ฟ (2) — 7.6 ลงนาที 53 แทน รามอน
  • ทาซอส ดูวิกาส (11) — 6.8 ลงนาที 53 แทน คาเกเรต์
  • ลูคัส ดา คุนญา (33) — 7.2 ลงนาที 67 แทน เซร์กี โรแบร์โต
  • เฆซุส โรดริเกซ (17) — 6.6 ลงนาที 67 แทน อัดดาย
  • เมอร์กิม วอยโวดา (31) — 7.1 ลงนาที 82 แทน นิโก ปาซ

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม

  • โนเอล เทิร์นควิสต์ (21), เมาโร วิโกริโต (22), อัลเบร์โต โมเรโน (18), อิกนาซ ฟาน เดอร์ เบรมพ์ต (77), เอเดรียน ลาห์โด (15), ซามูเอล พิซาติ (58), อัลบาโร โมราตา (7), นิโกลาส-เกร์ริต เคิน (19)

รายชื่อนักเตะบาดเจ็บ/พัก

  • อัสซาน ดิอัว, นิโกลา ชาฟลินา (Out), เอดูอาร์โด โกลดานิกา (Doubtful)

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

เกมนี้ภาพรวมเชิงแท็กติก บ้านกีฬา มองว่าเป็นการดวลหมากอย่างเข้มข้นระหว่างระบบ 3-4-2-1 ของนาโปลีกับ 4-2-3-1 ของโคโม่ ฝั่งเจ้าถิ่นใช้สามเซ็นเตอร์คุมพื้นที่หน้าเขตโทษ แล้วดันวิงแบ็กอย่าง มัซซอคคี กับ โอลิเวรา ขึ้นสูงเพื่อเปิดเกมจากริมเส้นให้ เวร์การา กับ จิโอวาเน คอยสอดขึ้นไปยืนระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังของคู่แข่ง เป้าหมายคือเปิดช่องให้ ฮอยลุนด์ ดึงตัวประกบและเชื่อมให้เพื่อนจบสกอร์ แต่ปัญหาคือการเคลื่อนที่ในพื้นที่สุดท้ายยังไม่คม และการสนับสนุนจากมิดฟิลด์อย่าง โลบอตก้า กับ เอลมาส ขึ้นไปยิงไกลมากกว่าทะลุช่อง

เกมรับของนาโปลีแม้จะยืนกันลึก ทว่าเช็กล้ำหน้าหลุดบ่อยจากการวิ่งสอดของ ปาซ และสมอลชิช โดยเฉพาะจังหวะลูกตั้งเตะที่เสียฟาวล์ใกล้เขตโทษบ่อยจนกดดันตัวเอง หลายครั้งต้องพึ่งเซฟยาก ๆ ของ มิลินโควิช-ซาวิช ช่วยเอาไว้ไม่ให้ทีมพังตั้งแต่ครึ่งแรก

ด้านโคโม่ เกมรับจัดระเบียบได้ดีมาก แบ็กทั้งสองฝั่งไม่ดันสูงพร่ำเพรื่อ ปล่อยให้ ปาซ กับ อัดดาย ทำหน้าที่ลากบอลสวนกลับ คู่มิดฟิลด์อย่าง คาเกเรต์ และ เปร์โรเน ช่วยกันปิดช่องให้โลบอตก้าออกบอลลำบาก ทำให้นาโปลีต้องไปเน้นโยนจากด้านข้าง ที่สำคัญคือการสไลด์ช่วยกันของ สมอลชิช กับ คาร์ลอส ที่ตัดบอลหน้ากรอบอยู่ตลอด

เมื่อปรับหมากในครึ่งหลัง ฟาเบรกาสใส่ ดูวิกาส กับ ดา คุนญา ลงมาเติมความเร็วในแดนหน้า แล้วขยับ บาตูรินา ยืนต่ำลงมารับบอล เชื่อมเกมกับตัวริมเส้น ทำให้โคโม่ได้โอกาสสวนกลับแบบมีคุณภาพมากขึ้น แม้จะไม่ได้ยิงเพิ่ม แต่ก็สร้างแรงกดดันใส่แนวรับเจ้าถิ่นจนต้องถอยลงไปตั้งบล็อกลึกหลายครั้ง เกมนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทีมที่มีวินัยในเกมรับและเปลี่ยนแผนระหว่างเกมได้ดี สามารถหยิบชัยจากทีมใหญ่ได้ แม้ บ้านกีฬา จะมองว่านาโปลีครองบอลมากกว่า แต่เมื่อพูดถึงมุมของการ วิเคราะห์บอล โคโม่ชัดเจนว่าทำการบ้านเรื่องรับ-สวนกลับมาดีกว่า

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมยืนยันว่าแม้ภาพรวมจะสูสี แต่โคโม่ทำได้เฉียบคมกว่าเล็กน้อย นาโปลียิงทั้งหมด 7 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง ขณะที่โคโม่กดไป 8 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง แปลว่าทีมเยือนมีคุณภาพในการจบสกอร์ดีกว่าเล็กน้อย แม้เจ้าบ้านจะพยายามบุกหนักในช่วงท้ายเกมก็ตาม

การครองบอล นาโปลีกุมเกมไว้ได้ 48% ส่วนโคโม่ถือบอลมากกว่าที่ 52% แต่จุดที่น่าสนใจคือจำนวนการผ่านบอลแทบไม่ต่างกัน นาโปลีจ่าย 483 ครั้ง ความแม่นยำสูงถึง 88% ส่วนโคโม่จ่าย 492 ครั้ง แม่นยำ 90% แสดงให้เห็นว่าโคโม่กล้าครองบอลต่อเกม ไม่ได้มาเน้นสาดทิ้งอย่างเดียว

ด้านเกมรับ นาโปลีทำฟาวล์มากกว่า 11 ครั้งต่อ 8 ใบเหลืองของเจ้าถิ่นมีแค่ 1 ใบให้ เอลมาส ส่วนฝั่งโคโม่โดนไป 2 ใบจาก รามอน และ เซร์กี โรแบร์โต ล้ำหน้า นาโปลี 1 ครั้ง โคโม่ 3 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าแนวรุกทีมเยือนพยายามฉีกแนวรับเข้าไปเล่นหลังไลน์อยู่ตลอด ขณะที่ลูกตั้งเตะ นาโปลีได้เตะมุม 6 ครั้ง โคโม่ 4 ครั้ง แต่เจ้าบ้านกลับใช้ประโยชน์ไม่ได้มากเท่าที่ควร

⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม

🔹 ช่วงเวลาใน 90 นาทีและต่อเวลาพิเศษ

  • ⚡ นาที 1 เจย์เดน อัดดาย ได้ยิงให้โคโม่ลุ้นประตูแรกแต่บอลข้ามคาน
  • 🛑 นาที 4 อัดดาย ฟาวล์ใส่ มาธิอัส โอลิเวรา นาโปลีได้ฟรีคิกแดนหลัง
  • 🚩 นาที 5 ราสมุส ฮอยลุนด์ ถูกจับล้ำหน้า
  • 🛑 นาที 6 เอลยิฟ เอลมาส ฟาวล์ มาร์ติน บาตูรินา โคโม่ได้ฟรีคิกแดนรุก
  • 🧤 นาที 10 นิโก ปาซ โหม่งในกรอบ แต่ มิลินโควิช-ซาวิช เซฟได้
  • 🎯 นาที 16 โลบอตก้า ยิงไกลให้เจ้าถิ่นลุ้น แต่ ฌอง บูเตซ รับติดมือ
  • 🛑 นาที 22 จาโคโบ รามอน ฟาวล์ ฮอยลุนด์ นาโปลีได้ฟรีคิกริมเส้น
  • 🛑 นาที 23 โอลิเวรา ฟาวล์ อัดดาย โคโม่ได้ฟรีคิก
  • 🚩 นาที 25 สมอลชิช ถูกจับล้ำหน้า
  • 🥅 นาที 26 นาโปลีได้เตะมุมครั้งแรกของเกม
  • 🥅 นาที 29 โคโม่ได้เตะมุม ปาซยิงไกลติดบล็อก
  • 🚩 นาที 31 ปาซ ล้ำหน้าอีกครั้ง
  • 🎯 นาที 32 อเล็กซ์ วาเย ซัดจากฝั่งซ้ายแต่โดนบล็อก
  • 🛑 นาที 33 มัซซอคคี ฟาวล์ วาเย โคโม่ได้ฟรีคิก
  • 🧎 นาที 36 ฟาวล์ในกรอบของ โอลิเวรา ใส่ สมอลชิช ผู้ตัดสินให้จุดโทษโคโม่
  • ⏱ นาที 37 เกมหยุดเล็กน้อยจากอาการเจ็บของ ฮวน เฆซุส
  • ⚽ นาที 39 บาตูรินา ยิงจุดโทษเข้า โคโม่ขึ้นนำ 1-0
  • 🥅 นาที 41 โคโม่ได้เตะมุมเพิ่ม บาตูรินา ยิงไกลอีกครั้งแต่ติดบล็อก
  • 🛑 นาที 42 ฮวน เฆซุส ฟาวล์ คาเกเรต์ โคโม่ได้ฟรีคิก
  • 🟨 นาที 44 จาโคโบ รามอน รับใบเหลืองจากการฟาวล์ฮอยลุนด์
  • ⏱ ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบครึ่งแรก โคโม่นำ 1-0
  • 🔁 นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง พร้อมจังหวะสำคัญ
  • ⚽ นาที 46 เวร์การา ซัดไกลด้วยซ้ายตีเสมอ 1-1 จากการแอสซิสต์ของ ฮอยลุนด์
  • 🛑 นาที 48 เอลมาส ฟาวล์ บาตูรินา อีกครั้ง โคโม่ได้ฟรีคิก
  • 🛑 นาที 49 โลบอตก้า ฟาวล์ เปร์โรเน โคโม่ได้ฟรีคิกต่อเนื่อง
  • 🎯 นาที 51 มัซซอคคี ลองยิงไกลแต่โดนบล็อก
  • 🛑 นาที 52 เอลมาส ฟาวล์ บาตูรินา ซ้ำอีกหน
  • 🔁 นาที 53 โคโม่เปลี่ยนตัว ส่ง ดูวิกาส และ เคมป์ฟ ลงแทน คาเกเรต์ กับ รามอน
  • 🛑 นาที 55 อัดดาย ฟาวล์ โอลิเวรา
  • 🎯 นาที 57 อัดดาย ส่องด้วยซ้าย มิลินโควิช-ซาวิช เซฟอีก
  • 🔁 นาที 60 นาโปลีเปลี่ยน 3 คนรวด ส่ง โปลิตาโน, อลิสซอน ซานโตส, สปินัซโซลา ลงสนาม
  • 🟨 นาที 62 เซร์กี โรแบร์โต ฟาวล์ โปลิตาโน รับใบเหลือง
  • 🥅 นาที 65 นาโปลีได้เตะมุม เอลมาส เปิดให้ ราห์มานี โหม่งแต่ติดบล็อก
  • 🔁 นาที 67 โคโม่ส่ง ลูคัส ดา คุนญา และ เฆซุส โรดริเกซ แทน โรแบร์โต กับ อัดดาย
  • 🎯 นาที 68 สมอลชิช ส่องไกลข้ามคาน
  • 🟨 นาที 69 เอลมาส รับใบเหลืองจากจังหวะเสียบกลางสนาม
  • 🚩 นาที 70 ดีเอโก คาร์ลอส ล้ำหน้า
  • 🔁 นาที 74 นาโปลีส่ง มิเกล กูเตียร์เรซ และ โรเมลู ลูกากู ลงแทน เวร์การา กับ ฮอยลุนด์
  • 🎯 นาที 76 เอลมาส ยิงไกลอีกครั้งแต่ติดแนวรับ
  • 🛑 นาที 78 กูเตียร์เรซ ฟาวล์ เฆซุส โรดริเกซ
  • 🎯 นาที 80 ลูกากู ได้ยิงมุมแคบแต่โดนบล็อก
  • 🛑 นาที 81 ฮวน เฆซุส ฟาวล์ สมอลชิช โคโม่ได้ฟรีคิก
  • 🔁 นาที 82 โคโม่ส่ง วอยโวดา ลงแทน ปาซ
  • 🎯 นาที 83 วอยโวดา ได้ยิงฝั่งขวา แต่มิลินโควิช-ซาวิช เซฟอีกครั้ง
  • 🥅 นาที 84 นาโปลีได้เตะมุมจากการสกัดของ เคมป์ฟ
  • ⏱ นาที 91 ทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที
  • 🥅 นาที 93 นาโปลีได้เตะมุมเพิ่มจากการสกัดของ เคมป์ฟ
  • 🛑 นาที 94 อลิสซอน ซานโตส ฟาวล์ เฆซุส โรดริเกซ
  • ⛑ นาที 95 เกมหยุดเพราะอาการเจ็บของ เฆซุส โรดริเกซ
  • ⏱ นาที 96 กลับมาเล่นต่อจนจบ 120 นาที สกอร์ยังอยู่ที่ 1-1

🎯 ช่วงดวลจุดโทษ

  • ⚽ โคโม่นำก่อนจาก ลูคัส ดา คุนญา
  • ⚽ นาโปลีกดคืนโดย มัตเตโอ โปลิตาโน
  • ⚽ ทาซอส ดูวิกาส ยิงเข้าให้โคโม่ขึ้นนำอีกครั้ง
  • ❌ โรเมลู ลูกากู ยิงหลุดกรอบเสียเปรียบทันที
  • ⚽ มาร์ติน บาตูรินา ยิงเข้าเพิ่มให้โคโม่
  • ⚽ เลโอนาร์โด สปินัซโซลา ยิงตีตื้นให้เจ้าถิ่น
  • 🧤 มักซิโม เปร์โรเน ยิงไปติดเซฟ มิลินโควิช-ซาวิช
  • ⚽ อลิสซอน ซานโตส ยิงเข้า สกอร์รวมเริ่มกลับมาสูสี
  • ⚽ อีวาน สมอลชิช ยิงไม่พลาดให้โคโม่
  • ⚽ เอลยิฟ เอลมาส ยิงเข้าอย่างมั่นใจ
  • ⚽ ดีเอโก คาร์ลอส ยิงเพิ่มให้โคโม่
  • ⚽ วานยา มิลินโควิช-ซาวิช ยิงเองแล้วยิงเข้าแบบนิ่งสนิท
  • ⚽ เมอร์กิม วอยโวดา ยิงต่อเข้าไปอีกลูก
  • ⚽ มิเกล กูเตียร์เรซ ยิงเข้าให้สกอร์เสมอกันที่ 6-6 ช่วงสกอร์ยืด
  • ⚽ มาร์ก-โอลิเวอร์ เคมป์ฟ ยิงลูกชี้ขาดไม่พลาดให้โคโม่ขึ้นนำ 7-6
  • 🧤 ช็อตสุดท้าย สตานิสลาฟ โลบอตก้า ยิงไปโดนเซฟ ทำให้นาโปลีแพ้ดวลเป้า 6-7

🏅 Player of the Match

รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของเกมนี้ บ้านกีฬา ยกให้ วานยา มิลินโควิช-ซาวิช ผู้รักษาประตูของนาโปลี คะแนนสูงถึง 8.2 เซฟสำคัญหลายครั้งทั้งจากลูกยิงไกลของ ปาซ, บาตูรินา และจังหวะบุกเติมของ วอยโวดา รวมถึงเซฟจุดโทษของ เปร์โรเน ในช่วงดวลเป้า ถ้าไม่มีนายด่านทีมชาติเซอร์เบียรายนี้ นาโปลีอาจโดนปิดเกมตั้งแต่ 90 นาทีไปแล้ว แม้สุดท้ายทีมจะตกรอบ แต่ฟอร์มส่วนตัวของเขาถือว่าหรูหราระดับท็อปคลาสอย่างแท้จริง

ฝั่งโคโม่ บาตูรินา ก็เด่นไม่แพ้กัน ทั้งยิงจุดโทษขึ้นนำในเวลาและซัดไม่พลาดในชุดดวลเป้า แต่เมื่อเทียบปริมาณงานและความยากของจังหวะเซฟแล้ว มิลินโควิช-ซาวิช คือคนที่ทำให้เกมนี้ไปไกลถึงการชี้ชะตาด้วยจุดโทษ

📊 สถานการณ์ในเส้นทางโคปปา อิตาเลีย

ชัยชนะเกมนี้ทำให้โคโม่ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของโคปปา อิตาเลีย เพิ่มความมั่นใจอย่างมหาศาลให้กับทีมของฟาเบรกาส และยืนยันว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทีมน้องใหม่ที่มาเที่ยว แต่พร้อมชนกับบิ๊กทีมทุกสโมสร

ขณะที่นาโปลี ร่วงตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบน่าเสียดาย สร้างแรงกดดันต่อคอนเต้และลูกทีมอย่างหนัก เพราะถ้วยนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสรในซีซันนี้ เมื่อหลุดจากเส้นทางบอลถ้วยไปแล้ว เป้าหมายต่อไปคือต้องกลับไปโฟกัสผลงานในลีกให้แน่นอนมากขึ้น เพื่อไม่ให้ซีซันจบแบบมือเปล่า

📅 ตารางบอลเซเรีย อา นัดถัดไป

สำหรับโปรแกรมในลีก เซเรีย อา ทั้งสองทีมยังต้องลุยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญที่แฟนบอลควรจับตาพร้อมเช็ก ตารางบอล และอัปเดต โปรแกรมบอล กันให้ดี

ฝั่งนาโปลี จะเปิดบ้านรับมือโรมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 02.45 น. ก่อนจะต้องยกพลบุกไปเยือนอตาลันตาในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 21.00 น. สองเกมนี้คือบททดสอบสำคัญว่าพวกเขาจะลืมความผิดหวังจากบอลถ้วยได้เร็วแค่ไหน

ส่วนโคโม่ มีคิวใหญ่ไม่แพ้กัน เริ่มจากเปิดบ้านรับฟิออเรนตินาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 21.00 น. แล้วต่อด้วยทริปเยือนซาน ซิโร่ เจอกับเอซี มิลาน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 02.45 น. หากเก็บแต้มจากสองนัดนี้ได้ดี โมเมนตัมจากชัยชนะในโคปปา อิตาเลีย จะช่วยต่อยอดผลงานในลีกอย่างชัดเจน

📣 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา

ใครที่ตามเชียร์ทั้งนาโปลีและโคโม่ หรืออยากเกาะติดทุกเกมเดือดในอิตาลี บ้านกีฬา ขอชวนมาดูสกอร์สด เช็กตารางคะแนน และอัปเดตข่าวสารแบบครบจบในที่เดียวผ่านสไตล์เว็บเช็กสกอร์แบบ บ้านผลบอล ที่คุณคุ้นเคย บ้านกีฬา จะเกาะติดทุกจังหวะสำคัญ ทั้งลีกและบอลถ้วย พร้อมเสิร์ฟมุมมองจัดจ้านให้แฟนบอลได้อินกันตลอดฤดูกาล

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา