บ้านผลบอล สรุปหลังเกม โกปา เดล เรย์ เดือด! ตูร์เรียนเตสซัดฝัง บิลเบาพ่ายคาบ้าน 0-1 โซเซียดาดกุมความได้เปรียบก่อนเลกสอง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด โกปา เดล เรย์ ระหว่าง แอธเลติก บิลเบา 0-1 เรอัล โซเซียดาด วันนี้ 12/2/69 – บ้านกีฬา

ศึก โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ เลกแรกที่ซาน มาเมส จบลงด้วยชัยชนะสำคัญของ เรอัล โซเซียดาด ที่บุกเชือด แอธเลติก บิลเบา 1-0 จากประตูโทนของ เบญัต ตูร์เรียนเตส นาที 62 ส่งผลให้สกอร์บนหน้าจอ ผลบอลสด ขยับไปเข้าทางทีมเยือน ก่อนกลับไปชี้ชะตาที่อาโนเอต้าในเลกสอง

บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้คือการชนกันของสองทีมบาสก์ที่เล่นด้วยความดุดันตั้งแต่นาทีแรก บิลเบาพยายามใช้พลังวิ่งสู้ฟัดและเสียงเชียร์กดดัน ส่วนโซเซียดาดวางแผนรับแน่นกลางสนาม รอโต้กลับแบบมีคุณภาพ และหนึ่งจังหวะคม ๆ ของตูร์เรียนเตสก็เพียงพอจะเปลี่ยนสมดุลทั้งสองเลกทันที

⏱ ครึ่งแรก: บิลเบาบี้หนัก แต่เจอเรมีโร่หนึบ

เสียงนกหวีดเปิดเกมดังขึ้นที่ซาน มาเมส บิลเบาเขี่ยบอลเปิดฉากพร้อมไล่บี้ตั้งแต่แดนหน้า นาทีที่ 2–5 เจ้าถิ่นใช้ความดุดันเข้าปะทะทั้ง กูรูเซตา, วิลเลียมส์ และ บอยโร ไล่เพรสจนโซเซียดาดเสียฟาวล์หลายจังหวะ ก่อนที่ อิเญญากี วิลเลียมส์ จะได้ลองส่องไกล แต่ยังไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน

ฝั่งโซเซียดาดตอบโต้ด้วยเกมรุกริมเส้น ปาโบล มาริน กับ กอนซาโล เกเดส ผลัดกันสร้างโอกาส นาที 11 เกเดสได้สับไกนอกกรอบหลุดเสาแบบมีเสียว ขณะที่ช่วงกลางครึ่งแรก บิลเบาได้ลุ้นจากลูกโหม่งของ กูรูเซตา แต่ อเล็กซ์ เรมีโร่ เซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ท้ายครึ่งแรกเป็นช่วงที่ทั้งสองทีมเร่งจังหวะ โอยาร์ซาบัล ได้ลองยิงไกลเฉียดเสา ส่วนมารินก็มีโอกาสซัดจ่อ ๆ จากลูกเตะมุม แต่ อเล็กซ์ ปาดิญญา โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยบิลเบารอดเสียประตูแบบหวุดหวิด ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังเสมอ 0-0 แต่รูปเกมเข้มข้น ฟาวล์กระจาย สมกับดาร์บีบาสก์ในบอลถ้วย

⏱ ครึ่งหลัง: โซเซียดาดคมกว่า ตูร์เรียนเตสยิงฝัง

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน โซเซียดาดเกือบขึ้นนำทันที นาที 46 โอยาร์ซาบัล หลุดไปยิงจ่อ ๆ แต่ติดเซฟปาดิญญา ก่อนที่ มาริน จะตามซ้ำไปชนเสา บิลเบารอดตายแบบใจหายใจคว่ำ

เกมเริ่มเปิดแลกมากขึ้น บิลเบาพยายามดันไลน์สูงและใช้ลูกกลางอากาศเข้าทำ นาที 53 เจ้าถิ่นได้เตะมุม กูรูเซตาได้สับไกแต่ยังติดบล็อก ทำให้ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด ตัดสินใจเปลี่ยนรวดเดียว 4 คนในนาที 56 ส่ง นิโก วิลเลียมส์, นิโก เซร์ราโน, เซลตอน ซานเชซ และ อิญญิโก รุยซ์ เด กาลาร์เรตา ลงมาเติมความสด

อย่างไรก็ตาม นาที 62 กลับกลายเป็นโซเซียดาดที่เฉียบคมกว่า เกเดสฉีกไปรับบอลทางขวา ก่อนเปิดตัดแนวรับให้ เบญัต ตูร์เรียนเตส สอดมาชาร์จจ่อ ๆ เสียบเสาเป็นประตู 1-0 เงียบกริบทั่วซาน มาเมส ขณะที่ฝั่งทีมเยือนเฮกันสนั่นม้านั่งสำรอง

หลังโดนนำ บิลเบาโหมบุกหนัก ยิงติดบล็อกติดมือเรมีโร่หลายครั้ง นิโก วิลเลียมส์ มีโอกาสสับไกในกรอบหลายจังหวะแต่โดนบล็อกทั้งหมด ส่วนโซเซียดาดปรับแท็กติก เปลี่ยนตัวส่ง ออร์รี ออสการ์สสัน, อาริตซ์ เอลุสตอนโด, ยานเกล เอร์เรรา และ อัลบาโร โอดริโอโซลา ลงมาช่วยปิดเกม

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที เกมยังดุเดือด มีทั้งฟาวล์กลางสนามและอาการบาดเจ็บของเกเดส ก่อนที่ โอยาร์ซาบัล จะโดนใบเหลืองท้ายเกม แต่สุดท้ายโซเซียดาดก็รักษาสกอร์ 1-0 เอาไว้ได้ กุมความได้เปรียบสำคัญก่อนกลับไปเล่นในบ้านตัวเอง

👥 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🟥 แอธเลติก บิลเบา

แผนการเล่น 4-2-3-1 เน้นเกมริมเส้นและวิ่งบีบสูง

  • ผู้รักษาประตู: อเล็กซ์ ปาดิญญา (7.6)
  • กองหลัง: อิญญิโก เลเก (6.6), อิมานอล อากุนเดซ (6.5), อายเมริก ลาปอร์ก (6.8), อดามา บอยโร (6.8)
  • กองกลางตัวรับ: มิเกล เฆาเรกีซาร์ (7.2), อังเดรส รามอน โมรา (7.3)
  • ตัวรุกริมเส้นและจอมทัพ: โรเบิร์ต นาบาร์โร (7.0), อูไน โกเมซ (6.1), กอร์กา กูรูเซตา (6.1)
  • ศูนย์หน้า: อิเญญากี วิลเลียมส์ (กัปตัน, 6.5)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • นิโก วิลเลียมส์ (6.8) แทน อิเญญากี วิลเลียมส์ นาที 56
  • อิญญิโก รุยซ์ เด กาลาร์เรตา (6.6) แทน เอ รา. โมรา นาที 56
  • นิโก เซร์ราโน (6.7) แทน โรเบิร์ต นาบาร์โร นาที 56
  • เซลตอน ซานเชซ (6.7) แทน อูไน โกเมซ นาที 56
  • มิเกล เวสกา (6.8) แทน มิเกล เฆาเรกีซาร์ นาที 82

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม: อูไน ซิมอน, อันโดนี โกโรซาเบล, เฆซุส อาเรโซ, ไอมาร์ ดูนาเบย์ติยา, เอแดร์ การ์เซีย, เออร์โก อิเซตา

🔵 เรอัล โซเซียดาด

ใช้ระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน แต่จัดโครงสร้างกองกลางแน่นเพื่อคุมจังหวะเกม

  • ผู้รักษาประตู: อเล็กซ์ เรมีโร่ (7.4)
  • กองหลัง: โฆเซบา อรัมบูรู (6.4), จอน มาร์ติน (8.6), ดูเย คาเลตา-คาร์ (6.8), เซร์คิโอ โกเมซ (6.9)
  • กองกลางตัวรับ/เชื่อมเกม: โฆน กอร์โรซาเตกี (7.3), เบญัต ตูร์เรียนเตส (7.7)
  • ตัวรุก: คาร์ลอส โซเลร์ (7.4), ปาโบล มาริน (6.4), กอนซาโล เกเดส (7.3)
  • หน้าเป้า: มิเกล โอยาร์ซาบัล (กัปตัน, 6.4)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • อาริตซ์ เอลุสตอนโด (6.7) แทน ฆอน อรัมบูรู นาที 74
  • ออร์รี สไตน์ ออสการ์สสัน (6.2) แทน เบญัต ตูร์เรียนเตส นาที 74
  • ยานเกล เอร์เรรา (6.5) แทน คาร์ลอส โซเลร์ นาที 85
  • อัลบาโร โอดริโอโซลา (6.4) แทน ปาโบล มาริน นาที 85
  • จ็อบ โอเชียง (6.8) แทน กอนซาโล เกเดส นาที 90

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม: อาอิทอร์ ฟรากา, อีกอร์ ซูเบลดียา, ไอเฮน มูนญอซ, ไบรส์ เมนเดซ, ดานี ดิอาซ, เวสลีย์

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

บ้านกีฬา ขอ วิเคราะห์บอล เชิงแท็กติก เกมนี้ทั้งสองทีมยืนระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่แนวคิดต่างกันชัดเจน บิลเบาเน้นพลังวิ่งและการครอสจากริมเส้น ฝั่งซ้ายใช้คู่ เลเก–บอยโร เติมเกมขึ้นสูง ส่วนฝั่งขวาให้อิเญญากี วิลเลียมส์ ยืนกัปตันคอยดึงตัวประกบเพื่อเปิดทางให้ นาบาร์โร และกูรูเซตา หาช่องในกรอบเขตโทษ

ปัญหาของเจ้าถิ่นคือจังหวะสุดท้ายไม่คม แม้จะได้โอกาสลุ้นหลายครั้ง ทั้งลูกโหม่งและยิงไกล แต่การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายยังไม่เฉียบขาด พอครึ่งหลังปรับเกมส่งตัวรุกลงมาชุดใหญ่ เกมรุกก็ไหลลื่นขึ้น ทว่าพื้นที่ด้านหลังถูกทิ้งมากเกินไป ทำให้โดนโซเซียดาดเล่นงานจากจังหวะโต้กลับอยู่เรื่อย ๆ

ฝั่งโซเซียดาดของ เปเยกริโน มาตารัซโซ วางหมากเน้นสมดุล เกมรับยืนไลน์สี่แน่น นำโดย จอน มาร์ติน ที่คุมหลังบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่คู่กลาง กอร์โรซาเตกี–ตูร์เรียนเตส ช่วยกันตัดเกมและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว เกเดส กับมารินได้รับบทบาทฉีกออกข้างคอยดึงกองหลังบิลเบา ก่อนเปิดหรือลากตัดเข้าในให้โอกาส โอยาร์ซาบัล จบสกอร์

ประตู 1-0 มาจากภาพรวมแท็กติกที่โซเซียดาดทำได้ดีกว่า เปิดบอลฉีกแนวรับที่ดันสูง และมีตัวสอดอย่างตูร์เรียนเตสเติมจากแถวสองแบบไม่มีคนตาม ซึ่งเป็นรูปแบบการเข้าทำที่ทีมเยือนพยายามใช้ตลอดทั้งเกมและสุดท้ายก็ได้ผล

📈 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง

ตัวเลขหลังเกมชี้ให้เห็นว่าคู่นี้ใกล้เคียงกันมาก บิลเบายิงทั้งสิ้น 12 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ส่วนโซเซียดาดยิง 13 ครั้ง เข้ากรอบถึง 6 หน แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนคมกว่าในพื้นที่สุดท้าย แม้ เดอะ ไลออนส์ จะครองบอล 48% ใกล้เคียงกับโซเซียดาดที่ 52% แต่คุณภาพของการจบสกอร์ต่างกันชัดเจน

จำนวนการส่งบอล บิลเบาจ่ายไป 391 ครั้ง ความแม่นยำ 84% ขณะที่โซเซียดาดส่งบอล 464 ครั้ง แม่นยำ 85% เกมกลางสนามจึงเป็นพื้นที่ที่ทีมเยือนควบคุมได้ดีกว่า เลยลดความเสี่ยงในการเสียบอลแดนอันตราย

เรื่องความดุดัน บิลเบาทำฟาวล์ 13 ครั้ง โซเซียดาด 15 ครั้ง ใบเหลืองเจ้าถิ่น 1 ใบจาก รุยซ์ เด กาลาร์เรตา ส่วนทีมเยือนโดนไป 3 ใบ ทั้งเกเดส, โอดริโอโซลา และโอยาร์ซาบัล ล้ำหน้า บิลเบา 2 ครั้ง โซเซียดาด 4 ครั้ง สะท้อนว่าแนวรับทั้งสองฝั่งอ่านเกมและดันไลน์ได้ดี ส่วนลูกเตะมุมแบ่งกันทีมละ 4 ครั้ง แต่โซเซียดาดใช้ลูกเซตพีซได้คมกว่าและเปลี่ยนเป็นประตูชัยในที่สุด

🚨 เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • นาที 1 บิลเบาเขี่ยบอลเปิดเกมที่ซาน มาเมส
  • นาที 2 จอน มาร์ติน ทำฟาวล์ กอร์กา กูรูเซตา บิลเบาได้ฟรีคิกแดนหลัง
  • นาที 3 คาร์ลอส โซเลร์ ฟาวล์ อเลฮานโดร เรกโก เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกอีกครั้ง
  • นาที 4 โซเลร์ ฟาวล์ มิเกล เฆาเรกีซาร์ บิลเบายังครองเกมบุก
  • นาที 5 อิเญญากี วิลเลียมส์ ยิงไกลแต่โดนบล็อก ก่อนจังหวะถัดมา โอยาร์ซาบัล ฟาวล์ บอยโร
  • นาที 6 อิเกร์ มอนเรอัล ลองยิงไกล บอลเหินข้ามคาน
  • นาที 7 ปาโบล มาริน ฟาวล์ เรกโก เกมยังดุเดือดกลางสนาม
  • นาที 11 กอนซาโล เกเดส ซัดไกลเฉียดเสาจากลูกเตะมุมของโซเลร์
  • นาที 14 เรกโก ทำฟาวล์เกเดส โซเซียดาดได้ฟรีคิกบ้าง
  • นาที 15 จอน มาร์ติน ฟาวล์ กูรูเซตา รูปเกมยังสูสี
  • นาที 19 เซร์คิโอ โกเมซ ฟาวล์ วิลเลียมส์ บิลเบายังไล่กดดัน
  • นาที 20 มาริน ฟาวล์ บอยโร เพิ่มความเดือดให้เกมริมเส้น
  • นาที 21 กูรูเซตาโหม่งกลางกรอบ แต่เรมีโร่รับติดมือ
  • นาที 23 โอยาร์ซาบัล ยิงไกลหลุดเสา
  • นาที 25 มาริน ยิงจ่อ ๆ จากเตะมุม แต่ปาดิญญาเซฟสุดตัว
  • นาที 30 อูไน โกเมซ ฟาวล์ มาร์ติน เกมยังเต็มไปด้วยการปะทะ
  • นาที 31 มารินแฮนด์บอล ทำให้โซเซียดาดเสียจังหวะบุก
  • นาที 33 โอยาร์ซาบัล ฟาวล์ บอยโร อีกครั้ง
  • นาที 35 เลเก ฟาวล์ เกเดส ทางริมเส้น
  • นาที 36 จอน มาร์ติน โหม่งจ่อ ๆ แต่ปาดิญญาปัดทิ้งสุดปลายมือ
  • นาที 37 ดูเย คาเลตา-คาร์ ฟาวล์ หน้ากรอบเขตโทษ
  • นาที 38 นาบาร์โร ฟาวล์ กอร์โรซาเตกี
  • นาที 41 นาบาร์โร ได้ลองยิงไกลบ้าง แต่เรมีโร่ยังเซฟได้
  • นาที 42 คาเลตา-คาร์ โหม่งจากเตะมุม แต่ยังไม่ผ่านมือปาดิญญา
  • นาที 43 มาริน ฟาวล์ปาดิญญา ในจังหวะบุกลุ้นประตู
  • ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบครึ่งแรกที่สกอร์ 0-0
  • นาที 48 วิลเลียมส์ได้โอกาสยิงจ่อ ๆ แต่เรมีโร่ปฏิเสธอีกครั้ง
  • นาที 52 โซเซียดาดได้เตะมุม มาร์ตินโหม่งแต่ปาดิญญายังเซฟได้
  • นาที 53 กูรูเซตายิงติดบล็อกจากเตะมุมของบิลเบา
  • นาที 56 บิลเบาเปลี่ยนทีเดียว 4 คน ส่ง นิโก วิลเลียมส์, เซร์ราโน, เซลตอน ซานเชซ และ รุยซ์ เด กาลาร์เรตา ลงสนาม
  • นาที 58 ใบเหลือง กอนซาโล เกเดส จากจังหวะพุ่งล้มเรียกฟาวล์
  • นาที 59 นิโก วิลเลียมส์ ถูกจับล้ำหน้าถึงสองครั้งติด
  • นาที 60 บิลเบาได้เตะมุมเพิ่ม แต่ยังเจาะไม่เข้า
  • นาที 62 ประตู 0-1 ของโซเซียดาด เกเดสแอสซิสต์ให้ ตูร์เรียนเตส ยิงเสียบมุม
  • นาที 64 ใบเหลือง อัลบาโร โอดริโอโซลา หลังเข้าปะทะหนัก
  • นาที 65 ใบเหลือง อิญญิโก รุยซ์ เด กาลาร์เรตา ฝั่งบิลเบา
  • นาที 67 เซลตอน ซานเชซ ฟาวล์กลางสนาม
  • นาที 68 โอยาร์ซาบัล ถูกจับล้ำหน้า
  • นาที 70 บิลเบายิงติดบล็อกสามจังหวะรวด ยังไม่ได้ประตู
  • นาที 73 กูรูเซตา และ นิโก วิลเลียมส์ ได้ซัดต่อเนื่องแต่ยังไม่ผ่านแนวรับทีมเยือน
  • นาที 74 โซเซียดาดเปลี่ยนตัวคู่ ส่ง ออสการ์สสัน และ เอลุสตอนโด ลงมา
  • นาที 75 เลเก ฟาวล์อีกครั้ง ทางฝั่งซ้ายของบิลเบา
  • นาที 77 ลาปอร์ก ลองยิงไกลหลุดเสาไปนิดเดียว
  • นาที 79 รุยซ์ เด กาลาร์เรตา ฟาวล์ตัดเกมแดนกลาง
  • นาที 80 นิโก วิลเลียมส์ ยิงในกรอบแต่ยังติดบล็อก
  • นาที 82 บิลเบาส่ง มิเกล เวสกา ลงมาเพิ่มไอเดียเกมรุก
  • นาที 83 เซร์คิโอ โกเมซ ยิงไกลแต่ติดบล็อกของแนวรับเจ้าบ้าน
  • นาที 84 บิลเบาได้เตะมุมอีกครั้งแต่ยังไร้ผล
  • นาที 85 โซเซียดาดส่ง เอร์เรรา กับ โอดริโอโซลา ลงมาปิดเกม
  • นาที 86 ออดริโอโซลา ถูกจับล้ำหน้า
  • นาที 89 ออสการ์สสัน ล้ำหน้าอีกครั้งในจังหวะหลุดเดี่ยว
  • นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที
  • นาที 92 มีฟาวล์สลับกันกลางสนาม เกมเริ่มเน้นแท็กติกมากขึ้น
  • นาที 93 ออสการ์สสัน ล้ำหน้าอีกครั้ง
  • นาที 94 เกมหยุดจากอาการเจ็บของเกเดส
  • นาที 95 โซเซียดาดเปลี่ยนตัว ส่ง จ็อบ โอเชียง ลงมา
  • นาที 96 โอยาร์ซาบัล รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม สกอร์ยุติที่ 0-1

⭐ Player of the Match: จอน มาร์ติน กำแพงเหล็กแห่งโซเซียดาด

ตำแหน่งยอดเยี่ยมประจำเกมตกเป็นของ จอน มาร์ติน เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งของโซเซียดาด ที่ได้คะแนนสูงถึง 8.6 จากการอ่านเกมและดักเก็บลูกกลางอากาศแทบทุกลูก เขาเป็นคนคอยสั่งการแนวรับ ยืนตำแหน่งถูกที่ถูกเวลา ทั้งบล็อกลูกยิงสำคัญของกูรูเซตาและวิลเลียมส์ รวมถึงโหม่งลุ้นประตูจากลูกเตะมุมหลายครั้ง

ในวันที่เกมบุกของบิลเบาใช้การโยนบอมบ์ใส่กรอบเขตโทษแทบตลอด การมีมาร์ตินยืนคุมหลังบ้านคือเหตุผลหลักที่ทำให้โซเซียดาดออกจากซาน มาเมส พร้อมคลีนชีตและชัยชนะสำคัญในบอลถ้วย

📌 สถานการณ์ในถ้วยโกปา เดล เรย์ หลังเลกแรก

ผลชนะ 1-0 ทำให้โซเซียดาดกุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นเลกสองในบ้านของตัวเอง สกอร์นี้ถือว่าเปิดกว้าง แต่แรงกดดันย้ายไปอยู่ที่บิลเบาเต็ม ๆ เพราะต้องบุกไปชนะให้ได้หากหวังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หากโซเซียดาดยิงได้อีกในเลกสอง ภาระของบิลเบาจะยิ่งหนักขึ้นไปอีกหลายเท่า

ในมุมของแท็กติก บ้านกีฬา มองว่าบิลเบาต้องหาวิธีทะลวงเกมรับที่มีมาร์ตินเป็นหัวใจให้ได้ และต้องเพิ่มความคมในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่โซเซียดาดมีสิทธิ์เล่นแบบรัดกุม รอจังหวะสวนกลับแบบที่ทำได้ยอดเยี่ยมในเกมนี้

🗓 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไปของสองทีม

แม้เกมนี้จะเป็นถ้วย แต่โปรแกรมแน่น ๆ ใน ลาลีกา ยังรออยู่ ตามหน้า ตารางบอล สองทีมต้องรีบพักฟื้นร่างกายแล้วกลับไปลุยลีกทันที

ฝั่งบิลเบา มีคิวออกไปเยือน **เรอัล โอเบียโด วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก่อนจะกลับมาเล่นในซาน มาเมส พบ **เอลเช่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ส่วนโซเซียดาดต้องเจอโปรแกรมโหด บุกเยือน **เรอัล มาดริด วันที่ 15 กุมภาพันธ์ แล้วต่อด้วยการเปิดบ้านรับ เรอัล โอเบียโด ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์เช่นกัน

โปรแกรมแบบนี้ทำให้กุนซือทั้งสองฝั่งต้องโรเตชันนักเตะอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาฟอร์มในลีกควบคู่กับการลุ้นเข้าชิงบอลถ้วย ซึ่งแฟน ๆ สามารถเช็ก โปรแกรมบอล และความเคลื่อนไหวได้แบบวันต่อวันกับ บ้านกีฬา

📣 ติดตาม บ้านผลบอล และข่าวบอลมันส์ ๆ ที่บ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของเกมบาสก์ดาร์บี รวมถึงคู่เดือดจากลีกใหญ่ยุโรป ไม่ว่าจะเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ผ่าน ผลบอลสด หรือย้อนดูสรุปสถิติเกมในสไตล์ บ้านผลบอล บ้านกีฬา พร้อมอัปเดตให้ครบทุกมุม ทั้งสรุปหลังเกม วิเคราะห์บอลลึก ๆ และอัปเดตตารางคะแนน–โปรแกรมแข่งต่อเนื่อง ใครไม่อยากพลาดดราม่าในสนามและนอกสนามของโลกฟุตบอล แวะมาติดตามที่ บ้านกีฬา ได้ทุกวัน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา