บ้านผลบอล สรุปหลังเกม แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เดือด! ไรท์กดแฮตทริกพาโคเวนทรีอัดโบโร่ 3-1 ยึดจ่าฝูงแน่น ก่อนโปรแกรมหินรออยู่

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ระหว่าง โคเวนทรี ซิตี้ 3-1 มิดเดิ้ลสโบรช์ วันนี้ 17/2/69 – บ้านกีฬา

ในค่ำคืนที่สนาม CBS อารีน่า เดือดสมศึกหัวตาราง ผลบอลสด จากเวทีแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ จบลงด้วยชัยชนะของโคเวนทรี ซิตี้ ที่เปิดบ้านถล่มรองจ่าฝูงอย่างมิดเดิลสโบรห์ 3-1 จากซูเปอร์ฮีโร่คนเดิม ฮาจี ไรท์ กดคนเดียวแฮตทริก พาทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้ขึ้นนำลีกแบบฟลุ๊ก ขณะที่ฝั่งโบโร่ของคิม เฮลล์เบิร์ก แม้ครองบอลมากกว่าล้น ๆ แต่โดนดาบสวนกลับแทงเลือดสาด

เกมนี้แฟนบอลที่ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา ได้เห็นแท็คติกต่างขั้วชัดเจน โคเวนทรีเน้นเกมรัดกุม เปลี่ยนสปีดจากรับเป็นรุกเร็วจัด ส่วนมิดเดิลสโบรห์คุมบอล 70% แต่แปลงความได้เปรียบเป็นประตูได้แค่ครั้งเดียว

⏱️ ครึ่งแรก: ไรท์ปลดล็อกให้เจ้าบ้านออกนำ

เปิดเกมมา โคเวนทรีเกือบเฮตั้งแต่นาทีที่ 2 เมื่อฮาจี ไรท์ได้โหม่งจากลูกครอสของทัตสึฮิโร่ ซากาโมโตะ บอลพุ่งชนเสาซ้ายดังสนั่น เป็นสัญญาณเตือนให้แนวรับทีมเยือนรู้ว่า คืนนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ

โบโร่พยายามตอบโต้ด้วยจังหวะยิงไกลของมอร์แกน วิทเทเกอร์ ในนาทีที่ 5 แต่บอลเหินข้ามคาน จากนั้นนาทีที่ 8 แจ็ค รูโดนี ซัดในกรอบเขตโทษติดบล็อก ก่อนแฟรงค์ โอนเยก้าจะซ้ำก็ยังไม่ผ่านกำแพงสีแดง

นาที 21 ความดุดันของเจ้าบ้านแปรเปลี่ยนเป็นประตูนำ 1-0 รูโดนีแทงทะลุช่องสุดสวยให้ไรท์หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายกลางกรอบ บอลพุ่งเสียบกลางตาข่ายแบบจ่อ ๆ ชนิดที่สตีเฟ่น บรินน์ ได้แค่มอง ช่วงเวลาต่อมาอารมณ์เกมเริ่มดุเดือด ไอดัน มอร์ริส รับเหลืองนาที 22 ก่อนแฟรงค์ โอนเยก้าจะโดนใบเหลืองตามในนาที 27

ท้ายครึ่งแรก มิดเดิลสโบรห์โหมบุกหนัก ได้เตะมุมและโอกาสยิงหลายระลอกแต่แนวรับโคเวนทรีบล็อกไว้ได้หมด ก่อนผู้ตัดสินทดเวลา 2 นาทีและจบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่นนำ 1-0

🔁 ครึ่งหลัง: แฮตทริกจากไรท์ ปิดบัญชีโบโร่

เริ่มครึ่งหลังทีมเยือนพยายามเร่งเกมทันที วิทเทเกอร์โหม่งข้ามคานตั้งแต่นาที 46 แต่กลายเป็นโคเวนทรีที่เฉียบคมกว่า นาที 49 ซากาโมโตะโดนใบเหลือง ทว่าบรรยากาศในสนามกลับคุกรุ่นขึ้นไปอีก

จังหวะเด็ดนาที 55 คาร์ล รัชเวิร์ธ นายด่านเจ้าบ้านเปิดบอลยาวจากแดนตัวเองข้ามแนวรับให้ฮาจี ไรท์สปีดหนีตัวประกบ ก่อนซัดด้วยซ้ายเสียบมุมล่างขวาอย่างเด็ดขาด เจ้าถิ่นหนี 2-0 จากบอลคนละแดนระหว่างโกลกับกองหน้า

โบโร่ไม่ยอมง่าย ๆ เปลี่ยนเกมรุกทีเดียวสามคนในนาที 59 ส่งเจเรมี่ ซาร์มีเอนโต้, เดวิด สเตรเลช และฟินลี่ย์ มันโร่ ลงมา ซึ่งซาร์มีเอนโต้เกือบทำสำเร็จเมื่อใส่สกอร์ชนเสาในนาที 64 ก่อนที่แรงกดดันจะเปลี่ยนเป็นประตูไล่ 2-1 ในนาที 67 เมื่อไรลีย์ แม็คกรี กดด้วยขวาจากกลางกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมบนขวาอย่างสวย

อย่างไรก็ตามความหวังของทีมเยือนถูกดับอย่างรวดเร็ว โคเวนทรีเปลี่ยนโรแม็ง เอสเซ่ และจอช เอ็กเคิลส์ ลงมาช่วยแพ็คเกมแดนกลางในนาที 69 แล้วจังหวะต่อเนื่อง แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที พร้อมใบเหลืองให้ลุค เอย์ลิง นาที 70

ฮาจี ไรท์ รับหน้าที่สังหารนาที 71 กดด้วยขวาเสียบมุมล่างซ้ายสุดนิ่ง เป็นประตูที่สามของเขาในเกมนี้ และทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-1 ก่อนโคเวนทรีจะคุมเกมที่เหลือไว้ได้อยู่หมัด แม้แม็คกรีจะมีโอกาสยิงมุมแคบและมันโร่ซัดหลุดเสาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่รัชเวิร์ธก็ปิดประตูไม่ให้ทีมเยือนกลับมาได้อีก จบเกมเจ้าถิ่นคว้า 3 แต้มสำคัญสุดมันส์

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🏟️ โคเวนทรี ซิตี้ (4-2-3-1) – โค้ช: แฟรงค์ แลมพาร์ด

ผู้รักษาประตู

  • คาร์ล รัชเวิร์ธ (19) – 6.5 เซฟสำคัญหลายจังหวะ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม

กองหลัง

  • เจย์ ดาซิลวา (3) – 7.1 เติมเกมซ้ายตลอด 90 นาที
  • เบน โธมัส (4) – 6.6 ยืนคุมโซนกลางได้เหนียวแน่น
  • โจเอล ลาติบีโอดิแอเร่ (22) – 6.0 แม้มีหลุดบ้างแต่ยังช่วยเคลียร์บอลอันตราย
  • มิคาเอล ฟาน เอวิค (27) – 7.2 ดุดันทั้งเกมรับและจังหวะโอเวอร์แลปด้านขวา

กองกลางตัวรับ

  • แม็ตต์ ไกรมส์ (กัปตัน, 6) – 6.8 คุมจังหวะกลางสนาม ตัดเกมสำคัญหลายครั้ง
  • แฟรงค์ โอนเยก้า (16) – 6.9 บู๊หนัก ได้ใบเหลืองจากจังหวะเข้าบอลแรง

กองกลางตัวรุก

  • มิลาน เอฟรอน (10) – 6.3 ขยับหาช่องดีแต่จบจังหวะไม่คม ก่อนโดนเปลี่ยนออก
  • แจ็ค รูโดนี (5) – 7.1 มีส่วนกับเกมรุกตลอด แอสซิสต์ประตูแรก
  • ทัตสึฮิโร่ ซากาโมโตะ (7) – 7.0 วิ่งไม่มีหมด สร้างปัญหาให้แบ็กขวาทีมเยือน

กองหน้า

  • ฮาจี ไรท์ (11) – 9.6 แฮตทริกฮีโร่ของเกม

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • โรแม็ง เอสเซ่ (14) – 6.6 ลงมานาที 69 แทนเอฟรอน ช่วยเก็บบอลโต้กลับ
  • จอช เอ็กเคิลส์ (28) – 6.5 นาที 69 แทนรูโดนี คุมจังหวะเกมช่วงนำห่าง
  • วิคตอร์ ทอร์ป (29) – 6.7 นาที 75 แทนโอนเยก้า สลับเล่นบอลสั้นเน้นครองพื้นที่
  • เอลลิส ซิมส์ (9) – 6.7 นาที 82 แทนไรท์ ช่วยไล่บี้แนวรับโบโร่
  • ยาห์โนอาห์ มาร์เคโล (24) – 6.4 นาที 82 แทนซากาโมโตะ เสริมความสดริมเส้น

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: เบน วิลสัน (13), เจค บิดเวลล์ (21), เลียม คิทชิง (15), ลุค วูลฟ์เอนเดน (26)

ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษ: โอลิเวอร์ โดวิน (เจ็บ), แบรนดอน โธมัส-อาซานเต้ (แบน)

🛡️ มิดเดิลสโบรห์ (4-4-2) – โค้ช: คิม เฮลล์เบิร์ก

ผู้รักษาประตู

  • สตีเฟ่น บรินน์ (31) – 6.3 โดนยิงไม่เยอะแต่ทุกลูกที่เสียล้วนยากจะเซฟ

กองหลัง

  • แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ (3) – 5.8 เจองานหนักริมเส้น และทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษ
  • อาเหม็ด มาลันดา (29) – 6.8 พยายามคุมตัวไรท์แต่แพ้สปีดหลายจังหวะ
  • ลุค เอย์ลิง (12) – 6.2 เล่นเซ็นเตอร์จำเป็น มีจังหวะเข้าช้าโดนเหลือง
  • ไรลีย์ แม็คกรี (8) – 7.1 แม้ยืนแบ็ก/วิงแบ็กแต่สอดขึ้นมายิงประตูตีตื้นสุดสวย

กองกลาง

  • ไอดัน มอร์ริส (18) – 6.7 ตัดเกมกลางสนาม แต่ได้ใบเหลืองเร็ว นาที 22
  • แฮย์เดน แฮ็กนีย์ (กัปตัน, 7) – 7.7 ขับเคลื่อนเกมรุก จุดศูนย์กลางการต่อบอล
  • อลัน บราวน์ (16) – 6.1 ขึ้นลงฝั่งซ้ายตลอด ก่อนถูกเปลี่ยนออก
  • คัลลัม บริตเทน (2) – 6.3 เติมเกมสูงแต่เปิดบอลยังไม่คมพอ

กองหน้า

  • มอร์แกน วิทเทเกอร์ (11) – 6.6 ได้ลองเสี่ยงยิงแต่ไม่เข้าเป้า
  • ทอมมี คอนเวย์ (9) – 6.9 วิ่งหาพื้นที่ดี แต่ขาดจังหวะยิงเน้น ๆ

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เจเรมี่ ซาร์มีเอนโต้ (45) – 6.4 นาที 59 แทนบราวน์ สร้างความปั่นป่วนและยิงชนเสา
  • เดวิด สเตรเลช (13) – 6.5 นาที 59 แทนวิทเทเกอร์ พยายามหาพื้นที่ในกรอบแต่ยังไม่ลงล็อก
  • ฟินลี่ย์ มันโร่ (15) – ลงช่วงท้ายแทนทาร์เก็ตต์ มีโอกาสยิงหลุดเสาในช่วงทดเจ็บ
  • มามาดู กาลี เซเน (20) – 6.4 นาที 81 แทนคอนเวย์ เพิ่มความสดแดนหน้า

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: โจ ไวลด์สมิธ (32), เดล ฟราย (6), อเล็กซานเดอร์ กิลเบิร์ต (14), ครูซ อิเบห์ (44)

ผู้เล่นบาดเจ็บ: จอร์จ เอ็ดมันด์สัน, อเล็กซ์ บังกูร่า, อัลฟี่ โจนส์, ดาร์ราห์ เลนิแฮน, ลีโอ แคสเซิลดีน

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

จากมุมมองของ บ้านกีฬา เกมนี้คือบทเรียนเชิงแท็คติกสุดชัดของการเล่นสวนกลับกับการครองบอล โคเวนทรีมาในระบบ 4-2-3-1 สายโหด แผงหลังสี่คนยืนค่อนข้างลึก เน้นไม่ให้พื้นที่ด้านหลัง เซตคู่มิดฟิลด์ตัวรับอย่างไกรมส์กับโอนเยก้าเป็นเกราะชั้นแรก คอยดักการเคลื่อนบอลของแฮ็กนีย์และมอร์ริส เมื่อตัดบอลได้บอลถูกส่งต่อขึ้นหน้าแบบไม่เสียจังหวะ ผ่านรูโดนีหรือซากาโมโตะไปถึงไรท์ที่ยืนเป็นจุดโฟกัสเกมรุก ทำให้ทุกครั้งที่โคเวนทรีได้บอล กลายเป็นการโจมตีที่มีจำนวนคนขึ้นไปร่วมเพียงพอและจบด้วยการยิงถึงสี่ครั้งตรงกรอบ

วิเคราะห์บอล ในทางกลับกัน มิดเดิลสโบรห์ใช้โครง 4-4-2 ที่ยืดหยุ่นเป็น 4-2-3-1 ยามครองบอล แฮ็กนีย์คอยสลับขึ้นสูงเป็นเพลย์เมคเกอร์ วิทเทเกอร์กับบราวน์ถ่างออกริมเส้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คอนเวย์วิ่งตัดไลน์ แต่ปัญหาคือการหมุนบอลของพวกเขาช้าไปหนึ่งจังหวะเมื่อเจอกำแพงสองชั้นของเจ้าบ้าน ทำให้ส่วนใหญ่จบที่การยิงไกลหรือโยนลึกเข้ากรอบเขตโทษ ซึ่งแนวรับโคเวนทรีอ่านทางได้ไม่ยาก

การรับของโคเวนทรีโดดเด่นตรงการบีบโซนกลาง ไม่ปล่อยให้โบโร่เจาะระหว่างไลน์ง่าย ๆ เมื่อบีบจนเสียบอลจึงเกิดพื้นที่ด้านหลังแดนกลางของทีมเยือนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ลูกสองที่ไรท์ทำได้มาจากการเปลี่ยนเกมจากโกลเพียงจังหวะเดียว ส่วนลูกที่สามคือผลลัพธ์ของความกดดันที่กดแนวรับโบโร่จนทาร์เก็ตต์พลาดแฮนด์บอลในเขตโทษ

ในเชิงเกมบุก มิดเดิลสโบรห์อาจมีตัวเลขครองบอลสวยหรู แต่การขึ้นเกมของพวกเขาขาดการวิ่งตัดช่องด้านใน ทำให้ต้องพึ่งจังหวะปัจเจกของแม็คกรี ที่ลากตัดเข้าในแล้วซัดสุดสวยเป็นประตูตีตื้นเพียงครั้งเดียว ต่างจากโคเวนทรีที่ทุกการบุกมีแผนและความตั้งใจชัดเจน

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมอย่างชัดเจน โคเวนทรียิงทั้งหมด 10 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 3 ประตู ขณะที่มิดเดิลสโบรห์กดไป 13 ครั้ง เข้ากรอบเท่ากัน 4 ครั้ง แต่ได้แค่ลูกเดียว ทีมเยือนครองบอลถึง 70% ต่อ 30% ของเจ้าบ้าน ทว่าการครองบอลส่วนใหญ่เกิดในโซนปลอดภัย ไม่สามารถเจาะไปสู่พื้นที่อันตรายได้มากเท่าไร

โคเวนทรีทำฟาวล์ 17 ครั้ง มากกว่ามิดเดิลสโบรห์ที่ 12 ครั้ง สะท้อนแนวทางการเล่นที่กล้าตัดเกมตรงกลางสนาม ใบเหลืองฝั่งเจ้าบ้าน 3 ใบ (โอนเยก้า, ซากาโมโตะ, ไกรมส์) ส่วนทีมเยือนได้ 2 ใบจากมอร์ริสและเอย์ลิง แต่ไม่มีใบแดงทั้งสองฝั่ง เกมล้ำหน้าของโคเวนทรีถูกเป่าหนึ่งครั้ง ส่วนโบโร่ถูกจับล้ำหน้า 2 ครั้ง เตะมุมใกล้เคียงกัน 3-2 ให้เจ้าบ้านเล็กน้อย ตัวเลขทั้งหมดบอกชัดว่าโคเวนทรี “เล่นเพื่อชนะ” ขณะที่ทีมเยือนเหมือน “เล่นเพื่อครองบอล”

⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ นาที 2 ฮาจี ไรท์ โหม่งชนเสา จากลูกครอสของทัตสึฮิโร่ ซากาโมโตะ
  • 💥 นาที 5 มอร์แกน วิทเทเกอร์ ยิงไกลให้โบโร่ แต่บอลเหินข้ามคาน
  • 🎯 นาที 8 แจ็ค รูโดนียิงติดบล็อก ก่อนแฟรงค์ โอนเยก้าซ้ำแต่ยังไม่ผ่านแนวรับ
  • ⚽ นาที 21 โคเวนทรีขึ้นนำ 1-0 ฮาจี ไรท์ ซัดด้วยซ้ายกลางกรอบ จากแอสซิสต์ของรูโดนี
  • 🟨 นาที 22 ใบเหลืองแรกของเกม ไอดัน มอร์ริส (มิดเดิลสโบรห์)
  • 🟨 นาที 27 แฟรงค์ โอนเยก้า รับใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
  • 🚩 นาที 40 มิดเดิลสโบรห์ได้เตะมุมและมีจังหวะยิงหลายครั้งแต่โดนบล็อกหมด
  • ⏱️ นาที 45+2 ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ 1-0
  • 🟨 นาที 49 ทัตสึฮิโร่ ซากาโมโตะ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ริมเส้น
  • ⚽ นาที 55 โคเวนทรีหนี 2-0 คาร์ล รัชเวิร์ธ เปิดยาวให้ฮาจี ไรท์ หลุดไปยิงด้วยซ้ายเสียบมุมล่างขวา
  • 🔁 นาที 59 มิดเดิลสโบรห์ส่งเจเรมี่ ซาร์มีเอนโต้, เดวิด สเตรเลช และฟินลี่ย์ มันโร่ ลงเปลี่ยนเกม
  • 🎯 นาที 64 ซาร์มีเอนโต้ได้ซัดชนเสาขวาอย่างจัง พลาดตีไข่แตกหวุดหวิด
  • ⚽ นาที 67 มิดเดิลสโบรห์ไล่มา 2-1 ไรลีย์ แม็คกรี ซัดด้วยขวาจากกลางกรอบเสียบมุมบนขวา
  • 🔁 นาที 69 โคเวนทรีส่งโรแม็ง เอสเซ่ และจอช เอ็กเคิลส์ ลงมาแทนเอฟรอนกับรูโดนี
  • ☝️ นาที 69 ผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้โคเวนทรีหลังแม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ
  • 🟨 นาที 70 ลุค เอย์ลิง ถูกจดชื่อจากจังหวะประท้วง/ฟาวล์ในกรอบ
  • ⚽ นาที 71 ฮาจี ไรท์ กดจุดโทษเสียบมุมล่างซ้ายเป็นแฮตทริกส่วนตัว สกอร์ 3-1
  • 🟨 นาที 72 แม็ตต์ ไกรมส์ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
  • 🔁 นาที 82 โคเวนทรีส่งเอลลิส ซิมส์ และยาห์โนอาห์ มาร์เคโล ลงมาเปลี่ยนแท็คติก
  • 🧤 นาที 85 ไรลีย์ แม็คกรี ซัดมุมแคบ แต่รัชเวิร์ธเซฟเอาไว้
  • ⏱️ นาที 90+1 ผู้ตัดสินให้ทดเวลา 6 นาที
  • 🎯 นาที 90+7 ฟินลี่ย์ มันโร่ ลองสับไกด้วยซ้ายแต่หลุดเสา
  • 🔔 หมดเวลา โคเวนทรี ซิตี้ เปิดบ้านชนะมิดเดิลสโบรห์ 3-1

🌟 Player of the Match – ฮาจี ไรท์

ฮาจี ไรท์ คว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์แบบไร้ข้อโต้แย้งด้วยเรตติ้ง 9.6 ไม่ใช่แค่การทำแฮตทริก แต่ทุกจังหวะของเขาคือฝันร้ายของแนวรับทีมเยือน ลูกแรกอ่านจังหวะทะลุช่องแล้วจบคม ลูกสองโชว์สปีดวิ่งทะลุหลังแนวรับจากบอลยาวของผู้รักษาประตู และลูกสามแสดงความนิ่งของกองหน้าระดับท็อปในจังหวะจุดโทษ นอกจากประตู เขายังช่วยพักบอล เชื่อมกับรูโดนีและซากาโมโตะ ทำให้โคเวนทรีมีทางออกในการเล่นสวนกลับตลอด 90 นาที

📍 สถานการณ์ในตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ

ชัยชนะเกมนี้ทำให้โคเวนทรี ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 62 คะแนนจาก 32 นัด นั่งจ่าฝูงแชมเปี้ยนชิพแบบเต็มตัว ทิ้งมิดเดิลสโบรห์ซึ่งมี 61 คะแนน อยู่ในตำแหน่งรองจ่าฝูงเพียงแต้มเดียว แต่ก็ยังยึดโซนอัตโนมัติเข้าสู่พรีเมียร์ลีกได้เหนียวแน่น ขณะที่อันดับ 3 อย่างมิลล์วอลล์ตามอยู่ที่ 56 คะแนน ช่องว่างระหว่างหัวตารางกับโซนเพลย์ออฟเริ่มชัดเจนมากขึ้น ทำให้ทุกคะแนนจากนี้ไปยิ่งมีความหมาย ส่วนผลต่างประตูได้เสียของโคเวนทรีที่บวกสูงต่อเนื่องยิ่งช่วยเพิ่มความได้เปรียบหากต้องวัดกันยาว ๆ ปลายซีซัน

📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป

สำหรับแฟน ๆ ที่เช็ก โปรแกรมบอล แชมเปี้ยนชิพล่วงหน้า โคเวนทรีต้องเจอบททดสอบหนักต่อเนื่อง เริ่มจากออกเยือนเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ก่อนบุกดวลเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ สองเกมเยือนติดแบบนี้จะพิสูจน์ว่าทีมของแลมพาร์ดแกร่งพอเป็นแชมป์จริงหรือไม่

ด้านมิดเดิลสโบรห์กลับไปเล่นในถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ติดต่อกันสองนัด เริ่มจากเปิดบ้านรับมืออ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด วันที่ 21 กุมภาพันธ์ แล้วต่อด้วยเกมใหญ่กับเลสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ หากเก็บชัยได้ทั้งสองนัด พวกเขายังมีโอกาสทวงจ่าฝูงคืนทันที เพราะช่องว่างกับโคเวนทรีมีเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น

📣 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา

ใครที่อยากตามทุกจังหวะเดือดของลีกผู้ดี ไม่ว่าจะเป็นสรุปสกอร์แบบละเอียด สถิติหลังเกม หรือมุมมองเชิงลึกสไตล์กูรูลูกหนัง แวะเช็ก บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา ได้ทุกวัน เรารวบรวมทั้งผลบอลเมื่อคืน, ไฮไลท์จัดเต็ม และวิเคราะห์เกมหน้าให้ครบจบในที่เดียวสำหรับคอบอลตัวจริง

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา