
จาก : ผลบอลสด ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ระหว่าง ฟิออเรนติน่า 2-4 จากีลโลเนีย วันนี้ 27/2/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนบอลยุโรปที่อาร์เตมิโอ ฟรังคี เหมือนจะง่ายแต่ดันกลายเป็นหนังคนละม้วน ฟิออเรนตินาถือสกอร์จากนัดแรกตุนไว้ 3-0 เปิดบ้านรับยากีลโลเนีย เบียลีสต็อกแบบสบายใจ แต่พอบอลเริ่มกลิ้ง กลายเป็นทีมเยือนที่กดเจ้าถิ่นจนแฟนบอลเช็ก ผลบอลสด กันแทบไม่ทัน จบ 120 นาที ฟิออเรนตินาแพ้คาบ้าน 2-4 ทว่ารวมสองนัดยังเฉือนผ่านเข้ารอบยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยสกอร์ 5-4 แบบเสียววาบกันทั้งเมืองฟลอเรนซ์
ฟิออเรนตินาโรเตชันบางตำแหน่งแต่ยังจัดตัวจริงที่เน้นความแน่นอน วางระบบ 4-4-2 ใช้ปีกบุกสองฝั่งสาดบอลเข้ากรอบ ขณะที่ยากีลโลเนียวางหมาก 4-2-3-1 เน้นแพ็กเกมรับรอสวนกลับ หวังยิงเร็วเพื่อลดช่องว่างสกอร์ตั้งแต่นาทีแรก และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนทีมเยือนแทบทั้งหมด
ครึ่งแรก
เสียงนกหวีดดัง ฟิออเรนตินาเป็นฝ่ายเดินหน้าก่อน ครองบอลไล่จี้เข้าแดนคู่แข่ง ยิงทดสอบหลายครั้งแต่ยังไม่คมพอ แถมเกมยังเริ่มเดือดเมื่อ เปียโตร โคมุซโซ โดนใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 7 จากจังหวะฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม
ยากีลโลเนียไม่ได้มาแค่รับ นาที 17 คามิล โยซเวียค เติมขึ้นมาปั่นเกมรุกจนโดนทำฟาวล์และโดนใบเหลืองตอบโต้ กลายเป็นสัญญาณว่าเกมนี้ไม่มีใครถอยให้ใครง่ายๆ
แล้วความฝันของแฟนทีมเยือนก็แตกระเบิดนาที 23 เมื่อจังหวะสวนกลับครั้งแรกที่ลงล็อก บาร์โตส มาซูเร็ก เติมมารับบอลแถวหัวกะโหลก ก่อนแปเน้นๆ ผ่านมือเลซเซรินีเข้าเสาไกล ยากีลโลเนียขึ้นนำ 1-0 สกอร์รวมเหลือ 3-1
เจ้าบ้านพยายามตั้งลำบุกเอาคืน แต่ยิ่งบุกยิ่งเปิดหน้าให้โดนสวน ก่อนหมดครึ่งแรกในช่วงทดเวลา นาที 45+3 มาซูเร็กคนเดิมสบโอกาสซัดเม็ดสองให้ตัวเอง จากจังหวะเก็บบอลแถวสองยิงยัดเสาแรกอย่างเฉียบ ทำให้ยากีลโลเนียหนี 2-0 สกอร์รวมไล่มา 3-2 และแฟนม่วงทั้งสนามเริ่มเงียบกริบ
จบครึ่งแรก ฟิออเรนตินาตามหลัง 0-2 แต่ยังนำรวมอยู่แค่ลูกเดียว
ครึ่งหลังและต่อเวลาพิเศษ
เข้าสู่ครึ่งหลัง เปาโล วาโนลี ไม่รอช้าเปลี่ยนผู้รักษาประตู ส่งดาบิด เด เคอา ลงมาแทนเลซเซรินี หวังเพิ่มประสบการณ์เกมใหญ่ แต่แค่สามนาทีหลังเริ่มเขี่ยลูก นาที 49 ยากีลโลเนียสวนกลับอีกดอก โปโซแทงทะลุช่องให้มาซูเร็กวิ่งสอดเข้าไปยิงตุงตาข่าย เป็นแฮตทริกของดาวเตะโปแลนด์ และทำให้ทีมเยือนนำ 3-0 สกอร์รวมพลิกเป็น 4-3 เข้าทางยากีลโลเนียเต็มๆ
ฟิออเรนตินาไม่มีทางเลือก ต้องเดินเครื่องบุกเต็มกำลัง ส่งทั้งแฮร์ริสัน โซโลมอน ฟาจิโอลี และคีน ลงมาเติมเกมรุก แต่เมื่อบุกเพลิน เกมรับก็เริ่มหลุด ใบเหลืองเริ่มปลิว ทั้งซาเมด บัซดาร์ ของทีมเยือน และมาริน ปงกราซิช ฝั่งเจ้าถิ่นโดนจดชื่อเพิ่ม
ครบ 90 นาทีฟิออเรนตินายังเจาะไม่เข้า สกอร์ 0-3 ทำให้รวมสองเกมยากีลโลเนียนำ 4-3 แต่ด้วยกฎใหม่ไม่มีอเวย์โกล ต้องต่อเวลาพิเศษตัดสิน ซึ่งตรงนี้เองที่หัวใจแฟนม่วงเต้นไม่เป็นจังหวะ
ช่วงต่อเวลาไฟเกมยังไม่ตก นาที 94 โปโซโดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะ ก่อนนาที 101 โดโด้จะโดนบ้าง เกมเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
นาที 107 ความพยายามของเจ้าบ้านเริ่มส่งผล นิโคโล ฟาจิโอลี เก็บบอลหน้ากรอบแล้วกดไกลด้วยขวา ลูกพุ่งเสียบตาข่ายสุดสวย ตีไข่แตกเป็น 1-3 สกอร์รวมกลับมาเท่ากันที่ 4-4
แรงกดดันสาดเข้าใส่ทีมเยือนเต็มๆ จนในนาที 114 ทาราส โรมานชุค โชคร้ายโหม่งสกัดลูกเปิดของฟิออเรนตินาพลาดเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นสกอร์ 2-3 และรวมสองนัดกลับมาเป็นฟิออเรนตินานำ 5-4
แม้ยากีลโลเนียยังสู้ต่อ นาที 118 เฆซุส อีมาซ ลองส่องไกลเสียบมุมอย่างคมกริบ พาทีมเยือนนำ 4-2 ในเกม แต่รวมแล้วก็ยังตามอยู่ลูกเดียว สุดท้ายแม้ฟิออเรนตินาจะเหลือผู้เล่นมากกว่าเมื่อ เบร์นาร์โด ไวทัล โดนเหลืองที่สองในนาที 120 กลายเป็นใบแดงไล่ออก ทว่าช่วงทดเวลาที่เหลือทีมโปแลนด์ตีเพิ่มไม่ได้
จบ 120 นาที ฟิออเรนตินาแพ้ 2-4 แบบหัวใจหลุดไปกองที่พื้น แต่ยังผ่านเข้าสู่รอบต่อไปจากผลรวม 5-4 ส่วนยากีลโลเนียยิงสี่เม็ดนอกบ้านแต่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านด้วยความเสียดายสุดๆ

รายชื่อนักเตะและการเปลี่ยนตัว
ฟิออเรนตินา
ระบบ 4-4-2 เน้นลากบอลริมเส้นแล้วเปิดเข้ากรอบเขตโทษ
ผู้รักษาประตู
- ลอเรนโซ เลซเซรินี คะแนน 7.0
เปลี่ยนออกต้นครึ่งหลังให้ ดาบิด เด เคอา คะแนน 5.2 ลงมาแทน
กองหลัง
- เปียโตร โคมุซโซ แบ็กซ้าย 5.8
- มาริน ปงกราซิช เซ็นเตอร์ 5.9
- โรลันโด มันดราโกรา ขยับยืนเซ็นเตอร์ช่วยเกมรับ 6.6
- โดโด้ แบ็กขวา 7.2
กองกลาง
- โรบิน โกเซนส์ กัปตันทีมริมเส้นซ้าย 6.9
- จาโคโป ฟัซซินี ฝั่งขวา 6.2
- เชิร์ก เอ็นดูร์ กลางเชื่อมเกม 6.5
- กาเบรียล ฟับเบียน กลางรุก 6.7
กองหน้า
- โรแบร์โต ปิคโคลี 6.7
- นิโคลา ฟอร์ตินี ยืนคู่หน้า 6.3
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เด เคอา แทนเลซเซรินี นาที 46
- แจ็ค แฮร์ริสัน คะแนน 7.0 ลงแทนฟอร์ตินี นาที 46
- แมนอร์ โซโลมอน คะแนน 7.3 ลงแทนฟัซซินี นาที 62
- นิโคโล ฟาจิโอลี ฮีโร่ทำประตู 8.0 ลงแทนมันดราโกรา นาที 62
- มอยเซ่ คีน 6.5 ลงแทนปิคโคลีนาที 89
- อัลเบิร์ต กุ๊ดมุนด์สสัน 6.4 ลงแทนโซโลมอน นาที 100
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
เลโอนาร์เดลลี, รานิเอรี, คูอาดิโอ, หลุยส์ บัลโบ, ฟาบิอาโน ปาริซี, โบนันโน
ผู้เล่นบาดเจ็บ
ตาริก แลมพ์ตีย์
ยากีลโลเนีย เบียลีสต็อก
ระบบ 4-2-3-1 รับแน่นสวนดุ
ผู้รักษาประตู
- ซาเวียร์ อับราโมวิช 7.3
กองหลัง
- บาร์ตอส วโดวิค แบ็กซ้าย 7.0
- แอนดี เปลมาร์ด เซ็นเตอร์ 7.4
- เบร์นาร์โด ไวทัล เซ็นเตอร์ 6.6 (โดนไล่ออกช่วงท้าย)
- นาตาเนียล วอยตูเช็ก แบ็กขวา 6.6
กองกลางตัวคุมเกม
- ทาราส โรมานชุค กัปตันทีม 6.9
- บาร์โตส มาซูเร็ก ห้องเครื่องตัวรุก 8.8 พระเอกของทีม
แนวรุกสามตัวด้านหลังหน้าเป้า
- อเล็กซ์ โปโซ ปีกขวา 6.1
- เฆซุส อีมาซ ยืนเพลย์เมกเกอร์ 7.2
- คามิล โยซเวียค ปีกซ้าย 6.4
กองหน้า
- อ็องเดรียส ปูลูลู 6.7
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ดาวิด ดรัคคาล 6.8 ลงแทนโยซเวียคนาที 36
- ซาเมด บัซดาร์ 6.4 ลงแทนวอยตูเช็ก นาที 66
- ลีออน แฟลช 6.5 ลงแทนดรัคคาล นาที 89
- ดิมิทริส รัลลิส 6.3 ลงแทนมาซูเร็ก นาที 106
- ยูคิ โคบายาชิ 6.5 ลงแทนโปโซ นาที 117
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
เอเดรียน ดามาเซียวิช, เอริก คอซลอฟสกี, ยูซุฟ ซิลลา
ผู้เล่นบาดเจ็บ
ดูซาน สโตจิโนวิช
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้าเอาตามรูปเกม ฟิออเรนตินาถือว่าเล่นตามแผนเดิม ใช้การครองบอลต่อเกมสั้นจากแดนหลังขึ้นหน้า ปีกสองฝั่งโกเซนส์กับฟัซซินีคอยเติมแนวกว้างแล้วโยนเข้าไปหาคู่กองหน้าหรือฟาบเบียนที่สอดเข้าเขตโทษ จุดแข็งคือการขึงบอลรุกในแดนคู่แข่ง แต่จุดตายคือจังหวะเสียบอลแล้วถอยไม่ทัน ช่องว่างระหว่างฟูลแบ็กกับเซ็นเตอร์ถูกยากีลโลเนียโจมตีซ้ำๆ
ฝั่งทีมเยือนวางแผนอย่างมีวินัย สองมิดฟิลด์ โรมานชุคกับมาซูเร็ก ช่วยกันสกรีนหน้าแผงหลัง จากนั้นใช้ความเร็วของโปโซและโยซเวียคกระชากออกด้านข้างแล้วตบกลับเข้าในให้มาซูเร็กหรือปูลูลูจบสกอร์ แท็กติกนี้ทำให้ยากีลโลเนียใช้จำนวนโอกาสไม่มาก แต่ทุกครั้งที่หลุดเข้าโซนอันตรายกดดันแนวรับเจ้าบ้านได้ทันที
เมื่อวัดกันในเชิงแท็กติก การปิดพื้นที่โซนกลางของยากีลโลเนียทำได้ดีกว่า ฟิออเรนตินามักต้องถอยบอลไปเริ่มใหม่จากแนวหลัง ทำให้การเจาะกลางสนามไม่ต่อเนื่อง ต้องออกข้างเกือบตลอด ขณะที่ทีมเยือนรอจังหวะพุ่งเพรสแล้วสวนกลับทีเดียวถึงหน้าเขตโทษ การอ่านเกมของมาซูเร็กและการเคลื่อนที่ของอีมาซจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แผงรับม่วงมหากาฬเสียถึงสี่ลูกในบ้านตัวเอง แม้สุดท้ายเจ้าบ้านยังรอด แต่จากมุมมองการ วิเคราะห์บอล นี่คือสัญญาณเตือนชัดเจนว่าเกมรับยังต้องปรับอีกเยอะหากหวังไปไกลในรายการนี้

สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพได้ชัด ฟิออเรนตินายิงทั้งหมด 20 ครั้ง เข้ากรอบ 9 ครั้ง ขณะที่ยากีลโลเนียยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 9 ครั้งเท่ากัน แสดงให้เห็นว่าความคมของทีมเยือนสูงกว่ามาก แม้การครองบอลจะแทบเท่ากัน เจ้าถิ่นครอง 49 เปอร์เซ็นต์ ทีมเยือน 51 เปอร์เซ็นต์ แต่ความแม่นยำในการส่งบอลของยากีลโลเนียอยู่ที่ 85 เปอร์เซ็นต์ จาก 507 ครั้ง ดีกว่าฟิออเรนตินาที่ทำได้ 83 เปอร์เซ็นต์จาก 515 ครั้งเล็กน้อย
ด้านเกมปะทะ ฟิออเรนตินาทำฟาวล์ 11 ครั้ง ได้ใบเหลือง 3 ใบ ส่วนยากีลโลเนียทำฟาวล์ 15 ครั้ง โดนใบเหลืองถึง 5 ใบ และใบแดง 1 ใบจากไวทัลในช่วงท้ายต่อเวลา เตะมุมเจ้าบ้านได้มากกว่า 6 ต่อ 3 แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ขณะที่ทีมเยือนใช้จังหวะสวนกลับไม่กี่ครั้งยิงได้ถึงสี่ประตู ทำให้ความต่างอยู่ที่คุณภาพของการจบสกอร์แบบชัดเจน
เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 23 บาร์โตส มาซูเร็ก ยิงให้ยากีลโลเนียขึ้นนำ 1-0
- 🟨 นาที 7 เปียโตร โคมุซโซ ฟูลแบ็กเจ้าถิ่นโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์
- 🟨 นาที 17 คามิล โยซเวียค ปีกทีมเยือนโดนใบเหลืองจากจังหวะเสียบกลางสนาม
- ⚽ นาที 45+3 มาซูเร็กบวกเม็ดสองให้ทีมเยือน นำ 2-0 ก่อนพักครึ่ง
- ⚽ นาที 49 มาซูเร็กทำแฮตทริกให้ยากีลโลเนียนำห่าง 3-0 รวมสองเกมพลิกนำครั้งแรก
- 🟨 นาที 75 ซาเมด บัซดาร์ รับใบเหลืองจากจังหวะถ่วงเกม
- 🟨 นาที 77 มาริน ปงกราซิช โดนใบเหลืองจากการเสียบหนักกลางสนาม
- 🕒 นาที 90+4 ผู้ตัดสินทดเวลาให้ 4 นาที ก่อนนำเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลา
- 🟨 นาที 94 อเล็กซ์ โปโซ ปีกขวาทีมเยือนโดนใบเหลืองจากจังหวะดึงเกม
- 🟨 นาที 101 โดโด้ ฟูลแบ็กเจ้าถิ่นโดนใบเหลืองจากจังหวะตัดฟาวล์ริมเส้น
- 🟨 นาที 106 ทาราส โรมานชุค กัปตันยากีลโลเนียรับใบเหลืองเพิ่ม
- ⚽ นาที 107 นิโคโล ฟาจิโอลี ซัดไกลสุดสวยให้ฟิออเรนตินาไล่มา 1-3
- 🟨 นาที 110 เบร์นาร์โด ไวทัล กองหลังทีมเยือนโดนใบเหลือง
- ⚽ นาที 114 โรมานชุคโหม่งสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ฟิออเรนตินาตีตื้นเป็น 2-3 รวมสองเกมนำ 5-4
- ⚽ นาที 118 เฆซุส อีมาซ ยิงไกลเสียบมุมให้ยากีลโลเนียหนี 4-2 ในเกม
- 🟥 นาที 120 ไวทัลโดนเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากสนามช่วงท้ายต่อเวลา
Player of the Match
แม้ทีมจะตกรอบ แต่รางวัลยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ บาร์โตส มาซูเร็ก แบบไร้ข้อโต้แย้ง มิดฟิลด์ตัวรุกวัยหนุ่มโชว์ฟอร์มเกินค่าตัว จัดแฮตทริกใส่ฟิออเรนตินาถึงถิ่น แถมยังคอยเป็นตัวเชื่อมเกมรุกกับปูลูลูและอีมาซตลอด 90 นาทีแรก การเคลื่อนที่หาพื้นที่ระหว่างไลน์รับของเจ้าบ้านทำให้คู่แข่งปวดหัวทั้งเกม แม้สุดท้ายประตูของเขาจะไม่พอส่งทีมเข้ารอบ แต่ฟอร์มการเล่นนัดนี้น่าจะเพิ่มมูลค่าตัวเองในตลาดนักเตะขึ้นอีกหลายระดับแน่นอน
ผลต่อสถานการณ์ในยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก
ชัยชนะ 4-2 ของยากีลโลเนียในเลกสองทำให้สกอร์รวมจบที่ 5-4 และเป็นฟิออเรนตินาที่เฉือนผ่านเข้ารอบต่อไปแบบลุ้นจนวินาทีสุดท้าย บ้านกีฬาเชื่อว่าผลแบบนี้คงทำให้สตาฟฟ์โค้ชต้องกลับไปนั่งเช็กวิดีโอย้อนหลังละเอียด เพราะการเสียถึงสี่ประตูในบ้านชี้ชัดว่าเกมรับยังมีรอยรั่วให้คู่แข่งโจมตีได้ง่ายเกินไป ขณะที่ยากีลโลเนียแม้ต้องจอดแค่รอบเพลย์ออฟ แต่ฟอร์มระดับนี้ทำให้ชื่อของพวกเขาถูกจดจำในเวทียุโรปแน่นอน
ตารางบอลยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก และโปรแกรมลีกนัดถัดไป
หลังรอดตายแบบเสียวสันหลัง ฟิออเรนตินาต้องรีบหันสมาธิไปที่เกมลีกต่อทันที ตามภาพของ ตารางบอล ช่วงต้นเดือนมีนาคม โปรแกรมในเซเรีย อา ไม่ได้ใจดีเลย เริ่มจากบุกเยือนอูดิเนเซ แล้วกลับมาเล่นในบ้านพบปาร์มา ต่อด้วยทริปเยือนเครโมเนเซ ทั้งหมดนี้อาจมีผลต่อการจัดตัวในถ้วยยุโรปของโค้ชวาโนลี ว่าจะโรเตชันมากน้อยแค่ไหนเพื่อบาลานซ์ระหว่างลีกกับบอลถ้วย ในมุมมองแฟนบอล ใครอยากวางแผนเช็ก โปรแกรมบอล ยาวๆ ของม่วงมหากาฬคงต้องเปิดปฏิทินรอเลย
ด้านยากีลโลเนียแม้จะตกรอบยุโรป แต่ในเอกสตราคลาซายังต้องลุยต่อกับเกมหนักรวดชุดใหญ่ ทั้งการดวลเลเกีย วอร์ซอ ต่อด้วยการออกไปเยือนเลเชีย กดังสก์ และกลับมาเปิดบ้านเจอปิแอส กลิวิส ซึ่งแต่ละนัดมีผลโดยตรงต่อโควตายุโรปซีซันหน้า ผลงานในเกมนี้แม้ทำให้กำลังใจทีมเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคมระดับยุโรปไปใช้ในลีกให้ได้ถ้าหวังจบฤดูกาลบนหัวตาราง
ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
ใครดูเกมนี้แล้วหัวใจเต้นแรง อยากตามทุกคู่แบบสดใหม่ไม่พลาดสักจังหวะ เช็กสกอร์ทุกลีกดังได้ผ่านบริการรายงานผลของ บ้านกีฬา ที่อัปเดต บ้านผลบอล ให้แบบละเอียดทั้งสกอร์สด สถิติเกมรุกเกมรับ ฟอร์มก่อนแข่งและหลังแข่ง รวมถึงวิเคราะห์มุมมองสายบอลตัวจริง รับรองว่าคอบอลจะได้ภาพครบทั้งเกมในสนามและเรื่องราวนอกสนามในที่เดียวจบ

