เดือดบนม้านั่ง! 5 กุนซือเต็งเสียบคุม เชลซี แทนมาเรสก้า เด็กสิงห์เชียร์ใครดี?

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

เชลซีเปลี่ยนกุนซือไม่พัก บอร์ดโบห์ลี่ย์เตรียมรื้อโปรเจ็กต์อีกครั้ง

เข้าสู่ตลาดหน้าหนาวทั้งที แฟนบอลส่วนใหญ่พูดถึงการเสริมทัพ แต่สำหรับ “สิงห์บลูส์” ตอนนี้เรื่องใหญ่สุดกลับไม่ใช่นักเตะใหม่ แต่คือการหานายใหญ่คนใหม่มานั่งเก้าอี้ต่อจาก เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่เพิ่งถูกแยกทางสดๆ ร้อนๆ หลังผลงานกระท่อนกระแท่น ชนะได้แค่ 1 จาก 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ

ภายใต้ยุคบริหารของ ท็อดด์ โบห์ลี่ย์ และกลุ่มทุน BlueCo แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องทำใจเห็นทีมเปลี่ยนแม่ทัพอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่โธมัส ทูเคิ่ล, แกรม พอตเตอร์ จนถึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แล้วก็มาถึงคิวของมาเรสก้า ที่ไปไม่สุดทั้งเรื่องผลลัพธ์ในสนามและเคมีในห้องประชุมบอร์ดบริหาร

เมื่อผลงานในสนามไม่เดิน ความอดทนก็มีขีดจำกัด ฝั่งบอร์ดเลยต้องเร่งคัดสรรตัวเลือกอย่างจริงจัง เพราะหากปล่อยให้เรือลำนี้แล่นไปแบบไร้ทิศทางนานกว่านี้ โอกาสลุ้นโควตาฟุตบอลยุโรป รวมถึงอนาคตของโปรเจ็กต์ระยะยาวอาจพังทั้งแผง

และนี่คือ 5 ตัวเต็งที่มีลุ้นยืนคุมทีมข้างสนามที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอนาคตอันใกล้

1. ชาบี เอร์นานเดซ เพลย์เมกเกอร์ในตำนานกับภารกิจพิสูจน์ตัวเองบนเกาะอังกฤษ

ชื่อแรกที่ถูกยกขึ้นมาแบบอัตโนมัติคือ ชาบี เอร์นานเดซ อดีตมิดฟิลด์มันสมองของบาร์เซโลน่า ที่ปัจจุบันว่างงานพอดี ทำให้ข้อดีสำคัญคือ เชลซีไม่ต้องเสียค่าชดเชยให้ต้นสังกัดใดทั้งสิ้น

เส้นทางคุมทีมของชาบีเริ่มจากการรับงานที่บาร์ซ่าและสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา มาแล้วหนึ่งสมัย แนวทางของเขาชัดเจน: ฟุตบอลเน้นการครองบอล สร้างรูปแบบเกมรุกจากแดนหลัง ไล่บีบสูง และพยายามให้ทีมเล่นเป็นระบบมากกว่าพึ่งพาใครคนใดคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การย้ายมาทำงานในอังกฤษไม่เคยเป็นงานง่ายสำหรับกุนซือสายเทคนิคจากสเปน ทั้งเรื่องความเร็วของเกม, ความเข้มข้นของแรงปะทะ และแรงกดดันจากสื่ออังกฤษ ชาบีจึงอาจต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ไอเดียฟุตบอลที่เขาถนัดสามารถปรับตัวให้เข้ากับความดุเดือดของ พรีเมียร์ลีก ได้มากน้อยแค่ไหน

ถ้าโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นจริง จุดน่าสนใจคือ แฟนบอลจะได้เห็นการรีเซ็ตสไตล์การเล่นแบบเน้นเทคนิคและแท็กติกจัดจ้านอีกครั้ง แต่คำถามคือ เวลาและความอดทนของบอร์ดกับแฟน จะเปิดโอกาสให้เขาได้ลองผิดลองถูกมากแค่ไหน

2. เลียม โรซีเนียร์ เด็กในสายโครงข่าย BlueCo ทางเลือกที่เน้นระบบมากกว่าชื่อเสียง

เลียม โรซีเนียร์ กำลังสร้างชื่ออยู่กับสตราส์บูร์ก ทีมในเครือเดียวกับเชลซี (กลุ่มทุน BlueCo) ซึ่งทำให้การดึงตัวเขาข้ามฝั่งมาอังกฤษในเชิงโครงสร้างถือว่า “ง่ายกว่า” คนอื่นหลายราย

แม้สตราส์บูร์กจะไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป แต่โรซีเนียร์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการคุมทีมอย่างชัดเจน ผลงานในลีกอยู่ในโซนลุ้นตั๋วฟุตบอลยุโรป แถมยังนำเป็นจ่าฝูงในรอบแบ่งกลุ่มยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ซึ่งสะท้อนว่าเขาจัดการทรัพยากรที่มีในมือได้ดีมาก

หนึ่งในจุดเด่นคือการดึงฟอร์มของนักเตะที่ถูกมองว่า “แผ่ว” ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีของ เบน ชิลเวลล์ อดีตแข้งเชลซีที่ไปแจ้งเกิดใหม่ในลีกเมืองน้ำหอมภายใต้การคุมทีมของเขา การสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้เล่นปลดล็อกศักยภาพ ถือเป็นคุณสมบัติที่สโมสรสิงห์บลูส์ต้องการอย่างยิ่งในยุคที่มีดาวรุ่งและแข้งหน้าใหม่เต็มทีม

ข้อเสียคือ โรซีเนียร์ ยังไม่เคยผ่านแรงกดดันระดับสโมสรยักษ์ใหญ่แบบสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่หากบอร์ดต้องการโค้ชที่เข้าใจปรัชญาการบริหารของเครือ BlueCo และพร้อมเติบโตไปกับทีมในระยะยาว เขาก็ถือเป็นม้ามืดที่น่าจับตา

3. โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เฮดโค้ชสายแท็กติกที่เริ่มอึดอัดกับเพดานของตัวเอง

ผลงานของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์กับคริสตัล พาเลซ ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงในฐานะกุนซือที่ “ยกระดับทีมกลางตาราง” ได้อย่างจริงจัง เขาพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลก่อน ต่อด้วยการคว้าโล่การกุศลคอมมูนิตี้ ชิลด์ ในช่วงเปิดซีซั่น ทั้งที่สโมสรต้องเสียคีย์แมนหลายรายในตลาดซื้อขาย

ก่อนย้ายมาอังกฤษ กลาสเนอร์เคยพาไอน์ทรัค แฟร้งก์เฟิร์ต ผงาดคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาเป็นโค้ชที่อ่านเกมยุโรปขาด และรู้วิธีจัดการเกมน็อกเอาต์ที่เดิมพันสูง

ปัญหาตอนนี้คือเจ้าตัวเริ่มรู้สึกอึดอัดกับเพดานของพาเลซ โดยเฉพาะเรื่องงบเสริมทัพและความทะเยอทะยานระยะยาว ซึ่งสำหรับกุนซือที่กระหายความสำเร็จมากขึ้น สโมสรอย่างเชลซีนั้นตอบโจทย์ในเชิงศักยภาพทีม นักเตะ และโอกาสลุ้นแชมป์

หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง เชลซีจะได้โค้ชสายแท็กติกที่จัดระเบียบเกมรับดี อ่านเกมเฉียบคม และกล้าปรับหมากตามสถานการณ์ แต่ก็ต้องแลกกับการจ่ายค่าชดเชยและดีลที่ซับซ้อนกับพาเลซกลางซีซั่น

4. อูไน เอเมรี่ ปรมาจารย์บอลถ้วยที่พร้อมท้าทายตัวเองอีกครั้ง?

อีกหนึ่งคนที่ถูกโยงกับเก้าอี้สิงห์บลูส์คือ อูไน เอเมรี่ นายใหญ่แอสตัน วิลล่า ที่ปั้นทีมจากระดับกลางตารางให้กลายเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าดูมากที่สุดทีมหนึ่งในลีก ทั้งที่ทรัพยากรไม่ได้หรูหราเทียมสโมสรยักษ์ใหญ่

เอเมรี่มีดีกรีแชมป์ฟุตบอลถ้วยยุโรปมากมาย โดยเฉพาะยูโรปา ลีก ที่เขาเคยคว้าแชมป์กับเซบีย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงพาบียาร์เรอัลสร้างเซอร์ไพรส์บนเวทีใหญ่ อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่ได้ราบรื่นนัก จึงทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เมื่อกลับมาคุมทีมใหญ่แบบเชลซี เขาจะรับมือกับแรงกดดันนี้ได้ดีขึ้นหรือไม่

ข้อสำคัญคือ ตอนนี้เอเมรี่มีอำนาจบริหารคุมโปรเจ็กต์ที่วิลล่าแบบเต็มมือ และกำลังพาทีมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การดึงเขาออกมาจากวิลล่า พาร์ค จึงแทบจะเป็นภารกิจระดับ “ไม่ง่ายเลย” ทั้งในเชิงค่าฉีกสัญญาและการโน้มน้าวใจเจ้าตัว

แต่ถ้าหากเชลซีเลือกเสี่ยง บอร์ดจะได้โค้ชที่มีประสบการณ์สูง รู้จักฟุตบอลอังกฤษ และเข้าใจวิธีพาทีมเก็บผลลัพธ์ในเกมใหญ่ๆ ได้ดี

5. เชส ฟาเบรกาส กุนซือพลังหนุ่มสายดีเอ็นเอแชมป์ลีก

ตัวเลือกสุดท้ายแต่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา คือ เชส ฟาเบรกาส อดีตจอมทัพของสิงห์บลูส์และอาร์เซน่อล ที่เคยพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 2 สมัย ปัจจุบันเขาผันตัวเป็นกุนซือเต็มตัว คุมโคโม่ในอิตาลี และกำลังสร้างชื่อในฐานะโค้ชยุคใหม่ที่มีไอเดียฟุตบอลชัดเจน

ฟาเบรกาสเน้นบอลจังหวะต่อบอลรวดเร็ว เล่นอย่างเป็นระบบ ใช้การเคลื่อนที่ของกองกลางและฟูลแบ็กเป็นอาวุธหลัก และแม้โคโม่จะเป็นทีมเล็ก แต่เขาก็สามารถพาทีมทะยานขึ้นมายืนในกลุ่มหัวตารางของกัลโช่ เซเรีย อา พร้อมลุ้นโควตาฟุตบอลถ้วยยุโรป

ผลงานเด่นที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองคือ การพาทีมเล็กๆ หักปากกาเซียนคว้าชัยเหนือทีมใหญ่ระดับ ยูเวนตุส ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีแค่ภาพจำในฐานะอดีตมิดฟิลด์ระดับเทพ แต่ยังมีแววในฐานะโค้ชที่กล้าตัดสินใจและอ่านเกมได้ยอดเยี่ยม

ด้วยวัยเพียง 38 ปี ฟาเบรกาสคือภาพแทนของ “โค้ชรุ่นใหม่” ที่เข้าใจทั้งฟุตบอลในสนามและจิตวิทยานักเตะยุคปัจจุบัน หากเชลซีกล้าเลือกเส้นทางนี้ แฟนบอลอาจได้เห็นการสร้างอัตลักษณ์ใหม่บนพื้นฐานของดีเอ็นเอที่รู้จักสโมสรเป็นอย่างดี

มองระยะยาว: ทำไมกุนซือคนต่อไปของเชลซีจึงสำคัญกว่าแค่เปลี่ยนชื่อบนม้านั่ง

สำหรับสโมสรระดับท็อปอย่างเชลซี การเปลี่ยนกุนซือไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคนสั่งการข้างสนาม แต่คือการกำหนดทิศทางทั้งหมดของทีม ทั้งเรื่องสไตล์การเล่น แนวทางการเสริมทัพ และการปั้นดาวรุ่งที่สโมสรลงทุนไว้มหาศาล

ไม่ว่าจะเลือกโค้ชสายประสบการณ์อย่างเอเมรี่, สายแท็กติกจัดจ้านอย่างกลาสเนอร์ หรือสายดีเอ็นเอสโมสรอย่างฟาเบรกาส สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความต่อเนื่อง” ที่เชลซีขาดหายไปนานเกินไปแล้ว การให้เวลาและความไว้วางใจอย่างจริงจังกับคนที่เหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โปรเจ็กต์นี้กลับมาเดินหน้าได้เต็มสปีด

เชลซีจะเลือกทางไหนต่อจากนี้ แฟนบอลเตรียมลุ้นยาว

ตอนนี้ชื่อของกุนซือทั้ง 5 รายถูกโยนเข้าหม้อข่าวลือเรียบร้อย เหลือเพียงคำตอบเดียวที่ทุกคนอยากรู้คือ บอร์ดสิงห์บลูส์จะเลือกเดินไปทางไหน จะเน้นชื่อชั้นและประสบการณ์ หรือกล้าเดิมพันกับกุนซือพลังหนุ่มที่มีไอเดียแปลกใหม่

ไม่ว่าบทสรุปจะออกมาอย่างไร เก้าอี้นายใหญ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังถือเป็นหนึ่งในเก้าอี้ที่กดดันที่สุดในโลกฟุตบอล และคนที่จะนั่งลงไปตรงนั้นต้องพร้อมรับทั้งเสียงเชียร์และแรงเสียดสีแบบไม่มีพัก ซึ่งแน่นอนว่าแฟนๆ จะคอยจับตาอย่างใกล้ชิด

สาวกสิงห์และคอบอลที่อยากอัปเดตทุกจังหวะความเคลื่อนไหวในตลาดกุนซือ รวมถึงข่าวฟุตบอลเดือดๆ จากทั้งยุโรปและทั่วโลก อย่าลืมติดตามทุกเรื่องร้อนวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา