บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก ดุเดือด บรูโน่-เทียวว์ ซัดคนละตุง พานิวคาสเซิลอัดคริสตัล พาเลซ 2-0 ขยับไล่กลุ่มตั๋วยุโรป

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 คริสตัล พาเลซ วันนี้ 4/1/69 – บ้านกีฬา

ศึกพรีเมียร์ลีกที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก เกมนี้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ของเอ็ดดี้ ฮาว เปิดบ้านรับคริสตัล พาเลซ ของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ บรรยากาศอัดแน่นด้วยความกดดัน เพราะทั้งสองทีมยืนอยู่กลางตารางแต้มใกล้กัน ผลการแข่งขันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางล่าโควตายุโรปฝั่งสาลิกาดง และการดิ้นหนีการถอยลงไปครึ่งล่างลึกกว่านี้ของพาเลซ แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด ตลอดเกมได้ลุ้นกันจนจบว่าใครจะยืนระยะกดดันคู่แข่งได้ดีกว่ากัน

🔵 ครึ่งแรก เกมอึดอัด VAR ปฏิเสธประตูสาลิกาดง

เริ่มเกม นิวคาสเซิลเปิดฉากบุกใส่ทันที โยอัน วิสซา ได้สับด้วยซ้ายในกรอบตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่ดีน เฮนเดอร์สัน ยังล้มตัวรับไว้ได้ ขณะที่พาเลซไม่ยอมถอย วิล ฮิวจ์ส มีโอกาสยิงสองจังหวะติด แต่ยังไม่ตรงกรอบ
เกมช่วงยี่สิบนาทีแรก เจ้าถิ่นครองบอลบุกใส่ต่อเนื่อง ทั้งลูกโหม่งของฟาเบียน ชาร์ และการส่องไกลของลูอิส ฮอลล์ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่นาที 19–20 เมื่อแอนโธนี่ กอร์ดอน ส่งบอลตุงตาข่ายแล้ว แฟนเจ้าบ้านเฮกันลั่น แต่ VAR เช็กจับล้ำหน้า ยืนยันไม่ให้เป็นประตู สกอร์ยัง 0-0 ทำให้รูปเกมตึงเครียดเข้าไปอีกระดับ
ปลายครึ่งแรก พาเลซเริ่มสวนกลับได้ลุ้น แม็กซ็องส์ ลากรัวซ์ ได้โหม่งจากเตะมุมและวิล ฮิวจ์ส ลองส่องไกล แต่บอลยังเหินข้ามคาน ขณะเดียวกันเกมเริ่มเดือด ใบเหลืองแรกของเกมตกเป็นของเบรนแนน จอห์นสัน นาที 33 จากจังหวะฟาวล์หนัก ก่อนจบ 45 นาทีแรกด้วยผลเสมอ 0-0 ในบรรยากาศที่อึดอัดและเต็มไปด้วยการปะทะ

⚫ ครึ่งหลัง ปรับเกมแล้วคมกว่า เจ้าบ้านปิดจ็อบใน 20 นาที

เข้าสู่ครึ่งหลัง นิวคาสเซิลเร่งจังหวะทันที พาเลซต้องรับมือทั้งการบุกด้านข้างและลูกตั้งเตะ แบ็กซ้ายไทริก มิตเชลล์ โดนกดดันหนักจนโดนใบเหลือง นาที 48 และยังโดนจดชื่ออีกครั้งจากจังหวะถ่วงเวลาในช่วงใกล้ชั่วโมงแรกของเกม
นาที 63 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม เมื่อเอ็ดดี้ ฮาว กระชากคันเร่งเปลี่ยนสามคนรวด ส่งเจค็อบ แรมซีย์, วาเลนติโน่ ลิฟราเมนโต้ และฮาร์วีย์ บาร์นส์ ลงมาเสริมความสดกลาง–ริมเส้น ผลลัพธ์ออกมาทันที เกมรุกสาลิกาดงไหลลื่นและดุดันกว่าเดิมอย่างชัดเจน
นาที 71 แฟนเจ้าบ้านได้เฮสมใจจากจังหวะลูกตั้งเตะ ลูอิส ไมลีย์ เปิดบอลเข้าเขตโทษ บรูโน่ กิมาไรส์ โฉบโหม่งจ่อ ๆ ส่งบอลเสียบตาข่ายให้ นิวคาสเซิล ขึ้นนำ 1-0
พาเลซพยายามตอบโต้ เปลี่ยนคริสแทนทัส อูเช่ ลงมาช่วยแนวรุก แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับที่นำโดยมาลิค เทียวว์ ได้ แถมโดนลงดาบซ้ำในนาที 78 เมื่อเทียวว์ที่เล่นเกมรับยอดเยี่ยมทั้งเกม ขึ้นมาเติมลูกเตะมุมแล้วซัดจ่อ ๆ เป็นประตู 2-0 ปิดกล่องให้เจ้าบ้าน
ท้ายเกมสาลิกาดงยังมีโอกาสบวกเพิ่มจากโจ วิลล็อค และบาร์นส์ แต่ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟชีวิตพาเลซไม่ให้สกอร์ไหลไปมากกว่านี้ จบเกม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เปิดบ้านอัด คริสตัล พาเลซ 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญต่อหน้าสาวกในค่ำคืนที่ทุกอย่างเข้าทางเจ้าถิ่น

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนประเมิน

🔵 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (4-3-3)

ผู้รักษาประตู

  • นิค โป๊ป 6.9 – เซฟจังหวะสำคัญของจอห์นสัน ช่วยให้ทีมรักษาคลีนชีต

กองหลัง

  • ลูอิส ฮอลล์ 7.2 – วิ่งเติมเกมซ้ายตลอดครึ่งแรก มีจังหวะส่องไกลให้ลุ้น
  • ฟาเบียน ชาร์ 7.9 – คุมแดนหลังนิ่ง ลูกกลางอากาศแทบไม่พลาด
  • มาลิค เทียวว์ 9.6 – แข็งแกร่งสุด ๆ เก็บบอลทุกลูกบนพื้นและกลางอากาศ แถมยิงประตูย้ำชัย 2-0
  • ลูอิส ไมลีย์ 8.6 – เด็กหนุ่มเล่นเหนือวัย ทั้งเกมรับและการครอสลูกนิ่ง ลูกเปิดให้บรูโน่โหม่งขึ้นนำคือไฮไลต์

กองกลาง

  • ซานโดร โตนาลี 6.6 – คอยเชื่อมเกมกลางสนาม แต่เริ่มแผ่วก่อนถูกเปลี่ยน
  • บรูโน่ กิมาไรส์ (กัปตัน) 7.9 – จ่ายบอลเฉียบ ฉีกแดนกลางพาเลซ และโหม่งประตูปลดล็อก 1-0
  • โชเอลินตัน 7.2 – ใช้ความแข็งแกร่งเติมเกมรุก–รับ ช่วยแย่งบอลกลางสนามตลอด

กองหน้า

  • แอนโธนี่ กอร์ดอน 6.6 – เคลื่อนที่ปั่นป่วนแนวรับพาเลซ มีประตูโดน VAR ริบไป
  • โยอัน วิสซา 6.0 – มีโอกาสแต่จบไม่คมพอ ก่อนถูกเปลี่ยนออก
  • เจค็อบ เมอร์ฟี่ 6.7 – วิ่งกดดันแบ็กพาเลซตลอดเกม สร้างสเปซให้เพื่อน

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • วาเลนติโน่ ลิฟราเมนโต้ 6.9 – ลงมายืนแบ็กซ้าย มีส่วนช่วยเกมรุกริมเส้นและคุมเกมโต้กลับ
  • เจค็อบ แรมซีย์ 6.7 – ช่วยเก็บบอลสองและเชื่อมเกมหลังลงสนาม
  • ฮาร์วีย์ บาร์นส์ 7.4 – ลงมาทำเกมริมเส้นอันตราย มีโอกาสยิงหลายครั้ง บังคับให้เฮนเดอร์สันออกแรงเซฟ
  • นิค โวลเตอมาด้า 6.6 – ช่วยพักบอลแดนหน้าในช่วงท้ายเกม
  • โจ วิลล็อค 6.5 – ลงมาสร้างจังหวะลุ้นเพิ่ม ยิงหลุดเสานิดเดียวช่วงทดเวลา

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: อารอน แรมส์เดล, คีแรน ทริปเปียร์, สเวน บ็อตมัน, อเล็กซ์ เมอร์ฟี่

🦅 คริสตัล พาเลซ (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู

  • ดีน เฮนเดอร์สัน 7.6 – ถ้าไม่มีเจ้าตัว สกอร์อาจเละกว่านี้ เซฟหลายจังหวะทั้งของวิสซาและบาร์นส์

กองหลัง

  • มาร์ก เกฮี (กัปตัน) 5.8 – เจองานช้างทั้งลูกกลางอากาศและลูกเซ็ตเพลย์ รับมือเทียวว์ไม่อยู่
  • แม็กซ็องส์ ลากรัวซ์ 6.6 – มีจังหวะโหม่งลุ้นทำประตูครึ่งแรก แต่เกมรับยังออกอาการรวน
  • ไทริก มิตเชลล์ 7.0 – ช่วงแรกต้านเกมริมเส้นได้ดี ก่อนโดนใบเหลืองและเสียจังหวะ

วิงแบ็ก / กองกลาง

  • นาธาเนียล ไคลน์ 6.7 – รับมือปีกนิวคาสเซิลหนัก ก่อนถูกเปลี่ยนออกครึ่งหลัง
  • เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา 7.0 – ช่วยตัดเกมหน้าแผงหลัง แต่มีปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องถูกถอดออกตั้งแต่ครึ่งแรก
  • อดัม วอร์ตัน 7.0 – คุมจังหวะบอลได้ดีที่สุดของพาเลซ พยายามสลับบอลขึ้นหน้า
  • วิล ฮิวจ์ส 6.6 – มีโอกาสยิงไกล แต่ยังไม่แม่นพอ

แนวรุก

  • เบรนแนน จอห์นสัน 6.1 – ได้ลุ้นยิงบ้างแต่ไม่ผ่านมือโป๊ป แถมโดนใบเหลืองเร็ว
  • เยเรมี่ ปิโน่ 7.0 – ตัวเลี้ยงบุกที่ทำให้หลังนิวคาสเซิลต้องระวัง แต่ขาดจังหวะเฉียบคมจบสกอร์
  • ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า 5.8 – ถูกประกบแน่น เล่นลำบาก แทบไม่มีพื้นที่ทำเกม

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เจย์ดี แคนวอต 6.6 – ลงมาแทนเลอร์มา มีส่วนช่วยเกมรับลูกตั้งเตะ แต่ก็ต้องวิ่งไล่บอลเยอะ
  • จัสติน เดเวนนี่ 6.5 – ได้โอกาสแสดงฝีเท้าแทนไคลน์ แต่ยังไม่สามารถพลิกเกมริมเส้นได้
  • คริสแทนทัส อูเช่ 6.2 – มีจังหวะยิงติดบล็อก ยังสร้างอิมแพ็กไม่มาก
  • โจเอล เดร็กส์-โธมัส 6.4 – ลงมาช่วงท้าย พยายามวิ่งหาพื้นที่ในกรอบ
  • โรม็อง เอสเซ่ 6.6 – เพิ่มความวูบวาบทางริมเส้น แต่เวลาในสนามมีน้อย
  • เคดัน ร็อดนีย์ 6.4 – ลงมาช่วยคุมเกมกลางช่วงท้าย

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: วอลเตอร์ เบนิเตซ, ดีน เบนามาร์, บอร์น่า โซซา

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

แม้จำนวนโอกาสยิงจะสูสี แต่รูปเกมโดยรวมชัดเจนว่านิวคาสเซิลออกแบบแผนได้เฉียบกว่า เจ้าบ้านยืนระบบ 4-3-3 ไล่เพรสตั้งแต่แดนบน กองกลางสามคนช่วยกันบีบพื้นที่ แทบไม่เปิดช่องให้วอร์ตันและฮิวจ์สหมุนบอลสบาย ๆ การขึ้นเกมเน้นบุกด้านข้างสลับกับลูกตั้งเตะ ทั้งจากไมลีย์ที่ครอสบอลแม่น และลูกเตะมุมที่วางเป้าไปยังรูปร่างสูงใหญ่อย่างเทียวว์และชาร์ ทำให้พาเลซต้องรับลึกตลอดครึ่งหลัง
เกมรับของเจ้าถิ่นยืนระยะดีมาก ชาร์กับเทียวว์อ่านจังหวะบอลยาวของพาเลซขาด วิงแบ็กของทีมเยือนอย่างมิตเชลล์–ไคลน์ แทบไม่มีพื้นที่เปิดบอลคม ๆ เพราะโดนเมอร์ฟี่และกอร์ดอนช่วยไล่ปิด อีกทั้งบรูโน่คอยดักบอลสองหน้ากรอบเขตโทษ ทำให้พาเลซสร้างโอกาสจบสกอร์ตรงกรอบได้เพียงครั้งเดียวทั้งเกม
ฝั่งพาเลซวางระบบ 3-4-2-1 เน้นรับลึกแล้วสวนกลับผ่านสปีดของปิโน่และจอห์นสัน แต่เมื่อเลอร์มาบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ครึ่งแรก โครงสร้างแดนกลางเริ่มหลวม การไล่เพรสหน้าเขตโทษไม่แน่นพอ เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นครองบอลหน้าเขตโทษได้ถี่ เมื่อเจ้าบ้านเร่งสปีดเกมหลังเปลี่ยนสามตัวรวด นาที 63 แนวรับพาเลซไม่สามารถตั้งโซนใหม่ได้ทัน ส่งผลให้เสียสองประตูจากลูกตั้งเตะภายในสิบนาที ถือเป็นบทเรียนสำคัญในเชิง วิเคราะห์บอล ว่าเกมรับพาเลซยังเปราะเวลาเจอลูกนิ่งและจังหวะบุกต่อเนื่อง

📈 สถิติการแข่งขันแบบเจาะลึก

ตัวเลขหลังเกมตอกย้ำว่าชัยชนะของนิวคาสเซิลไม่ใช่เรื่องฟลุค เจ้าถิ่นครองบอลมากกว่าชัดเจนที่ราว 59% ต่อ 41% และต่อบอลรวม 421 ครั้ง เทียบกับพาเลซที่ทำได้ 272 ครั้ง พร้อมอัตราความแม่นยำในการส่งบอลถึง 85% ขณะที่ทีมเยือนอยู่ที่ 74% เท่านั้น แม้จำนวนยิงทั้งหมดจะสูสี 9 ต่อ 10 แต่สิ่งที่ต่างคือความคม นิวคาสเซิลยิงเข้ากรอบถึง 6 ครั้ง ส่วนพาเลซยิงตรงกรอบได้เพียงลูกเดียวตลอด 90 นาที ฟาวล์ของพาเลซสูงถึง 10 ครั้ง เทียบกับเจ้าบ้านแค่ 5 ครั้ง สะท้อนชัดว่าทีมเยือนต้องตัดเกมบ่อยจนโดนใบเหลืองสามใบ ขณะที่นิวคาสเซิลมีใบเหลืองเดียว เกมลูกนิ่งก็ชี้ชัด เจ้าถิ่นได้เตะมุม 8 ครั้ง และใช้ประโยชน์จากลูกเซ็ตเพลย์ได้ทั้งสองประตู ส่วนพาเลซแม้จะมี 6 เตะมุม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้เลย

⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚠️ นาที 19–20: แอนโธนี่ กอร์ดอน ส่งบอลเข้าประตูได้แล้ว แต่ VAR เช็กจับล้ำหน้า ยึดสกอร์คืน เสียงเฮที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก กลายเป็นเสียงโห่เสียดาย
  • 🟨 นาที 33: เบรนแนน จอห์นสัน โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์กลางสนาม จุดชนวนความดุเดือดของเกม
  • 🤕 นาที 34: เกมต้องหยุดจากการปะทะของเจฟเฟอร์สัน เลอร์มากับมาลิค เทียวว์ ก่อนเลอร์มาจะเล่นต่อไม่ไหวและถูกถอดออก
  • 🧤 นาที 42: ลูอิส ฮอลล์ ยิงไกลให้เฮนเดอร์สันต้องพุ่งปัด เซฟสำคัญก่อนพักครึ่ง
  • 🟨 นาที 48–49: ไทริก มิตเชลล์ โดนจดชื่อจากการเล่นหนักและถ่วงเวลา สะท้อนการตั้งรับที่เริ่มเปราะ
  • 🟨 นาที 55: มาร์ก เกฮี รับใบเหลืองหลังเข้าสกัดช้าใส่แนวรุกเจ้าถิ่น
  • 🟨 นาที 62: แอนโธนี่ กอร์ดอน โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์ในแดนกลาง
  • 🔁 นาที 63: นิวคาสเซิลเปลี่ยนสามคนรวด ส่งแรมซีย์, ลิฟราเมนโต้ และบาร์นส์ ลงมาพลิกเกมรุก
  • ⚽ นาที 71: ประตู 1-0 ของนิวคาสเซิล บรูโน่ กิมาไรส์ โหม่งจากลูกตั้งเตะที่ลูอิส ไมลีย์ เปิดอย่างแม่นยำ
  • 🔁 นาที 72: พาเลซส่งคริสแทนทัส อูเช่ ลงมาช่วยล่าตีเสมอ
  • ⚽ นาที 78: ประตู 2-0 มาลิค เทียวว์ เติมขึ้นมาซัดจ่อ ๆ จากลูกเตะมุม เป็นประตูปิดบัญชีและย้ำชัยให้เจ้าบ้าน
  • 🔁 นาที 78: นิค โวลเตอมาด้า ลงมาช่วยพักบอลแดนหน้าแทนวิสซา
  • 🔁 นาที 87–88: พาเลซแก้เกมด้วยการเปลี่ยนสามตัวรวด ก่อนนิวคาสเซิลส่งโจ วิลล็อคลงมาเก็บบอลท้ายเกม
  • 🚨 นาที 92: วิลล็อคยิงหลุดเสานิดเดียว ก่อนบาร์นส์ซัดอีกดอกให้เฮนเดอร์สันเซฟ
  • 🔚 นาที 95: โรแม็ง เอสเซ่ ฟาวล์ท้ายเกม ผู้ตัดสินเป่าจบ นิวคาสเซิลคว้าชัย 2-0

⭐ Player of the Match – มาลิค เทียวว์

รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไม่มีใครเหมาะไปมากกว่ามาลิค เทียวว์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่างยักษ์ของนิวคาสเซิล คะแนนเรตติ้งทะลุ 9.6 จากฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบทั้งรับและรุก ด้านเกมรับ เขาปิดล็อกมาเตต้าแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะบอลบนพื้นหรือกลางอากาศ แทบไม่เปิดโอกาสให้ศูนย์หน้าพาเลซได้หันหน้าหาประตูเลยสักครั้ง นอกจากนั้นยังคุมไลน์ดันสูงได้ดี จนการเล่นสวนกลับของพาเลซขาดความน่ากลัว
ในเกมรุก เทียวว์คืออาวุธลับลูกนิ่งประจำค่ำคืนนี้ ประตู 2-0 มาจากการอ่านจังหวะหลุดเข้ามายิงจ่อ ๆ ในเขตโทษอย่างเยือกเย็น แสดงให้เห็นว่ากองหลังยุคใหม่ไม่ได้มีดีแค่แท็กเกิล แต่ยังทำหน้าที่จบสกอร์ได้ไม่ต่างจากหัวหอกตัวเป้า

📍 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

หลังจบเกมนี้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนนจาก 20 นัด สถิติชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 7 ประตูได้ 28 เสีย 24 ผลต่าง +4 รั้งอันดับ 9 ของตารางแบบมีลุ้นไล่จี้กลุ่มหัวตารางที่กำลังแย่งพื้นที่ยุโรปอยู่เหนือหัว ชัยชนะเหนือคู่แข่งโดยตรงอย่างพาเลซจึงถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วยตัดแต้มทีมกลางตารางที่ตามมาติด ๆ
ด้านคริสตัล พาเลซ มี 27 คะแนนจาก 20 นัด สถิติชนะ 7 เสมอ 6 แพ้ 7 ประตูได้ 22 เสีย 23 ผลต่าง -1 อยู่ที่อันดับ 14 ต่อไป แม้ยังไม่ถึงขั้นต้องหนีตกชั้นแบบเต็มตัว แต่หากฟอร์มสะดุดต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเกมรับยังหลุดง่ายจากลูกตั้งเตะ พวกเขาอาจถูกทีมโซนท้ายตารางไล่กดดันได้ทุกเมื่อ

📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป

สำหรับสาวกสาลิกาดง โปรแกรมในช่วงต่อไปยังแน่นขนัด พรีเมียร์ลีกนัดถัดไป นิวคาสเซิลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนจะมีภารกิจบอลถ้วยในศึกเอฟเอ คัพ เปิดเซนต์ เจมส์ พาร์ก ดวลบอร์นมัธ ซึ่งทั้งสองเกมใน โปรแกรมบอล ช่วงต้นเดือนมกราคมถือเป็นแมตช์ที่แฟน ๆ ห้ามพลาด เพราะถ้ากวาดชัยได้ต่อเนื่อง โมเมนตัมลุ้นตั๋วยุโรปจะยิ่งชัดเจนขึ้น
ฝั่งคริสตัล พาเลซ ต้องรีบตั้งหลักกลับมาแก้ตัวในลีกเมื่อต้องออกไปเยือนแอสตัน วิลล่า ทีมฟอร์มแรงกลุ่มหัวตาราง ก่อนจะลงเล่นเอฟเอ คัพ บุกไปเยือนแม็คเคิ่ลสฟิลด์ เอฟซี ซึ่งเป็นโอกาสดีในการเรียกความมั่นใจ หากทีมของกลาสเนอร์จัดการเก็บชัยชนะได้ตามเป้า

🏟️ ติดตามบ้านผลบอลมันส์ ๆ ได้ที่บ้านกีฬา

คอบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวก่อนแข่ง รายงานสด และสรุป บ้านผลบอล หลังเกมแบบจัดเต็มสไตล์เข้มข้น ดุดัน ไม่อวยใคร บ้านกีฬา ขอยืนยันว่ามีให้ครบทุกคู่ ทุกลีก ทั้งพรีเมียร์ลีก ลาลีกา เซเรียอา ไปจนถึงบอลไทย ใครไม่อยากพลาดอัปเดตสำคัญของทีมรัก กดตามบ้านกีฬาไว้ให้ดี รับรองได้ลุ้นทุกคืนไม่มีหลับก่อนจบเกม

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา