บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก เดือดทดเจ็บ! เรย์อินเดอร์สยิงนำแต่เอ็นโซ่ฮีโร่ แมนฯ ซิตี้หลุดชัยเจ๊าเชลซี 1-1 ลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้าง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี วันนี้ 5/1/69 – บ้านกีฬา

บ้านกีฬา พาเกาะจอเก็บฟีลเกมบิ๊กแมตช์ที่เอติฮัด สเตเดียม คู่ดึกศึก พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับ เชลซี เกมนี้ใครตามเช็ก ผลบอลสด กันสดๆ บอกเลยหัวใจแทบวาย เพราะรูปเกมเป็นซิตี้ที่กดอยู่ข้างเดียวแทบทั้งคืน แต่ดันมาโดนทีเด็ดลูกตีเสมอช่วงทดเจ็บ ทำให้ต้องแบ่งแต้มกันไปแบบสุดเครียด 1-1

⏱ ครึ่งแรก: ซิตี้โหมหนัก ก่อนเรย์อินเดอร์สกดเปิดหัว

ต้นเกมทั้งสองทีมเริ่มด้วยจังหวะดุดัน ฟาวล์กันตั้งแต่นาทีที่ 4–6 ทั้งจาก ชูเอา เปโดร และ รีซ เจมส์ เกมเลยเข้มตั้งแต่ยังไม่ครบ 10 นาที เชลซีได้ลุ้นก่อนจากลูกยิงของ เอสเตวาว นาที 19 แต่ยังโดนบล็อก ขณะที่เจ้าถิ่น แมนฯ ซิตี้ เปิดเครื่องโหมใส่ตั้งแต่กลางครึ่งแรก

นาที 20 ฟิล โฟเดน ได้ส่องสวนกลับ บอลเฉียดเสาไปนิดเดียว ตามด้วยชุดเตะมุมรัวๆ นาที 25–28 ทั้ง นิโก้ โอ’รีลลี่ และ เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้โหม่งลุ้นประตู แต่ยังติดบล็อกและหลุดกรอบ

ท้ายครึ่งแรก ซิตี้เร่งสปีดขึ้นไปอีก ฮาลันด์ได้ลองยิงไกลนาที 38 แต่ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น เหนียวเซฟไว้ได้ นาที 39 ฮาลันด์ได้จ่อๆ ในกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือประตูไปแล้วแต่ดันชนเสาอย่างจัง ทำเอาแฟนเจ้าบ้านเฮเก้อกันทั้งสนาม

และแล้วนาที 42 ความพยายามของเรือใบก็เป็นผล ติจิญี่ เรย์อินเดอร์ส สอดขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมแบบสวยสะดุ้งตาข่าย ให้แมนฯ ซิตี้ออกนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกแบบสมควรอย่างยิ่ง

🔁 ครึ่งหลัง: เชลซีทนฝนไล่บี้ ก่อนเอ็นโซ่แทงใจดำทดเจ็บ

ครึ่งหลังเริ่มมา เชลซีขยับเกมทันที ส่ง อันเดรย์ ซานโตส ลงมาเติมพลังแดนกลาง นาที 49 เปโดร เนโต้ ได้ส่องสวนกลับแต่ยังยิงข้ามคานออกไป

ซิตี้ไม่ยอมปล่อยให้เกมไหลไปง่ายๆ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับแนวรับ ส่ง อับดุคอดีร์ คูซานอฟ ลงมานาที 51 ก่อนที่เกมจะเริ่มดุเดือดขึ้น ทั้ง รีซ เจมส์ และ รูเบน ดิอาส โดนใบเหลืองจากจังหวะเสียบหนักกันคนละหนในนาที 52 และ 54

ช่วงกลางครึ่งหลังเจ้าถิ่นโหมอีกระลอกจากเตะมุม นาที 57 ดิอาสได้โหม่งจ่อๆ แต่ ยอร์เกนเซ่น ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ ฮาลันด์มีโอกาสทั้งในกรอบและนอกกรอบ นาที 58 และ 63 แต่โดนบล็อกหมด

เชลซีเลือกเปลี่ยนแผน นาที 62 ส่ง เลียม เดแล็ป กับ ยอร์เรล ฮาโต ลงมาเติมความดุดันแดนหน้าและหลัง นาที 72 เดแล็ปได้ยิงมุมแคบแต่ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ยังยืนตำแหน่งดีเซฟได้

ท้ายเกมจังหวะเข้าบอลเริ่มรุนแรงขึ้น ทั้ง มาตเธอุส นูเนส และ เดแล็ป โดนใบเหลืองพร้อมกันในนาที 79 ซิตี้ส่ง นาธาน อาเก้ ลงมาประคองเกมรับ นาที 81 ส่วนเชลซียังมีจังหวะฟาวล์ถี่จาก โคล พาล์มเมอร์ และ เทรโวห์ ชาโลบาห์ เกมเลยสะดุดเป็นช่วงๆ

ไฮไลต์จริงๆ อยู่ช่วงทดเจ็บ นาที 90+4 จังหวะกดดันในกรอบเขตโทษ บอลไหลมาเข้าทาง เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ ยิงจ่อๆ เสียบมุมล่างเข้าไป ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนยืนยันประตู เชลซีตีเสมอ 1-1 เงียบทั้งเอติฮัดทันที เอ็นโซ่ดีใจแรงจนโดนใบเหลืองอีกใบ นาที 90+5 ก่อนหมดเวลาที่สกอร์ 1-1 แบบเจ็บลึกสำหรับเจ้าถิ่น

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🔵 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แผน 4-1-4-1
ผู้รักษาประตู

  • จานลุยจิ ดอนนารุมมา (7.2)

กองหลัง

  • ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (7.5)
  • รูเบน ดิอาส (7.3)
  • มาตเธอุส นูเนส (6.9)
  • แบร์นาร์โด ซิลวา กัปตันทีม (6.2)

กองกลาง

  • โรดรี้ (7.8) ห้องเครื่องตัวโฮลด์บอล
  • ติจิญี่ เรย์อินเดอร์ส (8.2) มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์
  • ฟิล โฟเดน (6.5)
  • รายาน แชร์กี (6.5)
  • นิโก้ โอ’รีลลี่ (6.9)

กองหน้า

  • เออร์ลิง ฮาลันด์ (7.0) ศูนย์หน้าตัวความหวัง

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

  • อับดุคอดีร์ คูซานอฟ (6.4) แทน กวาร์ดิโอล นาที 51
  • เฌเรมี โดคู (7.2) แทน เรย์อินเดอร์ส นาที 70
  • นาธาน อาเก้ (6.4) แทน ดิอาส นาที 81

ตัวสำรองไม่ได้ใช้: เจมส์ แทรฟฟอร์ด, ริโก ลูอิส, สตีเฟน มฟูนี, ดิไวน์ มูคาซา, เรแกน เฮสกีย์, ไรอัน แมคเอดู

ตัวเจ็บ–เช็กฟิตสำคัญ

  • ออสการ์ บ็อบบ์, ซาวินโญ่, โอมาร์ มาร์มูช, รายัน ไอต์-นูรี, จอห์น สโตนส์, มาเตโอ โควาชิช (พักยาว)
  • นิโก้ กอนซาเลซ (ต้องเช็กความฟิต)

🔵 เชลซี

แผน 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู

  • ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น (7.3)

กองหลัง

  • มานูเอล กุสโต (6.2)
  • เบอนัวต์ บาเดียชิล (6.9)
  • เทรโวห์ ชาโลบาห์ (6.7)
  • โจเซฟ อาชีอัมปง (6.4)

กองกลางตัวรับ

  • เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ (7.7)
  • รีซ เจมส์ กัปตันทีม (6.7)

แนวรุกตัวรุกสามคน

  • เอสเตวาว (6.5)
  • โคล พาล์มเมอร์ (6.6)
  • เปโดร เนโต้ (6.0)

กองหน้า

  • ชูเอา เปโดร (6.2)

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

  • อันเดรย์ ซานโตส (7.3) แทน เอสเตวาว นาที 46
  • ยอร์เรล ฮาโต (6.6) แทน อาชีอัมปง นาที 62
  • เลียม เดแล็ป (6.2) แทน ชูเอา เปโดร นาที 62

ตัวสำรองไม่ได้ใช้: กาเบรียล สโลนินา, แม็กซ์ เมอร์ริค, โตซิน อดาราบิโอยอ, เจมี กิทเทนส์, อเลฮานโดร การ์นาโช, มาร์ก กีอู

ตัวเจ็บ–แบน

  • เลวี โคลวิลล์, โรเมโอ ลาเวีย (เดี้ยงต่อเนื่อง)
  • ดาริโอ เอสซูโก, มาร์ก กูกูเรย่า (ยังต้องเช็กฟิต)
  • มอยเซส ไกเซโด, มิคไฮโล มูดริก (ติดโทษแบน)

ผู้เล่นโดดเด่น

  • ติจิญี่ เรย์อินเดอร์ส เป็นหัวใจแดนกลางของซิตี้ ยิงประตูสุดสวยและคุมจังหวะเกมบุก
  • เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ วิ่งไม่มีหมด ทั้งตัดเกมและสอดขึ้นมายิงประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ
  • โรดรี้ กับ กวาร์ดิโอล ทำให้เกมรับซิตี้ยังดูนิ่ง แม้โดนบีบช่วงท้ายเกม

🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

เกมนี้รูปแบบชัดเจนมาก ฝั่งแมนฯ ซิตี้ยืนระบบ 4-1-4-1 ให้ โรดรี้ เป็นจุดหมุนคอยต่อบอลจากหลังขึ้นหน้า เมื่อได้บอลจะดันฟูลแบ็กสูง ซิลวา กับ นูเนสถ่างไปริมเส้น เปิดทางให้ เรย์อินเดอร์ส กับ โฟเดน เคลื่อนหาพื้นที่ระหว่างไลน์ เชื่อมไปถึง ฮาลันด์ ที่คอยวิ่งสับแนวรับตลอด แท็คติกของเป๊ปคือบีบพื้นที่แดนกลางให้แน่น แล้วจู่โจมด้วยการตัดเข้าในจากครอสหรือบอลทะลุช่อง ทำให้ซิตี้ครองเกมเหนือกว่าทั้งการต่อบอลและความหลากหลายในการเข้าทำ เป็นสไตล์ที่คนชอบอ่านแนวทาง วิเคราะห์บอล รู้เลยว่า “เรือใบ” คุมทุกจังหวะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เชลซีของ คาลัม แม็คฟาร์เลน มีการบ้านมาดีมาก เลือกระบบ 4-2-3-1 ตั้งบล็อกต่ำกลางสนาม ดร็อปไลน์รับอยู่หน้าเขตโทษแล้วใช้ เอ็นโซ่ กับ รีซ เจมส์ ช่วยกันปิดช่องตรงกลาง ปล่อยให้ซิตี้หมุนบอลด้านนอกแต่ไม่ให้เจาะเข้ากลางง่ายๆ จากนั้นใช้ความเร็วของ เนโต้, เอสเตวาว และ พาล์มเมอร์ ในการโต้กลับ เจาะพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กของซิตี้ หลายครั้งที่เจ้าถิ่นต้องถอยไปตั้งรับจากจังหวะสวนกลับเร็วของสิงห์บลูส์

ช่วงท้ายเกม เมื่อเชลซีส่ง เดแล็ป ลงมาปักหลักในกรอบเขตโทษ รูปเกมรุกดูมีมิติขึ้นทันที บอลครอสจากริมเส้นถูกโยนเข้าไปลุ้นมากขึ้น ทำให้แนวรับซิตี้ที่เริ่มล้าโดนกดดันตลอด 10 นาทีสุดท้าย และสุดท้ายโดนลงโทษจากจังหวะชุลมุนที่ เอ็นโซ่ สอดมาซ้ำในกรอบเขตโทษ เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการจัดโครงสร้างเกมรับแน่นๆ แล้วสวนกลับ-เล่นลูกตั้งเตะให้คม สามารถต้านเกมบุกของซิตี้ได้อยู่หมัดในค่ำคืนนี้

📊 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมยืนยันสิ่งที่สายตาเห็น แมนฯ ซิตี้ครองบอลถึง 58% ต่อ 42% ของเชลซี และจ่ายบอลมากกว่า 527 ต่อ 351 ครั้ง ความแม่นยำในการผ่านบอลทั้งคู่เท่ากันที่ 89% แสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมแทบไม่เสียบอลง่ายๆ ซิตี้กดดันด้วยโอกาสยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ส่วนเชลซีมีโอกาสยิง 6 ครั้ง เข้ากรอบ 3 พอๆ กัน แม้จำนวนครั้งจะน้อยกว่าแต่ความคมช่วงท้ายทำให้สิงห์บลูส์ไม่กลับบ้านมือเปล่า เกมนี้ยังเต็มไปด้วยความดุเดือด ฟาวล์รวมกันถึง 26 ครั้ง ใบเหลืองเท่ากันฝั่งละ 3 ใบ และล้ำหน้าทีมละ 2 ครั้ง เตะมุมเจ้าถิ่นเหนือกว่าชัดเจน 8 ต่อ 2 แต่เปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มไม่ได้

⏰ เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • ⚠️ นาที 4 ชูเอา เปโดร ทำฟาวล์ใส่ นีล เอเธอร์ริดจ์ เกมเปิดมาดุทันที
  • ⚠️ นาที 6 เรย์อินเดอร์สแฮนด์บอล ก่อน รีซ เจมส์ ฟาวล์ใส่ แชร์กี เกมเริ่มตึง
  • 🚩 นาที 12 แมนฯ ซิตี้ได้เตะมุมครั้งแรกจากการเคลียร์ของ เอ็นโซ่
  • 🎯 นาที 20 ฟิล โฟเดน ซัดสวนกลับ บอลเฉียดเสาออกนิดเดียว
  • 🎯 นาที 26 นิโก้ โอ’รีลลี่ ได้โหม่งจากเตะมุม แต่บอลไม่ตรงกรอบ
  • 🎯 นาที 28 ฮาลันด์โหม่งในกรอบแต่โดนบล็อก ยังไม่มีสกอร์
  • 💥 นาที 38 ฮาลันด์ยิงไกล ให้ ยอร์เกนเซ่น ต้องออกแรงเซฟ
  • 💥 นาที 39 ฮาลันด์ยิงจ่อๆ ในเขตโทษ บอลชนเสาแบบน่าเสียดายสุดๆ
  • ⚽ นาที 42 ติจิญี่ เรย์อินเดอร์ส ซัดด้วยซ้ายเสียบสามเหลี่ยม ให้แมนฯ ซิตี้นำ 1-0
  • ⏱ ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบครึ่งแรกที่สกอร์ 1-0

ครึ่งหลัง

  • 🎯 นาที 49 เปโดร เนโต้ ยิงสวนกลับให้เชลซี แต่บอลข้ามคาน
  • 🔁 นาที 51 ซิตี้ส่ง อับดุคอดีร์ คูซานอฟ ลงแทน กวาร์ดิโอล
  • 🟨 นาที 52 รีซ เจมส์ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์หนัก
  • 🟨 นาที 54 รูเบน ดิอาส โดนใบเหลืองจากการเสียบ ชูเอา เปโดร
  • 🚩 นาที 55 ซิตี้ได้เตะมุมต่อเนื่อง
  • 🎯 นาที 57 ดิอาสโหม่งจ่อๆ แต่ ยอร์เกนเซ่น ซูเปอร์เซฟเอาไว้
  • 🎯 นาที 58 ฮาลันด์ยิงในกรอบอีกครั้งแต่ถูกบล็อก
  • 🔁 นาที 62 เชลซีเปลี่ยนสองคนรวด ส่ง เลียม เดแล็ป กับ ยอร์เรล ฮาโต ลงมา
  • 🎯 นาที 63 ฮาลันด์ลองยิงไกลอีกครั้งแต่แนวรับบล็อกไว้
  • 🔁 นาที 70 ซิตี้ส่ง เฌเรมี โดคู ลงมาเพิ่มความสดเกมรุก
  • 🎯 นาที 72 เดแล็ปยิงมุมแคบ แต่ ดอนนารุมมา เซฟไว้ได้
  • ⚠️ นาที 74 อันเดรย์ ซานโตส ฟาวล์ในแดนกลาง ตัดเกมรุกซิตี้
  • 🚩 นาที 75 ซิตี้ได้เตะมุมเพิ่ม แต่ยังเจาะไม่เข้า
  • 🟨 นาที 79 มาตเธอุส นูเนส และ เลียม เดแล็ป โดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะเดือด
  • 🔁 นาที 81 นาธาน อาเก้ ลงมาช่วยเกมรับแทน ดิอาส
  • 🎯 นาที 89 โคล พาล์มเมอร์ ยิงในกรอบ บอลหลุดเสาไปนิดเดียว
  • ✋ นาที 90 แบร์นาร์โด ซิลวา แฮนด์บอลในแดนตัวเอง กดดันท้ายเกม
  • ⚽ นาที 90+4 เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ ซัดจ่อๆ ตีเสมอให้เชลซี 1-1 หลัง VAR ยืนยันประตู
  • 🟨 นาที 90+5 เอ็นโซ่ โดนใบเหลืองจากการดีใจเกินเหตุ
  • 🔔 นาที 90+7 เอ็นโซ่ได้ลองยิงอีกครั้งแต่บอลหลุดกรอบ ก่อนผู้ตัดสินเป่านกหวีดปิดเกม

🌟 Player of the Match

เกมนี้ บ้านกีฬา ยกให้ ติจิญี่ เรย์อินเดอร์ส เป็น Man of the Match แบบไร้ข้อกังขา มิดฟิลด์ดัตช์ของแมนฯ ซิตี้ทำคะแนนสูงสุดที่ 8.2 คุมแดนกลางได้เนียนตา ทั้งจ่ายบอลทะลุช่อง สลับจังหวะช้า–เร็ว และเป็นคนยิงประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ลูกนั้นไม่ใช่แค่สวย แต่ยังสะท้อนความมั่นใจและทักษะทั้งการครองบอล การหาพื้นที่ และการจบสกอร์ ถ้าไม่มีเขา ซิตี้อาจไม่สามารถกดเชลซีจนต้องถอยไปตั้งรับลึกได้ขนาดนี้

ฝั่งเชลซีต้องยกเครดิตให้ เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ เช่นกัน นอกจากคุมกลางคู่กับ รีซ เจมส์ ยังวิ่งซ้อนขึ้นไปเป็นตัวทีเด็ดในกรอบเขตโทษ ยิงประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ ทำให้ทีมมีแต้มกลับลอนดอน ถือเป็นผลงานระดับฮีโร่ของจริง

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ผลเสมอนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 42 คะแนนจาก 20 นัด รั้งอันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลอยู่ 6 คะแนน โอกาสลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้าง แต่การพลาดชัยในบ้านแบบนี้ทำให้เป๊ปและลูกทีมต้องกลับไปเค้นฟอร์มให้คมกว่าเดิม ส่วน เชลซี มี 31 คะแนน อยู่อันดับ 5 ของตาราง ไล่จี้โซนท็อปโฟร์แบบหายใจรดต้นคอ เสมอในเกมเยือนทีมลุ้นแชมป์ถือว่าเป็นแต้มทองที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้สิงห์บลูส์ต่อเนื่องในช่วงที่โปรแกรมเริ่มถี่

📅 ตารางบอล–โปรแกรมบอล นัดถัดไปของทั้งสองทีม

หลังจากเสมอกันสุดเดือด เกมต่อไปของทั้งสองทีมยังแน่นเอี้ยดในทุกถ้วย แฟนบอลที่ชอบเช็ก โปรแกรมบอล ต้องจดไว้ให้ดี

สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

  • ศึกพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป เปิดบ้านเจอกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน เกมสำคัญต่อการล่าแต้มไล่จี้อาร์เซนอล
  • ต่อด้วยเอฟเอ คัพ เปิดเอติฮัดรับมือ เอ็กซิเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป๊ปน่าจะโรเตชันแต่เป้าหมายคือผ่านเข้ารอบให้ได้แบบไม่พลาด

ด้านเชลซี

  • มีเกมพรีเมียร์ลีกบุกเยือน ฟูแล่ม ศึกลอนดอนดาร์บี้ที่อาจมีการหมุนเวียนผู้เล่นแต่ยังต้องการสามแต้มเพื่อกดดันทีมในโซนท็อปโฟร์
  • ตามด้วยเกมเอฟเอ คัพ ออกไปเยือน ชาร์ลตัน แอธเลติก ที่แม้ชื่อชั้นเป็นรองแต่บอลถ้วยอะไรก็เกิดขึ้นได้ สิงห์บลูส์จึงห้ามประมาทเด็ดขาด

📺 ติดตามบ้านผลบอลมันส์ๆ ได้ที่บ้านกีฬา

คู่นี้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าฟุตบอล 90 นาทีอะไรก็เกิดขึ้นได้ แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าทุกสถิติแต่โดนเชลซีตีเสมอช่วงทดเจ็บ ถ้าไม่ตามเช็ก บ้านผลบอล และไฮไลต์กันแบบช็อตต่อช็อตมีหลุดประเด็นใหญ่แน่นอน แฟนบอลที่อยากรู้ทุกข่าว ทุกสถิติ และทุกจังหวะมันส์ของลีกอังกฤษและลีกดังทั่วโลก อย่าลืมติดตามบทความสรุปหลังเกมและข่าวบอลอัปเดตสดใหม่ได้ที่ บ้านกีฬา เราพาไปลุยทุกสนามแบบถึงเนื้อถึงตัวเหมือนนั่งข้างสนามด้วยกัน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา