บ้านผลบอล สรุปหลังเกม Premier League เดือด! อิกอร์ ติอาโก้ เหมาสองพา เบรนท์ฟอร์ด ยำใหญ่ ซันเดอร์แลนด์ 3-0 ผึ้งน้อยบุกล่าตั๋วยุโรปต่อเนื่อง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง เบรนท์ฟอร์ด 3-0 ซันเดอร์แลนด์ วันนี้ 8/1/69 – บ้านกีฬา

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จีเทค คอมมิวนิตี้ สเตเดียม เกมนี้กลายเป็นค่ำคืนสุดเพอร์เฟ็กต์ของเจ้าถิ่น เมื่อเสียงแจ้งเตือน ผลบอลสด ดังสนั่นจากสกอร์ 3-0 บ้านกีฬาเห็นชัดว่าเบรนท์ฟอร์ดเล่นกันแน่นอน คมกว่า และเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่ซันเดอร์แลนด์มาดีช่วงต้น แต่ยิ่งเล่นยิ่งถูกบีบให้ถอยลึก แถมโดนลงโทษจากความผิดพลาดในเกมรับแบบเต็มๆ

⏰ ครึ่งแรก: ผึ้งน้อยเร่งเครื่องก่อนนำ

ช่วง 15 นาทีแรก ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกหมัด เกมไหลเร็ว จังหวะสวนกลับของซันเดอร์แลนด์อันตรายโดยเฉพาะการเคลื่อนที่ของ บรายอัน โบรบบีย์ กับ ซิมอน อดิงกรา ที่คอยดึงตัวประกบ แต่เบรนท์ฟอร์ดก็มีจังหวะตอบโต้จากการลากเลื้อยของ เควิน ชาเดอ และการยิงไกลของ เยฮอร์ ยาร์มอลยุค ทำให้เกมดูสูสี

นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นได้ประตูปลดล็อกจากจังหวะต่อบอลสั้นหน้ากรอบเขตโทษ วิตาลี ยาเนลต์ แทงทะลุช่องให้ อิกอร์ ติอาโก้ สอดเข้าไปเอียงตัวยิงเสียบเสาสองสุดคม ให้เบรนท์ฟอร์ดออกนำ 1-0 และกลายเป็นจังหวะที่เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมอย่างชัดเจน

ท้ายครึ่งแรกความดุเดือดเพิ่มขึ้น นาที 43 ติอาโก้โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะหนัก กลายเป็นสัญญาณว่ากองหน้าตัวเป้าผึ้งน้อยเล่นแบบไม่กลัวเจ็บ ช่วงทดเวลา 45+1 ทราย ฮูม แบ็กซ้ายซันเดอร์แลนด์ก็โดนใบเหลืองเช่นกัน จากจังหวะหยุดเกมสวนกลับของเจ้าถิ่น จบครึ่งแรก เบรนท์ฟอร์ดนำ 1-0 แต่รูปเกมยังเปิดกว้าง

🔁 ครึ่งหลัง: เบรนท์ฟอร์ดบี้ยับ ปิดเกมด้วยสามเม็ด

กลับมาครึ่งหลัง เรกีส เลอ บรีส์ แก้เกมเร็ว ส่ง เอลีเซอร์ มายเอนดา กับ โรมัน มันเดิล ลงมาแทน คริส ริกก์ และ ซิมอน อดิงกรา ในนาที 52 หวังเพิ่มความสดในแนวรุก แต่แทนที่จะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่ารูปเกมหลวมกว่าเดิม เพราะการเชื่อมบอลตรงกลางหายไป

คีธ แอนดรูว์ ตอบโต้ทันที นาที 61 ส่ง มิคเคล ดัมส์การ์ด ลงมาแทน คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ เติมความสร้างสรรค์ริมเส้น ก่อนที่นาที 63 วิตาลี ยาเนลต์ จะโดนใบเหลืองจากการโวยผู้ตัดสิน แต่เพียงสองนาทีถัดมา นาที 65 เจ้าถิ่นก็หนีเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับฝั่งขวา ชาเดอ ลากจี้แนวรับก่อนเปิดเรียดให้ ติอาโก้ โฉบมาชาร์จไม่เหลือ เป็นประตูที่สองของหัวหอกบราซิลในเกมนี้

หลังโดนลูกสอง ซันเดอร์แลนด์เหมือนเสียขวัญ เกมรับเริ่มผิดตำแหน่งหลายครั้ง นาที 73 เบรนท์ฟอร์ดลงดาบปิดบัญชี ยาร์มอลยุครับบอลจาก นาธาน คอลลินส์ หน้ากรอบ ก่อนบังบอลแล้วกดเรียดเสียบโคนเสา เป็นสกอร์ 3-0 ที่แฟนเจ้าบ้านลุกขึ้นเฮลั่นสนาม

ช่วงท้ายเกม เบรนท์ฟอร์ดเปลี่ยนตัวถอดตัวหลัก เซ็นเตอร์จอมบู๊และกองหน้าตัวเก่งออกไปพัก ส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อารอน ฮิคกี้ และ รีส เนลสัน ลงมาปิดเกม ส่วนซันเดอร์แลนด์ส่ง เดนนิส เซอร์คิน, แดน นีล และ ลุค โอ’นีล ลงมาแก้หน้า แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ จบ 90 นาที ผึ้งน้อยถล่มแมวดำ 3-0 อย่างเหนือชั้น

👥 รายชื่อตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว

🐝 เบรนท์ฟอร์ด (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • เคาอิมฮิน เคลเลเฮอร์ (7.9) – เซฟสำคัญหลายครั้ง คุมพื้นที่ในกรอบ 6 หลาได้แน่น

กองหลัง

  • ไมเคิล คาโยเด (33) แบ็กขวา (7.3) – เติมเกมสูง ฮึดไล่บีบจนฝั่งซันเดอร์แลนด์ขึ้นเกมยาก
  • คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ เซ็นเตอร์ (6.6) – เล่นเน้นปลอดภัย เคลียร์บอลกลางอากาศได้ดี
  • นาธาน คอลลินส์ กัปตันทีม (7.5) – อ่านเกมเฉียบขาด แถมจ่ายบอลให้ประตูที่สาม
  • ริโก เฮนรี แบ็กซ้าย (7.7) – บุกจัดเต็ม วิ่งขึ้นลงไม่หมดแรง

กองกลาง

  • วิตาลี ยาเนลต์ (7.0) – เชื่อมเกมแดนกลาง กดดันคู่แข่งตลอดทั้งเกม และจ่ายให้ประตูแรก
  • เยฮอร์ ยาร์มอลยุค (7.2) – เล่นดุดัน วิ่งไม่มีหมด และยิงประตูปิดกล่อง 3-0

ตัวรุก

  • เควิน ชาเดอ (7.8) – ความเร็วจัดจ้าน สร้างปัญหาให้แนวรับแมวดำไม่หยุด แอสซิสต์ลูก 2-0
  • มาธิอัส เยนเซน (7.1) – ขับเคลื่อนจังหวะรุก คุมเทมโป้แดนกลางก่อนถูกถอดพัก
  • คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ (7.0) – ลากเลื้อยทางซ้าย สลับเข้าในหาช่องยิงตลอด 60 นาทีแรก

กองหน้า

  • ซันเดอร์แลนด์ หวาดผวาตลอดเกมกับหัวหอกตัวนี้ เพราะ เบรนท์ฟอร์ด มอบบทพระเอกให้ อิกอร์ ติอาโก้ (8.5) – เหมาสองประตู เก็บบอลพักเชื่อมสุดโหด ขยันเพรสไม่หยุดจนแนวรับทีมเยือนหายใจไม่ทั่วท้อง

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • มิคเคล ดัมส์การ์ด (7.2) – ลงมานาที 61 เติมมิติการเลี้ยงกินตัวฝั่งซ้าย
  • จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (6.7) – คุมจังหวะเกมช่วงท้าย ช่วยล็อกผลให้ทีม
  • อารอน ฮิคกี้ (6.6) – ลงมาช่วงท้ายเกม ปิดทางริมเส้นขวา
  • รีส เนลสัน (6.5) – ใช้สปีดกดดันแนวรับในช่วงเวลาที่เหลือ

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน

  • ฮาคอน ราฟน์ วัลดิมาร์สสัน, เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, อีธาน พินน็อก, ไมลส์ เพิร์ต-แฮร์ริส, โรเมลล์ โดโนแวน

แข้งเจ็บสำคัญที่หายไป

  • อันโตนี มิลัมโบ, ฟาบิโอ คาร์วัลโญ, โจชัว ดาซิลวา, ดังโก อูอัตตารา, แฟรงก์ โอนเยกา

🐱 ซันเดอร์แลนด์ (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • โรบิน โรefs (7.3) – แม้เสียสามลูกแต่เซฟสวยๆ หลายครั้ง ช่วยให้ทีมไม่โดนมากกว่านี้

กองหลัง

  • ทราย ฮูม แบ็กซ้าย (5.9) – โดนทั้งเกมจากการดวลกับชาเดอ แถมโดนใบเหลืองท้ายครึ่งแรก
  • แดน บอลลาร์ด เซ็นเตอร์ (6.4) – เกมรับไม่แย่แต่หลุดโฟกัสในลูกสองก่อนถูกถอด
  • โอมาร์ อัลเดเรเต (5.9) – ตามประกบติอาโก้ไม่อยู่ หลุดตำแหน่งหลายจังหวะ
  • นอร์ดี มูคิเอเล แบ็กขวา (5.8) – เติมสูงพอสมควรแต่เปิดบอลไม่แม่น

กองกลาง

  • กรานิต ชาก้า กัปตันทีม (7.2) – พยายามคุมเกมกลางสนาม รับ-รุกครบ แต่เพื่อนร่วมทีมประคองไม่ไหว
  • ลุทชาเรล กีร์ทรูดา (6.2) – ช่วยซ้อนเกมรับบ่อยครั้ง แต่โดนเพรสหนักจนจ่ายบอลพลาด

ตัวรุก

  • คริส ริกก์ (6.0) – ได้โอกาสยิงอยู่บ้างแต่ไม่คม ถูกเปลี่ยนออกเร็ว
  • เอนโซ เล ฟี (5.9) – พยายามวางบอลทะลุช่องแต่ถูกปิดพื้นที่
  • ซิมอน อดิงกรา (6.2) – จังหวะเลี้ยงมีให้เห็นแต่เล่นไม่จบสกอร์

กองหน้า

  • บรายอัน โบรบบีย์ (6.9) – เป็นจุดพักบอลแดนหน้า มีจังหวะลุ้นบ้างแต่ยังไม่เฉียบพอ

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • เอลีเซอร์ มายเอนดา (6.4) – ลงมานาที 52 ช่วยวิ่งไล่เพรสแต่แทบไม่มีโอกาสยิงชัดๆ
  • โรมัน มันเดิล (6.9) – เติมความเร็วทางริมเส้น สร้างจังหวะให้ทีมบ้าง
  • เดนนิส เซอร์คิน (6.6) – ลงมาช่วยเกมรับฝั่งซ้ายช่วงท้าย
  • แดน นีล (6.6) – เติมพลังกลางสนาม พยายามดันไลน์สูง
  • ลุค โอ’นีล (6.6) – ปิดท้ายในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กแต่ไม่ทันพลิกเกม

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน

  • แอนโธนี แพตเตอร์สัน, เลโอ ฟูห์ร์ เฮลด, แฮร์ริสัน โจนส์, ทิมูร์ ตูติเอรอฟ

แข้งเจ็บและไม่พร้อมลงสนาม

  • อาจิโบลา-โจชัว อเลเซ, เคมส์ดีน ทาลบี, วิลสัน อีซิดอร์ (เช็กฟิต), เรย์นิลโด มันดาวา (เช็กฟิต), โนอาห์ ซาดิคี, แบร์ทร็องด์ ตราโอเร, ฮาบิบ เดียรา, อาร์กูร์ มาซูอากู, อาห์เหม็ด อับดุลลาฮี (เช็กฟิต)

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ในมุมมองของบ้านกีฬา เกมนี้คือบทเรียนเชิงแท็กติกแบบชัดๆ ฝั่งเจ้าถิ่นเล่น 4-2-3-1 ที่ยืดหยุ่นสูง ใช้ดักเพรสโซนกลางสนามแล้วสวนกลับเร็ว จังหวะขึ้นเกมส่วนใหญ่เริ่มจากคู่เซ็นเตอร์ที่เปิดบอลแม่นไปยังฟูลแบ็กสองข้าง ก่อนส่งต่อให้แนวรุกสามตัวด้านหลังหอกคอยวิ่งตัดหลังแนวรับ จุดเด่นคือการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งระหว่างชาเดอ ยาร์มอลยุค และลูอิส-พ็อตเตอร์ ทำให้แนวรับซันเดอร์แลนด์จับทางแทบไม่ได้ นี่คือบอลที่บุกเป็นระบบและเหมาะให้สาย วิเคราะห์บอล หยิบไปต่อยอดอย่างยิ่ง

ด้านเกมรับ เบรนท์ฟอร์ดบีบตั้งแต่ด่านหน้า ติอาโก้คือหัวหมู่ทะลวงฟันที่วิ่งไล่โลโก้สโมสรแมวดำไปทั่วสนาม ยาเนลต์กับยาร์มอลยุคปิดช่องกลางได้ยอดเยี่ยม ทำให้ซันเดอร์แลนด์จำใจต้องโยนยาว ซึ่งกลายเป็นน้ำหนักของคอลลินส์และอาเยอร์ที่เคลียร์บอลง่ายขึ้น

ซันเดอร์แลนด์เองก็จัดในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน แต่การสร้างเกมจากหลังไปหน้าติดขัด ชาก้ากับกีร์ทรูดาถูกบีบจนไม่มีเวลาเงยหน้า การขึ้นเกมเลยต้องหวังพลังเดี่ยวจากอดิงกราและริกก์ริมเส้น ซึ่งเมื่อถูกดักได้ เกมรุกแมวดำก็แทบหายไป ครั้นจะดันไลน์สูงก็กลัวโดนสวน ซึ่งสุดท้ายก็โดนจริงในลูกสองและลูกสาม ทำให้รูปเกมใน 30 นาทีท้ายกลายเป็นฝ่ายวิ่งไล่บอลมากกว่าพยายามตีไข่แตก

📈 ภาพรวมสถิติหลังจบเกม

ตัวเลขหลังจบเกมสะท้อนชัดว่าเบรนท์ฟอร์ดเหนือกว่าทั้งคุณภาพและความเฉียบคม ทีมเจ้าบ้านมีโอกาสยิงรวม 18 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง แปลงเป็นสามประตูเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 3 หน และถูกเคลเลเฮอร์เซฟไว้หมด

แม้เปอร์เซ็นต์การครองบอลจะแทบเท่ากัน 51% ต่อ 49% แสดงว่าเกมไม่ได้เป็นฝ่ายเดียว แต่ผึ้งน้อยจ่ายบอลแม่นกว่า 85% ต่อ 83% และเลือกพื้นที่จู่โจมได้ดีกว่า ฟาวล์ใกล้เคียงกัน 12 ต่อ 13 ใบเหลืองเบรนท์ฟอร์ด 2 ใบ ซันเดอร์แลนด์ 1 ใบ ไม่มีใบแดง แสดงให้เห็นว่าเกมเข้มข้นแต่ไม่ถึงขั้นเดือดทะลุกรอบกติกา ลูกเตะมุมเจ้าถิ่นนำ 7 ต่อ 4 ยืนยันภาพว่าบุกกดดันคู่แข่งแทบตลอดครึ่งหลัง

⏱️ เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • ⚽ นาที 30: เบรนท์ฟอร์ดขึ้นนำ 1-0 จากการแทงทะลุช่องของยาเนลต์ให้ติอาโก้ซัดเสียบเสา
  • 🟨 นาที 43: ติอาโก้โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนักกลางสนาม
  • 🟨 นาที 45+1: ทราย ฮูม แบ็กซ้ายซันเดอร์แลนด์รับใบเหลืองจากการตัดฟาวล์หยุดสวนกลับ
  • 🔁 นาที 52: ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยนตัว ริกก์ออก ส่ง เอลีเซอร์ มายเอนดา ลงสนาม
  • 🔁 นาที 52: ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน ซิมอน อดิงกรา ออก ส่ง โรมัน มันเดิล เติมความสดริมเส้น
  • 🔁 นาที 61: เบรนท์ฟอร์ดขยับหมาก ส่ง มิคเคล ดัมส์การ์ด ลงแทน คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์
  • 🟨 นาที 63: วิตาลี ยาเนลต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะโวยผู้ตัดสิน
  • ⚽ นาที 65: ผึ้งน้อยหนี 2-0 ชาเดอลากฝ่าแนวรับก่อนเปิดให้ติอาโก้ชาร์จจ่อๆ
  • ⚽ นาที 73: สกอร์ไหล 3-0 ยาร์มอลยุครับบอลจากคอลลินส์แล้วซัดเรียดเสียบเสา
  • 🔁 นาที 76: จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงแทน มาธิอัส เยนเซน เสริมความแน่นกลางสนาม
  • 🔁 นาที 79: ซันเดอร์แลนด์ส่ง เดนนิส เซอร์คิน ลงแทน แดน บอลลาร์ด ปรับแนวรับ
  • 🔁 นาที 79: แดน นีล ลงแทน ลุทชาเรล กีร์ทรูดา เพิ่มมิติการจ่ายบอล
  • 🔁 นาที 82: อารอน ฮิคกี้ ลงแทน ไมเคิล คาโยเด เพื่อเก็บงานฝั่งขวา
  • 🔁 นาที 82: รีส เนลสัน ลงแทน ติอาโก้ ที่ทำสองประตูไปแล้ว
  • 🔁 นาที 83: ลุค โอ’นีล ลงแทน โอมาร์ อัลเดเรเต ในแผงหลังซันเดอร์แลนด์
  • 🛎️ ช่วงทดเวลา 6 นาทีครึ่งหลัง เกมยังเป็นของเจ้าถิ่น ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบ เบรนท์ฟอร์ดชนะ 3-0

⭐ Player of the Match

เกมนี้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมต้องยกให้ อิกอร์ ติอาโก้ แบบไร้ข้อกังขา กองหน้าบราซิลได้คะแนน 8.5 จากสองประตูสุดคม ทั้งลูกยิงเปิดสกอร์และลูกชาร์จจ่อๆ ที่อ่านจังหวะวิ่งเข้าเสาแรกอย่างเฉียบขาด นอกจากสกอร์ ติอาโก้ยังทำหน้าที่เป็นจุดพักบอล เคลื่อนที่ดึงตัวประกบเปิดพื้นที่ให้เพื่อน และวิ่งเพรสไม่หยุดจนแนวรับซันเดอร์แลนด์ออกบอลยากตลอด 70 กว่านาทีที่อยู่ในสนาม

ตัวช่วยเงียบที่โดดเด่นคือ เคาอิมฮิน เคลเลเฮอร์ นายด่านคะแนน 7.9 ที่เซฟลูกยิงไกลและลูกโหม่งสำคัญไว้หลายครั้ง รวมถึง เควิน ชาเดอ ที่สร้างโอกาสจบสกอร์ให้เพื่อนร่วมทีมไม่ต่ำกว่าสองสามครั้ง ขณะที่ฝั่งซันเดอร์แลนด์ โรบิน โรefs กับกรานิต ชาก้า คือสองคนที่ยืนระยะได้ดีที่สุด แม้จะไม่สามารถช่วยให้ทีมมีแต้มกลับบ้าน

📊 สถานการณ์บนตารางคะแนน Premier League

ชัยชนะเกมนี้ทำให้เบรนท์ฟอร์ดเก็บเพิ่มเป็น 33 คะแนน จาก 21 นัด สถิติชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 8 ประตูได้ 35 เสีย 28 ลูกได้เสีย +7 รั้งอันดับ 5 ของตารางต่อไป พร้อมฟอร์มในช่วง 5 นัดหลังสุดสุดโหด ชนะ 3 เสมอ 2 ไม่แพ้ใคร กดดันทีมกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างนิวคาสเซิลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบหายใจรดต้นคอ

ด้านซันเดอร์แลนด์หยุดอยู่ที่ 30 คะแนน จาก 21 นัด ชนะ 7 เสมอ 9 แพ้ 5 ประตูได้ 21 เสีย 22 ลูกได้เสีย -1 อยู่อันดับ 10 ของตาราง ฟอร์มช่วงหลังเริ่มฝืด เสมอและแพ้เป็นส่วนใหญ่ หากไม่เร่งฟอร์มมีสิทธิ์ถูกทีมอย่างไบรท์ตันและเอฟเวอร์ตันแซงหน้าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

📅 ตารางบอล และโปรแกรมนัดถัดไป

จากภาพรวมใน ตารางบอล ช่วงต่อไป โปรแกรมของทั้งสองทีมถือว่าไม่ง่าย เบรนท์ฟอร์ดมีคิวเล่นเอฟเอ คัพ บุกเยือนเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในวันที่ 10 มกราคม 2026 เวลา 22.00 น. ก่อนยกพลไปเยือนเชลซีในพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 22.00 น. ซึ่งสองเกมนี้คือบททดสอบสำคัญว่าผึ้งน้อยจะยืนระยะบนหัวตารางได้จริงแค่ไหน แฟนบอลต้องจับตา โปรแกรมบอล ชุดนี้ให้ดี

ด้านซันเดอร์แลนด์ต้องไปเยือนเอฟเวอร์ตันในเอฟเอ คัพ วันที่ 10 มกราคม 2026 เวลา 19.15 น. ก่อนกลับมาเล่นในลีกเปิดบ้านดวลคริสตัล พาเลซ วันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 22.00 น. ถือเป็นสองแมตช์ที่ชี้ชะตาทิศทางฤดูกาล หากยังแก้จุดอ่อนเกมรับไม่ได้ เส้นทางลุ้นพื้นที่ยุโรปอาจเริ่มเลือนรางตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว

📺 เช็กสรุป บ้านผลบอล กับบ้านกีฬา

สำหรับคอลูกหนังที่ชอบเช็กสกอร์สด สถิติคู่น่าตาม และสรุปเกมแบบเจาะลึกสไตล์ บ้านผลบอล บ้านกีฬาขออยู่เป็นเพื่อนหน้าจอของทุกคน เราจะเก็บทุกจังหวะสำคัญของพรีเมียร์ลีกและลีกรอบโลก มาย่อยให้อ่านง่าย อ่านเพลิน และตามทันทุกดราม่าในสนาม

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวก่อนแข่ง หลังเกม ฟอร์มร้อนแรงของนักเตะ และมุมมองจัดจ้านของทีมข่าว อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา