
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง ฟูแล่ม 2-1 เชลซี วันนี้ 8/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนนี้ที่คราเวน ค็อตเทจ แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด คงสะดุ้งไปตามๆ กัน เมื่อฟูแล่มของมาร์โก ซิลวา เปิดบ้านรับเชลซีแล้วใส่กันยับตั้งแต่นาทีแรก ทั้งสปีดเกม ทั้งอารมณ์บนสนาม แบบบอลอังกฤษขนานแท้ ก่อนเจ้าถิ่นจะค่อยๆ ใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่นบดเอาชนะไป 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกสุดเดือด
⏱️ ครึ่งแรก: เชลซีเหลือ 10 คนเร็ว เกมเปลี่ยนหน้า
ต้นเกมเชลซีเริ่มมาดี มีจังหวะสวนกลับของ เลียม เดลาป และการลากเลื้อยของ เปโดร เนโต้ ให้ได้ลุ้น แต่ความดุเดือดของเกมก็ระเบิดตั้งแต่นาที 22 เมื่อ มาร์ก กูกูเรย่า ตัดสินใจดึงตัวรุกฟูแล่มในจังหวะหลุดเดี่ยว ผู้ตัดสินปีเตอร์ แบงค์ส ชี้ว่าเป็น “professional foul” ใบแดงตรง เชลซีเหลือ 10 คนตั้งแต่ยังไม่ครบครึ่งชั่วโมง ทำให้รูปเกมเปลี่ยนทันที
หลังใบแดงอารมณ์เริ่มเดือด ในนาที 24–25 ทั้ง เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ, โตซิน อดาราไบโย และ โคล พาลเมอร์ ทะเลาะกับผู้ตัดสินจนโดนใบเหลืองเรียงตัว ขณะที่ฝั่งฟูแล่มพยายามเร่งเกมจากแนวลึกของ แซนเดอร์ เบิร์จ ที่คุมจังหวะได้เนียนตา
เชลซีต้องรีบปรับหมาก นาที 28 คาลัม แม็คฟาร์เลน ส่ง จอร์เรล ฮาโต้ ลงมาแทน อันเดรย์ ซานโตส เพื่ออุดแนวรับฝั่งซ้ายที่เสียกูกูเรย่าไป ฟูแล่มจึงเน้นบุกจากด้านนั้นอย่างหนัก ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แฮร์รี วิลสัน ส่งบอลตุงตาข่ายไปแล้วแต่โดนจับล้ำหน้า ประตูถูกยกเลิก ก่อนจบครึ่งแรกที่สกอร์ 0-0 แม้ฟูแล่มกดแทบจะฝั่งเดียวในช่วงท้าย
🔁 ครึ่งหลัง: เบิร์จปั้นเกม จิเมเนซ–วิลสันปิดบัญชี
ครึ่งหลังเริ่มมา ฟูแล่มแก้เกมทันที ส่ง เควิน ลงแทน ฆอร์ดี กูเอนก้า เพื่อเติมความสดริมเส้น เจ้าถิ่นเดินเครื่องบุกต่อเนื่อง และมาถึงจุดระเบิดในนาที 55 เมื่อ แซนเดอร์ เบิร์จ แทงบอลทะลุกลางให้ ราอูล ฆิเมเนซ หลุดเข้าไปซัดไม่เหลือ พาฟูแล่มนำ 1-0 เสียงเชียร์ในคราเวน ค็อตเทจดังสนั่น
เชลซีแม้เหลือ 10 คนแต่ใจไม่ถอย นาที 65 ส่ง รีซ เจมส์ ลงมาเติมเกมรุกทางขวา และเปลี่ยนโหมดบุกเต็มตัว ท้ายที่สุดก็ได้ผล นาที 72 เดลาป ฉวยจังหวะหลุดเข้าเขตโทษซัดตีเสมอ 1-1 ให้ทีมเยือนกลับมามีลมหายใจ
อย่างไรก็ตาม ฟูแล่มไม่ยอมให้แต้มหลุดในบ้าน นาที 73 มีการขยับเปลี่ยนคู่กลางและวิงแบ็กพร้อมกัน ส่ง ไรอัน เซสเซญง กับ ซาช่า ลูคิช ลงมาช่วยเติมพลัง จากนั้นนาที 81 ความกดดันก็บีบแตก แฮร์รี วิลสัน ได้บอลทางขวา ก่อนตัดเข้าในแล้วซัดโค้งเสียบเสา เป็นประตู 2-1 ที่เปลี่ยนสนามให้กลายเป็นงานเลี้ยงของเจ้าถิ่น
ช่วงท้ายเกม ฟูแล่มถอด เอมิล สมิธ โรว์ ออกแล้วส่ง แฮร์ริสัน รีด ลงมาช่วยเก็บเกมกลางสนาม ขณะที่ อดาม่า ตราโอเร่ ถูกส่งลงมาป่วนแนวรับที่ล้าแล้วของเชลซีในช่วงทดเจ็บ สุดท้ายสกอร์ไม่เปลี่ยน ฟูแล่มปิดบัญชีเชือดเชลซี 2-1 แบบเข้มข้นตั้งแต่นกหวีดแรกจนจบเกม

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🏁 ฟูแล่ม (3-4-2-1)
ผู้จัดการทีม: มาร์โก ซิลวา
ผู้รักษาประตู
- แบร์นด์ เลโน่ (7.5) เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงคมๆ ของเดลาป
กองหลังสามคน
- โยอาคิม อันเดอร์เซน (7.2) ยืนคุมโซนกลางแนวรับ อ่านเกมดี
- อิสซ่า ดิย็อป (6.8) ดวลลูกกลางอากาศแน่น
- ทิโมธี กาสตาญ (6.1) มีช็อตพลาดฟาวล์ไม่จำเป็นแต่โดยรวมยังประคองหลังบ้านได้
วิงแบ็กและมิดฟิลด์
- ฆอร์ดี กูเอนก้า (7.3) เติมเกมซ้ายจัดจ้าน ก่อนถูกเปลี่ยนออกพักครึ่ง
- แอนโทนี่ โรบินสัน (6.7) ช่วยบีบสูงทางซ้าย มีจังหวะโฉบขึ้นไปครอส
- ทอม แคร์นีย์ (กัปตัน, 7.0) เชื่อมเกมกลางสนาม เล่นง่ายแต่มีประสิทธิภาพ
- แซนเดอร์ เบิร์จ (9.0) หัวใจของทีม คุมจังหวะ บดแย่งบอล และจ่ายให้เพื่อนทำประตู
แนวรุก
- เอมิล สมิธ โรว์ (7.0) ลอยตัวคอยเชื่อมระหว่างกลางกับหน้า มีโอกาสยิงไกล
- แฮร์รี วิลสัน (8.7) ปั่นป่วนฝั่งขวาตลอด 90 นาที ซัดประตูชัย 2-1 อย่างสวย
- ราอูล ฆิเมเนซ (7.6) ยืนหน้าเป้า ทำหนึ่งประตูจากจังหวะหลุดเดี่ยวเฉียบคม
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เควิน (7.1) น.46 แทน กูเอนก้า เติมความสดริมเส้น
- ไรอัน เซสเซญง (7.0) น.73 แทน โรบินสัน ช่วยพาบอลขึ้นสูงฝั่งซ้าย
- ซาช่า ลูคิช (6.5) น.73 แทน แคร์นีย์ ลงมาบดแดนกลาง
- แฮร์ริสัน รีด (6.6) น.83 แทน สมิธ โรว์ ปิดเกมรัดกุม
- อดาม่า ตราโอเร่ น.90+1 แทน วิลสัน ลงมาดึงเวลาและใช้สปีดดันแนวรับเชลซี
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: เบนฌาแมง เลอกงต์, ซามูเอล อามิสซาห์, เซธ ริดเจียน, โยนาห์ คูซี-อาแซร์
🔵 เชลซี (4-2-3-1)
ผู้จัดการทีม: คาลัม แม็คฟาร์เลน
ผู้รักษาประตู
- โรเบิร์ต ซานเชซ (7.1) เซฟหลายจังหวะ โดยเฉพาะลูกบุกด้านข้างของวิลสัน
กองหลังสี่คน
- มาโล กุสโต้ (6.3) ขึ้นเติมเกมบ่อยแต่เกมรับยังมีหลุด
- เทรโวห์ ชาโลบาห์ (6.4) เจองานหนักจากการเคลื่อนที่ของ ฆิเมเนซ
- โตซิน อดาราไบโย (6.8) เล่นบอลยาวได้ดี แต่มีจังหวะเถียงผู้ตัดสินจนโดนเหลือง
- มาร์ก กูกูเรย่า (4.2) เกมจบตั้งแต่นาที 22 เพราะโดนใบแดงจากการทำฟาวล์ตัวสุดท้าย ทำให้ทีมเสียเปรียบทั้งเกม
มิดฟิลด์คู่กลาง
- มอยเซส ไกเซโด้ (6.8) ตัดเกมได้ดีช่วงต้น แต่หลังเหลือ 10 คนต้องวิ่งไล่จนเริ่มหลวม
- เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ (7.1) จ่ายบอลคม มีส่วนในการผ่านบอลขึ้นหน้า ก่อนถูกถอดออกพักช่วงครึ่งหลัง
สามตัวรุกด้านหลังหน้าเป้า
- เปโดร เนโต้ (6.6) พยายามลากตัดเข้าในแต่โดนบีบพื้นที่
- โคล พาลเมอร์ (6.6) เป็นจุดเชื่อมเกมรุกแต่ถูกประกบติด
- อันเดรย์ ซานโตส (6.6) ทำเกมฝั่งซ้าย ก่อนถูกเปลี่ยนออกเพื่อเสริมกองหลังหลังใบแดง
กองหน้า
- เลียม เดลาป (7.9) ทำหนึ่งประตูสุดคมให้ทีมตีเสมอ 1-1 เป็นตัวอันตรายแม้เล่นน้อยคน
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- จอร์เรล ฮาโต้ (6.5) น.28 แทน ซานโตส ลงมาอุดรูรั่วฝั่งซ้าย
- รีซ เจมส์ (6.7) น.65 แทน แฟร์นันเดซ ช่วยเปิดบอลทางขวาและมีส่วนกับเกมรุก
- เชา เปโดร (6.3) น.75 แทน พาลเมอร์ เพิ่มสปีดแดนหน้า
- จอช อาเชียมปง (6.3) น.76 แทน กุสโต้ ลงมาช่วยรับลึกช่วงท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: ฟิลิป ยอร์เกนเซน, เวสลีย์ โฟฟานา, เอสเตวาว, เจมี กิตเตนส์, อเลฆานโดร การ์นาโช่
แข้งเจ็บ–แบนที่ไม่มีชื่อ ฟูแล่ม: เคนนี เตเต้, โจชัว คิง, คัลวิน บาสซีย์, อเล็กซ์ อิโวบี้, ซามูเอล ชุควูเอเซ, โรดริโก มูนิซ เชลซี: มิคไฮโล มูดริก (ติดโทษแบน), เลวี โคลวิลล์, ดาริโอ เอสซูโก, โรเมโอ ลาเวีย
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เชิงแท็กติก ฟูแล่มมาในระบบ 3-4-2-1 ที่ยืดหยุ่น แผงหลังสามคนเน้นยืนโซนแน่น ปล่อยให้วิงแบ็กอย่างกูเอนก้าและวิลสันเติมสูงพร้อมกัน เมื่อได้บอล เบิร์จจะถอยต่ำลงมาเป็น “โฮลดิ่งเพลย์เมกเกอร์” รับบอลจากหลังแล้วเปิดเปลี่ยนแกนเร็ว ทำให้เกมรุกเจ้าบ้านมีทั้งจังหวะครองบอลต่อเนื่องและการแทงทะลุช่องแบบที่นำไปสู่ประตู 1-0 จังหวะไม่มีบอลของ ฆิเมเนซ ก็สร้างพื้นที่ให้ตัวรุกคนอื่นหลุดเข้ามายิงอยู่ตลอด นี่คือเกมที่แฟนฟูแล่มมองแล้วต้องยิ้มในมุมของการ วิเคราะห์บอล
ด้านเชลซีใช้ 4-2-3-1 ที่ถูกบังคับให้ปรับเป็น 4-4-1 หลังเสียกูกูเรย่า ใบแดงทำให้แนวรุกต้องยอมถอย เน้นตั้งบล็อกลึกและรอจังหวะสวนกลับ เดลาปยืนค้ำไว้คนเดียวโดยมีเนโต้กับพาลเมอร์คอยวิ่งโต้กลับ แต่เมื่อเหลือ 10 คนการไล่เพรสด้านบนแทบทำไม่ได้ จึงปล่อยให้ฟูแล่มถ่ายบอลกินพื้นที่อยู่เรื่อยๆ กระทั่งโดนสองประตูในครึ่งหลัง แม้จะยังอันตรายเวลาหลุดขึ้นมาบุก แต่เกมรับที่ต้องเล่นด้วยกำลังคนที่น้อยกว่าก็รับมือกับการบุกเป็นคลื่นของเจ้าบ้านไม่ไหว

📈 สถิติการแข่งขันที่น่าสนใจ
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่าฟูแล่มคุมจังหวะอยู่หมัด เจ้าถิ่นยิงทั้งหมด 15 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ส่วนเชลซียิง 13 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้งเท่ากัน แต่ความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายและการจัดการเกมหลังได้เปรียบตัวผู้เล่นทำให้ฟูแล่มเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้มากกว่า ในแง่การครองบอล ฝั่งเจ้าบ้านต่อบอลจนครบ 528 ครั้ง อัตราความแม่นยำ 89% เหนือกว่าเชลซีที่ส่งบอล 475 ครั้ง ความแม่นยำ 85% ทั้งสองทีมทำฟาวล์เท่ากัน 6 ครั้ง ใบเหลืองฝั่งละ 3 ใบ ทว่าความแตกต่างคือใบแดงของกูกูเรย่า ส่วนลูกตั้งเตะมุม เชลซีได้ถึง 11 ครั้ง มากกว่าฟูแล่มที่มีเพียง 2 ครั้ง สะท้อนว่าแม้จะเล่นน้อยคนแต่ทีมเยือนยังคงอันตรายจากบอลเซตเพลย์ ทว่าก็ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นแต้มได้ในท้ายที่สุด
🕒 เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- 🔹 22′ มาร์ก กูกูเรย่า ทำฟาวล์ตัดโอกาสหลุดเดี่ยว โดนใบแดงตรง เชลซีเหลือ 10 คน
- 🔹 24′ เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ โดนใบเหลืองจากจังหวะโวยผู้ตัดสิน
- 🔹 25′ โตซิน อดาราไบโย และ โคล พาลเมอร์ ต่างโดนใบเหลืองจากเหตุเถียงกรรมการต่อเนื่อง
- 🔹 28′ เชลซีเปลี่ยนตัว ส่ง จอร์เรล ฮาโต้ ลงแทน อันเดรย์ ซานโตส เพื่อถอยไปยืนเซ็นเตอร์ซ้าย
- 🔹 45+6′ แฮร์รี วิลสัน ส่งบอลตุงตาข่ายแต่ถูก VAR ยกเลิก ประตูไม่ให้ฟูแล่มนำ
- 🔹 45+7′ ฆอร์ดี กูเอนก้า รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์ก่อนจบครึ่งแรก
- 🔹 46′ ฟูแล่มเปลี่ยน เควิน ลงแทน กูเอนก้า เสริมความสดริมเส้น
- 🔹 55′ แซนเดอร์ เบิร์จ จ่ายแทงทะลุให้ ราอูล ฆิเมเนซ หลุดเดี่ยวซัดตุง ฟูแล่มนำ 1-0
- 🔹 65′ รีซ เจมส์ ถูกส่งลงสนามแทน เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ เติมเกมรุกริมเส้นขวาให้เชลซี
- 🔹 72′ เลียม เดลาป หลุดเข้าเขตโทษซัดตีเสมอ 1-1 ให้เชลซียังมีลุ้นแบ่งแต้ม
- 🔹 73′ ฟูแล่มเปลี่ยนรวดเดียวสองคน ส่ง ไรอัน เซสเซญง กับ ซาช่า ลูคิช ลงแทน โรบินสัน และ แคร์นีย์ เพื่อเร่งเกมบุก
- 🔹 78′ ทิโมธี กาสตาญ รับใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์นอกเกม
- 🔹 81′ แฮร์รี วิลสัน ตัดเข้าในจากริมเส้นขวาก่อนซัดโค้งเสียบเสา เป็นประตูชัย 2-1 ของฟูแล่ม
- 🔹 83′ ฟูแล่มส่ง แฮร์ริสัน รีด ลงแทน เอมิล สมิธ โรว์ เพื่อแพ็กแดนกลาง
- 🔹 90′ ราอูล ฆิเมเนซ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์กลางสนาม
- 🔹 90+1′ อดาม่า ตราโอเร่ ลงมาแทน วิลสัน ช่วงทดเจ็บ ช่วยเก็บบอลและดึงเวลา
- 🔹 ช่วงท้ายเกม ทั้งมาร์โก ซิลวา และคาลัม แม็คฟาร์เลน ต่างโดนใบเหลืองจากการประท้วงข้างสนาม
⭐ Player of the Match: แซนเดอร์ เบิร์จ – หัวใจกลางสนามฟูแล่ม
เกมนี้ไม่มีใครสมควรได้คำชมมากกว่า แซนเดอร์ เบิร์จ มิดฟิลด์นอร์เวย์ของฟูแล่ม เขาคือคนที่ควบคุมจังหวะทุกอย่างในแดนกลาง แตะบอลเนียน แย่งบอลสำคัญ และดันขึ้นสูงในจังหวะจำเป็น แอสซิสต์ให้ ฆิเมเนซ ยิงขึ้นนำ 1-0 เป็นภาพสะท้อนความครบเครื่องของเขา ทั้งการเล่นเกมรับ การออกบอลยาว และการอ่านสถานการณ์ สกอร์เรตติ้ง 9.0 ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด และแฟนฟูแล่มคงยอมรับพร้อมกันว่า หากไม่มีเบิร์จ เกมนี้อาจไม่จบด้วยสามแต้มเต็ม

📌 สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
หลังจบเกมนี้ ฟูแล่มเก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนนจาก 21 นัด เท่ากับเชลซี แต่ยังรั้งอันดับ 9 ด้วยประตูได้เสีย 30-30 ขณะที่เชลซียังอยู่ที่ 8 จากการยิงได้มากกว่าเสีย 34-24 ต่างกันที่ +10 ผลงานนัดนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป เพราะโซนกลางตารางกำลังเบียดกันแน่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ต่างมี 32 คะแนนอยู่เหนือขึ้นไปเพียงแต้มเดียว ความพ่ายแพ้ทำให้เชลซีพลาดโอกาสขึ้นไปกดดันท็อปเซเว่น ส่วนฟูแล่มได้กำลังใจมหาศาลในการไล่จี้ทีมกลุ่มบนต่อจากนี้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
เมื่อมองไปข้างหน้า แฟนบอลต้องไม่พลาดเช็ก โปรแกรมบอล ของทั้งสองทีมที่อัดแน่นทั้งลีกและบอลถ้วย ฟูแล่มมีภารกิจในเอฟเอ คัพ พบมิดเดิลส์โบรห์ วันที่ 10 มกราคม เวลา 22.00 น. ก่อนจะออกไปเยือนลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 มกราคม เวลา 22.00 น. ด้านเชลซีต้องกรำศึกหนัก เริ่มจากเอฟเอ คัพ บุกเยือนชาร์ลตัน แอธเลติก วันที่ 11 มกราคม เวลา 03.00 น. ต่อด้วยศึกใหญ่คาราบาว คัพ เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ดวลอาร์เซนอล ในวันที่ 15 มกราคม เวลา 03.00 น. โปรแกรมต่อเนื่องแบบนี้ทำให้ทั้งสองทีมต้องหมุนเวียนผู้เล่นอย่างระมัดระวัง ถ้าใครบริหารสภาพร่างกายและสมาธิได้ดีกว่า ก็มีโอกาสทะยานขึ้นอันดับบนของตารางในช่วงสำคัญของซีซั่น
🏟️ ติดตามบ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่สกอร์สด ข้อมูลตัวผู้เล่น ไปจนถึงมุมมองเชิงลึกสไตล์นักข่าวสนาม ตัวจริงอย่าง บ้านกีฬา ขอชวนให้เกาะติดอัปเดต บ้านผลบอล กันต่อให้แน่นๆ เราจะพาแฟนบอลไปเจาะทุกแมตช์สำคัญ พร้อมเสิร์ฟสถิติ เจาะแท็กติก และมุมมองเข้มๆ ที่อ่านแล้วเห็นภาพเหมือนนั่งอยู่ข้างสนาม ไม่พลาดทุกประตู ทุกใบเหลือง ใบแดง และทุกดราม่าบนผืนหญ้าแน่นอน

