บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก – เรือใบฝืดโดนมิโตม่าตีเจ๊า ฮาแลนด์ยิงโทษพาแมนซิตี้ได้แค่ 1-1 สะดุดไล่ล่าแชมป์อีกเกม

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ไบรท์ตัน โฮฟ อัลเบี้ยน วันนี้ 8/1/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนที่เอติฮัดสเตเดียม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของไบรท์ตัน ฮอฟ อัลเบี้ยน เกมนี้แฟนบอลเช็กสกอร์กันแบบตาไม่กะพริบทั้งหน้าเว็บเช็ก ผลบอลสด และจอทีวี เพราะเป็นอีกแมตช์ชี้วัดเส้นทางลุ้นแชมป์ของ “เรือใบสีฟ้า” ที่กำลังไล่ล่าจ่าฝูงอาร์เซน่อล ส่วนไบรท์ตันของฟาเบียน เฮิร์เซลเลอร์ ก็มาด้วยเป้าหมายชัดเจนคือ “ขอแต้มกลับซัสเซ็กซ์”

บ้านกีฬาเห็นภาพรวมคือ ซิตี้ครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่าแบบขาดลอย แต่การจบสกอร์ที่ไม่คม และจังหวะสวนกลับที่โดนลงโทษจากคาโอรุ มิโตมะ ทำให้เกมจบลงด้วยสกอร์ 1-1 แบบเจ็บจี๊ดทั้งสนาม

🔵 ครึ่งแรก – เรือใบโหมบุกก่อนขึ้นนำจากจุดโทษฮาแลนด์

เปิดเกมมาเป็นไปตามคาด ซิตี้ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไล่เพรสสูงตั้งแต่แดนหน้า แผงหลังไบรท์ตันต้องเคาะบอลหนีแรงกดดันตลอดเวลา เจ้าถิ่นหมุนบอลจากขอบเขตโทษไปริมเส้นให้ เจเรมี่ โดคู และแม็กซ์ อเลย์นย์ ลากเลื้อยใส่ฟูลแบ็กคู่แข่ง ทำให้เกมรับ “นกนางนวล” แทบไม่ได้หายใจ

ช่องว่างสำคัญอยู่ที่แดนกลาง ติโมธี ไรน์เดอร์ส กับแบร์นาร์โด้ ซิลวา สลับกันลงมารับบอลต่ำแล้วแทงทะลุช่องให้เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ หลุดเข้าไปลุ้น หลายจังหวะทำเอาแนวรับ เลวิส ดังก์ – ยานพอล ฟาน เฮคเก ต้องวิ่งไล่ปิดแบบหัวหมุน แม้ไบรท์ตันจะพยายามสวนกลับผ่านความเร็วของคาโอรุ มิโตมะ แต่ยังไม่คมพอจะกดดันจานลุยจิ ดอนนารุมม่า

นาที 29 จุดเปลี่ยนแรกของเกมมาเมื่อ ลูอิส ดังก์ เข้าตัดฟาวล์โดคูบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย ผู้ตัดสินโทมัส บรามอลล์ ชี้เพียงฟรีคิกแต่ VAR เรียกให้ไปดูจอเพิ่มเติม ก่อนจะยืนยันว่าเป็นการทำฟาวล์ในกรอบ นาที 39 จึงเป่าให้จุดโทษ

ฮาแลนด์ยืนประจำจุด นาที 41 ดาวยิงนอร์วีเจียนซัดเสียบมุมแบบเด็ดขาดให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นเอติฮัด ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ แม้เจ้าบ้านจะมีโอกาสทั้งจากฟิล โฟเด้น และโดคูเพิ่ม แต่ยิงหลุดกรอบไปเอง

🕒 ครึ่งหลัง – มิโตม่าลุกมาเผาเครื่อง ซิตี้หลุดสามแต้ม

ครึ่งหลังรูปเกมยังเป็นของซิตี้ แต่ไบรท์ตันเริ่มยกระดับการเพรสสลับบุก ไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นตั้งลำง่าย ๆ แดนกลางอย่างปาสกาล โกรสส์ กับ ยาซิน อายารี่ เก็บบอลได้ดีขึ้น จนทำให้เกมรุกของทีมเยือนเริ่มมีชีวิตชีวา

นาที 53 ฟาน เฮคเก โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม แต่แทนที่ไบรท์ตันจะถอยกลับไปตั้งรับ กลับกล้าเปิดหน้าแลกมากขึ้น และการเสี่ยงนั้นได้ผลในนาที 60 เมื่ออายารี่แทงทะลุช่องให้คาโอรุ มิโตมะ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนซัดเต็มข้อผ่านดอนนารุมม่าเข้าเสาไกลสุดคม ตีเสมอให้ไบรท์ตัน 1-1 เงียบทั้งสนามเหลือแต่เสียงเฮจากอัฒจันทร์ทีมเยือน

ประตูนี้ทำให้ซิตี้เริ่มเร่งสูงขึ้น เป๊ปแก้เกมชุดใหญ่ ส่งร็อดรี้, ริโก้ ลูอิส, นิโก โอ’ไรลลี่ และโดยเฉพาะ รายาน แชร์กี ลงมาเติมมิติในเกมรุก นาที 70 เป็นต้นไป เราเห็นแชร์กีลากเลื้อยตรงกลางแล้วแทงทะลุช่องสลับกับโฟเด้นที่ถ่างออกด้านข้าง สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับไบรท์ตันต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การป้องกันของทีมเยือนเหนียวแน่นเกินคาด บาร์ต เวอร์บรักเก้น เซฟลูกยิงไกลของแบร์นาร์โด้ และลูกชาร์จจ่อ ๆ ของฮาแลนด์ได้หมด ขณะเดียวกันไบรท์ตันก็มีสวนกลับอันตรายจากมิโตมะและเฟร์ดี้ คาดิโอกลู ทำให้กองเชียร์ซิตี้ลุ้นกันเหงื่อซึม

ช่วงท้ายเกมเข้าสู่โหมดเดือด ใบเหลืองปลิวว่อน ทั้งคาโอรุ มิโตมะ ที่โดนจดชื่อจากการฟาวล์ ตลอดจนทอม วัตสัน ที่เพิ่งลงมาแต่เข้าหนักจนโดนใบเหลืองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทว่าไม่มีฝ่ายใดเจาะตาข่ายเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องยอมแบ่งแต้มกับไบรท์ตันไปแบบเจ็บใจ 1-1

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนความสามารถ

🔹 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ระบบ 4-1-4-1) – เรตติ้งเฉลี่ย 7.00

ผู้รักษาประตู

  • จานลุยจิ ดอนนารุมม่า 6.8 – เซฟได้พอสมควร แต่จังหวะเสียประตูมิโตมะก็ยากจะป้องกัน

กองหลัง

  • มาติอุส นูเนส 6.2 – ถูกจับไปยืนแบ็กซ้าย มีปัญหาเวลาโดนมิโตมะเล่นงาน
  • อย์บคุง คูซานอฟ 7.1 – อ่านเกมดี ตัดบอลหลายครั้ง
  • นิโก้ กอนซาเลซ 6.8 – คุมพื้นที่กลางได้ใช้ได้ ก่อนโดนเปลี่ยนออก
  • นาธาน อาเก้ 6.7 – เติมเกมรุกบ่อย แต่เปิดบอลยังไม่คม

กองกลาง

  • ติโมธี ไรน์เดอร์ส 6.2 – เป็นตัวเบรกเกมและออกบอลสั้น แต่จังหวะไล่เพรสบางครั้งช้าไปครึ่งจังหวะ
  • แบร์นาร์โด้ ซิลวา (กัปตัน) 7.2 – เชื่อมเกมรุกจากกลางสู่หน้าเขตโทษ ทำงานหนักทั้งรุกและรับ
  • ฟิล โฟเด้น 7.3 – หาเหลี่ยมยิงเองหลายครั้ง มีจังหวะสับไกเฉียดเสา
  • แม็กซ์ อเลย์นย์ 7.4 – เกมริมเส้นซ้ายเด่น ลากจี้แนวรับไบรท์ตันตลอดครึ่งแรก
  • เจเรมี่ โดคู 7.8 – ตัวทีเด็ดเลี้ยงกินตัว มีส่วนสำคัญจนทีมได้จุดโทษ

กองหน้า

  • เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ 6.8 – ยิงจุดโทษไม่พลาด แต่จากนั้นถูกประกบตาย มีโอกาสจัง ๆ ไม่มาก

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • ร็อดรี้ 7.0 (แทน กอนซาเลซ น.64) – ลงมาช่วยยืนคุมจังหวะกลางสนาม ทำให้ซิตี้บุกต่อเนื่องขึ้น
  • นิโก โอ’ไรลลี่ 6.8 (แทน อาเก้ น.73) – เติมเกมฝั่งขวา พยายามครอสหลายครั้ง
  • ริโก้ ลูอิส 7.0 (แทน นูเนส น.73) – เติมเกมในครึ่งหลัง เพิ่มความคล่องตัว
  • รายาน แชร์กี 7.9 (แทน โฟเด้น น.73) – ลงมาสร้างสีสัน ลากเลื้อยและจ่ายทะลุช่องได้หวือหวา เป็นตัวป่วนเบอร์หนึ่งในช่วงท้ายเกม

ตัวสำรองไม่ได้ใช้
เจมส์ ทราฟฟอร์ด, สตีเฟน มฟูนี, ดิไวน์ มูคาซา, ไรอัน แม็คเอโด, รีแกน เฮสกีย์

🔹 ไบรท์ตัน ฮอฟ อัลเบี้ยน (ระบบ 4-2-3-1) – เรตติ้งเฉลี่ย 6.67

ผู้รักษาประตู

  • บาร์ต เวอร์บรักเก้น 7.2 – เซฟเน้น ๆ หลายหน โดยเฉพาะลูกยิงของฮาแลนด์และแบร์นาร์โด้

กองหลัง

  • แจ็ค ฮินเชลวูด 7.4 – เติมเกมรุกดี ตัดบอลสำคัญหลายครั้ง
  • ยานพอล ฟาน เฮคเก 6.8 – โดนใบเหลืองแต่โดยรวมยืนคุมแดนกลางแผงหลังได้แข็งแรง
  • เลวิส ดังก์ (กัปตัน) 6.9 – ผู้นำแนวรับ แม้จะพลาดเสียจุดโทษจากการฟาวล์โดคู
  • มักซ์ เดอ คูย์เพอร์ 6.4 – เจองานหนักกับโดคูและโฟเด้นตลอดทั้งเกม

กองกลาง

  • ยาซิน อายารี่ 6.4 – ครึ่งแรกหายไปจากเกม แต่ครึ่งหลังฟื้นตัวขึ้นมาจ่ายบอลให้มิโตม่าทำประตู
  • ปาสกาล โกรสส์ 6.5 – เป็นจุดหมุนเกมรุก คอยดร็อปลงมารับบอลจากแนวหลัง
  • เฟร์ดี้ คาดิโอกลู 7.3 – ป่วนริมเส้นขวา สร้างโอกาสจากลูกครอส
  • ดาเนียล โกเมซ 5.4 – ต่อบอลขาด ๆ เกิน ๆ ถูกเปลี่ยนออกค่อนข้างเร็ว
  • คาโอรุ มิโตมะ 7.8 – ฮีโร่ของทีม เยือกเย็นในจังหวะหลุดเข้าไปยิงตีเสมอ

กองหน้า

  • จอร์จินโญ่ รูตเทอร์ 6.1 – พยายามพักบอลให้เพื่อนแต่ไม่ค่อยมีพื้นที่

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • บราเยน กรูด้า 6.5 (แทน โกเมซ น.77) – พยายามเก็บบอลและลากตัดเข้าใน
  • แดนนี่ เวลเบ็ค 6.4 (แทน รูตเทอร์ น.77) – ดึงจังหวะพักบอลให้เพื่อน แต่ไม่ได้โอกาสลุ้นทำประตูชัดเจน
  • ทอม วัตสัน 6.6 (แทน มิโตมะ น.83) – ลงมาช่วยวิ่งไล่เพรส และโดนใบเหลืองช่วงทดเวลา
  • เจมส์ มิลเนอร์ 6.6 (แทน อายารี่ น.83) – ประสบการณ์ช่วยล็อกเกมกลางสนามช่วงท้าย

ตัวสำรองไม่ได้ใช้
เจสัน สตีล, โอลิวิเยร์ บอสคักลี, ดิเอโก ค็อปโปลา, ชาร์ลี ทาสเกอร์, แฮร์รี โฮเวลล์

นักเตะบาดเจ็บ/ไม่มีชื่อ
ฝั่งซิตี้: มาเตโอ โควาซิช, ออสการ์ บ็อบบ์, ซาวินโญ่, จอห์น สโตนส์, ยอชโก กวาร์ดิโอล, รูเบน ดิอาส, โอมาร์ มาร์มูช, รายาน ไอต์-นูรี
ฝั่งไบรท์ตัน: อดัม เว็บสเตอร์, สเตฟานอส ทซิมาส, ซอลลี่ มาร์ช, มัทส์ วีเฟอร์, คาร์ลอส บาเลบา, ยังคูบา มินเตห์ (เช็กความฟิต)

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

หากมองในเชิงแท็กติกแบบสาย วิเคราะห์บอล ซิตี้เลือกใช้ 4-1-4-1 ที่เน้นการคอนโทรลกลางสนาม ไรน์เดอร์สยืนเป็นตัวโฮลด์บอลหน้ากองหลัง เปิดทางให้แบร์นาร์โด้และโฟเด้นหลุดขึ้นไปรับบอลระหว่างไลน์ เกมรุกของเรือใบจึงไหลลื่นเมื่อบอลเริ่มจากแนวหลังสู่ปีกทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่อเลย์นย์กับโดคูได้ดวลตัวต่อตัวกับฟูลแบ็กไบรท์ตันอยู่ตลอด

ปัญหาของซิตี้คือการ “จบจังหวะสุดท้าย” แม้จะยิงถึง 20 ครั้ง แต่เข้ากรอบเพียง 4 และต้องพึ่งจุดโทษของฮาแลนด์ ประตูจากโอเพ่นเพลย์ไม่มีเลย ทั้งที่การเคลื่อนที่ในพื้นที่สุดท้ายถือว่าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสอดของโฟเด้นหรือการเติมของแบ็กขวา

ในเกมรับ ซิตี้ครองบอลถึง 59% ทำให้ไม่ต้องตั้งโซนรับลึกมากนัก แต่ข้อเสียคือเมื่อเสียบอลในแดนคู่แข่งแล้วเพรสซ้ำไม่สำเร็จ ช่องว่างระหว่างไลน์ของไรน์เดอร์สกับคู่เซ็นเตอร์จะเปิดทันที นั่นคือพื้นที่ที่อายารี่และมิโตมะใช้โจมตีในประตูตีเสมอ 1-1 อย่างชัดเจน

ด้านไบรท์ตันมาในระบบ 4-2-3-1 ที่ค่อนข้างยืดหยุ่นช่วงไม่มีบอลจะยุบลงเป็น 4-4-1-1 ให้โกเมซลงมายืนปิดช่องกลาง ส่วนมิโตมะและคาดิโอกลูช่วยปีกกับฟูลแบ็กแพ็คโซนด้านข้าง การตั้งบล็อกสองชั้นหน้ากรอบเขตโทษช่วยลดพื้นที่ให้ฮาแลนด์ได้โหม่งหรือรับบอลเท้าหลัง การป้องกันลูกครอสค่อนข้างดี แม้จะมีจังหวะหลุดแต่เวอร์บรักเก้นก็ช่วยเซฟเอาไว้

เกมรุกของไบรท์ตันเน้นสวนกลับเร็ว เมื่อได้บอลจะเล่นจังหวะเดียวไปหามิโตมะหรือคาดิโอกลูทันที ประตูของทีมก็มาจากสูตรนี้เป๊ะ ๆ อายารี่จ่ายทะลุช่องหลังแบ็กซ้ายซิตี้ และมิโตมะใช้ความเร็วหนีตัวประกบไปยิง เสียงสรรเสริญจากสื่ออังกฤษจึงยกให้เป็นหนึ่งในคอนเตอร์แอตแท็กที่คมที่สุดของสุดสัปดาห์นี้

📈 สถิติหลังเกมบอกอะไรบ้าง

ตัวเลขหลังเกมตอกย้ำภาพที่เห็นในสนาม ซิตี้ยิงรวม 20 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ขณะที่ไบรท์ตันยิงเพียง 7 เข้ากรอบ 3 แต่กลับเปลี่ยนเป็นประตูได้เท่ากัน 1 ลูก การครองบอล ซิตี้เหนือกว่า 59% ต่อ 41% และจ่ายบอลถึง 565 ครั้ง ความแม่นยำสูงถึง 89% ขณะที่ไบรท์ตันจ่าย 375 ครั้ง แม่นยำ 82%

แม้จะครองเกมเป็นส่วนใหญ่ แต่ซิตี้กลับแพ้ในเรื่อง “ความดุดัน” บางช่วง ฟาวล์เพียง 6 ครั้งเทียบกับไบรท์ตันที่ฟาวล์ถึง 15 และโดนใบเหลือง 6 ใบ แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนพร้อมชนเต็มเหนี่ยวเพื่อเอาแต้ม ส่วนลูกตั้งเตะ ซิตี้ได้เตะมุมถึง 6 ครั้ง มากกว่าไบรท์ตันที่มีแค่ 2 แต่ไม่สามารถคลี่ออกมาเป็นประตูชัยได้เลย

⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที

  • ⚽ นาที 29 เลวิส ดังก์ เข้าสกัดเจเรมี่ โดคูอย่างหนัก ผู้ตัดสินให้ฟาวล์และจดชื่อกัปตันไบรท์ตัน
  • ⚽ นาที 39 VAR ตรวจสอบจังหวะฟาวล์ของดังก์ในเขตโทษ ก่อนเป่าให้ซิตี้ได้จุดโทษจากการโดนทำฟาวล์ของโดคู
  • ⚽ นาที 41 เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ยิงเสียบมุมซ้ายมือของเวอร์บรักเก้น ซิตี้นำ 1-0
  • 🟨 นาที 41+1 ปาสกาล โกรสส์ โดนใบเหลืองจากการประท้วงจังหวะจุดโทษ
  • 🟨 นาที 53 ยานพอล ฟาน เฮคเก ทำฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม รับใบเหลืองไปอีกหนึ่งราย
  • ⚽ นาที 60 ยาซิน อายารี่ แทงทะลุช่องให้คาโอรุ มิโตมะ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านดอนนารุมม่า ตีเสมอไบรท์ตันเป็น 1-1
  • 🟨 นาที 60 มักซ์ เดอ คูย์เพอร์ โดนใบเหลืองจากการไปมีปากเสียงกับผู้เล่นซิตี้หลังประตูตีเสมอ
  • 🔁 นาที 64 ซิตี้ส่งร็อดรี้ลงมาแทนนิโก กอนซาเลซ เพื่อเติมความแน่นกลางสนาม
  • 🔁 นาที 73 ซิตี้เปลี่ยนสามคนรวด ส่งริโก้ ลูอิส, นิโก โอ’ไรลลี่ และรายาน แชร์กี แทนมาติอุส นูเนส, นาธาน อาเก้ และฟิล โฟเด้น
  • 🔁 นาที 77 ไบรท์ตันส่งบราเยน กรูด้า และแดนนี่ เวลเบ็ค ลงแทนดาเนียล โกเมซ และจอร์จินโญ่ รูตเทอร์
  • 🟨 นาที 69 คาโอรุ มิโตมะ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมริมเส้นซ้าย
  • 🔁 นาที 83 ไบรท์ตันเปลี่ยนอีกสองคน เจมส์ มิลเนอร์ และทอม วัตสัน ลงมาช่วยล็อกเกมแทนอายารี่และมิโตมะ
  • 🟨 นาที 89 ทอม วัตสัน เข้าปะทะหนักใส่ผู้เล่นซิตี้ รับใบเหลืองในช่วงทดเวลา
  • 🟨 ช่วงท้ายเกม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดนจดชื่อจากการออกท่าทางประท้วงข้างสนาม

🌟 Player of the Match – Rayan Cherki จุดเปลี่ยนที่เกือบพาเรือใบเก็บสามแต้ม

แม้จะลงสนามเพียงราว 20 นาที แต่รายาน แชร์กี คือคนที่ปลุกไฟเกมรุกซิตี้ในช่วงท้ายจนถูกยกให้เป็น Player of the Match ด้วยเรตติ้ง 7.9 จาก Sofascore เมื่อเขาลงมา เราเห็นการเลี้ยงลัดเข้าใน การจ่ายหักข้อทะลุช่องให้ฮาแลนด์และโดคู รวมถึงการเปลี่ยนจังหวะเกมจากช้าเป็นเร็วในทันที

บ้านกีฬาเชื่อว่าหากมีเวลาในสนามมากกว่านี้ แชร์กีอาจเปลี่ยน 1 แต้มให้กลายเป็น 3 แต้มได้เลย และนี่คือสัญญาณบวกสำคัญของเรือใบในระยะยาวว่าพวกเขามี “ตัวสร้างสรรค์เกม” คนใหม่ที่พร้อมแบกทีมยามโฟเด้นหรือแบร์นาร์โด้โดนปิดตาย

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ผลเสมอเกมนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังผ่าน 21 นัด มี 43 คะแนน จากสถิติชนะ 13 เสมอ 4 แพ้ 4 ยิงได้ 45 เสีย 19 ยังคงรั้งอันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลที่มี 48 คะแนนอยู่ 5 แต้ม และถูกแอสตัน วิลล่าที่มี 43 คะแนนเท่ากันหายใจรดต้นคอ จังหวะสะดุดแบบนี้ทำให้การลุ้นแชมป์ยิ่งตึงเครียดในโค้งต่อไป

ฝั่งไบรท์ตัน เก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนน จากผลงานชนะ 7 เสมอ 8 แพ้ 6 ยิง 31 เสีย 28 รั้งอันดับ 11 ของตาราง ยังอยู่ในกลุ่มกึ่งบนกึ่งล่างแต่ระยะห่างจากโซนลุ้นพื้นที่ยุโรปไม่ไกล หากรักษาฟอร์มเหนียวแน่นแบบเกมนี้ไว้ได้ มีโอกาสไต่แรงก์ขึ้นอีกแน่นอน

📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป

โปรแกรมต่อไปของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะหันไปเล่นบอลถ้วยก่อน เริ่มจากเปิดบ้านดวลเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ในศึก FA Cup วันที่ 10 มกราคม ก่อนยกพลบุกเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในศึก EFL Cup วันที่ 14 มกราคม เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เป๊ปต้องใช้ความลึกของขุมกำลังให้คุ้ม เพื่อไม่ให้ฟอร์มในลีกสะดุดต่อเนื่องจากเกมนี้ ในมุมของคนเช็ก โปรแกรมบอล แล้ว นี่คือช่วงโหดที่แฟนเรือใบต้องตามดูทุกนัด

ด้านไบรท์ตันมีคิวเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน FA Cup วันที่ 11 มกราคม ก่อนจะกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกเปิดบ้านรับบอร์นมัธในวันที่ 20 มกราคม สองเกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าพวกเขาจะต่อยอดความมั่นใจจากการบุกแบ่งแต้มซิตี้ได้หรือไม่

🏠 บ้านผลบอล เช็กผลสดและข่าวบอลมันส์ ๆ ที่ บ้านกีฬา

ใครที่อยากตามทุกจังหวะของเกมระดับนี้ ตั้งแต่ก่อนเตะยันเสียงนกหวีดสุดท้าย ไม่ว่าจะเช็ก บ้านผลบอล อัปเดตสกอร์สดทุกคู่ หรืออ่านบทวิเคราะห์เจาะลึกสไตล์ดุดันแบบบ้าน ๆ แต่คมกริบ บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟให้เต็มจอทั้งบนเว็บและมือถือ ถ้าไม่อยากพลาดดราม่าลูกหนังแบบแมนซิตี้–ไบรท์ตันคืนนี้ จงจำชื่อบ้านกีฬาเอาไว้ให้ดี เพราะที่นี่เราจะเล่าเรื่องฟุตบอลให้คุณมันส์กว่าดูไฮไลท์เอง

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา