
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง อาร์เซนอล 0-0 ลิเวอร์พูล วันนี้ 9/1/69 – บ้านกีฬา
บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมจบลงแบบไม่มีประตู แต่ความดุเดือดจัดเต็มทั้ง 90 นาที อาร์เซนอลเปิดบ้านไล่บดลิเวอร์พูลแบบไม่เกรงใจจ่าฝูงร่วมลุ้นแชมป์ เกมนี้แฟนบอลที่เปิดเช็ก ผลบอลสด กันแบบวินาทีต่อวินาทีต้องลุกฮือทุกจังหวะลุ้น เพราะปืนใหญ่เดินหน้ากดดันตลอด ขณะที่หงส์แดงยืนระยะด้วยเกมรับแน่นและซูเปอร์เซฟของอลิสซอนจนเก็บหนึ่งแต้มกลับแอนฟิลด์ได้สำเร็จ
บ้านกีฬาเห็นตรงกันว่า ถึงสกอร์จะจบที่ 0-0 แต่ระดับความมันส์และความเข้มข้นสมศักดิ์ศรีบิ๊กแมตช์ลุ้นแชมป์แบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ
🕐 ครึ่งแรก: ปืนใหญ่ดันสูง หงส์สวนคานสะเทือน
เสียงนกหวีดเริ่มเกมไม่ถึงนาทีทั้งสองฝ่ายก็เปิดแลกกันกลางสนาม ฟาวล์เล็กฟาวล์น้อยมาอย่างต่อเนื่อง อาร์เซนอลค่อยๆ ขยับไลน์ขึ้นสูง ใช้การต่อบอลสั้นจากกลางอย่างดีแคลน ไรซ์ กับมาร์ติน ซูบีเมนดี คุมจังหวะ
นาที 10 เลอันโดร ทรอสซาร์ด ได้ลองส่องไกลให้แฟนปืนได้เสียว แต่แนวรับลิเวอร์พูลช่วยกันบล็อกได้ ก่อนที่จะแผลงฤทธิ์โดนใบเหลืองเร็วในนาที 12 จากจังหวะเข้าบอลหนัก เป็นสัญญาณชัดว่าเกมนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน
หงส์แดงตอบโต้ได้อันตรายในนาที 24 จากลูกยิงไกลของไรอัน กราเวนเบิร์ช หลุดกรอบไปนิดเดียว กระทั่งนาที 27 จังหวะที่ทั้งสนามเงียบกริบ คอเนอร์ แบรดลีย์ สอดมาซัดนอกกรอบเต็มข้อ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง ถ้าลูกนี้กดต่ำกว่านี้นิดเดียวอาร์เซนอลมีจุก
ท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นเร่งเครื่องอีกครั้ง นาที 39 กาเบรียล มากัลเญส โหม่งจากลูกตั้งเตะ แต่โดนบล็อกบนเส้น จากนั้นนาที 44 ไรซ์กดไกลเน้นๆ บอลพุ่งแรงแต่อลิสซอนล้มตัวปัดได้สุดยอด จบครึ่งแรกที่ 0-0 แต่รูปเกมและแรงปะทะจัดเต็มให้สมชื่อบิ๊กแมตช์
🕑 ครึ่งหลัง: ปืนโหมบุก หงส์ยืนระยะด้วยอลิสซอน
เริ่มครึ่งหลังเกมยังสูสีและใช้พลังปะทะหนักเหมือนเดิม นาที 52 ไรซ์ต้องตัดฟาวล์หยุดเกมสวนกลับของลิเวอร์พูล แล้วเกมต้องหยุดชั่วคราวนาที 56 เพราะอาการเจ็บของปิเอโร่ ฮินคาปี ก่อนที่มิเกล อาร์เตต้า จะปรับหมากส่ง ไมลส์ ลูวิส-สเกลลี ลงมาเติมความสดในนาที 57
ฝั่งหงส์ได้ลุ้นจากฟรีคิกของโดมินิค โซบอสไล ในนาที 61-62 แต่ปั่นข้ามคานไปเอง ทำให้ลิเวอร์พูลยังไม่มีลูกยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่อาร์เซนอลเดินหน้าปรับเกมรุกเต็มที่ นาที 64 ส่งสองทีเด็ด กาเบรียล เชซุส และกาเบรียล มาร์ติเนลลี ลงมาล่าเป้า
นาที 68 บูคาโย่ ซาก้า มีจังหวะปะทะจนต้องเช็กอาการ แต่ยังฝืนเล่นต่อ ก่อนที่อาร์เตต้า จะเทหมดหน้าตักนาที 78 ส่ง โนนี่ มาดูเอเก้ กับ เอเบเรชี่ เอเซ ลงมาอีกสองราย เปลี่ยนแนวรุกยกชุดหวังเผด็จศึกให้ได้ในช่วงท้าย
ลิเวอร์พูลยังอาศัยจังหวะฉาบฉวยจากโซบอสไลที่ได้ส่องอีกครั้ง รวมถึงฟรีคิกนาที 82 แต่ก็ยังหลุดกรอบทั้งหมด นาที 90 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โดนใบเหลืองจากจังหวะตัดเกม ก่อนที่ช่วงทดเจ็บจะเดือดจัด ทั้งอิบราฮิมา โกนาเต้ และมาร์ติเนลลีโดนใบเหลืองจากการปะทะกัน
ไฮไลต์สุดท้ายของเกมมาถึงนาที 97 เมื่อกาเบรียล มากัลเญส ได้โหม่งจากเตะมุมเต็มๆ แต่บอลเฉียดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมอาร์เซนอลเสมอลิเวอร์พูล 0-0 แบ่งกันทีมละแต้ม แต่อลิสซอนคือคนที่ทำให้หงส์รอดตายชัดเจน

👥 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔴 อาร์เซนอล (4-3-3)
ผู้รักษาประตู
- ดาบิด รายา – 6.4
กองหลัง
- ยูร์เรียน ทิมเบอร์ – 7.0
- วิลเลียม ซาลิบา – 7.2
- กาเบรียล มากัลเญส – 7.4
- ปิเอโร่ ฮินคาปี – 6.5
กองกลาง
- มาร์ติน ซูบีเมนดี – 7.6
- ดีแคลน ไรซ์ – 7.5
- มาร์ติน โอเดการ์ด (กัปตัน) – 6.7
แนวรุก
- เลอันโดร ทรอสซาร์ด – 6.9
- วิคตอร์ กโยเกเรส – 6.2
- บูคาโย่ ซาก้า – 6.6
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- ไมลส์ ลูวิส-สเกลลี – 6.7 (น.57 แทน ฮินคาปี)
- กาเบรียล เชซุส – 6.3 (น.64 แทน กโยเกเรส)
- กาเบรียล มาร์ติเนลลี – 6.6 (น.64 แทน ทรอสซาร์ด, มีใบเหลืองช่วงทดเจ็บ)
- โนนี่ มาดูเอเก้ – 6.6 (น.78 แทน ซาก้า)
- เอเบเรชี่ เอเซ – 6.7 (น.78 แทน โอเดการ์ด)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
เคปา อาร์ริซาบาลากา, เบน ไวต์, คริสเตียน นอร์การ์ด, มิเกล เมริโน
นักเตะโดดเด่นฝั่งปืนใหญ่คือ ซูบีเมนดี, ไรซ์ และกาเบรียล มากัลเญส ที่คุมแดนกลางและแนวรับได้แน่น จนลิเวอร์พูลแทบหาช่องเข้ากรอบไม่ได้เลย
🔴 ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- อลิสซอน เบ็คเกอร์ – 7.8 (Player of the Match)
กองหลัง
- คอเนอร์ แบรดลีย์ – 6.6
- อิบราฮิมา โกนาเต้ – 7.3 (ใบเหลืองช่วงทดเจ็บ)
- เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตัน) – 7.3
- มิลอส เคอร์เคซ – 7.6
กองกลางตัวรับ
- อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ – 6.8 (ใบเหลือง น.90)
- ไรอัน กราเวนเบิร์ช – 7.3
แนวรุก
- เยเรมี ฟริมปง – 6.5
- ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ – 6.9
- โดมินิค โซบอสไล – 6.6
- โคดี กัคโป – 6.6
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- โจ โกเมซ (น.90+5 แทน แบรดลีย์ เล่นปิดเกมช่วงท้าย)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, เฟร็ดดี้ วูดแมน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, คัลวิน แรมซีย์, เคอร์ติส โจนส์, เทรย์ นโยนี, เฟเดริโก้ เคียซ่า, ริโอ งูมูโอฮา
ฝั่งหงส์แดงตัวเด่นคือ อลิสซอน, เคอร์เคซ และฟาน ไดค์ ที่ช่วยกันป้องกันแนวรุกอาร์เซนอลแบบสุดตัว
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในเชิงแท็กติก หากมองมุม วิเคราะห์บอล ลึกๆ เกมนี้เป็นการดวลกันของสองสไตล์ที่ต่างกันชัดเจน อาร์เซนอลของอาร์เตต้าพยายามคอนโทรลบอลในแดนคู่ต่อสู้ ใช้ระบบ 4-3-3 ที่หมุนตำแหน่งกลางสนามตลอดเวลา ซูบีเมนดีถอยต่ำเชื่อมเกมกับสองเซ็นเตอร์ ขณะที่ไรซ์คอยดันเพรสสลับกับโอเดการ์ด เมื่อบีบสูงสำเร็จจะปล่อยให้ปีกอย่างซาก้าและทรอสซาร์ดตัดเข้าใน ยิงเองหรือจ่ายต่อให้กโยเกเรส
รูปแบบการขึ้นเกมของปืนใหญ่เน้นการต่อบอลสั้นแล้วค่อยแทงช่อง ไม่ได้โยนลุ้นมั่ว แต่ปัญหาคือจังหวะสุดท้ายยังขาดความคม การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายทั้งซาก้า ทรอสซาร์ด และตัวสำรองอย่างมาร์ติเนลลี ยังเจาะแนวรับลิเวอร์พูลที่ตั้งโซนดีมากไม่ได้
ฝั่งลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สลอต มาในระบบ 4-2-3-1 ที่ชัดเจนว่าโฟกัสเกมรับและสวนกลับ แดนกลางใช้กราเวนเบิร์ชจับคู่แม็ค อัลลิสเตอร์ คอยปิดพื้นที่หน้าเขตโทษ แล้วปล่อยให้โซบอสไล, เวิร์ตซ์ และฟริมปงเป็นตัวเปลี่ยนจากรับเป็นรุก การวางกัคโปไว้หน้าเป้า ให้คอยพักบอลและดึงตัวประกบ ก่อนกระจายไปด้านข้าง
เกมรับหงส์แดงจัดระเบียบดีมาก แบ็กสองฝั่งไม่เติมสูงเกินไป เซ็นเตอร์ทั้งฟาน ไดค์ กับโกนาเต้ อ่านเกมบนลูกครอสและลูกโด่งได้ยอดเยี่ยม ทำให้อาร์เซนอลแม้จะมีโอกาสโหม่งหลายครั้ง แต่ไม่สามารถส่งบอลผ่านแนวหลังชุดนี้ได้เลย
จุดต่างที่ชัดที่สุดคือผู้รักษาประตู อลิสซอนโชว์มาตรฐานเวิลด์คลาส เซฟลูกยิงไกลของไรซ์หลายครั้ง รวมถึงลูกกดมุมแคบจากเชซุสและมาร์ติเนลลีช่วงทดเจ็บ ส่วนรายาของปืนใหญ่แทบไม่ต้องออกแรงเซฟยากๆ เพราะลิเวอร์พูลยิงไม่ตรงกรอบแม้แต่หนเดียว แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการป้องกันของอาร์เซนอลก็แน่นอนเช่นกัน

📈 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมอย่างดี อาร์เซนอลยิงรวม 8 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ส่วนลิเวอร์พูลมีโอกาส 7 ครั้งแต่ไม่มีลูกไหนตรงกรอบเลย การครองบอลหงส์แดงเหนือกว่านิดๆ ที่ 53% ต่อ 47% โดยทีมเยือนจ่ายบอล 513 ครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นจ่าย 433 ครั้ง แต่ความแม่นยำใกล้เคียงกัน 90% ของปืนใหญ่ มากกว่าหงส์เล็กน้อยที่ 89%
เกมนี้มีการปะทะหนักตลอด 90 นาที อาร์เซนอลทำฟาวล์ 10 ครั้ง ลิเวอร์พูล 9 ครั้ง ใบเหลืองออกมาถึง 5 ใบ แบ่งเป็นเจ้าบ้าน 3 (ทรอสซาร์ด, มาร์ติเนลลี, อาร์เตต้า โดนเตือนจากไลน์ข้าง) ส่วนทีมเยือนโดน 2 ใบจากแม็ค อัลลิสเตอร์และโกนาเต้ ไม่มีใบแดงเกิดขึ้น
ลูกตั้งเตะก็เป็นอีกจุดที่ปืนใหญ่ได้เปรียบ พวกเขาได้เตะมุม 3 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลไม่มีเตะมุมเลยทั้งเกม ส่วนจังหวะล้ำหน้าอาร์เซนอลโดนจับ 2 ครั้ง (หนึ่งในนั้นคือจังหวะหลุดของมาร์ติเนลลี) ส่วนหงส์แดงล้ำหน้าเพียงครั้งเดียว แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายพยายามเลี้ยงเกมให้ละเอียด ไม่ยอมเสียเปรียบง่ายๆ
⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- 🔥 นาทีที่ 1–4: เปิดเกมมาอารมณ์เดือด ฟาวล์กลางสนามต่อเนื่อง ก่อนที่โคดี กัคโปจะโดนจับล้ำหน้าเร็ว
- ⚽ นาทีที่ 10: ทรอสซาร์ดส่องไกล บอลติดบล็อกแนวรับลิเวอร์พูล
- 🟨 นาทีที่ 12: ทรอสซาร์ด โดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดหนัก
- 💥 นาทีที่ 18: ซาก้าซัดไกลให้อลิสซอนต้องล้มตัวรับ
- 💣 นาทีที่ 24: กราเวนเบิร์ช ได้ลองยิงไกล หลุดเสาไปนิดเดียว
- ⚡ นาทีที่ 27: คอเนอร์ แบรดลีย์ เติมมาสับไกนอกกรอบ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง หงส์เกือบขึ้นนำ
- 🎯 นาทีที่ 39: กาเบรียล มากัลเญส ขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่แนวรับหงส์ช่วยเคลียร์ทิ้ง
- 🧤 นาทีที่ 44: ไรซ์กดไกลเต็มข้อ อลิสซอนเซฟได้สวย จบครึ่งแรกที่ 0-0
- 🔁 นาทีที่ 57: อาร์เซนอลเปลี่ยนตัวส่ง ไมลส์ ลูวิส-สเกลลี แทนฮินคาปีที่มีอาการเจ็บ
- 🎯 นาทีที่ 61–62: โซบอสไลรับหน้าที่ยิงฟรีคิกระยะหวังผล แต่บอลข้ามคาน
- 🔁 นาทีที่ 64: ปืนใหญ่ปรับเกมรุก ส่ง เชซุส แทนกโยเกเรส และมาร์ติเนลลีแทนทรอสซาร์ด
- 🚑 นาทีที่ 68: ซาก้าเจ็บจากจังหวะปะทะ แต่ยังเล่นต่อได้
- 🟨 นาทีที่ 72: ทิมเบอร์ทำฟาวล์กัคโปกลางสนาม เกมเดือดขึ้นเรื่อยๆ
- 🔁 นาทีที่ 78: อาร์เตต้าส่ง มาดูเอเก้ กับเอเซ ลงมาแทน ซาก้า และโอเดการ์ด เพิ่มมิติรุกด้านข้าง
- 🎯 นาทีที่ 82: โซบอสไลได้ปั่นฟรีคิกอีกครั้ง แต่ยังหลุดกรอบ
- 🟨 นาทีที่ 90: แม็ค อัลลิสเตอร์ โดนใบเหลืองจากการตัดเกมกลางสนาม
- 🧤 นาทีที่ 90+1: เชซุสและมาร์ติเนลลีมีโอกาสยิงติดๆ กัน แต่อลิสซอนซูเปอร์เซฟพาหงส์รอดตาย
- 🟨 นาทีที่ 90+3: มาร์ติเนลลี กับโกนาเต้ ปะทะกันจนโดนใบเหลืองทั้งคู่
- 🔁 นาทีที่ 90+5: ลิเวอร์พูลส่ง โจ โกเมซ ลงมาช่วยปิดเกมแทนแบรดลีย์
- 😱 นาทีที่ 90+7: กาเบรียล มากัลเญส โหม่งจากเตะมุมหลุดเสาสองแบบได้เสียว ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 0-0
⭐ Player of the Match: อลิสซอน เบ็คเกอร์
ฮีโร่ตัวจริงของค่ำคืนนี้ต้องยกให้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลที่ได้คะแนนสูงสุด 7.8 จาก Sofascore เขาอ่านจังหวะเกมได้ยอดเยี่ยม ออกมาตัดบอลกลางอากาศไม่พลาด และที่สำคัญคือการเซฟลูกยิงสำคัญหลายครั้ง ทั้งลูกกดเรียดของไรซ์ช่วงท้ายครึ่งแรก และสองจังหวะเผาขนของเชซุสกับมาร์ติเนลลีในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
หากไม่มีอลิสซอน เกมนี้หงส์แดงมีสิทธิ์บุกมาแพ้ได้เลย เพราะสถิติชี้ชัดว่าทีมเยือนยิงไม่ตรงกรอบเลยสักครั้ง แต่ทุกครั้งที่อาร์เซนอลส่งบอลมุ่งเข้ากรอบ นายด่านแซมบ้าคนนี้คือกำแพงด่านสุดท้ายที่ไม่มีใครผ่านได้ เป็นฟอร์มระดับแบกแต้มชัดเจน

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
หลังจากจบเกมนี้ อาร์เซนอลเก็บเพิ่มเป็น 49 แต้มจาก 21 นัด ด้วยผลงานชนะ 15 เสมอ 4 แพ้ 2 ยังคงยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต่อไป โดยทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแอสตัน วิลลาที่ตามอยู่ 6 แต้ม แต่แข่งเท่ากัน ทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์ยังอยู่ในมือของปืนใหญ่เอง
ส่วนลิเวอร์พูลเก็บได้เพียง 1 แต้ม รวมเป็น 35 คะแนนจาก 21 นัด รั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป ตามหลังอาร์เซนอลถึง 14 แต้ม ช่องว่างนี้ทำให้หงส์แดงเริ่มกดดัน หากหวังกลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ต้องเร่งเก็บชัยชนะในเกมต่อๆ ไปแบบแทบไม่มีสิทธิ์พลาด ขณะเดียวกันพวกเขายังต้องระวังทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ดและนิวคาสเซิลที่ไล่หลังมาใกล้ๆ
📅 ตารางบอลนัดถัดไปของทั้งสองทีม
โปรแกรมแน่นยังรอทั้งสองสโมสรอยู่ข้างหน้า แฟนบอลที่ชอบเช็ก โปรแกรมบอล ต้องจดกันให้ดี
📌 อาร์เซนอล
- 11/01/26 – เอฟเอ คัพ: พอร์ตสมัธ พบ อาร์เซนอล (เยือน)
- 15/01/26 – คาราบาว คัพ (EFL Cup): เชลซี พบ อาร์เซนอล (เยือน)
สองเกมถ้วยต่อเนื่องทำให้อาร์เตต้าต้องโรเตชันขุมกำลังอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาสภาพทีมก่อนกลับมาลุยเกมลีกอีกครั้ง
📌 ลิเวอร์พูล
- 13/01/26 – เอฟเอ คัพ: ลิเวอร์พูล พบ บาร์นส์ลีย์ (เหย้า)
- 17/01/26 – พรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์ (เหย้า)
หงส์แดงมีโอกาสเรียกความมั่นใจต่อหน้าเดอะค็อปในบ้านสองนัดติด หากกวาดชัยได้ทั้งบอลถ้วยและลีก สถานการณ์ในตารางคะแนนอาจกลับมาดูดีขึ้นทันตา
📺 ติดตามบ้านผลบอล เช็กทุกจังหวะที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของบิ๊กแมตช์แบบไม่พลาด ไม่ว่าจะเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์หรือสรุป บ้านผลบอล หลังเกม บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟครบจบในที่เดียว ทั้งข่าวก่อนแข่ง สถิติหลังเกม ไฮไลต์ช็อตสำคัญ และบทวิเคราะห์จัดหนักสไตล์นักข่าวลูกหนังสายโหด ใครรักพรีเมียร์ลีกและบอลยุโรป ห้ามหลุดจากเรดาร์ของบ้านกีฬาเด็ดขาด

