โฟกัสก่อนเกม แมนยู ปะทะ แมนซิตี้ ศึกดาร์บี้เดือด
บรรยากาศก่อนศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันเสาร์ที่ 17 มกราคมนี้ ร้อนแรงตั้งแต่ยังไม่เขี่ยบอล เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสมองเพชรของ แมนซิตี้ ออกมาพูดถึงการปรับระบบของ แมนยู ที่กำลังเปลี่ยนผ่านภายใต้ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือชั่วคราว ก่อนที่ทั้งคู่จะดวลเดือดกันในศึกใหญ่ พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์นี้
สำหรับแฟนบอลชาวไทย เกมนี้ไม่ใช่แค่ศึกชิง 3 แต้ม แต่เป็นการวัดไอเดีย แท็กติก ของสองข้าง ทั้งฝั่งทีมที่กำลังนิ่งอย่างซิตี้ และทีมที่กำลัง “รีบูตระบบ” อย่างยูไนเต็ด
เป๊ปจับตาแท็กติกใหม่ภายใต้คาร์ริค
เป๊ปยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาให้ความสนใจกับรูปแบบการเล่นของยูไนเต็ดชุดนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ได้เข้ามารับไม้ต่อชั่วคราวต่อจากยุค รูเบน อโมริม ที่เคยวางโครงสร้างทีมเอาไว้
กุนซือซิตี้มองว่าการเปลี่ยนมือจากอโมริมมาสู่คาร์ริค ทำให้ “หน้าไพ่แท็กติก” ของปีศาจแดงเปลี่ยนไป และเป็นโจทย์สำคัญที่เขาต้องวิเคราะห์ให้ละเอียด ก่อนวางแผนรับมือในดาร์บี้นัดนี้
ผีแดงยุคเปลี่ยนผ่าน จากอโมริมสู่คาร์ริค
ทัพ “ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม เคยมีภาพชัดเจนเรื่องระบบและการยืนโครงสร้างเกมรับ–เกมรุก แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นคาร์ริค ความยืดหยุ่นและแนวทางใหม่ๆ เริ่มถูกทดลองมากขึ้น ทั้งเรื่องการยืนแบ็กโฟร์ การขยับไปใช้วิงแบ็ก 3 เซ็นเตอร์ หรือการดันมิดฟิลด์ขึ้นไปช่วยเพรสสูง
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป๊ปและทีมงานสเกาต์ของซิตี้ต้องไล่เช็กแบบละเอียด เพราะยูไนเต็ดในวันนี้อาจไม่ใช่ทีมเดิมที่เคยเห็นในยุคอโมริมอีกต่อไป
เป๊ปแจกแจงชัด แผงหลัง 4 หรือ 5 ตัวไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง
นายใหญ่ชาวสแปนิช ถูกถามถึงการปรับระบบเกมรับของยูไนเต็ด และตอบในแบบ “ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม” ถึงความท้าทายของการสลับแท็กติกไปมา โดยเขายกตัวอย่างชัดเจนว่า
“เมื่อคุณเล่นด้วยแนวรับ 5 คนแล้วมันไม่เวิร์ก และเมื่อคุณเล่นด้วยแนวรับ 4 คนแล้วมันไม่เวิร์ก คุณก็อาจต้องกลับไปใช้แนวรับ 5 คน”
คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในสายตาของเป๊ป เรื่องแท็กติกไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว การจัดกองหลัง 4 หรือ 5 คนไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งสำคัญคือภาพรวมของทีมว่าทำงานกันได้ลงตัวแค่ไหน
ขณะเดียวกันคุณสามารถทำผลงานได้ดีด้วยการเล่นกองหลัง 4 คน เช่นเดียวกันคุณสามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยแนวรับ 5 คน ถ้าการเปลี่ยนแปลงแล้วทุกอย่างออกมาดี ใครๆ ก็เป็นผู้จัดการทีมได้ มันคงง่ายไปหมด แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น นักเตะจะดูดีที่สุดเมื่อทีมสร้างผลงานได้ดี และพวกเขาจะดูแย่สุดๆ เมื่อทีมทำผลงานไม่ลงตัว กวาร์ดิโอล่า ระบุ
ฟุตบอลยุคใหม่ วัดกันที่ผลงานมากกว่ากระดานแท็กติก
สำหรับแฟนบอลที่ตามดูบอลยุคนี้อย่างใกล้ชิด จะเห็นชัดว่าการถกกันเรื่องระบบ 4-3-3, 4-2-3-1 หรือ 3-5-2 กลายเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “การขยับของทั้งทีม” ความเข้าใจร่วมกัน และการตอบสนองต่อสถานการณ์จริงในสนาม
สิ่งที่เป๊ปพูดจึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์แท็กติกของคู่แข่ง แต่เป็นการย้ำเตือนว่า สุดท้ายแล้วฟุตบอลวัดกันที่ผลงาน ความกลมกล่อมของทีม และการทำให้ผู้เล่นดูโดดเด่นผ่านระบบที่เหมาะสม มากกว่าการยึดติดว่าต้องเล่นแบ็ก 4 หรือแบ็ก 5 เท่านั้น
เกาะทุกจังหวะเดือดแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ไปกับบ้านกีฬา
ศึก แมนยู ปะทะ แมนซิตี้ ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ความหมายในตารางคะแนน แต่ยังเป็นเวทีโชว์มันส์ของไอเดียโค้ชระดับท็อป และเป็นบทพิสูจน์ว่าแท็กติกของแต่ละฝั่งจะพาทีมไปถึงเป้าหมายได้จริงหรือไม่
แฟนบอลชาวไทยที่กำลังรอชมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ และอยากอินให้สุดทั้งในสนามและนอกสนาม อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดต มุมมองเชิงลึก และดราม่าลูกหนังจากทุกลีกดัง ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา คู่หูสายฟุตบอลที่พร้อมลุยทุกเรื่องร้อนบนโลกกลมๆ ใบนี้

