บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดุเดือด! เวียร์ตซ์ซัดนำแต่ไม่พอ ลิเวอร์พูลสะดุดเจ๊าเบิร์นลีย์ 1-1 แอนฟิลด์กร่อยลุ้นแชมป์ยากขึ้น

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล 1-1 เบิร์นลี่ย์ วันนี้ 17/1/69 – บ้านกีฬา

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่แอนฟิลด์จบลงแบบหืดจับ เมื่อ ลิเวอร์พูล ของอาร์เน่ สลอต เปิดบ้านทำได้แค่เสมอ เบิร์นลีย์ 1-1 ทั้งที่รูปเกมบุกอยู่ข้างเดียวตลอดเกือบ 90 นาที ตามหน้าเว็บ ผลบอลสด ของ บ้านกีฬา แล้วใครไม่ดูถือว่าพลาดอารมณ์คาใจสุดๆ เจ้าถิ่นยิงเป็นสิบแต่เปลี่ยนเป็นสามแต้มไม่ได้ ปล่อยให้ทีมเยือนหนีตายแบ่งแต้มออกไปแบบสุดแสบ

บ้านกีฬา ขอสรุปทุกจังหวะสำคัญให้แฟนบอลและสายเช็ก บ้านผลบอล ได้เห็นภาพกันแบบละเอียด ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรกจนถึงทดเจ็บนาทีสุดท้าย

🔥 ครึ่งแรก – หงส์โหมบุกแต่ต้องลุ้นจนถึงท้ายครึ่ง

เริ่มเกม ลิเวอร์พูล เขี่ยบอลเปิดก่อนและเดินหน้าบุกทันที เบิร์นลีย์ถอยโซนต่ำตั้งกำแพงหน้ากรอบเขตโทษ รอจังหวะสวนกลับเป็นหลัก นาทีที่ 5 ทีมเยือนขู่ก่อนจากลูกยิงไกลของเจดอน แอนโธนี แต่บอลเหินข้ามคาน

หลังจากนั้นเป็นจังหวะของหงส์ล้วนๆ นาที 10 โคดี กัคโป กับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ได้ลองส่องไกลต่อเนื่อง แต่แนวรับเบิร์นลีย์ช่วยกันบล็อกรัวๆ นาที 21 อูโก เอกิติเก ได้ซัดนอกกรอบบ้าง ทว่า มาร์ติน ดูบราฟก้า ยังรับติดมือ

นาที 31 จุดเปลี่ยนแรกของเกมมาเมื่อ ลิเวอร์พูล ได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ กัคโป โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ทั้งแอนฟิลด์เฮลั่น แต่แค่เสี้ยววินาทีก็กลายเป็นเสียงอึ้ง เพราะนาที 32 โดมินิก โซบอสซ์ไล รับหน้าที่สังหารแล้วยิงไปชนคานเต็มๆ สกอร์ยัง 0-0 แบบสุดช็อก

เกมเดือดขึ้นเรื่อยๆ นาที 40 มิลอส เคอร์เคซ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์หนักกลางสนาม แต่แล้วความพยายามของหงส์ก็มาเข้าเป้าในนาที 42 เมื่อ เคอร์ติส โจนส์ แทงทะลุช่องให้ เวียร์ตซ์ หลุดเข้าไปกดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวย ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก พร้อมเสียงเฮสะใจทั้งสนาม

🔥 ครึ่งหลัง – เบิร์นลีย์ยิงครั้งเดียวเสียวทั้งแอนฟิลด์

ครึ่งหลังเริ่มมา ลิเวอร์พูล ยังไม่ผ่อน นาที 49 เจเรมี ฟริมปง เติมขึ้นมายิงมุมแคบแต่บอลข้ามคาน ถัดมา เวียร์ตซ์ ได้ลุ้นอีกครั้ง แต่ดูบราฟก้าก็ยังยืนตำแหน่งเหนียวแน่น

นาที 58 เจ้าบ้านบุกชุดใหญ่ไฟกระพริบ ทั้งกัคโปและเอกิติเกได้ยิงในกรอบ แต่แนวรับเบิร์นลีย์บล็อกกันตัวเป็นเกลียว ทว่าเมื่อใช้โอกาสเปลือง โทษก็ย้อนกลับมาหาทันที นาที 65 เบิร์นลีย์ฉวยจังหวะสวนฝั่งซ้าย ฟลอเรนติโน่ หลุยส์ จ่ายต่อให้ มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ แต่งแล้วปั่นด้วยซ้ายเสียบมุมล่าง เน็ตกระเพื่อมแบบเงียบกริบ 1-1 และทั้งสนามเริ่มมีเสียงบ่น

หลังโดนตีเสมอ ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกเต็มสูบ โซบอสซ์ไล ลองยิงไกล นาที 70 แต่ดูบราฟก้ายังเซฟเหนียว นาที 76 กัคโปได้โอกาสทองในกรอบ แต่ก็ยังตีบวกไม่ผ่านนายด่านสโลวัก

อาร์เน่ สลอต แก้เกมด้วยการส่ง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ ริโอ เอ็นกูโมฮา ลงมาพร้อมกันในนาที 78 เพื่อเร่งเกมรุก ช่วงท้าย แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ โซบอสซ์ไล สลับกันยิงนอกกรอบ แต่ก็ยังไม่คมพอ

ช่วงทดเจ็บ เบิร์นลีย์เน้นถ่วงเวลา แอชลีย์ บาร์นส์ โดนใบเหลืองจากการเสียเวลา นาที 91 ตามด้วย บาชีร์ ฮัมฟรีส์ โดนอีกใบในนาที 92 จากการฟาวล์ตัดเกม แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็ทุบกำแพงทีมเยือนไม่แตก จบเกมเสมอ 1-1 ชนิดแฟนหงส์เซ็งทั้งแอนฟิลด์

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว

🔴 ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • อลิสซอน เบ็คเกอร์ (6.1)

กองหลัง

  • เจเรมี ฟริมปง (แบ็กขวา, 7.4)
  • อิบราฮิม่า โกนาเต้ (เซ็นเตอร์, 7.5)
  • เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีม (เซ็นเตอร์, 7.3)
  • มิลอส เคอร์เคซ (แบ็กซ้าย, 6.9 – ใบเหลือง)

กองกลางตัวรับ

  • ไรอัน กราเวนเบิร์ช (โฮลดิ้งมิดฟิลด์, 8.1)
  • โดมินิก โซบอสซ์ไล (บ็อกซ์ทูบ็อกซ์, 7.3)

กองกลางตัวรุก

  • ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (ริมเส้นขวา/เพลย์เมกเกอร์, 8.2 – ผู้ทำประตูให้ทีม)
  • เคอร์ติส โจนส์ (จอมทัพตรงกลาง, 6.5 – 1 แอสซิสต์)
  • โคดี กัคโป (ริมเส้นซ้าย, 7.0 – เรียกจุดโทษได้)

กองหน้า

  • อูโก เอกิติเก (หน้าเป้า, 6.6)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (6.8) ลงนาที 78 แทน เคอร์เคซ เพื่อเติมเกมรุกกราบซ้าย
  • อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (6.6) ลงนาที 78 แทน กราเวนเบิร์ช เพิ่มมิติการคุมจังหวะและยิงไกล
  • ริโอ เอ็นกูโมฮา (6.8) ลงนาที 78 แทน กัคโป เติมความสดด้านข้าง
  • เฟเดริโก้ เคียซ่า (6.1) ลงนาที 87 แทน โจนส์ เป็นตัวจบสกอร์ช่วงท้ายเกม

ตัวสำรองไม่ได้ลง
จิออร์จี้ มามาร์ดาชวิลี, คัลวิน แรมซีย์, โจ โกเมซ, วาตารุ เอ็นโดะ, เทรย์ นโยนี

🟣 เบิร์นลีย์ (ระบบ 3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู

  • มาร์ติน ดูบราฟก้า (8.0) เซฟเป็นพัลวันคือกำแพงชั้นสุดท้ายของทีมเยือน

กองหลัง

  • อักเซล ตวนเซเบ้ (6.6)
  • มักซ็องส์ เอสแตฟ (6.8)
  • บาชีร์ ฮัมฟรีส์ (8.2 – ใบเหลืองช่วงทดเจ็บ) ปักหลักหยุดเกมรุกหงส์ได้เยี่ยม

วิงแบ็กและมิดฟิลด์

  • ไคล์ วอล์คเกอร์ กัปตันทีม (วิงแบ็กขวา, 7.1)
  • เลโอนาร์โด ไพเรส (วิงแบ็กซ้าย, 7.1)
  • เลสลีย์ อูโกชุกวู (มิดฟิลด์รับ, 6.8)
  • ฟลอเรนติโน่ หลุยส์ (มิดฟิลด์เชื่อมเกม, 7.3 – แอสซิสต์ตีเสมอ)

ตัวรุก

  • มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ (หน้าต่ำ, 7.3 – ผู้ยิงประตูตีเสมอ)
  • เจดอน แอนโธนี (ริมเส้นซ้าย, 7.4)
  • อาร์มันโด โบรยา (หน้าเป้า, 5.8)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • ฮยัลมาร์ เอกดาล (6.8) ลงนาที 74 แทน เอสแตฟ เพื่อเพิ่มความสดในแนวรับ
  • ไลน์ ฟอสเตอร์ (6.2) ลงนาที 74 แทน โบรยา เติมมิติการพักบอล
  • จอช โลร็องต์ (6.7) ลงนาที 85 แทน อูโกชุกวู เสริมพละกำลังแดนกลาง
  • ฮันนิบาล เมจ์บรี (6.6) ลงนาที 90 แทน เอ็ดเวิร์ดส์ ช่วยบีบเกมท้ายแมตช์
  • ลูม ชาอูนา (6.4) ลงนาที 90 แทน ฟลอเรนติโน่ หลุยส์ เพื่อยืนรอสวนกลับ

ตัวสำรองไม่ได้ลง
แม็กซ์ ไวส์, ควิลินด์สกี ฮาร์ตมัน, ยาค็อบ บรุน ลาร์เซน, แอชลีย์ บาร์นส์ (ได้ใบเหลืองจากการถ่วงเวลา)

ตัวเจ็บและไม่มีชื่อ
ฝั่งลิเวอร์พูลขาดตัวสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค, สเตฟาน บายเซติช รวมถึงดาวรุ่งอย่าง โจวานนี เลโอนี และ คอนอร์ แบรดลีย์ ขณะที่เบิร์นลีย์ไร้ คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์, เซกี้ อัมดูนี, ไมค์ เทรเซอร์, เซียน เฟลมมิง, จอร์แดน เบเยอร์ และยังต้องเช็กความฟิตของ จอช คุลเลน กับ โจ วอร์รอลล์ ก่อนเกม

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

รูปแบบของเกมนี้ชัดเจนตั้งแต่นาทีแรก ลิเวอร์พูลยืนระบบ 4-2-3-1 เน้นต่อบอลสั้นจากหลังขึ้นหน้า ผ่านคู่เซ็นเตอร์ ฟาน ไดค์–โกนาเต้ สู่คู่กลาง กราเวนเบิร์ช กับ โซบอสซ์ไล แล้วกระจายออกปีกให้ เวียร์ตซ์ และ กัคโป ทำเกมก่อนหาช่องให้ เอกิติเก ยืนปักเขตโทษ จังหวะเข้าทำของหงส์เน้นการวิ่งสลับตำแหน่งและยิงไกลเป็นหลัก เห็นได้จากจำนวนการสับไก 28 ครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ทั้งจากการตัดสินใจและการป้องกันของดูบราฟก้า

เกมรับของลิเวอร์พูลแม้จะโดนสวนไม่บ่อย แต่เวลาหลุดขึ้นมาแต่ละครั้งก็ทำให้หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ฟาน ไดค์ กับ โกนาเต้ คุมพื้นที่กลางได้ดี ทว่าเมื่อต้องดันสูงเพื่อปิดล้อมเบิร์นลีย์ ทำให้หลังบ้านเปิดพื้นที่ให้แนวรุกทีมเยือนเล่นงาน และหนึ่งในจังหวะนั้นก็คือประตูตีเสมอที่ปล่อยให้ เอ็ดเวิร์ดส์ มีที่ว่างมากเกินไป

ด้านเบิร์นลีย์ของสกอตต์ พาร์คเกอร์ เลือกใช้ระบบ 3-4-2-1 อุดแน่นหน้าเขตโทษ วางบล็อกสองชั้นแล้วปล่อยให้แนวรุกสามคนคือ เอ็ดเวิร์ดส์, แอนโธนี และโบรยา รอสวนกลับ จุดเด่นอยู่ที่การช่วยกันบีบพื้นที่ตรงกลาง ไม่เปิดช่องให้ โซบอสซ์ไล กับ โจนส์ ต่อบอลทะลุเขตโทษง่ายๆ แถมยังอ่านทางการเล่นริมเส้นของหงส์ได้ดี

เมื่อเกมเข้าสไตล์นี้ การ วิเคราะห์บอล แบบตรงๆ จึงต้องบอกว่าลิเวอร์พูลมีแผน การเคลื่อนที่ และคุณภาพนักเตะเหนือกว่าชัดเจน แต่เบิร์นลีย์ชนะในเรื่องวินัยเกมรับและความใจเย็นจังหวะสวนกลับ ประตู 1-1 จึงเป็นภาพสะท้อนคมมีน้อยแต่ใช้โอกาสคุ้มสุดๆ ต่างจากเจ้าบ้านที่ยิงจนรองเท้าพังยังได้แค่หนึ่งเม็ด

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนเกมข้างเดียวแต่ผลไม่ตามสกอร์

ตัวเลขหลังเกมบอกเรื่องราวชัดเจน ลิเวอร์พูลครองบอลสูงถึง 73% ต่อ 27% ของเบิร์นลีย์ จ่ายบอล 671 ครั้ง ความแม่นยำทะลุ 90% ขณะที่ทีมเยือนจ่ายได้เพียง 248 ครั้ง แม่นยำ 74% เท่านั้น เจ้าถิ่นกดดันด้วยการยิงทั้งหมด 28 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ส่วนเบิร์นลีย์ยิงเพียง 6 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง และลูกนั้นคือประตูตีเสมอของเอ็ดเวิร์ดส์

แม้ลิเวอร์พูลจะเสียบฟาวล์แค่ 7 ครั้ง น้อยกว่าทีมเยือนที่ทำถึง 10 ครั้ง แต่เรื่องใบเหลืองกลับพอๆ กัน โดยหงส์ได้ 1 ใบจากเคอร์เคซ ส่วนเบิร์นลีย์รับไป 2 ใบจากฮัมฟรีส์และบาร์นส์ นอกจากนี้เจ้าบ้านยังได้เตะมุมถึง 9 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนได้แค่ 1 ครั้ง แสดงชัดว่าบอลถูกบีบอยู่ตรงหน้าประตูดูบราฟก้าแทบทั้งเกม แต่สุดท้ายก็แปลงเป็นชัยชนะไม่ได้

⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ นาทีที่ 5 เจดอน แอนโธนี ลองซัดไกลให้เบิร์นลีย์ ทักทายแต่บอลเหินข้ามคาน
  • 🎯 นาทีที่ 21 อูโก เอกิติเก ซัดนอกกรอบให้ลิเวอร์พูล แต่ดูบราฟก้ารับเอาไว้ได้
  • ⚖️ นาทีที่ 31 ลิเวอร์พูลได้ลูกจุดโทษ หลังโคดี กัคโป ถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ
  • 💥 นาทีที่ 32 โดมินิก โซบอสซ์ไล ยิงจุดโทษไปชนคาน พลาดโอกาสขึ้นนำแบบน่าเสียดาย
  • 🟨 นาทีที่ 40 มิลอส เคอร์เคซ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์หนักกลางสนาม
  • ⚽ นาทีที่ 42 ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ รับบอลจาก เคอร์ติส โจนส์ ก่อนซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ เสียบมุมบน ลิเวอร์พูลนำ 1-0
  • 🔁 ช่วงพักครึ่งแรก ทดเวลา 2 นาที ก่อนจบด้วยสกอร์ 1-0 ให้เจ้าบ้าน
  • 🎯 นาทีที่ 49 เจเรมี ฟริมปง ได้สับไกมุมแคบ แต่บอลเหินนิดเดียวออกหลัง
  • 🧤 นาทีที่ 58 กัคโป และ เอกิติเก ได้ยิงในเขตโทษคนละหน แต่แนวรับเบิร์นลีย์ช่วยกันบล็อกไว้ได้
  • ⚽ นาทีที่ 65 ฟลอเรนติโน่ หลุยส์ จ่ายให้ มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ ซัดด้วยซ้ายฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลเสียบมุมล่าง ตีเสมอ 1-1
  • 🔁 นาทีที่ 74 เบิร์นลีย์เปลี่ยนคู่ ฮยัลมาร์ เอกดาล และ ไลน์ ฟอสเตอร์ ลงมาแทน เอสแตฟ กับ โบรยา เพื่อยืนเกมรับและพักบอล
  • 🔁 นาทีที่ 78 ลิเวอร์พูลส่งสามตัวรุกใหม่ โรเบิร์ตสัน, แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เอ็นกูโมฮา ลงแทน เคอร์เคซ, กราเวนเบิร์ช และ กัคโป เพื่อเร่งเกม
  • 🎯 นาทีที่ 83 แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โซบอสซ์ไล ผลัดกันยิงนอกกรอบ แต่ดูบราฟก้ายังเซฟได้ทั้งหมด
  • 🔁 นาทีที่ 87 เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงแทน โจนส์ เป็นไพ่ใบสุดท้ายของสลอต
  • 🟨 นาทีที่ 91 แอชลีย์ บาร์นส์ โดนจดชื่อจากการถ่วงเวลา
  • 🟨 นาทีที่ 92 บาชีร์ ฮัมฟรีส์ รับใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
  • 🕒 ทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาที นาทีที่ 97 แม็ค อัลลิสเตอร์ ลองยิงไกลอีกครั้งแต่หลุดกรอบ จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอ เบิร์นลีย์ 1-1

⭐ Player of the Match – ฟลอเรียน เวียร์ตซ์

แม้ลิเวอร์พูลจะไม่ชนะ แต่รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของเกมต้องยกให้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งที่กวาดคะแนนสูงสุด 8.2 เขาไม่เพียงยิงประตูขึ้นนำให้ทีม แต่ยังเป็นศูนย์กลางเกมรุกที่สร้างสรรค์โอกาสต่อเนื่อง ลากหลอกแนวรับเบิร์นลีย์ได้ตลอด 90 นาที การหาพื้นที่ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังคู่แข่งทำให้แนวรับทีมเยือนต้องเหนื่อยกับการไล่ปิดทุกจังหวะ

คู่หูที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ ไรอัน กราเวนเบิร์ช ที่คุมจังหวะกลางสนามและตัดเกมได้เนียน รวมถึง อิบราฮิม่า โกนาเต้ ที่อ่านจังหวะบอลยาวของเบิร์นลีย์ได้ยอดเยี่ยม ฝั่งทีมเยือนต้องชื่นชม บาชีร์ ฮัมฟรีส์ กับ มาร์ติน ดูบราฟก้า ที่ช่วยกันแบกแนวรับจนรอดพ้นความพ่ายแพ้ในค่ำคืนนี้

📌 สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ผลเสมอเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มได้เพียง 1 คะแนน มี 36 แต้ม จาก 22 นัด รั้งอันดับ 4 ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล ที่มี 50 แต้ม ถึง 14 คะแนน และยังตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แอสตัน วิลล่า ที่มี 43 แต้มเท่ากันอยู่ 7 คะแนน เรียกว่าถนนลุ้นแชมป์เริ่มขรุขระมากขึ้น แถมยังรู้สึกหนาวๆ เพราะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามมาหายใจรดต้นคอแค่แต้มเดียวที่ 35 คะแนน

ขณะที่ เบิร์นลีย์ เก็บแต้มสำคัญเพิ่มเป็น 14 คะแนนจาก 22 นัด แต่ยังจมโซนแดงอันดับ 19 ตามหลังโซนปลอดภัยที่ ฟอเรสต์ มี 22 คะแนนอยู่ถึง 8 แต้ม และตามหลัง เวสต์แฮม อันดับ 18 อยู่ 3 แต้ม เส้นทางหนีตกชั้นยังยากเย็น แต่การบุกมาแบ่งแต้มที่แอนฟิลด์ได้แบบนี้ถือเป็นแรงใจชั้นดีให้ทีมของพาร์คเกอร์ลุยต่อในช่วงที่เหลือของซีซั่น

📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป

ในแง่ ตารางบอล และ โปรแกรมบอล นัดถัดไป ลิเวอร์พูล ยังไม่มีเวลานั่งเสียใจนาน เพราะมีคิวหนักรออยู่ต่อเนื่อง กลางสัปดาห์ต้องบุกไปเยือนโอลิมปิก มาร์กเซย ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จากนั้นคืนวันที่ 25 มกราคม จะออกไปเยือนบอร์นมัธในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นเกมที่พลาดไม่ได้อีกแล้ว หากยังคิดเกาะกลุ่มหัวตาราง

ด้านเบิร์นลีย์เองก็เจองานหินไม่แพ้กัน โปรแกรมถัดไปจะเปิดเทิร์ฟมัวร์รับมือ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ก่อนจะบุกเยือนซันเดอร์แลนด์ต่อในลีก นัดเหล่านี้คือด่านทดสอบสำคัญว่าพวกเขาจะมีดีพอแค่ไหนในการพลิกสถานการณ์หนีตกชั้น

📺 เช็กบ้านผลบอลครบทุกคู่ได้ที่ บ้านกีฬา

แฟนหงส์หรือแฟนเบิร์นลีย์ที่ยังค้างอารมณ์จากเกมนี้ ถ้าอยากตามผลสดๆ แบบไม่พลาดสักจังหวะ เข้ามาเช็ก บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา ได้ทุกวัน เรารายงานสกอร์สด อัปเดตสถานการณ์บนตารางแบบทันใจ พร้อมบทวิเคราะห์และสรุปหลังเกมที่จัดเต็มทุกรายละเอียดเหมือนนั่งดูอยู่ข้างสนาม ใครอยากอินไปกับทุกแมตช์ของพรีเมียร์ลีกและลีกดังทั่วโลก แวะมาหน้า บ้านกีฬา แล้วจะรู้ว่าฟุตบอลมันส์ได้มากกว่าที่คิด

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา