
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล วันนี้ 25/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ไวทาลิตี้ สเตเดียม กลายเป็นอีกหนึ่งเกมคลาสสิกให้แฟนเช็กผลจากหน้า บ้านผลบอล และลุ้นผ่านจอแบบลมหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อบอร์นมัธเปิดบ้านเฉือนลิเวอร์พูลสุดเดือด 3-2 จากประตูชัยของอามิน อัดลี นาที 90+5 ทั้งที่รูปเกมตลอด 90 นาทีเป็นฝั่งหงส์แดงที่ครองบอลบุกแทบจะข้างเดียว แต่ความเฉียบคมกับความผิดพลาดช่วงสำคัญทำให้ทีมเยือนต้องอกหัก และคนที่เกาะหน้าจอดู ผลบอลสด ก็ได้เห็นดราม่าระดับท็อปของฤดูกาลอีกนัดหนึ่ง
⚽ ครึ่งแรก – เดอะ เชอร์รีส์ยิงนำสองเม็ดก่อนหงส์ตีไข่แตก
ต้นเกมลิเวอร์พูลพยายามคุมจังหวะด้วยการต่อบอลสั้นจากแนวรับขึ้นมาถึงแดนสาม ซาลาห์, กัคโป และเวิร์ตซ์ ได้ลองสับไกไกลหลายครั้งแต่ยังไม่คมพอ ทำให้บอร์นมัธตั้งรับแล้วรอโต้กลับไปเรื่อยๆ
นาที 26 เจ้าถิ่นปลุกสนามให้เดือดเมื่ออเล็กซ์ สก็อตต์ แทงทะลุช่องให้เอวานิลสันหลุดเข้าไปยิงจ่อๆ เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่นาที 33 เจมส์ ฮิลล์จะครอสให้อเล็กซ์ ฆิเมเนซสอดมายิงเต็มข้อ หนีเป็น 2-0 อย่างรวดเร็ว ลิเวอร์พูลเริ่มออกอาการเป๋ เกมรับหลวมจนโจ โกเมซมีอาการบาดเจ็บต้องถูกถอดออก แล้ววาตารุ เอ็นโด้ถูกส่งลงมาช่วยปักหลักแดนกลาง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหมดครึ่งแรกทีมเยือนก็ได้ประตูปลุกความหวัง นาที 45 ดอมีนิก โซบอสไลเปิดเตะมุมโค้งเข้าไปให้เวอร์จิล ฟาน ไดจ์กขึ้นโหม่งเหน่งๆ ไล่มา 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
⚽ ครึ่งหลัง – หงส์ตีเสมอได้แต่มาโดนทีเด็ดทดเจ็บ
ครึ่งหลังลิเวอร์พูลยิ่งเร่งเกมหนัก สลอตแก้เกมด้วยการส่งแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เคอร์ติส โจนส์, อูโก เอกิติเก และริโอ งูมอฮา ลงมาเพิ่มความสด เกมบุกหงส์แดงถาโถมใส่แนวรับบอร์นมัธอย่างต่อเนื่อง ลูกเตะมุมลุ้นแล้วลุ้นอีก แต่ยังเจอแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์ทิ้ง
นาที 80 ความพยายามก็เป็นผล เมื่อหงส์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา โซบอสไลรับหน้าที่ปั่นด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาอย่างสุดงาม ตีเสมอ 2-2 และทำให้โมเมนตัมเหมือนจะเทไปทางทีมเยือนแบบเต็มตัว
แต่ฟุตบอลคือเกมของรายละเอียด บอร์นมัธไม่ถอดใจ ใช้จังหวะโต้กลับและลูกตั้งเตะเล่นงานต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงทดเจ็บนาที 90+5 จะเกิดดราม่าฝังหงส์ทั้งเกาะ เมื่อจังหวะชุลมุนหน้าประตูบอลมาเข้าทางอามิน อัดลี กดจ่อๆ ในกรอบไม่เหลือ กลายเป็นประตูชัย 3-2 ให้เดอะ เชอร์รีส์คว้า 3 แต้มสำคัญ ท่ามกลางความผิดหวังของแฟนหงส์ทั่วโลก

รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🟥 บอร์นมัธ (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- ดยอร์เย เปโตรวิช 6.3
กองหลัง
- แอดรีแอง ทรูแฟร์ต 6.6
- มาร์กอส เซเนซี 7.7
- เจมส์ ฮิลล์ 7.4
- อดัม สมิธ (กัปตัน) 6.3
กองกลางตัวรับ/กองกลางกลาง
- ลูอิส คุก 7.1
- อเล็กซ์ สก็อตต์ 7.7
กองกลางตัวรุกและริมเส้น
- อเล็กซ์ ฆิเมเนซ 7.4 (ทำ 1 ประตู)
- เอวานีลซอน จูเนียร์ ครูปี 6.3
- อามิน อัดลี 7.8 (ฮีโร่ยิงประตูชัย)
กองหน้า
- เอวานิลสัน 7.2 (ยิงเปิดหัว 1-0)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ไรอัน คริสตี 6.7 (น.67 แทน ครูปี)
- อเล็กซ์ โทธ 6.5 (น.85 แทน ฆิเมเนซ)
- เอเนส อูนาล (น.90 แทน เอวานิลสัน – ลงช้าเกินกว่าจะมีคะแนนเด่น)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, บาโฟเด ดียากิเต, เวลจ์โก มีโลซาฟลเยวิช, มัลคอม ดาโกสตา, เรมี รีส-ด็อตติน, โดมินิก ซาดี
นักเตะโดดเด่นฝั่งเจ้าถิ่นชัดเจนคืออามิน อัดลีที่ป่วนแนวรับหงส์ทั้งเกม พร้อมปิดจ็อบด้วยประตูชัย และคู่เซนเตอร์ เซเนซี–ฮิลล์ ที่แทบจะไม่หลุดสมาธิในช่วงกดดันหนัก
🟥 ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-2-2-2)
ผู้รักษาประตู
- อลิสซอน เบ็คเกอร์ 6.1
กองหลัง
- เจเรมี ฟริมปง 6.3
- โจ โกเมซ 6.0 (เจ็บออกนาที 34)
- เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก (กัปตัน) 7.2 (โหม่งตีไข่แตก)
- มิลอช แคร์เคซ 6.2
กองกลาง
- ดอมีนิก โซบอสไล 8.4 (ฟรีคิกสุดงาม 1 ประตู 1 แอสซิสต์จากเตะมุม)
- ไรอัน กราเวนเบิร์ช 6.7
- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6.6
- ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ 6.1
กองหน้า/ตัวรุกขั้นหน้า
- อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ 6.7
- โคดี กัคโป 6.6
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- วาตารุ เอ็นโด้ 6.9 (น.34 แทน โกเมซ)
- แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 6.3 (น.46 แทน แคร์เคซ)
- เคอร์ติส โจนส์ 6.6 (น.59 แทน ฟริมปง)
- อูโก เอกิติเก 6.0 (น.59 แทน แม็ค อัลลิสเตอร์)
- ริโอ งูมอฮา 6.4 (น.74 แทน กัคโป)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- เฟรดดี วูดแมน, จอร์จี มามาร์ดัชวิลี, คัลวิน แรมซีย์, เทรย์ นโยนี
สำหรับฝั่งลิเวอร์พูล คนที่เล่นได้มาตรฐานสูงสุดชัดเจนคือโซบอสไลที่สร้างสรรค์เกมแทบทุกครั้งที่ได้บอล ส่วนฟาน ไดจ์กคุมแนวรับและขึ้นไปทำประตูได้ แต่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของทีมในช่วงสำคัญทำให้ผลงานรวมดูดร็อปลง
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
🧠 แท็กติกเจ้าถิ่น – รับแน่น รอโต้กลับพิฆาต
บอร์นมัธของอันโดนี่ อีราโอลาใช้ระบบ 4-2-3-1 ที่คุ้นเคย วางคู่มิดฟิลด์คุก–สก็อตต์คอยปิดพื้นที่ตรงกลาง ไม่ให้ลิเวอร์พูลเจาะผ่านช่องระหว่างไลน์ได้ง่ายๆ เมื่อได้บอลจึงเลือกขึ้นเกมเร็วด้วยการวางยาวออกด้านข้างให้ฆิเมเนซและอัดลีดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับฟูลแบ็กหงส์แดง จังหวะได้ประตู 1-0 และ 2-0 แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแผนโยนช่องทะลุแนวรับหลังดันสูงถูกเตรียมมาดีมาก เกมรับแม้จะถอยลึกช่วงท้าย แต่เซเนซี, ฮิลล์ และคุกช่วยกันบล็อกลูกยิงได้หลายครั้ง
🧠 รูปแบบการเล่นลิเวอร์พูล – ครองบอลเหนือกว่าพลาดตรงปลายทาง
ฝั่งลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สลอตยังยึดไอเดียเดิม คือครองบอลต่อเนื่องในแดนคู่แข่ง ใช้โซบอสไลกับแม็ค อัลลิสเตอร์คุมจังหวะ ขณะที่ซาลาห์–เวิร์ตซ์–กัคโป เคลื่อนที่สลับตำแหน่งทำเกมรุก แต่เพราะฟูลแบ็กดันสูงเกือบตลอดเวลา เมื่อเสียบอลในพื้นที่สุดท้ายจึงโดนสวนกลับใส่พื้นที่ด้านหลังเซนเตอร์แบ็กอย่างเจ็บปวด การจัดแนวรับให้โกเมซยืนคู่ฟาน ไดจ์ก แล้วใช้ฟริมปงยืนริมเส้นขวากึ่งวิงแบ็ก แม้จะเพิ่มมิติเกมรุก แต่ช่องว่างระหว่างไลน์ทำให้โดนบอร์นมัธแทงทะลุได้ง่าย
ในแง่เกมรุก ลิเวอร์พูลสร้างโอกาสได้เยอะ แต่จังหวะสุดท้ายขาดทั้งความคมและการตัดสินใจที่เฉียบขาด ซาลาห์มีโอกาสทองหลายครั้งแต่เจอเปโตรวิชเซฟ กับบล็อกของกองหลังเจ้าถิ่น ขณะที่ลูกนิ่งถือเป็นจุดเด่นของทีมเยือนในเกมนี้ ทั้งประตูจากลูกเตะมุมของฟาน ไดจ์ก และฟรีคิกสุดสวยของโซบอสไล แต่อย่างที่ภาพรวมการ วิเคราะห์บอล บอกชัด – ถ้าปิดเกมไม่ได้ก็เปิดช่องให้โดนลงโทษ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บ

สถิติการแข่งขันแบบเจาะลึก
แม้สกอร์จะออกมาเข้าทางบอร์นมัธ 3-2 แต่ตัวเลขบอกว่าลิเวอร์พูลคือทีมที่คุมจังหวะได้มากกว่าอย่างชัดเจน ทีมเยือนครองบอลถึง 67% ต่อ 33% ของเจ้าถิ่น ส่งบอลกันมากถึง 597 ครั้ง ความแม่นยำ 90% ขณะที่บอร์นมัธส่งบอล 310 ครั้ง ความแม่นยำ 80% เท่านั้น ลิเวอร์พูลยิงทั้งหมด 12 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ส่วนบอร์นมัธยิง 9 ครั้งแต่เข้ากรอบถึง 5 ลูก แสดงถึงความเฉียบขาดในกรอบเขตโทษของเดอะ เชอร์รีส์
ทั้งสองทีมเล่นกันหนักแน่นแต่ไม่ถึงกับดุเดือดเรื่องฟาวล์ ฟาวล์เท่ากันที่ 7 ครั้ง มีใบเหลืองฝั่งละ 1 ใบ ไม่มีใบแดงเกิดขึ้น ลูกเตะมุมเป็นฝั่งหงส์แดงที่ได้มากถึง 11 ครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นมีเพียง 3 ลูก แต่กลับใช้ประโยชน์จากจังหวะเข้าทำไม่กี่ครั้งได้ดีกว่า นี่จึงเป็นอีกนัดที่ตัวเลขสวยงามแต่แต้มไม่ไปอยู่กับทีมที่ครองบอล
เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ น.26 เอวานิลสันยิงให้บอร์นมัธนำ 1-0 จากการจ่ายของอเล็กซ์ สก็อตต์
- ⚽ น.33 อเล็กซ์ ฆิเมเนซหลุดมายิงมุมแคบ หนีเป็น 2-0 จากบอลแทงของเจมส์ ฮิลล์
- 🔁 น.34 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัว ส่งวาตารุ เอ็นโด้ลงแทนโจ โกเมซที่เจ็บ
- ⚽ น.45 เวอร์จิล ฟาน ไดจ์กโหม่งตีไข่แตกให้ลิเวอร์พูล ไล่มา 2-1 จากเตะมุมของโซบอสไล
- 🟨 น.45+3 เอวานีลซอน จูเนียร์ ครูปีโดนใบเหลืองจากจังหวะถ่วงเวลา
- 🔁 น.46 ลิเวอร์พูลส่งแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันลงแทนมิลอช แคร์เคซ
- 🔁 น.59 หงส์แดงเปลี่ยนสองคนรวด เคอร์ติส โจนส์แทนเจเรมี ฟริมปง และอูโก เอกิติเกแทนอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
- 🔁 น.67 บอร์นมัธส่งไรอัน คริสตีลงแทนครูปีเพื่อช่วยไล่เพรส
- 🔁 น.74 ลิเวอร์พูลส่งริโอ งูมอฮาลงแทนโคดี กัคโป เพิ่มสปีดแนวรุก
- ⚽ น.80 โดมินิก โซบอสไลปั่นฟรีคิกสุดสวย ตีเสมอ 2-2 ให้ลิเวอร์พูล
- 🔁 น.85 บอร์นมัธขยับอีกครั้ง ส่งอเล็กซ์ โทธลงแทนอเล็กซ์ ฆิเมเนซ
- 🔁 น.90 ส่งเอเนส อูนาลลงแทนเอวานิลสัน เติมความสดแดนหน้า
- 🟨 น.90+3 ไรอัน กราเวนเบิร์ชรับใบเหลืองจากการทำฟาวล์กลางสนาม
- ⚽ น.90+5 อามิน อัดลีซัดประตูชัยให้บอร์นมัธ แซงชนะลิเวอร์พูล 3-2 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นไวทาลิตี้ สเตเดียม
Player of the Match – ดอมีนิก โซบอสไล
แม้ทีมจะแพ้ แต่ค่าเฉลี่ยคะแนน 8.4 ทำให้ดอมีนิก โซบอสไลได้รับเลือกเป็น Player of the Match มิดฟิลด์ฮังกาเรียนคุมจังหวะกลางสนามให้ลิเวอร์พูลได้อย่างโดดเด่น ทั้งการพาบอลขึ้นหน้า การจ่ายทะลุช่อง และการเล่นลูกนิ่งที่กลายเป็นอาวุธหลักในเกมนี้ เขาเป็นคนเปิดเตะมุมให้ฟาน ไดจ์กโหม่งตีไข่แตก และมาปั่นฟรีคิกสุดสวยตีเสมอ 2-2 ในช่วงท้ายครึ่งหลัง
แม้จะไม่ได้แต้มติดมือ แต่ฟอร์มของโซบอสไลตอกย้ำว่าลิเวอร์พูลมีเพลย์เมกเกอร์ระดับท็อปคอยแบกเกมรุก และหากเพื่อนร่วมทีมเฉียบคมกว่านี้ ผลลัพธ์ในหน้า บ้านกีฬา และสื่อต่างประเทศอาจไม่ใช่ความพ่ายแพ้

สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะเกมนี้พาบอร์นมัธขยับมี 30 คะแนนจาก 23 นัด รั้งอันดับ 13 ของตาราง พร้อมเพิ่มระยะห่างจากโซนตกชั้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เล่นต่อด้วยความมั่นใจว่าเป้าหมายอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกเริ่มจับต้องได้มากขึ้น
ส่วนลิเวอร์พูลที่มี 36 คะแนนจาก 23 นัด ยังคงรั้งอันดับ 4 แต่ความพ่ายแพ้แบบเจ็บแสบทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขากับคู่แข่งลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และฟูแล่ม ถูกบีบให้ใกล้กันมากขึ้น ทุกคะแนนต่อจากนี้มีน้ำหนักเท่ากับทองคำ หากสะดุดอีกไม่กี่นัด โอกาสหลุดท็อปโฟร์ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงเลย
ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไปและโปรแกรมบอลของทั้งสองทีม
ในฝั่งบอร์นมัธ “โปรแกรมบอล” ต่อจากนี้ไม่เบา เริ่มจากบุกเยือนวูล์ฟแฮมป์ตัน ก่อนจะกลับมาเปิดบ้านรับมือแอสตัน วิลลาที่ฟอร์มร้อนแรง การเก็บชัยเหนือยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูลจะกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้เดอะ เชอร์รีส์มั่นใจว่าเจอใครก็สู้ได้
ลิเวอร์พูลเองต้องรีบลืมความผิดหวัง เพราะข้างหน้ามีคิวหนักรออยู่ ทั้งเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์จะเปิดศึกกับนิวคาสเซิล และเกมยุโรปกับคาราบักซึ่งสำคัญต่อเส้นทางชิงถ้วยใหญ่ของสโมสร หากสลอตไม่เร่งอุดรูรั่วแนวรับ ผลงานในตารางคะแนนและตารางบอลรอบลึกๆ อาจไม่สวยอย่างที่แฟนหงส์คาดหวัง
ติดตามบ้านผลบอลมันส์ๆ ที่บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะเดือดของพรีเมียร์ลีก นัดแบบบอร์นมัธเชือดลิเวอร์พูล 3-2 แบบนี้ บ้านกีฬา ขอชวนมาเช็กผลและอ่านสรุปสไตล์เจาะลึกได้ตลอด เราจะเก็บทุกช็อต ทุกประตู และทุกดราม่ามาเล่าให้แฟนบอลเหมือนได้นั่งอยู่ข้างสนาม ไม่ว่าจะสนใจเช็กสกอร์แบบบ้านๆ สไตล์ บ้านผลบอล หรืออยากอ่านวิเคราะห์เจาะใจคอบอล บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟให้ครบจบในที่เดียว

