
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง คริสตัล พาเลซ 1-3 เชลซี วันนี้ 25/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืน พรีเมียร์ลีก ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก แฟนบอลที่เช็กผลผ่าน ผลบอลสด หรือจ้องหน้าจออยู่บ้าน น่าจะรู้สึกเหมือนกันว่าเกมนี้คือการวัดของจริงระหว่างบอลวิ่งสู้ฟัดของพาเลซกับคุณภาพแนวรุกจัดเต็มของเชลซี บ้านกีฬาขอพาไล่ช็อตสำคัญแบบละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบเกม
🕒 ครึ่งแรก: เชลซีคุมเชิง พาเลซสวนเป็นระยะ
เปิดฉากมาไม่ถึงนาที เชลซีเขี่ยบอลแล้วได้เตะมุมทันที บีบให้แนวรับพาเลซต้องตั้งลำรับแรงกดดันตั้งแต่ยังไม่ทันหายใจ แต่ฝั่งเจ้าบ้านก็ไม่ยอมง่ายๆ นาที 8 ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ได้โอกาสยิงในกรอบเขตโทษ ทว่ารอเบิร์ต ซานเชซ ล้มตัวเซฟเอาไว้ได้
เกมช่วง 10–20 นาทีแรกเต็มไปด้วยฟาวล์กลางสนาม ทั้งเบอนัวต์ บาดิอาชีล กับอดัม วอร์ตัน ปะทะกันหนัก ก่อนจะมีใบเหลืองใบแรกของเกมให้มอยเซส ไกเซโด้ นาที 20 จากจังหวะตัดฟาวล์วอร์ตัน แสดงให้เห็นว่าเชลซีไม่ถอยแม้ต้องเสียเปรียบด้านโทษทางวินัย
เจ้าบ้านมีลุ้นจากลูกกลางอากาศหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกเตะมุมที่เจฟเฟอร์สัน เลร์มา โหม่งแต่ติดบล็อก ขณะที่แนวรุกสิงห์บลูส์มีเอสเตวาโอ้เป็นตัวปั่นป่วนริมเส้น นาที 27 ปีกแซมบ้ายิงมุมแคบแต่ยังไม่ผ่านแนวรับพาเลซ
จนกระทั่งนาที 34 ความเฉียบคมของแนวรุกทีมเยือนก็แผลงฤทธิ์ บอลไหลมาเข้าทาง เอสเตวาโอ้ ในกรอบเขตโทษกึ่งกลางประตู ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไปอย่างเด็ดขาดให้เชลซีบุกนำ 1-0 หลังจากนั้นพาเลซพยายามโหมบุกคืน ทั้งลูกยิงของอิสไมลา ซาร์ และมาเตต้า แต่ยังไม่ตรงกรอบพอ จบครึ่งแรก เชลซีคุมสกอร์นำ 1-0 และดูเหนือกว่าทั้งจังหวะเข้าทำและความนิ่งในการจบสกอร์
🔥 ครึ่งหลัง: เชลซีเร่งเครื่อง – พาเลซพลาดจนเกมพัง
เปิดครึ่งหลัง พาเลซพยายามยกระดับความดุดัน แต่ดันเสียประตูเร็ว นาที 50 เชลซีฉวยโอกาสสวนกลับอย่างเฉียบขาด เล่นกันสั้นๆ ก่อนที่ ชูเอา เปโดร หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายกลางกรอบ ส่งบอลเสียบตาข่ายเป็น 2-0 ทำให้แนวรับเจ้าถิ่นเริ่มเสียรูปเกม
เกมมาหนักไปทางทีมเยือนแบบเต็มตัว นาที 57 เชลซีได้ลุ้นสองจังหวะติดจากการยิงของเอสเตวาโอ้และมาร์ก กูกูเรยา แต่เฮนเดอร์สันยังเซฟไว้ได้ ทว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นในนาที 59 เมื่อเจย์ดี แคฟวอต ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วชี้ไปที่จุดโทษ
เอ็นโซ เฟร์นานเดซ รับหน้าที่สังหาร นาที 64 ซัดด้วยขวาเสียบมุมล่างอย่างเยือกเย็น เชลซีทิ้งเป็น 3-0 บรรยากาศในสนามฝั่งแฟนพาเลซถึงกับเงียบกริบ
สถานการณ์เจ้าถิ่นทรุดหนักเข้าไปอีกเมื่ออดัม วอร์ตัน โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง นาที 72 จากการเข้าปะทะหนักกลางสนาม ทำให้พาเลซเหลือสิบคน และโอกาสกลับมาในเกมยิ่งริบหรี่ เชลซีใช้จังหวะนี้ส่งตัวสำรองอย่างเวสลีย์ โฟฟาน่า, มาโล กุสโต้ และเจมี กิตเทนส์ ลงมาเติมความสด ขณะที่พาเลซขยับเปลี่ยนตัวหลายรายแต่รูปเกมยังเป็นรอง
ช่วงท้ายเกมแม้จะเหลือสิบคน แต่พาเลซยังสู้ต่อจนได้ประตูปลอบใจ นาที 88 คริส ริชาร์ดส์ ขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมเต็มหัวตีไข่แตกเป็น 1-3 ช่วงทดเวลาเจ้านกอินทรียังมีลุ้นจากลูกโหม่งของซาร์ ทว่าซานเชซยังเหนียวแน่น เซฟไว้ได้หมด จบเกม เชลซีบุกถล่มคริสตัล พาเลซ 3-1 คว้าชัยสำคัญนอกบ้านไปครอง

📋 รายชื่อนักเตะและการเปลี่ยนตัว
🦅 คริสตัล พาเลซ
แผนการเล่น 3-4-2-1
ผู้รักษาประตู
- ดีน เฮนเดอร์สัน (คะแนน 5.8) กัปตันทีม เซฟหลายจังหวะแต่รับศึกหนักตลอดเกม
กองหลัง
- คริส ริชาร์ดส์ (7.7) เด่นสุดในแนวรับ ยิงประตูตีไข่แตกให้ทีม
- มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ (6.3) คอยคุมเกมกลางแผงหลัง
- เจย์ดี แคฟวอต (5.3) เล่นหนักแต่ดันทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษสุดสำคัญ
วิงแบ็กและมิดฟิลด์
- ไทริก มิตเชลล์ (6.8) ขึ้นลงฝั่งซ้ายตลอด
- ดาเนียล มูนญอซ (6.3) เติมเกมรุกฝั่งขวาแต่มีปัญหาเวลาโดนสปีด
- เจฟเฟอร์สัน เลร์มา (6.1) ช่วยเก็บบอลกลางสนาม มีจังหวะโหม่งจากลูกเตะมุม
- อดัม วอร์ตัน (6.1) ต่อบอลดีแต่เสียฟาวล์บ่อยจนโดนไล่ออก
แนวรุก
- เบรนแนน จอห์นสัน (6.7) ขยันวิ่งไล่กดดันแนวรับเชลซี
- อิสไมลา ซาร์ (6.6) มีจังหวะยิงลุ้นหลายครั้งแต่ยังไม่คมพอ
- ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (6.9) ยืนหอกเป้า สร้างปัญหาให้คู่เซ็นเตอร์ได้พอสมควร
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- เยเรมี พีโน่ (7.3) ลงมานาที 65 แทนแคฟวอต เติมมิติการเล่นริมเส้น
- บอร์นา โซซา (6.8) ลงนาที 65 แทนมิตเชลล์ ช่วยเปิดบอลจากด้านข้าง
- ชาดี ริอาด (6.9) ลงนาที 76 แทนมูนญอซ ช่วยแพ็กเกมรับ
- วิลล์ ฮิวจ์ส (7.2) ลงนาที 76 แทนจอห์นสัน พยายามครองบอลให้ทีม
- คริสตันตัส อูเช (6.4) ลงนาที 85 แทนมาเตต้า มีจังหวะล้ำหน้าช่วงทดเวลา
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
วอลเตอร์ เบนิเตซ, จัสติน เดเวนนี, ดาเนียล อิมเรย์, เคเดน ร็อดนีย์
🔵 เชลซี
แผนการเล่น 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- รอเบิร์ต ซานเชซ (7.6) ยืนตำแหน่งดี เซฟลูกโหม่งอันตรายหลายหน
กองหลัง
- รีซ เจมส์ (กัปตัน, 6.9) คุมเกมริมเส้นขวา เติมเกมสูง
- เทรโวห์ ชาโลบาห์ (6.9) ช่วยดักบอลกลางแนวรับ
- เบอนัวต์ บาดิอาชีล (6.6) เล่นเนียนตา แม้มีจังหวะฟาวล์ต้นเกม
- มาร์ก กูกูเรยา (7.6) ฟอร์มจัดจ้านทั้งรับและรุก
มิดฟิลด์ตัวรับและเชื่อมเกม
- มอยเซส ไกเซโด้ (6.8) เป็นตัวชนกลางสนาม แม้โดนใบเหลืองเร็ว
- อันเดรย์ ซานโตส (7.1) ตัวเชื่อมเกม ทำงานหนักทั้งรุกและรับ
มิดฟิลด์ตัวรุกและแนวรุก
- เอ็นโซ เฟร์นานเดซ (6.9) คุมจังหวะเกมรุก และยิงจุดโทษปิดกล่อง
- เอสเตวาโอ้ (7.7) พระเอกแนวรุก ยิงประตูเปิดทางให้ทีม
- เปโดร เนโต้ (6.4) ลากเลื้อยทางซ้าย สร้างช่องให้เพื่อนต่อเนื่อง
- ชูเอา เปโดร (7.7) ยืนหน้าเป้า ยิงหนึ่ง จ่ายหนึ่ง มีส่วนกับทุกจังหวะสำคัญ
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- เวสลีย์ โฟฟาน่า (6.4) ลงนาที 73 แทนไกเซโด้ ช่วยเก็บบอลยาว
- มาโล กุสโต้ (6.9) ลงนาที 74 แทนเนโต้ เติมสปีดริมเส้น
- เจมี กิตเทนส์ (6.2) ลงนาที 74 แทนเอสเตวาโอ้ คอยดึงตัวประกบ
- โจเรล ฮาโต (6.3) ลงนาที 81 แทนรีซ เจมส์ ปิดเกมฝั่งขวา
- เลียม เดแล็ป (6.6) ลงนาที 85 แทนชูเอา เปโดร วิ่งกดดันแนวรับปิดท้าย
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
เท็ดดี ชาร์แมน-โลว์, จอช อาเชแอมพง, อเลฮานโดร การ์นาโช, มาร์ก กีอู
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองการเล่น เชลซีของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์วางระบบ 4-2-3-1 ที่ยืนซ้อนระยะกันดีมาก แกนคู่กลางคือไกเซโด้กับซานโตสช่วยกันปิดพื้นที่หน้าเซ็นเตอร์ ทำให้พาเลซแทบแทงทะลุช่องไม่ได้ การเคลื่อนที่ของเอ็นโซในฐานะหมายเลข 10 ทำให้เกมรุกสิงห์บลูส์ลื่นไหล เมื่อสลับตำแหน่งกับเอสเตวาโอ้และเนโต้ตลอดเวลา คู่แข่งจึงตามจับตัวประกบไม่ทัน ลักษณะนี้คือภาพชัดของการเล่นที่บ้านกีฬาเรียกได้เต็มปากว่าเป็นผลงานระดับบอลยุโรปอย่างแท้จริงในมุมของการ วิเคราะห์บอล
ด้านการรับ เชลซีบีบเพรสสูงตั้งแต่แดนหน้า ชูเอา เปโดร ไล่กดดันเซ็นเตอร์พาเลซ ขณะที่ปีกทั้งสองข้างหุบเข้ามาปิดไลน์จ่ายเข้ากลาง ทำให้เจ้าถิ่นต้องโยนยาวหรือฝากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ เมื่อบอลมาถึงเขตโทษ บาดิอาชีลกับชาโลบาห์อ่านเกมขาด เคลียร์ทิ้งหรือดักโหม่งได้ตลอด
ฝั่งคริสตัล พาเลซ ใช้ระบบ 3-4-2-1 เน้นบีบกลางสนามและสวนกลับไว แต่ปัญหาคือวิงแบ็กทั้งมิตเชลล์กับมูนญอซต้องขึ้นลงสูง พอกลับมาไม่ทัน ช่องว่างด้านหลังจึงเปิดให้เอสเตวาโอ้และเนโต้โจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเสียประตูที่สองจากการโดนสวน พาเลซต้องดันไลน์สูงขึ้นอีก กลายเป็นเปิดพื้นที่ให้เชลซีเล่นง่าย ส่วนเกมรับตรงกลาง อดัม วอร์ตัน แม้พยายามไล่บี้แต่เสียฟาวล์บ่อยจนโดนใบแดง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เจ้าบ้านไม่มีแรงกดดันกลางสนามในช่วงท้ายเลย

📊 สถิติสำคัญของเกม
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่าเชลซีคว้าชัยไม่ใช่เรื่องฟลุค พาเลซยิงทั้งหมด 12 ครั้ง เข้ากรอบ 5 เท่ากับเชลซี แต่ทีมเยือนใช้โอกาสอย่างมีคุณภาพมากกว่า การครองบอลตกเป็นของสิงห์บลูส์ที่ 59% ต่อ 41% ส่งบอลสำเร็จถึง 528 ครั้งด้วยความแม่นยำ 87% ขณะที่พาเลซมีเพียง 423 ครั้งกับความแม่นยำ 79% ฟาวล์ใกล้เคียงกัน 9 ต่อ 10 ใบเหลืองพาเลซ 3 ใบ เชลซี 2 ใบ และเจ้าบ้านโดนใบแดงจากวอร์ตัน ทำให้ช่วงท้ายต้องเล่น 10 คน เตะมุมพาเลซได้ 4 ครั้ง เชลซี 5 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนคุมพื้นที่แดนหน้าได้ดีกว่าในภาพรวม
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ 34′ เชลซีขึ้นนำ 1-0 เอสเตวาโอ้ ซัดด้วยซ้ายกลางกรอบผ่านเฮนเดอร์สันเข้าไป
- ⚽ 50′ เชลซีหนี 2-0 ชูเอา เปโดร หลุดเดี่ยวกดด้วยซ้ายไม่เหลือ
- ✋ 59′ เจย์ดี แคฟวอต ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนให้จุดโทษ
- ⚽ 64′ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ยิงจุดโทษเสียบมุมล่างขวา เชลซีทิ้งเป็น 3-0
- 🟨 20′ มอยเซส ไกเซโด้ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์วอร์ตัน
- 🟨 67′ อดัม วอร์ตัน รับใบเหลืองจากการเข้าสกัดแรงกลางสนาม
- 🟥 72′ วอร์ตันทำฟาวล์ซ้ำ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง พาเลซเหลือ 10 คน
- 🔁 65′ พาเลซปรับเกม ส่งเยเรมี พีโน่ และบอร์นา โซซา ลงแทนแคฟวอตกับมิตเชลล์
- 🔁 73′ เชลซีส่งเวสลีย์ โฟฟาน่าลงแทนไกเซโด้ เสริมความสดแดนหลัง
- 🔁 74′ มาโล กุสโต้ กับเจมี กิตเทนส์ ลงมาแทนเปโดร เนโต้ และเอสเตวาโอ้
- 🔁 76′ พาเลซเปลี่ยนชาดี ริอาด กับวิลล์ ฮิวจ์ส ลงมาทดแทนมูนญอซและจอห์นสัน
- 🔁 81′ เชลซีเปลี่ยนโจเรล ฮาโต แทนรีซ เจมส์ ปิดเกมฝั่งขวา
- 🔁 85′ พาเลซส่งคริสตันตัส อูเช ลงแทนมาเตต้า ลุ้นบีบกดดันท้ายเกม และเชลซีส่งเลียม เดแล็ปลงแทนชูเอา เปโดร
- ⚽ 88′ พาเลซไล่มา 1-3 จากลูกเตะมุม คริส ริชาร์ดส์ โหม่งจ่อไม่เหลือ
- 🟨 90′ เจฟเฟอร์สัน เลร์มา และอันเดรย์ ซานโตส โดนใบเหลืองคนละใบจากจังหวะปะทะกัน
- ⏱️ 90+9′ อิสไมลา ซาร์ ได้โหม่งลุ้นประตูที่สอง แต่ซานเชซเซฟเอาไว้ จบเกมสกอร์คงเดิม
🌟 Player of the Match
รางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ตกเป็นของ เอสเตวาโอ้ ปีกดาวรุ่งเชลซีที่โชว์ฟอร์มสมราคาค่าตัว วิ่งกดดันแนวรับพาเลซตลอด 70 กว่านาทีที่อยู่ในสนาม จังหวะเลี้ยงกินตัวริมเส้นสร้างความวุ่นวายให้มูนญอซอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือประตูเบิกร่อง 1-0 ที่เจ้าตัวรับบอลแล้วซัดด้วยซ้ายอย่างเฉียบคม เปลี่ยนโมเมนตัมเกมให้เชลซีเล่นง่ายขึ้น นอกจากยิงเองแล้ว ยังมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมหลายครั้งจนเพื่อนร่วมทีมได้ลุ้นต่อเนื่อง ถือเป็นคืนที่แฟนสิงห์บลูส์ได้เห็นอนาคตใหม่ของปีกฝั่งขวาอย่างชัดเจน

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะเกมนี้ทำให้เชลซีเก็บเพิ่มเป็น 37 คะแนนจาก 23 นัด ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 5 ของตาราง ไล่กดดันกลุ่มท็อปโฟร์อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มี 38 คะแนนแบบหายใจรดต้นคอ โอกาสลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปยังเปิดกว้างเต็มที่
ส่วนคริสตัล พาเลซยังคงสะดุดต่อเนื่อง มี 28 คะแนนจาก 23 นัด รั้งโซนล่างอันดับ 15 แม้จะยังห่างพื้นที่ตกชั้นแต่ก็น่าเป็นห่วง เพราะทีมอย่างฟอเรสต์, เวสต์แฮม และเบิร์นลีย์กำลังกัดฟันหนีตายตามหลังมา หากยังเสียแต้มต่อเนื่อง ความกดดันในช่วงโค้งท้ายฤดูกาลอาจถาโถมใส่ลูกทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์แบบเต็มๆ
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
ในมุมมองเรื่อง โปรแกรมบอล สองทีมยังมีงานหนักรออยู่ทั้งคู่
คริสตัล พาเลซ มีคิวต้องออกนอกบ้านสองนัดติด เริ่มจากบุกเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเจอดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนกับไบรท์ตันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เกมเหล่านี้สำคัญต่อการหนีโซนท้ายตารางอย่างยิ่ง เพราะคู่แข่งล้วนเป็นทีมที่ลุ้นพื้นที่เดียวกัน
เชลซีเองก็ไม่ได้พักมากนัก ต้องบินไปอิตาลีเยือนนาโปลีในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ก่อนจะกลับมาเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมือเวสต์แฮมในพรีเมียร์ลีก หากเก็บผลการแข่งขันได้ดีต่อเนื่อง โอกาสไล่บี้ท็อปโฟร์จะสดใสขึ้นทันที และจะทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวของสิงห์บลูส์เต็มไปด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิม
📺 ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากรู้สกอร์สด นาทีต่อนาที และสถิติหลังเกมแบบเจาะลึก อย่าลืมติดตามเช็ก บ้านผลบอล ผ่านบ้านกีฬา เพราะเราพร้อมอัปเดตทั้งผลแข่งสด รายงานหลังเกมแบบเข้มข้น รวมถึงมุมมองเชิงแท็กติกที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเหมือนนั่งดูบอลคุยกันข้างสนาม ใครไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของพรีเมียร์ลีกและลีกดังยุโรป แวะมาที่บ้านกีฬาแล้วคุณจะไม่ตกข่าวลูกหนังแม้แต่นาทีเดียว

