ดอร์กู ภายใต้ยุคคาร์ริค แข้งริมเส้นที่แฟนผีรอคอย
ตั้งแต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามารับงานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โฉมหน้าทีมก็เริ่มเปลี่ยน โดยหนึ่งในคนที่ยกระดับฟอร์มขึ้นมาแบบชัดเจนคือ แพทริค ดอร์กู ฟูลแบ็กตัวเก่งที่กลายเป็นตัวแสบริมเส้นทั้งเกมรุกและเกมรับ
เกมบุกเยือน อาร์เซน่อล ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ดอร์กูโชว์ฟอร์มจัดจ้านทั้งการเติมเกม ซ้อนเพื่อน แถมยังใส่ความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ ช่วยให้ “ปีศาจแดง” บุกชนะ 3-2 เก็บสามคะแนนก้อนสำคัญ พร้อมพาทีมขยับขึ้นไปยึดพื้นที่ท็อปโฟร์ในตารางแบบสุดมัน
บ้านกีฬา มองว่าฟอร์มในเกมนี้ไม่ใช่แค่ “เล่นดีนัดเดียวแล้วจบ” แต่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เกมแดงเดือดเมืองแมนเชสเตอร์ที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยังลากฟอร์มร้อนมาถึงการบุกดับเจ้าถิ่นอย่าง อาร์เซน่อล อีกต่างหาก
สถิติบอกคุณภาพ ดอร์กูแบกเกมริมเส้นฝั่งผี
ตัวเลขในสนามของ แพทริค ดอร์กู ในเกมบุกชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ชัดเจนว่ามีอิมแพ็กทั้งสนาม ไม่ใช่แค่เติมรุกสวยๆ แต่ทำงานหนักในเกมรับด้วย
- ลงเล่น : 81 นาที
- สัมผัสบอล : 34 ครั้ง
- สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง : 3 ครั้ง
- ผ่านบอลเข้าเป้ารวม : 70% (14 จาก 20 ครั้ง)
- ชนะการดวลลูกกลางอากาศ : 3 ครั้ง
- แท็กเกิลสำเร็จ : 2 ครั้ง (จาก 4 ครั้ง)
- แย่งบอลคืนสำเร็จ : 6 ครั้ง
- ยิงรวม : 2 ครั้ง
- ยิงตรงกรอบ : 1 ครั้ง
- ประตู : 1 ลูก
- เรตติ้งจากเว็บไซต์ flashscore.com : 7.6/10 (มากสุดในสนาม)
จากสถิติเหล่านี้จะเห็นว่า ดอร์กูไม่ได้เป็นเพียงฟูลแบ็กที่ยืนประคองเกม แต่กลายเป็น “ตัวขับเคลื่อน” ของแนวรับฝั่งซ้ายไปจนถึงปลายแดนหน้า สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งถึง 3 ครั้งสำหรับฟูลแบ็กถือว่าจัดว่าเติมสูงและไม่กลัวชน ส่วนการดวลกลางอากาศที่ชนะ 3 ครั้ง แสดงให้เห็นเรื่องสภาพร่างกายและการยืนตำแหน่งที่มั่นใจมากขึ้น
การผ่านบอลเข้าเป้า 70% จาก 20 ครั้ง เป็นตัวเลขที่บอกได้ว่าดอร์กูไม่ได้เล่นเสี่ยงเกินไป แต่ก็ไม่ได้จ่ายแบบเซฟจนไร้มิติ ส่วนการแย่งบอลคืนได้ถึง 6 ครั้งคือเหตุผลว่าทำไมเกมรับฝั่งซ้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูแน่นขึ้นและไม่เสียจังหวะง่ายเหมือนช่วงก่อนหน้านี้
จบสกอร์เฉียบคม – ฟูลแบ็กที่ไม่ใช่แค่เติมแล้วหาย
สิ่งที่ทำให้แฟนผีถูกใจสุดๆ คือการที่ ดอร์กู ไม่ได้เติมเกมมาแล้วจ่ายคืนหลัง แต่กล้าเข้าไปปิดสกอร์เอง การยิง 2 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 1 ประตูสำคัญในเกมใหญ่แบบนี้ คือภาพของฟูลแบ็กสมัยใหม่ที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เปิดบอล
จังหวะยิงประตูของเขาในเกมบุกยัดเยียดความปราชัยให้ อาร์เซน่อล คือการอ่านจังหวะเกมรุกได้ถูกต้อง สอดขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่แนวรับเจ้าถิ่นหลุดโฟกัส ก่อนวางเท้าจบสกอร์อย่างเยือกเย็นแบบคนมั่นใจ หากมองในมุมของจิตใจ นี่คือแข้งที่ผ่านการอัพเลเวลเรื่องความมั่นใจแบบเต็มสปีด
บ้านกีฬา เชื่อว่าประตูนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ ดอร์กู กล้าเล่น กล้าตัดสินใจมากขึ้น และจะยิ่งทำให้แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีอาวุธริมเส้นที่หลากหลายกว่าเดิม
จากเกมชนแมนซิตี้สู่ดับซ่าอาร์เซน่อล เส้นทางยึดตัวจริงระยะยาว
ผลงานของ ดอร์กู ไม่ได้เริ่มต้นที่เกมกับ อาร์เซน่อล เท่านั้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่แมตช์ที่ช่วยทีมปราบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมใหญ่ก่อนหน้านี้ เขาแสดงให้เห็นถึงความขยัน การอ่านเกม และการซ้อนเพื่อนที่แน่นอนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมาถึงเกมที่ต้องบุกมาเจอ อาร์เซน่อล ในบ้านตัวเอง ดอร์กูยังรักษามาตรฐานไว้ได้ แถมยกระดับขึ้นด้วยการแสดงบทบาท “ฮีโร่เงียบ” ที่ทั้งเติมเกม ทั้งช่วยบีบเกมรับเจ้าถิ่น จนสุดท้ายกลายเป็นคนพาทีมคว้าชัย พร้อมดับซ่าไอ้ปืนใหญ่คาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
การได้เรตติ้ง 7.6/10 สูงสุดในสนาม ไม่ได้มาเพราะดวง แต่เกิดจากการทำงานตลอด 81 นาทีแบบไม่ผ่อนเครื่อง และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนมองว่าเขาคู่ควรกับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อย่างแท้จริง
ฟูลแบ็กยุคใหม่ บทบาทสำคัญในฟุตบอลระดับสูง
ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ ฟูลแบ็กไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่กองหลังริมเส้นอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวเชื่อมเกม ตั้งแต่การออกบอลจากแนวรับ การสร้างความได้เปรียบเชิงจำนวนในแดนกลาง ไปจนถึงการเติมขึ้นไปจบสกอร์เอง ตัวอย่างแบบที่ ดอร์กู แสดงให้เห็นในเกมนี้คือสิ่งที่โค้ชระดับท็อปต้องการ
สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ติดตาม บ้านกีฬา และชมเกมยุโรปเป็นประจำ จะยิ่งเห็นชัดว่า หากทีมมีฟูลแบ็กแบบนี้อยู่ในระบบ การขึ้นบอล การไล่บีบคู่แข่ง และการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกทำได้รวดเร็วและหลากหลายขึ้นทันที ซึ่งหาก ดอร์กู รักษาฟอร์มและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กแถวหน้าของลีกในอนาคต
ดอร์กู เสาหลักใหม่ริมเส้นแมนยู แฟนผีมีลุ้นยาวๆ
ผลงานของ แพทริค ดอร์กู ในช่วงหลัง พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขามีศักยภาพพอจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักระยะยาวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งในแง่ฟอร์มการเล่นและคาแรกเตอร์ในสนามที่ไม่เกรงกลัวคู่แข่งหน้าไหน
นับตั้งแต่เข้ายุค ไมเคิ่ล คาร์ริค บริหารจัดการทีม “ปีศาจแดง” ดูมีทิศทางชัดขึ้น และหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่ลงล็อกคือฟูลแบ็กรายนี้ ที่ช่วยให้ทีมดุดันขึ้นทั้งสองฝั่งของสนาม เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เกมชนะ อาร์เซน่อล 3-2 จึงไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่เป็นการยืนยันว่า ดอร์กู พร้อมแล้วที่จะเป็น “ของจริง” บนเวทีใหญ่
หากเขายังรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป พร้อมตัดจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องสมาธิและความนิ่งในท้ายเกม แฟนผีมีสิทธิ์เห็นเขายึดตัวจริงริมเส้นไปอีกหลายปี และกลายเป็นหนึ่งในขวัญใจคนใหม่ของถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด
ตามทุกฟอร์มเดือดของแข้งดังได้ที่ บ้านกีฬา
เกมนี้ทำให้ชื่อของ แพทริค ดอร์กู ถูกพูดถึงในหมู่แฟนบอลมากขึ้น ทั้งในมุมของฟูลแบ็กเกมรับแน่น เกมรุกจัดจ้าน และยังมีทีเด็ดเรื่องจบสกอร์ บ้านกีฬา จะยังคอยเกาะติดทุกฟอร์มเดือด ทุกแมตช์สำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมดังจากยุโรป เพื่อนำมาถ่ายทอดแบบเข้มข้น ดุดัน ถูกใจคอบอลชาวไทยเหมือนเดิม
แฟนบอลที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะมันส์ๆ ของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวร้อน วิเคราะห์จัดเต็ม และสถิติน่าสนใจ ตามลุ้นทุกเกมและทุกฟอร์มแจ่มของนักเตะขวัญใจได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา ตลอดทั้งซีซั่น

