บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก เดือดสิบคน! วิลเลียมส์โดนไล่ออก–ซาร์กดโทษ ฟอเรสต์ 10 คนเจ๊าพาเลซ 1-1 ลุ้นหนีตกชั้นต่อยาวๆ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-1 คริสตัล พาเลซ วันนี้ 1/2/69 – บ้านกีฬา

ศึก พรีเมียร์ลีก ที่ซิตี้ กราวด์จบลงแบบชวนหัวร้อน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก แต่ยังกัดฟันยันเสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 เก็บแต้มสำคัญในบ้านต่อหน้ากองเชียร์ที่ลุ้นกันหน้าดำหน้าแดง ใครตามเช็กสกอร์ผ่านหน้าเว็บ ผลบอลสด น่าจะรู้เลยว่าเกมนี้มีครบทั้งประตู ใบแดง ใบเหลือง และดราม่าจุดโทษ

🔴 ครึ่งแรก: ฟอเรสต์ขึ้นนำเร็ว ก่อนเจอแดง–โทษทดเจ็บ

เปิดเกมมาแค่ 5 นาที ฟอเรสต์ออกสตาร์ตอย่างดุดัน บีบเพรสแดนบนจนแย่งบอลได้ ก่อนที่ มอร์แกน กิบส์-ไวต์ จะสอดไปรับบอลในเขตโทษแล้วซัดตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 แฟนเจ้าป่าในสนามเด้งตัวลุกทั้งอัฒจันทร์ ความมั่นใจมาเต็ม

แต่หลังจากนั้น พาเลซค่อยๆ ตั้งลำได้ เริ่มครองบอลเหนือกว่า และมาเล่นงานทางริมเส้นซ้าย–ขวาตลอด นาที 31 และ 32 แนวรับทีมเยือนอย่าง คริส ริชาร์ดส์ กับ เช็ค ริยาด โดนใบเหลืองติดต่อกันจากจังหวะตัดฟาวล์หยุดเกมรุกฟอเรสต์ แสดงให้เห็นว่ากองหลังพาเลซก็เริ่มร้อนๆ หนาวๆ

ดราม่าหนักมาเกิดท้ายครึ่งแรก นาที 45 เนโก วิลเลียมส์ ใช้มือปัดบอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ฟอเรสต์เหลือ 10 คน ก่อนที่นาที 45+2 อิสไมลา ซาร์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ยิงเสียบตาข่ายไม่เหลือ พาเลซตีเสมอ 1-1 และก่อนหมดครึ่งยังมีการปรับแท็กติกทันควัน ฟอเรสต์เปลี่ยนเอา โมราโต้ ลงมาแทน นิโก ดอมิงเกซ นาที 45+3 เพื่ออุดเกมรับให้แน่นขึ้น

จบครึ่งแรก สกอร์เท่ากัน 1-1 แต่รูปเกมเริ่มเทไปทางพาเลซที่ได้เปรียบตัวผู้เล่น

🔵 ครึ่งหลัง: ฟอเรสต์ 10 คนยืนหยัด พาเลซบุกทั้งเกมแต่ไม่คม

เริ่มครึ่งหลัง ฟอเรสต์เปลี่ยนตัวรวดเดียวสองราย ส่ง ไรอัน เยตส์ แทน คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และเปลี่ยนผู้รักษาประตูเป็น แองกัส กันน์ แทน มัทส์ เซลส์ ที่มีอาการเจ็บ ทำให้โครงสร้างเกมรับใหม่ของเจ้าบ้านต้องตั้งสติให้ดีตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลัง

พาเลซครองบอลบุกอยู่แทบฝั่งเดียว ใช้วิงแบ็กอย่าง ดานิโล มูนญอซ กับ ไทริค มิตเชลล์ เปิดเกมรุกใส่ต่อเนื่อง นาที 54 เยเรมี ปีโน โดนใบเหลืองจากจังหวะประท้วงผู้ตัดสิน ก่อนที่นาที 61 โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ จะขยับเปลี่ยนเอา คริสแตนตัส อูเช ลงมาแทน เช็ค ริยาด เพื่อเติมความสดในเกมรับ

ฝั่งฟอเรสต์เองก็ไม่ยอมถอยหมดรูป นาที 70 ส่ง ดาน นโดเย ลงมาแทน อิกนาซิโอ เฆซุส เพื่อใช้สปีดเกมสวนกลับ และนาที 75 นิโกล่า มิลินโควิช มาโดนใบเหลืองจากการถ่วงเวลาจังหวะทุ่มบอล ซึ่งก็ชัดเจนว่าบ้านเจ้าป่าพอใจหนึ่งแต้มมากกว่าเปิดหน้าแลก

สุดท้ายแม้พาเลซจะโหมบุกจนแฟนทีมเยือนลุ้นจะคว้าแชมป์ใจ แต่ก็เจาะแนวรับฟอเรสต์ที่ยืนกันมีวินัยไม่เข้า จบเกมเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้มแบบเหนื่อยทั้งคนดูและนักเตะ

📋 รายชื่อตัวจริงและคะแนนผู้เล่น

🌲 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

แผน 4-2-3-1 เรตติ้งทีม 6.81

ผู้รักษาประตู

  • มัทส์ เซลส์ (6.5) – ออกสตาร์ตก่อนเจ็บเปลี่ยนช่วงพักครึ่ง
  • แองกัส กันน์ (6.5) – ลงมาครึ่งหลัง เซฟจังหวะเปิดของพาเลซได้หลายครั้ง ช่วยประคองแต้มล้ำค่า

กองหลัง

  • เนโก วิลเลียมส์ (5.8) – เริ่มเกมดีแต่พลาดหนักโดนใบแดงตรงจุดโทษ นาที 45 เป็นจุดเปลี่ยนของเกม
  • มูริโญ (7.2) – คุมเกมกลางแผงหลัง รับมือบอลครอสได้แข็งแกร่งสุดในไลน์กองหลังฟอเรสต์
  • นิโกล่า มิลินโควิช (6.8) – ดุดันในลูกกลางอากาศ แต่มีจังหวะเสียฟาวล์และโดนใบเหลืองช่วงท้ายเกม
  • โอลา ไอน่า (7.4) – เติมเกมรุกทางซ้ายตลอด ครึ่งหลังแม้ทีมเหลือ 10 คนยังช่วยเติมสูงและเป็นหนึ่งในคนที่วิ่งเยอะสุดสนาม

กองกลางตัวรับ / กลางเซ็นเตอร์

  • อิบราฮิม ซ็องกาเร่ (6.6) – ตัวกันชนหน้าแผงหลัง วิ่งไล่ตัดเกมแบบไม่รู้จักเหนื่อย
  • เอลเลียต แอนเดอร์สัน (8.1) – หัวใจเกมรุกของฟอเรสต์วันนี้ พาบอลเปลี่ยนรับเป็นรุกได้ตลอด จ่ายบอลคมและเชื่อมกับกิบส์-ไวต์เนียนตา จนได้คะแนนสูงสุดของเกม

กองกลางตัวรุก

  • คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (6.4) – มีจังหวะลากเลื้อยทางซ้ายแต่หายไปจากเกมเมื่อทีมเหลือ 10 คน ก่อนโดนเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง
  • มอร์แกน กิบส์-ไวต์ (7.3) – กัปตันทีมและคนยิงประตูขึ้นนำ 1-0 นาที 5 ขยันหาพื้นที่ระหว่างไลน์รับพาเลซตลอด
  • นิโก ดอมิงเกซ (6.7) – พยายามเชื่อมบอลด้านขวา ก่อนถูกถอดออกท้ายครึ่งแรกเพื่อปรับแท็กติกหลังวิลเลียมส์โดนแดง

กองหน้า

  • อิกนาซิโอ เฆซุส (6.8) – ทำหน้าที่พักบอลและไล่บีบกองหลังพาเลซ มีจังหวะได้ดวลกลางอากาศหลายครั้ง ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 70
  • ดาน นโดเย (6.6) – ลงมาช่วงท้ายเกมเป็นตัวสปีดช่วยสวนกลับ แม้ไม่ได้โอกาสจะแจ้งแต่ทำให้กองหลังพาเลซไม่กล้าดันขึ้นสูงสุดตัว

ตัวสำรองที่ได้ลงเล่น

  • โมราโต้ (6.8) – ลงมาเสริมเกมรับแทนดอมิงเกซนาที 45+3 ยืนเซ็นเตอร์แน่นๆ ช่วยอุดเกมโยนของพาเลซ
  • ไรอัน เยตส์ (6.7) – ลงมาครึ่งหลังช่วยวิ่งบี้แดนกลางเติมพลังให้ทีม

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: แซค แอบบอตต์, โอมาริ ฮัตชินสัน, เจมส์ แม็คอาที, ไตโว่ อโวนียี่, ลอเรนโซ ลุคค่า

🦅 คริสตัล พาเลซ

แผน 3-4-2-1 เรตติ้งทีม 6.58

ผู้รักษาประตู

  • ดีน เฮนเดอร์สัน (6.7) – แทบไม่มีจังหวะเซฟยากๆ มากนัก หลังฟอเรสต์เหลือ 10 คน เกมส่วนใหญ่ไปจบที่แนวรับ

กองหลังสามคน

  • คริส ริชาร์ดส์ (7.5) – เล่นได้เหนียวแน่นสุดในแนวรับ โหม่งเคลียร์หลายครั้ง มีใบเหลืองต้นเกมแต่ยังคุมจังหวะได้ดี ได้คะแนนสูงสุดของทีม
  • มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ (7.1) – คุมโซนกลางแผงหลัง ตัดลูกแทงทะลุช่องกิบส์-ไวต์ได้หลายหน
  • เช็ค ริยาด (6.3) – มีใบเหลืองต้นเกม ทำให้เล่นยากและถูกถอดออกนาที 61

วิงแบ็กและกองกลาง

  • ดานิโล มูนญอซ (6.4) – เติมเกมทางขวาต่อเนื่อง เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษหลายครั้งแต่เพื่อนเข้าฮอสไม่ถึง
  • ไทริค มิตเชลล์ (6.4) – ยืนสูงทางซ้าย ดันเกมรุกช่วยซาร์ ป้อนบอลเข้ากรอบเขตโทษบ่อยครั้ง
  • เจฟเฟอร์ซอน เลอร์มา (6.7) – บู๊ชนกลางสนาม ตัดเกมสวนกลับฟอเรสต์ได้เรื่อยๆ
  • วิลล์ ฮิวจ์ส (6.9) – จ่ายบอลเนียนๆ คุมจังหวะรุกให้พาเลซ โยกบอลซ้าย–ขวาได้ดี

แนวรุกสามตัวบน

  • อิสไมลา ซาร์ (6.7) – คนยิงจุดโทษตีเสมอ 1-1 นาที 45+2 มีจังหวะลากเลื้อยปั่นป่วนแนวรับฟอเรสต์ตลอด
  • บรูเนอร์ จอห์นสัน (6.0) – พยายามดึงตัวประกบและสอดเข้าช่อง แต่ยังหาจังหวะจบคมๆ ไม่ได้
  • เยเรมี ปีโน (6.0) – ได้บอลเยอะทางฝั่งขวา ทว่าตัดสินใจจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบจนมีใบเหลืองจากอารมณ์หลุดช่วงครึ่งหลัง

ตัวสำรองที่ได้ลงเล่น

  • คริสแตนตัส อูเช (6.3) – ลงมานาที 61 ยืนเป็นเซ็นเตอร์คนซ้าย ช่วยคุมเกมสวนกลับฟอเรสต์ในช่วงท้ายให้ทีมไม่พลาดเสียลูกสอง

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน: เรมี่ แม็ทธิวส์, วอลเตอร์ เบนีเตซ, นาธาเนียล ไคลน์, เจย์ดี แคนวอต, เคเดน ร็อดนีย์, แซ็ค มาร์ช

นักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบนที่หายไปจากเกมนี้มีชื่ออย่าง คริส วู้ด, ดาอิจิ คามาดะ, เอ็ดดี้ เอ็นเคเตียห์, อดัม วอร์ตัน, ชีก ดูกูเรต์ และแข้งอีกหลายราย ทำให้ทั้งสองทีมต้องโรเตชันกันพอสมควร

🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

รูปเกมวันนี้ชัดเจนว่า ฟอเรสต์ในระบบ 4-2-3-1 ตั้งใจเพรสสูงในช่วง 20 นาทีแรก ใช้สามตัวรุก กิบส์-ไวต์, ฮัดสัน-โอดอย และดอมิงเกซ ไล่กดดันแนวรับพาเลซไม่ให้ตั้งเกมจากหลัง ผลคือได้ประตูนำเร็วและบีบให้ทีมเยือนต้องเล่นบอลยาวบ่อยครั้ง เมื่อเหลือ 10 คน บ้านกีฬาเห็นชัดเลยว่าฟอเรสต์ปรับตัวทันที ถอยไอน่าและมูริโญยืนลึกกว่าเดิม ซ็องกาเร่กับแอนเดอร์สันยืนปิดกลาง ปล่อยให้กองหน้าอย่างเฆซุสและนโดเยคอยดักสวนกลับเป็นหลัก แดนหลังจึงกลายเป็นบล็อก 4+2 ที่หนาแน่นหน้าเขตโทษ

ฝั่งพาเลซในระบบ 3-4-2-1 เน้นครองบอลและขึ้นเกมจากวิงแบ็ก มูนญอซกับมิตเชลล์ คือคีย์แมนในการดันเกมให้แนวรุกสามตัวบน โดยเฉพาะหลังจากมีตัวผู้เล่นมากกว่า ทีมเยือนดันไลน์ขึ้นสูงแบบแทบปักหลักในแดนฟอเรสต์ การเข้าทำใช้วิธีเจาะริมเส้นแล้วครอส หรือให้ซาร์กับปีโนหุบเข้าในหาช่องยิง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษยังไม่หลอกแผงหลังเจ้าบ้านมากพอ ทำให้แม้จะครองบอลถึง 66% แต่ยังสร้างจังหวะจบอันตรายจริงๆ ได้ไม่มาก

ในแง่เกมรับ ฟอเรสต์หลังเหลือ 10 คนก็เปลี่ยนโหมดเป็นบล็อกต่ำเต็มตัว ปิดพื้นที่ระหว่างไลน์ ใช้การวิ่งไล่บีบมากกว่าพยายามแย่งบอล ทำให้พาเลซต้องต่อบอลไปมาโดยเจาะช่องไม่เข้า ส่วนพาเลซเองแม้จะยืนสูงกดดัน แต่ทุกครั้งที่เสียบอลจะเจอจังหวะสวนของนโดเยและกิบส์-ไวต์ ซึ่งถ้ามีความคมกว่านี้อีกนิด เกมอาจพลิกกลายเป็นเจ้าถิ่นชนะได้เลย นี่คือภาพรวมเชิง วิเคราะห์บอล ที่บอกว่าเกมนี้พาเลซเหนือกว่าเรื่องตัวเลข แต่ฟอเรสต์แข็งแกร่งในเรื่องหัวจิตหัวใจและวินัยเกมรับ

📊 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพในสนามชัดเจน ฟอเรสต์ยิงทั้งหมด 9 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ส่วนพาเลซกดไป 11 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้งเท่ากัน แม้ทีมเยือนจะครองบอลถึง 66% ต่อ 34% ของเจ้าบ้าน แต่การปิดพื้นที่สุดท้ายของฟอเรสต์ทำให้โอกาสจบสกอร์แบบจังๆ ไม่ได้มากอย่างที่ควรจะเป็น

จำนวนการผ่านบอล พาเลซจ่ายกันถึง 545 ครั้ง ความแม่นยำ 88% ขณะที่ฟอเรสต์ทำได้ 290 ครั้ง ความแม่นยำ 77% ชี้ชัดว่าทีมเยือนคุมจังหวะเกมเป็นหลัก แต่ฟอเรสต์เลือกเล่นแบบเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ฟาวล์ของเจ้าถิ่นมีเพียง 3 ครั้ง เทียบกับ 12 ฟาวล์ของพาเลซ สะท้อนว่าทีมเยือนต้องตัดเกมสวนกลับอยู่เรื่อยๆ ใบเหลืองรวมทั้งเกม ฟอเรสต์ 1 ใบ ส่วนพาเลซโดนไป 3 ใบ เตะมุม ฟอเรสต์ได้ 5 ครั้ง พาเลซ 7 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนปักหลักบุกและโยนกดดันอยู่นาน แต่ก็ยังไม่สามารถหาประตูชัยเพิ่มได้

⏱️ เหตุการณ์สำคัญ

  • ⚽ นาที 5: มอร์แกน กิบส์-ไวต์ หลุดเข้าเขตโทษซัดให้ฟอเรสต์นำ 1-0
  • 🟨 นาที 31: คริส ริชาร์ดส์ โดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดช้าใส่แนวรุกฟอเรสต์
  • 🟨 นาที 32: เช็ค ริยาด รับใบเหลืองเพิ่มอีกคน จากการตัดฟาวล์กลางสนาม
  • 🟥 นาที 45: เนโก วิลเลียมส์ ใช้มือปัดบอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกจากสนาม ให้จุดโทษพาเลซ
  • ⚽ นาที 45+2: อิสไมลา ซาร์ ยิงจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น พาเลซตีเสมอ 1-1
  • 🔁 นาที 45+3: ฟอเรสต์เปลี่ยน โมราโต้ ลงแทน นิโก ดอมิงเกซ เสริมความหนาในแผงหลัง
  • 🔁 นาที 46: ฟอเรสต์ส่ง ไรอัน เยตส์ ลงแทน คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ปรับสมดุลแดนกลาง
  • 🔁 นาที 46: ฟอเรสต์เปลี่ยนผู้รักษาประตู แองกัส กันน์ ลงแทน มัทส์ เซลส์
  • 🟨 นาที 54: เยเรมี ปีโน โดนใบเหลืองจากจังหวะประท้วงคำตัดสิน
  • 🔁 นาที 61: คริสแตนตัส อูเช ลงสนามแทน เช็ค ริยาด ให้พาเลซเติมความสดในแนวรับ
  • 🔁 นาที 70: ฟอเรสต์ส่ง ดาน นโดเย ลงแทน อิกนาซิโอ เฆซุส เพื่อเพิ่มความเร็วในเกมสวนกลับ
  • 🟨 นาที 75: นิโกล่า มิลินโควิช รับใบเหลืองจากการถ่วงเวลาในช่วงท้ายเกม

⭐ Player of the Match

เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์เจ้าป่าได้รับเลือกเป็น Man of the Match ด้วยคะแนน 8.1 จากการคุมจังหวะกลางสนามแบบเนียนกริบ ทั้งๆ ที่ทีมเหลือ 10 คนเกือบทั้งเกม แอนเดอร์สันคือคนที่วิ่งตัดไลน์เพรสซิ่ง ช่วยเกมรับ และเชื่อมบอลขึ้นหน้าให้กิบส์-ไวต์กับเพื่อนร่วมทีมได้ตลอด หากไม่มีแข้งรายนี้ ฟอเรสต์คงยืนระยะต้านพาเลซที่ดาหน้าบุกไม่หยุดได้ยากมาก

ฝั่งพาเลซ คริส ริชาร์ดส์ เซ็นเตอร์แบ็กที่ได้คะแนน 7.5 ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน อ่านจังหวะเกมได้ดีและคุมแนวรับให้ทีมเยือนรอดพ้นจากการเสียประตูเพิ่มหลายครั้ง

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

หลังจบเกมนี้ คริสตัล พาเลซขยับเก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนน จาก 24 นัด รั้งอันดับ 15 ของตาราง แม้จะยังไม่หลุดโซนล่างแต่ก็ถือว่ามีระยะห่างจากโซนแดงมากกว่าฟอเรสต์เล็กน้อย สามารถวางเป้าหมายไปมองกลางตารางได้หากรักษาฟอร์มเสมอ–ชนะต่อเนื่อง

ด้าน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เก็บเพิ่มเป็น 26 คะแนน จาก 24 นัด อยู่ในอันดับ 17 มีแต้มเท่าลีดส์แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ทำให้ยังหนีโซนตกชั้นไม่ขาด แต้มจากเกมนี้สำคัญมาก เพราะอย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้คู่แข่งโดยตรงอย่างพาเลซหนีห่างไปไกล กดดันให้เกมต่อๆ ไปต้องเล่นแบบห้ามพลาด

📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีก นัดถัดไป

มองไปข้างหน้าใน ตารางบอล และ โปรแกรมบอล นัดถัดไป ฟอเรสต์มีภารกิจหนักต่อเนื่อง ต้องออกไปเยือน ลีดส์ ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงในกลุ่มหนีตกชั้น ก่อนจะกลับมาเปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่ฟอร์มจัดจ้านไม่เบา

ส่วนคริสตัล พาเลซก็งานชุกเช่นกัน นัดต่อไปจะเปิดเซลเฮิร์สต์ พาร์ค รับมือเบิร์นลีย์ ทีมท้ายตารางที่กำลังดิ้นรนเอาตัวรอด ก่อนจะต้องบุกไปเยือนไบรท์ตัน ซึ่งไม่เคยเป็นงานง่ายสำหรับทีมใดในลีก หากเก็บชัยชนะได้สักหนึ่ง–สองเกมจาก โปรแกรมบอล ช่วงนี้ พาเลซจะหายใจโล่งขึ้นเยอะในเส้นทางหนีตกชั้น

📣 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากตามทุกช็อต ทุกลูกยิง และอัปเดต บ้านผลบอล แบบสดใหม่ไม่ตกข่าว บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟทั้งสกอร์สด สถิติหลังเกม มุมมองดุดันสไตล์กูรู และบทวิเคราะห์คู่เดือดจากทุกลีกดัง เข้ามาเช็กก่อนเตะ–หลังจบได้ทุกวัน บ้านกีฬาอยู่ข้างคอบอลตัวจริงเสมอ

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา