
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง แมนยูไนเต็ด 3-2 ฟูแล่ม วันนี้ 1/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด คราวนี้แฟนผีได้เสพ ผลบอลสด แบบหัวใจจะวาย บ้านกีฬา นั่งดูแล้วบอกเลยว่าเกมนี้ครบทุกอารมณ์ ทั้งนำขาด โดนไล่ทัน แล้วปิดท้ายด้วยดราม่านาทีบาปก่อนเฮสนั่นโรงละครแห่งความฝัน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนฟูแล่ม 3-2 จากประตูสำคัญของคาเซมิโร่, มาธิอุส กุนญ่า และเบนฌามิน แซร์โค ขณะที่ทีมเยือนได้จากจุดโทษของราอูล ฆิเมเนซ กับลูกยิงของเควิน ช่วงทดเวลา
🔴 ครึ่งแรก: ผีแดงออกตัวแรง แต่ VAR ดราม่า
เปิดเกมมา ยูไนเต็ดของไมเคิล คาร์ริค เดินหน้าบุกใส่ทันที ใช้จังหวะสปีดบอลจากคู่กลาง คาเซมิโร่–เมนู กับสามตัวรุก แฟร์นานเดส, เอ็มบูโม่ และดิยัลโล่ ช่วยกันไล่เพรสสูงใส่แนวรับฟูแล่ม เกมดูเหมือนกำลังจะเข้าทางเจ้าบ้านตั้งแต่ต้น นัดนี้แฟนผีหวังเก็บสามแต้มให้สมศักดิ์ศรีทีมลุ้นท็อปโฟร์ในหน้าเว็บ บ้านผลบอล
นาที 18 กุนญ่าลุยเข้าเขตโทษจนได้จุดโทษ แต่หลังผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วกลับคำ เป่าลูกโทษเป็นโมฆะ เสียงโห่กระหึ่มโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่นั่นยิ่งทำให้ผีแดงยิ่งของขึ้น และอีกแค่หนึ่งนาทีต่อมา นาที 19 คาเซมิโร่สอดขึ้นมาจบสกอร์จากการเปิดของบรูโน่ แฟร์นานเดส ส่งบอลเสียบตาข่ายให้แมนยูออกนำ 1-0 แบบโทษ VAR ก็เอาไม่อยู่
หลังได้ประตู ยูไนเต็ดถอยจังหวะลงเล็กน้อยแต่ยังคุมพื้นที่แดนกลางได้ดี ขณะที่ฟูแล่มเริ่มตั้งเกมด้วยการโยนยาวหา ฆิเมเนซ และให้วิลสัน–ชุคเวเซ่พยายามลากตัดเข้าใน แต่ยังเจอคู่เซ็นเตอร์อย่างมาร์ติเนซกับแม็กไกวร์คุมพื้นที่ได้เนียนๆ นาที 42 ย็อคคิม อันเดอร์เซ่น ต้องตัดฟาวล์หนักจนโดนใบเหลือง เป็นภาพสะท้อนว่าฟูแล่มเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข
จบครึ่งแรก ยูไนเต็ดนำ 1-0 ท่ามกลางบรรยากาศที่แฟนเจ้าบ้านยังเชื่อว่าอีกครึ่งเดียวเก็บสามแต้มสบาย แต่ใครจะคิดว่าครึ่งหลังเกมจะหักมุมแบบหนังระทึกขวัญ
🔴 ครึ่งหลัง: จากนำ 2-0 เกือบกลายเป็นฝันร้ายก่อนปาฏิหาริย์ 90+4
กลับมาครึ่งหลัง แมนยูยังยืนแผน 4-2-3-1 เดิมแล้วเร่งสปีดบุกใส่ นาที 56 กุนญ่าหลุดเข้าไปซัดจากการแทงทะลุของคาเซมิโร่ กลายเป็นประตู 2-0 เหมือนจะปิดจ๊อบ แต่หลังจากนั้นรูปเกมของผีแดงดันหลวมเอง
คาเซมิโร่มาโดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์ นาที 64 ทำให้ต้องเล่นอย่างระวัง ฟูแล่มได้ใจ นาที 69 จอห์น คูเอนก้า ส่งบอลตุงตาข่ายแต่ VAR ช่วยผีแดงอีกครั้ง เพราะลูกนั้นถูกยกเลิกจากจังหวะฟาวล์ในกรอบ
มาร์โก ซิลวาไม่รอช้า ปรับเกมสองลอตติดๆ ส่งไรอัน เซสเซญง กับเควิน ลงมาแทนโรบินสันและสมิธ โรว์ นาที 71 แล้วตามด้วยทอม แคร์นี่ย์ นาที 79 ขณะที่คาร์ริคถอดกุนญ่าออกให้เบนฌามิน แซร์โคลงมา นาที 74 และพักคาเซมิโร่ส่งมานูเอล อูการ์เต้ นาที 75 หวังเติมความสดแดนกลาง
ความดราม่าเริ่มต้นนาที 83 เมื่อแฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์ จากนั้นนาที 85 ฟูแล่มได้จุดโทษ และราอูล ฆิเมเนซ ยิงไม่พลาด ตีไข่แตกไล่มา 2-1 สนามเงียบกริบ
ช่วงทดเจ็บ 9 นาที โอลด์ แทรฟฟอร์ดเกือบกลายเป็นบ้านผีสิง เมื่อเควินที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ซัดให้ฟูแล่มตีเสมอ 2-2 นาที 90+1 หลังเซสเซญงโยนให้ ทำเอาแฟนผีหลายคนเตรียมด่ากันยาวในหน้าเว็บ บ้านผลบอล
แต่บอลมันไม่จบจนกว่าจะเป่านกหวีดสุดท้าย นาที 90+4 แฟร์นานเดสลากบอลมาหน้ากรอบก่อนแทงให้แซร์โคหลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ตุงตาข่าย เป็นประตูชัย 3-2 แบบกู่ไม่กลับ ท้ายเกมคาร์ริคยังส่งเลนี ยอโร่ ลงมาแทนเอ็มบูโม่ นาที 90+6 เพื่อปิดเกมรับ และสุดท้ายแมนยูเก็บสามแต้มสุดหืดจับได้สำเร็จ

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
🔴 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) – เรตติ้งโดยรวม 7.21
ผู้รักษาประตู
- 31 สเตฟาน ลัมเมนส์ – 7.6 เซฟสวยหลายครั้ง ช่วยทีมรอดจากการโดนยิงไกลของฟูแล่ม
กองหลัง
- 23 ลุค ชอว์ – 5.9 เจอวิลสันเล่นงานบ่อย เกมรับหลุดตำแหน่งหลายครั้ง
- 6 ลิซานโดร มาร์ติเนซ – 6.8 อ่านเกมดี เคลียร์บอลกลางอากาศแน่นอน
- 5 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ – 6.9 มีจังหวะตัดบอลดีแต่ยังพลาดจนต้องเสียใบเหลืองช่วงท้าย
- 2 ดิโอโก้ ดาโลต์ – 7.3 เติมเกมรุกจัดจ้าน ก่อนถูกถอดพักปลายเกม
กองกลาง
- 18 คาเซมิโร่ – 8.7 ฮีโร่แดนกลาง ยิงเปิดหัว 1-0 แถมจ่ายให้กุนญ่าซัด 2-0 คุมจังหวะเกมจนได้รับเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์
- 37 ค็อบบี้ เมนู – 7.7 เชื่อมเกมเนียน ล็อกบอลหลบกองกลางฟูแล่มแบบเนียนตา
- 8 บรูโน่ แฟร์นานเดส (กัปตัน) – 7.2 แอสซิสต์ให้คาเซมิโร่และแซร์โค สร้างสรรค์โอกาสอย่างต่อเนื่อง
- 19 ไบรอัน เอ็มบูโม่ – 7.0 วิ่งเปิดพื้นที่ตลอด แม้จบสกอร์เองไม่ได้แต่ช่วยดึงตัวประกบได้ดี
- 16 อาหมัด ดิยัลโล่ – 7.3 เลี้ยงกินตัวเยอะ ทำให้แบ็กขวาฟูแล่มต้องระวังตลอด
กองหน้า
- 10 มาธิอุส กุนญ่า – 8.2 ได้ทั้งเรียกจุดโทษ (แม้โดนยกเลิก) และยิงประตู 2-0 เป็นหัวหอกที่ปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนตลอด
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 30 เบนฌามิน แซร์โค – 7.4 ลงมาซัดประตูชัย 3-2 นาที 90+4
- 25 มานูเอล อูการ์เต้ – 6.5 ลงมาช่วยปะทะแดนกลางช่วงทีมเริ่มแผ่ว
- 3 นุสซาอีร์ มาซราอูอี – 6.5 รับหน้าที่แบ็กขวาแทนดาโลต์ เพิ่มความแน่นเกมรับฝั่งขวา
- 15 เลนี ยอโร่ – ลงช่วงทดเวลาเพื่อปิดเกม ยังไม่มีเรตติ้งชัดแต่ช่วยเคลียร์บอลสำคัญช่วงท้าย
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: อัลไต บายินเดียร์, ไอเดน เฮฟเวน, ไทเรลล์ มาลาเซีย, เชีย เลซีย์, โจชัว เซิร์คเซ
⚪ ฟูแล่ม (4-2-3-1) – เรตติ้งโดยรวม 6.62
ผู้รักษาประตู
- 1 แบร์นด์ เลโน่ – 7.3 เซฟหลายลูกสำคัญ หากไม่มีเขาสกอร์อาจไหลเกินสาม
กองหลัง
- 21 ติโมธี กาสตาญ – 5.3 เกมนี้โดนดิยัลโล่–กุนญ่ากดดันจนหลุดบ่อย
- 5 ย็อคคิม อันเดอร์เซ่น (กัปตัน) – 6.2 อ่านเกมดีแต่เสียฟาวล์หนักจนโดนใบเหลืองท้ายครึ่งแรก
- 15 จอห์น คูเอนก้า – 7.3 เคยส่งบอลตุงตาข่ายแต่โดน VAR ริบคืน ก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้าย
- 33 แอนโทนี่ โรบินสัน – 6.1 เติมเกมรุกไม่มากนัก ก่อนถูกถอดออกนาที 71
กองกลาง
- 16 ซานเดอร์ แบร์จ – 6.7 ช่วยเก็บบอลสอง แต่สปีดตามเมนูไม่ค่อยทัน
- 32 เอมิล สมิธ โรว์ – 6.5 พยายามเชื่อมเกมระหว่างกลางกับแนวรุก ก่อนโดนเปลี่ยนออก
- 8 แฮร์รี่ วิลสัน – 6.4 มีจังหวะเปิดบอลสวยๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง
- 17 อเล็กซ์ อิโวบี – 6.7 เก็บบอลลึก พยายามลากตัดเข้าในหลายครั้ง
- 19 ซามูเอล ชุคเวเซ่ – 6.2 เกมนี้ยังจบสกอร์ไม่คม
กองหน้า
- 7 ราอูล ฆิเมเนซ – 7.6 ยิงจุดโทษตีไข่แตก 2-1 จุดประกายความหวังให้ทีม
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 30 ไรอัน เซสเซญง – 6.4 ลงมาทางซ้าย เติมความเร็วและแอสซิสต์ให้เควินตีเสมอ
- 22 เควิน – 7.5 ซูเปอร์ซับตัวจริง ยิงประตู 2-2 นาที 90+1
- 10 ทอม แคร์นี่ย์ – 6.5 คุมจังหวะบอลในแดนกลางช่วงท้าย
- 3 คัลวิน แบสซีย์ – 6.6 ลงมาช่วยอุดแนวรับแทนคูเอนก้า
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: แบ็งฌาแม็ง เลอก็อมต์, เคนนี่ เตเต้, แฮร์ริสัน รีด, โจชัว คิง, โจนาห์ คูซี-อาซาเร
แข้งบาดเจ็บและติดโทษแบนฝั่งเจ้าบ้านมี มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ (เช็กฟิต) กับแพทริก ดอร์กู ส่วนฟูแล่มขาด โรดริโก้ มูนิซ, ซาซ่า ลูคิช และออสการ์ บ็อบบ์
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้าโฟกัสมิติแท็กติก เกมนี้คือบทเรียนสำคัญของทั้งสองทีมแบบเต็มๆ บ้านกีฬา ขอ วิเคราะห์บอล กันแบบจัดเต็ม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยืนระบบ 4-2-3-1 ที่คุ้นเคย คาเซมิโร่จับคู่เมนูในแดนกลาง เน้นคอนโทรลจังหวะและตัดเกม ส่วนสามตัวรุกด้านหน้าใช้เอ็มบูโม่–แฟร์นานเดส–ดิยัลโล่ คอยวิ่งสลับตำแหน่งเปิดพื้นที่ให้กุนญ่าลงมาเชื่อม บอลรุกของผีแดงเน้นต่อบอลสั้นแล้วเปลี่ยนแกนเร็วออกปีก ก่อนครึ่งแรกจะเร่งจังหวะทะลุช่องให้กุนญ่าเข้าไปเล่นหนึ่งต่อหนึ่งกับเซ็นเตอร์คู่แข่ง จุดเด่นคือความหลากหลายในช่องระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลัง ซึ่งทำให้คาเซมิโร่มีโอกาสสอดขึ้นมายิงประตูแรก
เกมรับของยูไนเต็ดแม้ภาพรวมแน่นในช่วง 60 นาทีแรก แต่หลังจากคาเซมิโร่โดนใบเหลือง ทีมเริ่มเสียสมดุล หลายครั้งแบ็กซ้าย–แบ็กขวาดันสูงเกินจนโดนโต้กลับ ถ้าไม่ใช่เพราะลัมเมนส์เซฟ หรือ VAR ยกเลิกประตูของคูเอนก้า สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้ การเปลี่ยนตัวเอาอูการ์เต้และมาซราอูอีลงมาแม้ช่วยปิดพื้นที่ได้บ้าง แต่จังหวะยืนลึกเกินทำให้โดนบุกใส่จนเสียสองประตูรวด
ฝั่งฟูแล่มของมาร์โก ซิลวา ใช้ระบบ 4-2-3-1 เหมือนกันแต่เน้นการครองบอลจากคู่กลาง แบร์จกับสมิธ โรว์ โดยให้สามตัวรุกหลัง ฆิเมเนซ เคลื่อนที่สลับระหว่างข้างใน–ข้างนอกเพื่อลากแนวรับผีแดงให้หลุดตำแหน่ง เมื่อครึ่งหลังทีมเยือนปรับความเร็วขึ้น พวกเขาคุมบอลได้มากกว่าชัดเจน การเปลี่ยนเอาเซสเซญงกับเควินลงมาทำให้เกมริมเส้นซ้ายดุดันทันที และสุดท้ายก็มาถึงผลลัพธ์คือสองประตูช่วงท้ายเกม
โดยรวมรูปเกมบอกชัดว่า ยูไนเต็ดมีทีเด็ดในการจบสกอร์และความเฉียบคมในช่วงนาทีสำคัญ ส่วนฟูแล่มเด่นเรื่องเซ็ตเกมและการเคลื่อนบอลจากหลังขึ้นหน้า หากล้านิดเดียวอาจออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดพร้อมแต้มกลับบ้านแล้ว

📈 สถิติการแข่งขัน
แม้สกอร์บนหน้า บ้านผลบอล จะจบที่ 3-2 แต่ตัวเลขสถิติเล่าบทสนทนาอีกแบบ ยูไนเต็ดมีโอกาสยิงทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ส่วนฟูแล่มยิงมากกว่าที่ 15 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ลูก แปลว่าทีมเยือนสร้างโอกาสได้เยอะพอสมควร
การครองบอล ฟูแล่มกดไปถึง 54% ต่อ 46% ของแมนยู แถมยังจ่ายบอลถึง 556 ครั้ง มากกว่าผีแดงที่ทำได้ 414 ครั้ง พร้อมอัตราจ่ายบอลแม่น 92% เหนือกว่าทัพปีศาจแดงที่ 88% แสดงให้เห็นชัดว่าจังหวะจ่ายบอลของทีมเยือนเนียนและไหลลื่นกว่า
ด้านเกมปะทะ ยูไนเต็ดทำฟาวล์เพียง 5 ครั้ง ฟูแล่ม 9 ครั้ง ใบเหลืองเจ้าบ้าน 2 ใบ (คาเซมิโร่, แม็กไกวร์) ส่วนทีมเยือนได้ใบเหลือง 1 ใบจากอันเดอร์เซ่น แต่ยังมีใบเหลืองที่แจกให้กุนซือมาร์โก ซิลวาจากจังหวะประท้วงผู้ตัดสินเพิ่มอีกหนึ่งเคส เกมนี้ไม่มีใบแดงเกิดขึ้น
ลูกล้ำหน้า ยูไนเต็ดโดนจับ 1 ครั้ง ขณะที่ฟูแล่มโดน 2 ครั้ง และลูกเตะมุมเป็นของทีมเยือนถึง 7 ครั้ง มากกว่าเจ้าถิ่นที่ได้เพียง 3 ซึ่งตอกย้ำว่าจังหวะกดดันในพื้นที่สุดท้ายของฟูแล่มมาเป็นระลอกๆ ตลอดครึ่งหลัง
⏱️ เหตุการณ์สำคัญในเกม
- ⚽ 18′ – แมนยูได้จุดโทษจากจังหวะกุนญ่าถูกทำฟาวล์ แต่ VAR เช็กแล้วผู้ตัดสินยกเลิกลูกโทษ
- ⚽ 19′ – คาเซมิโร่สอดมาซัดจากบอลเปิดของบรูโน่ แฟร์นานเดส ยูไนเต็ดนำ 1-0
- 🟨 42′ – ย็อคคิม อันเดอร์เซ่น ทำฟาวล์หนักกลางสนาม โดนใบเหลือง
- 📣 ช่วงครึ่งแรก – มาร์โก ซิลวา โดนใบเหลืองจากการประท้วงผู้ตัดสินข้างสนาม
- ⚽ 56′ – มาธิอุส กุนญ่า รับบอลแทงของคาเซมิโร่ก่อนยิงเสียบเสา ผีนำห่าง 2-0
- 🟨 64′ – คาเซมิโร่ทำฟาวล์กลางสนาม รับใบเหลือง ทำให้ต้องเล่นแบบเซฟตัวเอง
- ❌ 69′ – จอห์น คูเอนก้า ส่งบอลตุงตาข่าย แต่ VAR เช็กแล้วริบประตูเพราะมีจังหวะฟาวล์ก่อนหน้า
- 🔁 71′ – ฟูแล่มเปลี่ยนสองคน ร็อบินสันออก เซสเซญงลง, สมิธ โรว์ออก เควินลง เสริมเกมรุกฝั่งซ้าย
- 🔁 74′ – แมนยูส่งเบนฌามิน แซร์โค ลงแทนมาธิอุส กุนญ่า
- 🔁 75′ – มานูเอล อูการ์เต้ ลงแทนคาเซมิโร่เพื่อเพิ่มความสดแดนกลาง
- 🔁 79′ – ฟูแล่มส่งทอม แคร์นี่ย์ ลงสนามแทนซามูเอล ชุคเวเซ่ ปรับเกมรุกกลางสนาม
- 🟨 83′ – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทำฟาวล์ตัดเกมโดนใบเหลือง
- ⚽ 85′ – ฟูแล่มได้จุดโทษ และราอูล ฆิเมเนซ ซัดไม่พลาด ไล่มา 2-1
- 🔁 86′ – แมนยูเปลี่ยนแบ็กขวา ดาโลต์ออก มาซราอูอีลง
- 🔁 88′ – ฟูแล่มส่งคัลวิน แบสซีย์ ลงแทนจอห์น คูเอนก้า เสริมความสดแนวรับ
- ⚽ 90+1′ – เควิน ยิงประตูตีเสมอ 2-2 จากการแอสซิสต์ของไรอัน เซสเซญง ทำเอาแฟนผีเงียบทั้งสนาม
- ⚽ 90+4′ – เบนฌามิน แซร์โค รับบอลจากบรูโน่ แฟร์นานเดส ก่อนยิงเสียบตาข่าย ผีนำ 3-2 สังหารใจแฟนเจ้าสัวน้อย
- 🔁 90+6′ – เลนี ยอโร่ ลงแทนเอ็มบูโม่ เพื่อช่วยอุดเกมรับจนจบการแข่งขัน
🌟 Player of the Match – คาเซมิโร่
แม้จะโดนเปลี่ยนออกช่วงกลางครึ่งหลัง แต่ค่ำคืนนี้ชื่อของคาเซมิโร่คือหัวใจของแมนยูอย่างแท้จริง ได้คะแนนสูงสุด 8.7 จากการยิงหนึ่ง จ่ายหนึ่ง คุมจังหวะกลางสนาม และช่วยตัดเกมรุกของฟูแล่มหลายครั้ง จังหวะโฉบขึ้นมายิงประตูแรกเปิดหัวทำให้เกมไหลลื่น ฝั่งตัวประกบถึงกับตามไม่ทัน
นอกจากผลงานส่วนตัว คาเซมิโร่ยังเป็นผู้นำในสนาม คอยไล่สั่งเพรสและจัดระเบียบแนวรับหลายครั้ง ก่อนถูกถอดเพื่อเซฟอาการหลังโดนใบเหลือง ถ้าวันนี้ไม่มีเขา ผีแดงอาจไม่สามารถออกนำถึง 2-0 และปิดเกมดราม่านี้ได้เลยด้วยซ้ำ

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเก็บเพิ่มเป็น 41 แต้มจาก 24 นัด รั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลังแอสตัน วิลล่าแค่ 5 แต้ม และทิ้งเชลซีอันดับ 5 ไปหนึ่งคะแนน ยึดพื้นที่ท็อปโฟร์แบบหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อย
ส่วนฟูแล่มแพ้เกมสำคัญแต่ยังเกาะกลุ่มบนของตารางด้วย 34 แต้มจาก 24 นัด รั้งอันดับ 8 เท่ากับเอฟเวอร์ตันที่มี 34 แต้มเช่นกัน แต่ลูกได้เสียของทีมเจ้าสัวน้อยยังเป็น -1 ถือว่าอยู่ในโซนกลางตารางที่พร้อมดีดขึ้นไปลุ้นพื้นที่ยุโรป ถ้ารักษาฟอร์มช่วงโค้งท้ายฤดูกาลได้ดี
📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป
มองไปที่ โปรแกรมบอล ข้างหน้า แมนยูยังมีงานหนักรออยู่เต็มมือ นัดถัดไปจะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดรับการมาเยือนของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในวันที่ 7/02/26 เวลา 19:30 น. ก่อนจะบุกเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 11/02/26 เวลา 03:15 น. สองเกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าผีแดงพร้อมยืนระยะลุ้นท็อปโฟร์จริงแค่ไหน
ฟูแล่มเองก็โหดไม่แพ้กัน เพราะต้องบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 12/02/26 เวลา 02:30 น. แล้วกลับมาเล่นในบ้านพบเอฟเวอร์ตัน วันที่ 7/02/26 เวลา 22:00 น. หากเก็บแต้มจากสองนัดนี้ได้ ทีมของมาร์โก ซิลวาจะยังยืนในกลุ่มบนของ ตารางบอล ได้อย่างมั่นคง
🏠 ติดตาม บ้านผลบอล แบบถึงใจที่ บ้านกีฬา
ใครที่ชอบเสพเกมเดือดๆ แบบคืนนี้ อยากเช็กสกอร์สด เช็กสถิติหลังเกม หรือดูมุมมองจัดจ้านสไตล์คอลูกหนังไทย บ้านกีฬา ขอบอกว่าเข้ามาเช็ก บ้านผลบอล ได้ทุกวัน เราพร้อมเล่าเกมให้ฟังเหมือนนั่งคุยกันหน้าทีวี ครบทั้งสกอร์ นาทีสำคัญ และบรรยากาศในสนามแบบจัดเต็ม
บ้านกีฬา จะยังตามติดทุกจังหวะของพรีเมียร์ลีกและลีกดังทั่วโลกให้แฟนบอลได้มันส์กันต่อแน่นอน

