
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง สเปอร์ส 2-2 แมนซิตี้ วันนี้ 1/2/69 – บ้านกีฬา
พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนที่ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ สเตเดี้ยม กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่คอบอลต้องย้อนดูไฮไลต์กันยาวๆ เพราะจากรูปเกมที่เหมือนทุกอย่างเข้าทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับโดนโดมินิค โซลังเก้ ลุกขึ้นมาแบกทีมซัดสองเม็ดติด พาสเปอร์สไล่ตีเสมอ 2-2 แบบสุดเดือด บ้านกีฬา ขยี้จอเช็ก ผลบอลสด กันแทบไม่ทัน
แมนฯ ซิตี้ออกสตาร์ตด้วยความนิ่งตามสไตล์ทีมลุ้นแชมป์ ขึ้นนำก่อน 2-0 จากเออร์ลิง ฮาลันด์ ที่จบสกอร์จากการแอสซิสต์ของรายัน แชร์กี นาที 11 และประตูบวกเพิ่มของแบร์นาร์โด ซิลวา จากการเซ็ตอัพของอองตวน เซเมนโย นาที 44 ดูเหมือนเรือใบจะเก็บสามแต้มแบบสบายๆ
แต่ครึ่งหลังรูปเกมหักมุม เมื่อสเปอร์สเติมเกมรุกแบบไม่กลัวตาย โซลังเก้ยิงไล่มา 1-2 นาที 53 ก่อนจะมาโขกหรือซัดจ่อๆ ตีเสมอ 2-2 นาที 70 เปลี่ยนบรรยากาศจากความเงียบในครึ่งแรกให้กลายเป็นสนามเดือดแบบสุดขอบเก้าอี้ สุดท้ายจบเกมแบ่งกันไปทีมละแต้ม แต่ผลเสมอนี้เจ็บกว่าชนะสำหรับซิตี้ เพราะทำแต้มไล่อาร์เซนอลจ่าฝูงไม่ขึ้น
⏱ ครึ่งแรก: เรือใบคมกว่า นำห่างสองเม็ด
เสียงนกหวีดเริ่มเกม แมนฯ ซิตี้บุกใส่ทันที ใช้การขยับของฮาลันด์ค้ำลากแนวรับ เปิดพื้นที่ให้แนวรุกแถวสองเคลื่อนที่เข้าไปเล่นระหว่างไลน์ และเพียงนาที 11 ก็ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่แชร์กีฉีกออกมารับบอลทางซ้าย ก่อนตบกลับเข้าในให้ฮาลันด์วิ่งมาแปไม่เหลือ
สเปอร์สพยายามต่อบอลจากหลัง แต่โดนเพรสซิ่งสูงจนออกบอลพลาด ยาเฟต บิสซูม่า โดนใบเหลืองเร็วจากจังหวะเล่นนอกเกม ขณะที่อาบดูราซัก คุซานอฟ ของซิตี้ก็โดนจดชื่อจากการเข้าเสียบหนักเหมือนกัน ทำให้เกมกลางสนามดุเดือดตั้งแต่ต้นครึ่งแรก
ท้ายครึ่งแรก นาที 38 ซาวี ซิมอนส์ ต้องรับใบเหลืองจากการเข้าสกัดช้า เป็นภาพสะท้อนว่าแดนกลางสเปอร์สเสียจังหวะให้คู่แข่งอย่างชัดเจน และแล้วนาที 44 แมนฯ ซิตี้ก็หนีเป็น 2-0 จากจังหวะเซ็ตเกมฝั่งขวา เซเมนโยเติมขึ้นมาพาบอลก่อนจ่ายตัดหลังแนวรับให้แบร์นาร์โด ซิลวา สอดเข้าไปแปเน้นๆ ไม่มีเหลือ ช่วงทดเจ็บ ร็อดรี โดนใบเหลืองอีกคนจากจังหวะตัดเกม ก่อนจบครึ่งแรกที่สกอร์ 0-2
🔁 ครึ่งหลัง: โซลังเก้แบกเกม พลิกโฉมไก่เดือยทอง
กลับมาครึ่งหลัง โธมัส แฟรงค์ ขยับทันที ถอดคริสเตียน โรเมโรออก ส่งปาเป มาตาร์ ซาร์ ลงมาคุมจังหวะตรงกลาง ผลชัดเจนว่าไก่เดือยทองเล่นบอลกับพื้นลื่นขึ้น กล้าเพรสสูงสวนกลับมากขึ้น
นาที 53 ความพยายามของเจ้าบ้านได้ผล ซาวี ซิมอนส์ ลากบอลแหวกจากครึ่งสนามแล้วแทงทะลุช่องให้โซลังเก้หลุดไปซัดผ่านมือจานลุยจิ ดอนนารุมม่า เป็นประตูไล่มา 1-2 ทำให้เสียงเชียร์ในสนามกลับมาดังกระหึ่ม
สเปอร์สเดินหน้าลุยต่อ นาที 68 เปลี่ยนสองตัวรวด ส่งมาธิส เตล และวิลสัน โดเบิร์ต ลงมาช่วยเกมรุก ผลคือจังหวะเข้าทำหลากหลายขึ้น ส่วนฝั่งซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องรีบขยับ ส่งทิจานี เรย์นเดอร์ส แทนแชร์กี และนิโก้ กอนซาเลซ แทนรามี่ นูรี เพื่อเติมความสดแดนกลางและริมเส้น
แต่ไก่เดือยทองยังไม่ยอม นาที 70 คอนอร์ กัลลาเกอร์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปหน้าประตู โซลังเก้โฉบตัดหน้ากองหลังโหม่งเสียบเสาสอง กลายเป็นประตูตีเสมอ 2-2 แบบสนามแทบแตก ช่วงท้ายเกมซิตี้ส่งฟิล โฟเดน กับโอมาร์ มาร์มูช ลงมาไล่บี้ แต่ก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกมด้วยสกอร์เดิม แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่ง

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🐓 สเปอร์ส
ระบบ 3-4-2-1
- ผู้รักษาประตู
- กีเยร์โม่ วีคาริโอ (6.1)
- กองหลัง
- ราดู ดรากูชิน (5.4)
- คริสเตียน โรเมโร กัปตันทีม (5.8) – ถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง
- เชา ปาลินญ่า (7.1)
- กองกลางและวิงแบ็ก
- เดสตินี่ อูโดกี (6.8)
- ยาฟเฟต บิสซูม่า (5.9) – ตัวตัดเกม โดนใบเหลืองตั้งแต่ต้น
- คอนอร์ กัลลาเกอร์ (7.0) – แอสซิสต์ลูกตีเสมอ 2-2
- แอรอน เกรย์ (6.5)
- ตัวรุก
- ซาวี ซิมอนส์ (9.0) – แอสซิสต์ลูก 1-2 สร้างสรรค์เกมตลอด
- ร็องดาล โคโล มูอานี่ (6.2)
- ศูนย์หน้า
- โดมินิค โซลังเก้ (9.1) – เหมายิงสองประตูสุดสำคัญ
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ปาเป มาตาร์ ซาร์ (7.6) แทน โรเมโร นาที 46
- มาธิส เตล (6.4) แทน โคโล มูอานี่ นาที 68
- วิลสัน โดเบิร์ต (6.3) แทน บิสซูม่า นาที 68
- จูน’ไอ ไบฟิลด์ (6.7) แทน โซลังเก้ นาที 90+
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: อันโตนิน คินสกี, ซูซ่า, เจมส์ โรส์เวลล์, คัลลัม โอลูเซยี, ริโอ คเยเรมาตัน
ผู้เล่นบาดเจ็บสำคัญ: เจมส์ แมดดิสัน, โมฮัมเหม็ด คูดุส, โรดริโก เบนตันกูร์, ริชาร์ลิสัน, เดยัน คูลูเซฟสกี้, เบน เดวีส์, ลูคัส แบร์กวัลล์, มิกกี้ ฟาน เดอ เวน (เช็กฟิต), เปโดร ปอร์โร
🔵 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ระบบ 4-1-4-1
- ผู้รักษาประตู
- จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (7.1)
- กองหลัง
- มาร์ค เกฮี (8.1) – เล่นนิ่งสุดในแผงหลัง
- อับดุลลอฮ์ คุซานอฟ (6.7) – มีใบเหลืองติดตัว
- อองตวน เซเมนโย (6.8) – แบ็กซ้ายเติมเกมรุกจัดจ้าน แอสซิสต์ประตู 0-2
- รามี่ นูรี (6.3)
- กองกลาง
- ร็อดรี (8.4) – ห้องเครื่องคุมจังหวะเกม รับใบเหลืองช่วงทดเจ็บครึ่งแรก
- แบร์นาร์โด ซิลวา กัปตันทีม (7.2) – ทำประตูที่สองให้ทีม
- นีล โอเรลลี (6.6)
- มาเตอุส นูนเญส (6.0)
- รายัน แชร์กี (8.1) – แอสซิสต์ลูกแรกให้ฮาลันด์
- ศูนย์หน้า
- เออร์ลิง ฮาลันด์ (6.6) – ทำประตูเบิกร่อง 0-1
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ทิจานี เรย์นเดอร์ส (6.3) แทน แชร์กี นาที 69
- นิโก้ กอนซาเลซ (7.0) แทน นูรี นาที 70
- ฟิล โฟเดน (6.5) แทน แบร์นาร์โด ซิลวา นาที 88
- โอมาร์ มาร์มูช ลงแทน ร็อดรี นาที 90+
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: เจมส์ ทรัฟฟอร์ด, นาธาน อาเก้, แม็กซ์ อัลลีน, ริโก้ ลูอิส, ไรอัน แมคเอดู
ผู้เล่นบาดเจ็บสำคัญ: มาเตโอ โควาชิช, ซาวินโญ่, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, เจเรมี โดกู, ยอชโก กวาร์ดิโอล
ผู้ตัดสิน: โรเบิร์ต โจนส์ (แจกใบเหลืองรวม 6 ใบ และเตือนเป๊ป กวาร์ดิโอลา จากการโวยวายในเขตเทคนิค)
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองเชิง วิเคราะห์บอล เกมนี้เป๊ปจัด 4-1-4-1 แบบเพรสสูงเต็มระบบ ใช้ร็อดรีเป็นตัวล็อกกลางสนามคอยตัดบอลก่อนถึงแนวรับ พร้อมให้แถวสองอย่างแชร์กี, นูนเญส และแบร์นาร์โด ซิลวา ขยับเข้าไปเล่นระหว่างไลน์หลังของสเปอร์ส ทำให้ช่วง 30 นาทีแรกเจ้าบ้านแทบหายใจไม่ทั่วท้อง รับลึกแล้วออกบอลไม่ได้ โดนบีบจนเสียจังหวะตลอด
การโจมตีของซิตี้อาศัยการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง แชร์กีมักย้ายเข้ากลางเพื่อเปิดพื้นให้เซเมนโยโอเวอร์แลป ส่วนทางขวา นูรีเติมสูง แล้วให้โอเรลลีคอยซัพพอร์ตด้านใน การเปิดบอลตัดแนวรับหรือต่อบอลสั้นในกรอบเขตโทษคืออาวุธหลัก ซึ่งเราได้เห็นชัดในสองประตูของทีมเยือน
ขณะที่สเปอร์สใช้ 3-4-2-1 เน้นรอจังหวะเปลี่ยนโหมดจากรับเป็นรุก ผ่านซิมอนส์และโคโล มูอานี่ แต่ครึ่งแรกจังหวะออกบอลช้า แดนกลางเสียบอลบ่อยและโดนสวนทันที พอเข้าครึ่งหลัง แฟรงค์แก้เกมด้วยการส่งซาร์ลงมากดดันร็อดรี ทำให้ซิตี้ครองบอลแบบสบายๆ ไม่ได้อีกต่อไป ช่องจ่ายบอลลดลง แถมสเปอร์สขยับไลน์เกมรับขึ้นสูง กล้าเพรสไลน์แรกมากกว่าเดิม
การขึ้นเกมของเจ้าบ้านช่วง 30 นาทีท้ายมาจากการวิ่งสอดของวิงแบ็กทั้งอูโดกีและเกรย์ บวกกับการที่ซิมอนส์ถ่างไปครองบอลด้านข้างก่อนแทงทะลุให้โซลังเก้ใช้พละกำลังบังชิงจังหวะในกรอบเขตโทษ จุดนี้คือเหตุผลที่สเปอร์สคัมแบ็กได้สำเร็จ แม้ทิ้งพื้นที่ด้านหลังให้โดนสวนกลับเสียวๆ อยู่ตลอดก็ตาม
เกมรับของทั้งสองทีมมีช่องโหว่ชัดเจน สเปอร์สโดนเล่นตรงกลางระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กกับวิงแบ็ก ส่วนซิตี้แม้จะคุมบอลได้เหนือกว่า แต่เมื่อถูกบีบให้ถอยต่ำ กองหลังเริ่มเสียสมาธิ ปล่อยให้โซลังเก้หลุดไปโหม่งหรือพักบอลได้ง่ายเกินไปเล็กน้อย

📈 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมยืนยันว่าซิตี้เป็นฝ่ายคุมจังหวะได้เหนือกว่าชัดเจน พวกเขาครองบอล 61% ต่อ 39% ส่งบอลมากถึง 559 ครั้ง ขณะที่สเปอร์สทำได้ 276 ครั้งเท่านั้น ความแม่นยำในการจ่ายก็เด่นกว่า 91% ต่อ 77% แสดงให้เห็นระบบการต่อบอลที่ยังลื่นไหลเป็นเครื่องหมายการค้าของเรือใบสีฟ้า
อย่างไรก็ตาม การจบสกอร์ไม่ได้ทิ้งห่างมากนัก สเปอร์สมีโอกาสยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ส่วนซิตี้ยิง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง นั่นหมายความว่าเมื่อเจ้าบ้านได้ลุ้น จะมีความอันตรายและกดดันแนวรับเรือใบได้ดีทีเดียว เกมนี้ยังมีจังหวะปะทะกันดุเดือด ฟาวล์รวม 27 ครั้ง ใบเหลืองออกฝั่งละ 3 ใบ ไม่มีใบแดงแต่ก็ทำเอาแฟนบอลลุ้นทุกจังหวะหนักเลยทีเดียว ลูกเตะมุมเป็นซิตี้ที่เหนือกว่าเล็กน้อย 4 ต่อ 3 และล้ำหน้า 2 ต่อ 1
📌 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 11 แมนฯ ซิตี้ขึ้นนำ 0-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ จบสกอร์จากการจ่ายของรายัน แชร์กี
- 🟨 นาที 11 ยาเฟต บิสซูม่า รับใบเหลืองจากการเล่นนอกเกมกลางสนาม
- 🟨 นาที 21 อับดุลลอฮ์ คุซานอฟ โดนจดชื่อจากการฟาวล์ตัดเกม
- 🟨 นาที 38 ซาวี ซิมอนส์ เข้าสกัดช้า โดนใบเหลืองเพิ่มอีกคน
- ⚽ นาที 44 แมนฯ ซิตี้หนีเป็น 0-2 แบร์นาร์โด ซิลวา ยิงจ่อๆ จากการแอสซิสต์ของอองตวน เซเมนโย
- 🟨 นาที 45+3 ร็อดรี โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ในช่วงทดเวลา
- 🟨 ช่วงท้ายครึ่งแรก เป๊ป กวาร์ดิโอลา โดนใบเหลืองจากการโวยผู้ตัดสินบริเวณเขตเทคนิค
- 🔁 นาที 46 สเปอร์สเปลี่ยนตัว ส่งปาเป มาตาร์ ซาร์ ลงแทนคริสเตียน โรเมโร
- ⚽ นาที 53 สเปอร์สไล่มา 1-2 ซาวี ซิมอนส์ แทงทะลุช่องให้โดมินิค โซลังเก้ ยิงผ่านดอนนารุมม่า
- 🔁 นาที 68 สเปอร์สเปลี่ยนสองตัวรวด ส่งมาธิส เตล แทนโคโล มูอานี่ และวิลสัน โดเบิร์ต แทนบิสซูม่า
- 🔁 นาที 69 แมนฯ ซิตี้ส่งทิจานี เรย์นเดอร์ส ลงแทนแชร์กี
- 🔁 นาที 70 แมนฯ ซิตี้ส่งนิโก้ กอนซาเลซ ลงแทนรามี่ นูรี
- ⚽ นาที 70 สเปอร์สตีเสมอ 2-2 กัลลาเกอร์เปิดบอลให้โซลังเก้โหม่งเข้าไปอย่างเด็ดขาด
- 🔁 นาที 88 แมนฯ ซิตี้ส่งฟิล โฟเดน ลงแทนแบร์นาร์โด ซิลวา เติมความสดแนวรุก
- 🔁 นาที 90+ สเปอร์สส่งจูน’ไอ ไบฟิลด์ ลงแทนโซลังเก้ที่วิ่งจนหมดแรง
- 🔁 นาที 90+4 แมนฯ ซิตี้ส่งโอมาร์ มาร์มูช ลงแทนร็อดรี หวังเพิ่มความอันตรายในกรอบเขตโทษแต่ไม่สำเร็จ
⭐ Player of the Match: โดมินิค โซลังเก้
เกมนี้ไม่มีใครเด่นไปกว่าโดมินิค โซลังเก้ ศูนย์หน้าตัวเป้าที่ได้คะแนนสูงสุดในสนาม 9.1 จากการเหมาสองประตูสำคัญ พาไก่เดือยทองพลิกสถานการณ์จากทีมที่น่าจะแพ้คาบ้าน กลายเป็นเก็บหนึ่งแต้มสุดล้ำค่า
โซลังเก้ไม่ใช่แค่คนจบสกอร์ แต่ยังเป็นตัวพักบอลและเชื่อมเกมให้เพื่อนร่วมทีมได้ดี ดวลกับคู่เซ็นเตอร์แมนฯ ซิตี้ทั้งเกฮีและคุซานอฟแบบไม่เกรงกลัว วิ่งไล่กดดันตั้งแต่ด่านแรก ทำให้แนวรับเรือใบออกบอลไม่สะดวก ยิ่งครึ่งหลังเมื่อสเปอร์สขยับไลน์เพรสสูง เขายิ่งมีบทบาททั้งการโหม่งชงและหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ถือว่าเหมาะสมกับตำแหน่ง Player of the Match แบบไร้ข้อโต้แย้ง
ฝั่งซิตี้ คนที่เด่นสุดคือร็อดรี (8.4) ที่คุมจังหวะเกมได้เนียนตา รวมถึงแชร์กีและเกฮีที่โชว์ฟอร์มดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาโดนโซลังเก้กลบแสงช่วงท้ายเกมไปพอสมควร

🧮 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
หลังจบเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้ม ทำให้ลงเตะ 24 นัด มี 47 คะแนน รั้งอันดับ 2 ตามหลังอาร์เซนอลจ่าฝูงที่มี 53 คะแนน ช่องว่าง 6 แต้มยังคงเดิม ผลเสมอนัดนี้จึงถือว่าเป็นการสะดุดที่ทำให้แรงกดดันในการลุ้นแชมป์เพิ่มขึ้นอีกขั้น เมื่อด้านหลังยังมีแอสตัน วิลลาตามมาติดๆ ที่ 46 คะแนน
ส่วนสเปอร์ส แม้จะยังจมอยู่อันดับ 14 แต่แต้มเพิ่มเป็น 29 จาก 24 นัด เท่ากับคริสตัล พาเลซ และทิ้งห่างโซนตกชั้นอย่างเวสต์แฮมกับเบิร์นลีย์อยู่พอสมควร ชัยชนะไม่ได้มา แต่การแบ่งแต้มจากทีมลุ้นแชมป์ย่อมเติมความมั่นใจให้ห้องแต่งตัวไก่เดือยทอง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับผลงานในช่วงโค้งท้ายฤดูกาล หากดูจากรูปแบบข้อมูลใน ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก แล้ว สเปอร์สยังมีโอกาสไต่ขึ้นกลางตารางได้แน่นอนถ้ารักษาฟอร์มแบบครึ่งหลังเกมนี้ให้ต่อเนื่อง
📆 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป
มองไปข้างหน้าในมุมของคอบอลที่ชอบวางแผนเช็ก โปรแกรมบอล ล่วงหน้า สเปอร์สมีงานไม่ง่ายรออยู่ เพราะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จากนั้นยังต้องบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมต่อเกมคือบททดสอบความเหนียวแน่นของแนวรับและจังหวะคมของโซลังเก้และผองเพื่อน
ด้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไปยิ่งเดือดกว่านั้น เพราะต้องยกพลไปเยือนลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ เกมระดับหกแต้มที่อาจชี้ชะตาการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้โดยตรง อีกทั้งพวกเขายังมีคิวเตะบอลถ้วยอย่างอีเอฟแอล คัพ พบกับนิวคาสเซิลคั่นกลาง ทำให้เรื่องการโรเตชันนักเตะและการบริหารสภาพร่างกายกลายเป็นปัจจัยสำคัญสุดๆ สำหรับเป๊ปและลูกทีม
ใครที่ตามดูบอลอังกฤษเป็นประจำ แนะนำเปิดหน้าจอเช็ก ตารางบอล ไว้ให้ดี เพราะช่วงโค้งนี้โปรแกรมถี่ยิบ พลาดแมตช์เดียวอาจหลุดทุกดราม่า
📺 ติดตาม บ้านผลบอล และทุกจังหวะเดือดได้ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของพรีเมียร์ลีกแบบเกาะติด ทั้งสกอร์สด ราคาบอล และสถิติหลังเกม อย่าลืมกดเข้ามาเช็ก บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา เราจะเก็บทุกช็อตมันส์ ทุกไฮไลต์สำคัญ และทุกมุมมองจากสนามอังกฤษมาเล่าให้ฟังแบบเข้มข้น ดุดัน และเข้าใจง่ายเหมือนมีเพื่อนคอบอลนั่งคุยข้างๆ จบแมตช์แล้ว อยากรู้อะไรต่อ บ้านกีฬา มีคำตอบให้เสมอ

