
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง นิวคาสเซิ่ล 2-3 เบรนท์ฟอร์ด วันนี้ 8/2/69 – บ้านกีฬา
พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค แฟนเจ้าถิ่นหวังใช้เสียงเชียร์กดดันให้ทีมเก็บชัย แต่สุดท้ายกลายเป็นค่ำคืนฝันร้าย เมื่อเบรนท์ฟอร์ดบุกมาคว้าชัย 3-2 ในเกมที่รูปเกมสูสีแต่ความเฉียบคมแดนหน้าทีมเยือนเหนือกว่า บ้านกีฬา ขอสรุปเกมนี้แบบสาย ผลบอลสด ให้แฟนบอลเห็นภาพชัดทุกจังหวะสำคัญ
🕐 ครึ่งแรก – สาลิกาออกนำแต่โดนยิงกลับสองดอก
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น นิวคาสเซิลเดินหน้าบดตั้งแต่ต้น นาที 8 ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ได้ลองซัดไกลให้เจ้าถิ่นทักทาย บอลพุ่งแรงแต่เฉี่ยวเสาไปนิดเดียว เป็นสัญญาณว่ากองหลังเบรนท์ฟอร์ดคืนนี้ไม่ได้นอนหลับสบายแน่
นาที 14 เจ้าบ้านได้เตะมุมต่อเนื่องสองครั้ง กดเกมอยู่ฝั่งเดียวแต่ยังหาทางเจาะตาข่ายไม่ได้ จนกระทั่งนาที 24 ความพยายามก็เป็นผล จากเตะมุมฝั่งขวาที่ บรูโน กิมาไรส์ เปิดโค้งเข้าไปกลางประตู สเวน บ็อตมัน โฉบโหม่งระยะเผาขนเข้าไปอย่างเด็ดขาด นิวคาสเซิลออกนำ 1-0 สนามแทบระเบิด
หลังได้ประตู นิวคาสเซิลยังคุมจังหวะ นาที 29 ซานโดร โตนาลี ลองส่องไกลอีกครั้ง แต่บอลติดบล็อกแนวรับผึ้งพิฆาต ทว่าทีมเยือนใช้จังหวะโต้กลับเล่นงานทันที นาที 37 ดังโก วัตตารา กระชากบอลทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษ วิตาลี ยาเนลต์ ทะยานโหม่งเต็มศีรษะ บอลพุ่งเสียบเสาเสมอ 1-1 แบบเงียบกริบทั้งสนาม
ความผิดพลาดเริ่มมาเยือนเจ้าบ้านนาที 43 เมื่อ เจค็อบ เมอร์ฟี ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเลชี้จุดโทษให้เบรนท์ฟอร์ดทันที ก่อนที่ อิกอร์ ติอาโก จะรับหน้าที่สังหารนาที 45+2 ยิงด้วยขวาเสียบมุมล่างอย่างเยือกเย็น พลิกสถานการณ์ให้เบรนท์ฟอร์ดนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก ทั้งที่รูปเกมไม่ได้เหนือกว่าแต่เล่นงานจากจังหวะสำคัญได้เฉียบคมกว่า
🔁 ครึ่งหลัง – นิวคาสเซิลไล่ทันแต่มาตายท้ายเกม
เข้าสู่ครึ่งหลัง เอ็ดดี้ ฮาว แก้เกมทันที ส่ง แอนโธนี เอลังกา กับ นิค โวลเทมาเดอ ลงมาแทน วิลล็อค และ เมอร์ฟี เพื่อเพิ่มสปีดเกมรุก นิวคาสเซิลโหมบุกหนัก นาที 54 บาร์นส์ได้โหม่งในเขตโทษ บอลหลุดเสาไปแบบได้ลุ้นทั้งสนาม
ฝั่งเบรนท์ฟอร์ดเปลี่ยนเกมแดนกลาง ใส่ เยฮอร์ ยาร์โมลยุค นาที 56 มาไล่เพรสแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำให้จังหวะครองบอลของทีมเยือนแน่นขึ้น แม้จะโดนบุกใส่แต่ยังรับกันมีวินัย
นาที 69 ติอาโกโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์กลางสนาม แต่จุดเปลี่ยนใหญ่ของครึ่งหลังมานาที 74 เมื่อ ไมเคิล คาโยเด เข้าจังหวะพลาดไปฟาวล์ บรูโน กิมาไรส์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้เจ้าบ้าน คราวนี้ บรูโน ลุกมารับผิดชอบเอง นาที 79 ซัดด้วยขวาเสียบมุมล่างไม่เหลือ นิวคาสเซิลตีเสมอ 2-2 สร้างความหวังให้แฟนสาลิกากลับมาลุ้นอีกครั้ง
แต่บอลคือเกมของรายละเอียดเล็ก ๆ นาที 80 เบรนท์ฟอร์ดเสริมความสดส่ง โรมิลล์ โดโนแวน แทน ลูวิส-พ็อตเตอร์ ก่อนจะมาแทงแสบในนาที 85 มาติอัส เยนเซน ตวัดบอลเข้าเขตโทษให้ วัตตารา สอดมาซัดด้วยซ้ายกลางกรอบตุงตาข่าย เป็นประตู 3-2 ที่ทำให้เจ้าถิ่นถึงกับช็อก
ท้ายเกมนิวคาสเซิลส่ง เจค็อบ แรมซีย์ กับ แดน เบิร์น ลงมาเร่งเกม นาที 90+1 ยาเนลต์โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์ส่วน ลูอิส ฮอลล์ รับใบเหลืองในนาที 96 จากจังหวะโวยผู้ตัดสิน แม้ทดเวลาถึง 9 นาที แต่เจ้าบ้านก็เจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า จบเกม เบรนท์ฟอร์ดบุกคว้าชัยสุดโหด 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญกลับลอนดอนเหนือไปได้

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
🖤 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (ระบบ 4-3-3)
ผู้รักษาประตู
- นิค โป๊ป 6.2
กองหลัง
- คีแรน ทริปเปียร์ 6.3
- มาลิค เธียว์ 6.7
- สเวน บ็อตมัน 7.8 (ทำประตู 1-0)
- ลูอิส ฮอลล์ 7.1
กองกลาง
- ซานโดร โตนาลี 6.6
- บรูโน กิมาไรส์ (กัปตัน) 7.8 (ยิงจุดโทษ 2-2)
- โจ วิลล็อค 6.5
กองหน้า
- เจค็อบ เมอร์ฟี 6.2 (ทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษ)
- ยวน วิสซา 6.0
- ฮาร์วีย์ บาร์นส์ 6.5
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- แอนโธนี เอลังกา (แทน วิลล็อค 46’) 6.8
- นิค โวลเทมาเดอ (แทน เมอร์ฟี 46’) 7.0
- วิลเลียม โอซูลา (แทน วิสซา 65’) 6.5
- เจค็อบ แรมซีย์ (แทน โตนาลี 87’) 6.7
- แดน เบิร์น (แทน ทริปเปียร์ 87’) 7.0
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
- อารอน แรมส์เดล
- อเล็กซ์ เมอร์ฟี
- ลีโอ ชาฮาร์
- ฌอน นีฟ
🐝 เบรนท์ฟอร์ด (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- ควีวีน เคลเลเฮอร์ 6.4
กองหลัง
- ไมเคิล คาโยเด 6.0
- คริสเตียน อาเยอร์ 6.5
- เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก 6.5
- รีโก เฮนรี 5.9
กองกลางตัวรับ
- วิตาลี ยาเนลต์ 8.9 (ยิง 1 ประตู, MOTM)
- จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6.7
กองกลางตัวรุก
- ดังโก วัตตารา 7.8 (ยิงประตูชัย 3-2 และแอสซิสต์ 1 ลูก)
- มาติอัส เยนเซน (กัปตัน) 6.8 (แอสซิสต์ลูก 3-2)
- คีแรน ลูวิส-พ็อตเตอร์ 5.9
กองหน้า
- อิกอร์ ติอาโก 6.7 (ยิงจุดโทษ 1 ลูก)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- เยฮอร์ ยาร์โมลยุค (แทน เฮนเดอร์สัน 56’) 6.7
- โรเมลล์ โดโนแวน (แทน ลูวิส-พ็อตเตอร์ 80’) 6.4
- มิกเคล ดัมส์การ์ด (แทน เยนเซน 87’) 6.6
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
- ฮาคอน ราฟน์ วัลดิมาร์สสัน
- อารอน ฮิคกี้
- อีธาน พินน็อค
- นาธาน คอลลินส์
- รีส เนลสัน
- เคย์ ฟูโร
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในเชิงแท็กติก นิวคาสเซิลของเอ็ดดี้ ฮาว ใช้ระบบ 4-3-3 เน้นเซ็ตบอลจากแนวรับ ผ่านเท้า บ็อตมัน–เธียว์ ขึ้นมาหา บรูโน กิมาไรส์ ที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมเกม ก่อนกระจายออกด้านข้างให้ บาร์นส์ และ เมอร์ฟี โจมตีด้วยการครอสบอล จุดแข็งคือการเล่นลูกตั้งเตะที่แม่นยำ ทว่าปัญหาคือพื้นที่ด้านหลังกองกลางสามคนมักหลุดให้ตัวรุกเบรนท์ฟอร์ดหาพื้นที่ได้ง่าย เมื่อบอลเสียการสลับเป็นเกมรับจึงช้า ทำให้โดนโต้กลับหลายครั้ง
เบรนท์ฟอร์ดของคีธ แอนดรูว์ส ตอบโต้ด้วย 4-2-3-1 ที่เน้นวินัยเกมรับสูง แพ็กคู่กลาง ยาเนลต์–เฮนเดอร์สัน ยืนปิดช่องหน้าเซ็นเตอร์ ก่อนปล่อยให้ เยนเซน เป็นตัวเชื่อมกับสามแนวรุก วัตตารา–ติอาโก–ลูวิส-พ็อตเตอร์ จุดเด่นคือจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่ทำได้รวดเร็ว บอลถูกแทงออกปีกให้ วัตตารา เล่นงานฮอลล์และบ็อตมันตลอดทั้งเกม
เมื่อเสียบอล เบรนท์ฟอร์ดถอยบล็อกต่ำ ปิดพื้นที่ในเขตโทษ บังคับให้นิวคาสเซิลต้องยิงไกลหรือเปิดจากด้านข้าง ทำให้จังหวะลุ้นประตูส่วนใหญ่ของเจ้าบ้านไม่คมพอ ในขณะที่ทีมเยือนใช้จังหวะทองจากลูกเซตพีซและพื้นที่โล่งด้านข้างเล่นงานได้อย่างเฉียบคม จนเมื่อถึงช่วงสำคัญของเกม ลูกเปลี่ยนแกนของเยนเซนและการวิ่งอ้อมแนวรับของวัตตาราก็กลายเป็นหมัดน็อกที่เปลี่ยนผลการแข่งขัน
โดยรวมแล้ว หากมองในมุม วิเคราะห์บอล เกมนี้ชัดเจนว่า นิวคาสเซิลยังมีจุดอ่อนเรื่องทรานซิชั่นเกมรับและความนิ่งในกรอบเขตโทษ ส่วนเบรนท์ฟอร์ดแสดงให้เห็นว่าระบบโต้กลับเร็วและการสับเปลี่ยนตำแหน่งแนวรุก คืออาวุธหลักที่คู่แข่งทุกทีมในพรีเมียร์ลีกต้องระวัง

📈 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมได้อย่างดี นิวคาสเซิลครองบอลมากกว่า 55% ต่อ 45% จ่ายบอล 392 ครั้ง ความแม่นยำ 83% ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดจ่าย 342 ครั้ง แม่นยำ 76% แม้จะเสียบอลมากกว่าแต่ทุกครั้งที่หลุดขึ้นมาได้ ทีมเยือนกลับสร้างความอันตรายได้ชัดเจนกว่า
ด้านการจบสกอร์ เจ้าบ้านยิง 15 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 3 ลูก ต่างจากเบรนท์ฟอร์ดที่ยิง 11 ครั้ง แต่เข้ากรอบถึง 5 ลูก ซึ่งเปลี่ยนเป็น 3 ประตูเต็ม ๆ ลูกเตะมุม นิวคาสเซิลได้ถึง 9 ครั้ง และหนึ่งในนั้นกลายเป็นประตูขึ้นนำของบ็อตมัน ทว่าความดุดันในพื้นที่สุดท้ายยังไม่พอจะปิดเกม ส่วนฟาวล์ทั้งสองทีมค่อนข้างหนักหน่วง นิวคาสเซิลทำ 13 ครั้ง เบรนท์ฟอร์ด 17 ครั้ง ใบเหลืองทีมละ 2 ใบ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายทุ่มเทชนิดไม่กลัวโดนจดชื่อในรายงานผู้ตัดสิน
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ 24’ สเวน บ็อตมัน โหม่งจากเตะมุมของบรูโน กิมาไรส์ ให้นิวคาสเซิลนำ 1-0
- ⚽ 37’ ดังโก วัตตารา เปิดจากฝั่งซ้ายให้ วิตาลี ยาเนลต์ โหม่งตีเสมอ 1-1
- 🖐️ 43’ เจค็อบ เมอร์ฟี ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินให้จุดโทษเบรนท์ฟอร์ด
- ⚽ 45+2’ อิกอร์ ติอาโก ยิงจุดโทษเสียบมุมล่าง เบรนท์ฟอร์ดพลิกนำ 2-1 ก่อนพักครึ่ง
- 🔁 46’ นิวคาสเซิลเปลี่ยนตัว ส่ง แอนโธนี เอลังกา และ นิค โวลเทมาเดอ ลงมาแทน วิลล็อค กับ เมอร์ฟี
- 🔁 56’ เบรนท์ฟอร์ดส่ง เยฮอร์ ยาร์โมลยุค ลงมาแทน เฮนเดอร์สัน เสริมความสดแดนกลาง
- 🟨 69’ อิกอร์ ติอาโก โดนใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
- 🧨 74’ ไมเคิล คาโยเด ฟาวล์ บรูโน กิมาไรส์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินให้จุดโทษนิวคาสเซิล
- ⚽ 79’ บรูโน กิมาไรส์ ยิงจุดโทษเข้า นิวคาสเซิลตีเสมอ 2-2
- 🔁 80’ เบรนท์ฟอร์ดเปลี่ยน โรเมลล์ โดโนแวน ลงมาแทน ลูวิส-พ็อตเตอร์
- ⚽ 85’ มาติอัส เยนเซน แทงทะลุให้ ดังโก วัตตารา ซัดด้วยซ้ายเป็นประตูชัย 3-2 ให้เบรนท์ฟอร์ด
- 🔁 87’ นิวคาสเซิลส่ง เจค็อบ แรมซีย์ กับ แดน เบิร์น ลงสนาม ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดส่ง มิกเคล ดัมส์การ์ด แทน เยนเซน
- 🟨 90+1’ วิตาลี ยาเนลต์ โดนใบเหลืองจากการตัดเกม
- 🟨 90+6’ ลูอิส ฮอลล์ ได้ใบเหลืองช่วงโต้เถียงผู้ตัดสินในช่วงทดเวลา
- 🎯 90+9’ ช่วงท้ายเกม วัตตารา ได้โอกาสยิงสวนกลับอีกครั้งแต่บอลหลุดกรอบ จบเกมเบรนท์ฟอร์ดบุกชนะ 3-2
🌟 Player of the Match – วิตาลี ยาเนลต์
แข้งเยอรมันอย่าง วิตาลี ยาเนลต์ คือหัวใจของเบรนท์ฟอร์ดในค่ำคืนนี้ ฟอร์มระดับ 8.9 คะแนนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาไม่เพียงโหม่งประตูตีเสมอ 1-1 ให้ทีมกลับเข้าสู่เกม แต่ยังเป็นตัวตัดเกมและคุมจังหวะกลางสนามได้อย่างยอดเยี่ยม วิ่งสกัด ไล่บี้ บีบพื้นที่ไม่ให้ บรูโน กิมาไรส์ เล่นง่าย ๆ ตลอด 90 นาที
เวลาทีมเยือนถอยตั้งรับ ยาเนลต์ยืนปักหลักหน้าคู่เซ็นเตอร์ ปิดช่องทางผ่านบอล ส่วนตอนโต้กลับเขาก็เติมขึ้นไปเป็นตัวเลือกจ่ายบอลตลอด ทำให้แดนกลางเบรนท์ฟอร์ดดูแน่นและมีสมดุล ทั้งเกมรับและการออกบอลแรก ถือเป็นผลงานระดับผู้นำที่สมศักดิ์ศรี Man of the Match อย่างแท้จริง

📌 สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะเกมนี้มีความหมายมหาศาล เบรนท์ฟอร์ดขยับเก็บเพิ่มเป็น 39 คะแนน จาก 25 นัด สถิติชนะ 12 เสมอ 3 แพ้ 10 ลูกได้เสีย +5 ขึ้นรั้งอันดับ 7 ของ พรีเมียร์ลีก จี้กลุ่มพื้นที่ยุโรปแบบหายใจรดต้นคอ ไล่หลังลิเวอร์พูลที่มี 39 แต้มเท่ากันแต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่าเพียงเล็กน้อย เท่ากับว่าทุกคะแนนนับจากนี้คือทองคำสำหรับผึ้งพิฆาต
ส่วนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดแพ้เกมนี้ทำให้หยุดอยู่ที่ 33 คะแนน จาก 25 นัด ชนะ 9 เสมอ 6 แพ้ 10 ลูกได้เสีย -1 รั้งอันดับ 12 ของตาราง ฟอร์มช่วงหลังสะดุดบ่อย ความฝันในการลุ้นตั๋วยุโรปเริ่มเลือนราง และต้องระวังไม่ให้หล่นลงไปใกล้โซนท้ายตาราง หากไม่รีบเรียกฟอร์มกลับมาโดยด่วน
📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีก นัดถัดไปและความท้าทายข้างหน้า
มองไปข้างหน้า แม้โปรแกรมจะถี่ยิบแต่ก็เป็นโอกาสแก้ตัว นิวคาสเซิลมีคิวบุกเยือนสเปอร์สในเกมลีกวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ก่อนต่อด้วยศึกเอฟเอ คัพ เยือนแอสตัน วิลล่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ แฟนสาลิกาคงต้องจับตาดู โปรแกรมบอล ชุดนี้ให้ดี เพราะหากยังสะดุดต่อเนื่อง สถานการณ์ในลีกอาจยิ่งกดดันมากขึ้นไปอีก
ฝั่งเบรนท์ฟอร์ดต้องรับมือศึกหนักไม่แพ้กัน เกมลีกนัดต่อไปจะเปิดบ้านดวลอาร์เซนอล วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจเป็นบททดสอบชัด ๆ ว่าผึ้งพิฆาตพร้อมไปไกลถึงโควตายูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหรือไม่ ก่อนที่จะออกไปเยือนแม็คเคิลส์ฟิลด์ เอฟซี ในเอฟเอ คัพ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ต่อเนื่อง
🏡 ตามลุ้น บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา
ใครที่ดูเกมนี้แล้วหัวใจเต้นแรงเหมือน บ้านกีฬา บอกเลยว่าหลังจากนี้ศึกพรีเมียร์ลีกยิ่งเดือดขึ้นทุกสัปดาห์ แฟนบอลที่อยากอัปเดต บ้านผลบอล เช็กสกอร์สด วิเคราะห์เกมหลังจบและตามทุกความเคลื่อนไหวของคู่ใหญ่–คู่เล็ก ห้ามพลาดติดตามข่าวบอล ทีเด็ด และบทวิเคราะห์มันส์ ๆ ได้ทุกวันที่ บ้านกีฬา เราจะคอยเล่าเกมให้คุณฟังเหมือนนั่งดูกันข้างสนาม

