
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง แมนซิตี้ 2-1 นิวคาสเซิ่ล วันนี้ 22/2/69 – บ้านกีฬา
พรีเมียร์ลีก อังกฤษเกมนี้ บ้านกีฬา ขอสรุป ผลบอล แบบเข้ม ๆ ให้แฟนบอลกันตรง ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมที่จังหวะขึ้นลงไวเหมือนพายุ จนใครเผลอกะพริบตาอาจพลาดช็อตสำคัญ โดยไฮไลต์คือ นิโก โอไรลีย์ ที่สวมบทฮีโร่ซัดสองเม็ดพาเรือใบเก็บสามแต้มสำคัญ และทำให้ภาพการลุ้นแชมป์ยิ่งกดดันทุกทีมบนหัวตาราง
ครึ่งแรก เรือใบเปิดหน้าแลก โอไรลีย์ยิงก่อน เจอสวนตีเสมอแล้วกดนำคืน
เสียงนกหวีดเริ่มเกมยังไม่ทันอุ่น ซิตี้ก็ได้ฟรีคิกทันทีจากจังหวะที่ เจค็อบ แรมซีย์ ไปทำฟาวล์ เป็นสัญญาณชัดว่าบ้านนี้จะไม่เล่นช้า นาที 2-3 ซิตี้บุกแบบไม่ให้หายใจ ได้เตะมุมถึงสามครั้งติด กดดันแนวรับทีมเยือนตั้งแต่ยังตั้งโซนกันไม่ทัน เกมบีบสูง ขึ้นบอลเร็ว เน้นปั่นจังหวะให้คู่แข่งหลุดตำแหน่ง
นาที 9 ดาน เบิร์น โดนใบเหลืองจากการตัดเกมใส่ เออร์ลิง ฮาลันด์ จังหวะนี้บอกเลยว่านิวคาสเซิลเลือกเล่นหนักเพื่อหยุดคลื่นบุก แต่ยิ่งเล่นหนักก็ยิ่งเปิดช่องให้ซิตี้ได้ตั้งเกมรุกในพื้นที่อันตราย
แล้วความได้เปรียบก็มาในนาที 14 ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว โอมาร์ มาร์มูช จ่ายให้ โอไรลีย์ ซัดด้วยซ้ายจากกลางกรอบ บอลเสียบมุมล่างแบบคมกริบ สกอร์นำทำให้ซิตี้ยิ่งมั่นใจ เกมเริ่มเป็นของเจ้าบ้านชัดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า “สาลิกา” ไม่ได้มาแค่ตั้งรับ
นาที 17 เกมกลายเป็นการแลกหมัดทันที แอนโธนี กอร์ดอน ได้ยิงให้ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ต้องออกแรงเซฟ ก่อนที่ฝั่งซิตี้จะสวนกลับอีกด้าน มาร์มูช ได้ยิงบ้างแต่ นิค โป๊ป ยังปัดไว้ได้ เกมเริ่มเดือดแบบบอลคนละหมัด ใครพลาดก่อนมีสิทธิ์โดนลงโทษ
นาที 22 นิวคาสเซิลตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุมที่ แรมซีย์ เปิดเข้ามา และเป็น ลูอิส ฮอลล์ ยิงไกลด้วยซ้ายเสียบมุมล่างขวาอย่างเฉียบ เสียงเฮทีมเยือนดังขึ้นทันที เพราะนี่คือประตูที่เปลี่ยนโมเมนตัมให้เกมกลับมา “เปิด” อีกรอบ
แต่ซิตี้ไม่ปล่อยให้ความได้เปรียบหลุดมือนาน นาที 27 โอไรลีย์ โขกจากกลางกรอบ บอลเสียบมุมล่างขวาจากการเปิดของ ฮาลันด์ ซิตี้นำ 2-1 และนับจากจังหวะนี้ เกมเข้าสู่โหมดวัดความนิ่ง ใครคุมพื้นที่แดนกลางได้มากกว่ามีโอกาสคุมชะตาเกม
นาที 34 เกมหยุดชั่วคราวจากอาการบาดเจ็บของ มาลิค เธียว ทำให้จังหวะไหลลื่นสะดุดไปเล็กน้อย ก่อนช่วงท้ายครึ่งแรกจะมีใบเหลืองของ รูเบน ดิอาส นาที 41 และทดเวลา 5 นาที สุดท้ายจบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำ 2-1 แบบยังวางใจไม่ได้ เพราะนิวคาสเซิลยังมีทีเด็ดเกมสวนกลับอยู่เต็มกระบอก
ครึ่งหลัง เปลี่ยนเกมกันรัว สาลิกาเติมเกมรุกหนัก แต่เรือใบประคองจนอยู่
เริ่มครึ่งหลัง ซิตี้ปรับทันทีด้วยการเปลี่ยน อับดูกอดีร์ คูซานอฟ ลงแทน รูเบน ดิอาส นาที 46 เพื่อเติมความสดและความเร็วในแนวรับ ขณะที่นิวคาสเซิลพยายามดันสูงขึ้น หวังบีบให้ซิตี้พลาดในจังหวะออกบอล
นาที 48 โจ วิลล็อค โดนใบเหลือง ต่อด้วยนาที 50 แบร์นาร์โด ซิลวา โดนใบเหลืองเช่นกัน เกมเริ่มมีความดุเดือดมากขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาจะปล่อยให้คู่แข่งตั้งเกมง่าย ๆ นาที 52 ฮอลล์ เกือบทำแสบอีกครั้งจากฟรีคิกที่เฉียดเสาไปแบบได้ลุ้น
นาที 58 ซิตี้ส่ง รายัน แชร์กี ลงสนาม เพิ่มมิติการพาบอลและการแทงทะลุช่อง ส่วนฝั่งนิวคาสเซิล นาที 60 เปลี่ยนรวดส่ง ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และ โจลินตัน ลงมาเพื่อเพิ่มความดุดันในเกมรุก ตั้งใจชัดเจนว่าจะเอาคืนให้ได้
นาที 62 บาร์นส์ รับใบเหลือง ตามด้วยนาที 65 คีแรน ทริปเปียร์ รับใบเหลือง เกมเข้าสู่ช่วงที่การปะทะหนักขึ้นทุกจังหวะ นาที 68-77 เป็นช่วงแลกกันต่อเนื่อง นิวคาสเซิลพยายามยิงหลายครั้งแต่ติดบล็อก ขณะที่ฮาลันด์ก็มีโอกาสลุ้นแต่ยังไม่ผ่านมือ โป๊ป
นาที 78 นิวคาสเซิลเติมอีกชุดส่ง เจค็อบ เมอร์ฟีย์ และ วิลเลียม โอซูลา ลงมา เกมรุกทีมเยือนชัดเจนว่า “เอาทุกอย่างลงกองหน้า” แล้วค่อยลุ้นจังหวะสอง แต่ซิตี้ยังยืนระยะคุมโซนได้ดี
นาที 89 โจลินตัน รับใบเหลือง ก่อนเข้าสู่ทดเวลา 4 นาที ช่วงทดเวลาเดือดสุด นาที 91 ฮาลันด์ กับ ฟิล โฟเดน มีโอกาสทองยิงติดเซฟ โป๊ป ต่อเนื่อง นาที 94 บาร์นส์ ยิงไกลให้ดอนนารุมมาต้องพุ่งปัด นิวคาสเซิลได้เตะมุมต่อ และเกือบช็อกสนามในนาที 95 เมื่อ โป๊ป ขึ้นมาโหม่งจ่อ ๆ จากลูกครอสของ โตนาลี แต่ดอนนารุมมาป้องกันไว้ได้แบบเหลือเชื่อ สุดท้ายหมดเวลา ซิตี้ปิดบัญชีเฉือน 2-1 เก็บสามแต้มแบบใจแฟนบอลเต้นแรงทั้งสนาม

รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน นักเตะเด่น และการเปลี่ยนตัว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบบ 4-1-3-2
ผู้รักษาประตู
- จานลุยจิ ดอนนารุมมา 7.5
กองหลัง
- รูเบน ดิอาส 6.4
- มาร์ค เกฮี 6.8
- รายาน ไอต์ นูรี 6.4
- มาเธอุส นูเนส 7.3
กองกลาง
- โรดรี 8.6
- แบร์นาร์โด ซิลวา 6.9
- โอมาร์ มาร์มูช 6.9
- นิโก โอไรลีย์ 8.7
- อองตวน เซเมนโย 6.8
กองหน้า
- เออร์ลิง ฮาลันด์ 7.6
ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลง
- อับดูกอดีร์ คูซานอฟ 7.0 ลงนาที 46
- รายัน แชร์กี 7.2 ลงนาที 58
- ฟิล โฟเดน 6.6 ลงนาที 87
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม
- เจมส์ แทรฟฟอร์ด
- จอห์น สโตนส์
- ริโก ลูอิส
- ไทจานี ไรน์เดอร์ส
- ซาวินโญ
- นิโก กอนซาเลซ
ผู้เล่นโดดเด่น
- นิโก โอไรลีย์ 8.7 ยิง 2 ประตู เป็นคนเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง
- โรดรี 8.6 คุมจังหวะกลางสนามให้ทีมเล่นง่ายและลดความวุ่นวายยามโดนบีบ
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู
- นิค โป๊ป 7.3
กองหลัง
- คีแรน ทริปเปียร์ 6.8
- มาลิค เธียว 7.3
- ดาน เบิร์น 6.0
- ลูอิส ฮอลล์ 7.1
กองกลาง
- เจค็อบ แรมซีย์ 7.3
- ซานโดร โตนาลี 6.8
- โจ วิลล็อค 6.2
กองหน้า
- อันโธนี กอร์ดอน 6.5
- ติโม แวร์เนอร์โหมด 6.7
- แอนโทนี อีแลงกา 6.5
ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลง
- โจลินตัน 6.9 ลงนาที 60
- ฮาร์วีย์ บาร์นส์ 6.6 ลงนาที 60
- เจค็อบ เมอร์ฟีย์ 6.4 ลงนาที 78
- วิลเลียม โอซูลา 6.3 ลงนาที 78
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม
- จอห์น รัดดี
- แอรอน แรมส์เดล
- อเล็กซ์ เมอร์ฟีย์
- ลีโอ ชาฮาร์
- ฌอน นีฟ
ผู้เล่นโดดเด่น
- ลูอิส ฮอลล์ 7.1 ยิงตีเสมอและเป็นอาวุธจากลูกนิ่ง
- นิค โป๊ป 7.3 เซฟสำคัญช่วงท้ายต่อชีวิตทีมจนถึงวินาทีสุดท้าย
ผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
- มาเตโอ โควาซิช
- ยอสโก กวาร์ดิโอล
- แม็กซ์ อัลเลน
- เฌเรมี โดกู
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
- เอมิล คราฟธ์
- โยอาน วิสซา
- บรูโน กีมาไรส์
- วาเลนติโน ลิฟราเมนโต
- ฟาเบียน แชร์
- ลูอิส ไมลีย์
- สเวน บอตมัน
วิเคราะห์บอลวันนี้ การรุกและการรับ
ซิตี้ชนะเกมนี้ด้วย “จังหวะและความคม” มากกว่าความหวือหวา เริ่มจากการเพรสซิงช่วงต้นที่กดดันจนได้เตะมุมรัว ๆ ทำให้นิวคาสเซิลต้องถอยลึกและเสียรูปทรงก่อนจะตั้งเกมได้จริง จุดเด่นคือการพาบอลขึ้นหน้าเร็วแล้วจบให้ไว โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับที่มาร์มูชไหลให้โอไรลีย์ยิงนำ 1-0 เป็นภาพจำของเกมรุกซิตี้ชัดมาก คือแย่งแล้วลงโทษทันที
ในเชิงเกมรับ ซิตี้อาศัยโรดรีเป็นแกนกลางคุมพื้นที่หน้าแผงหลัง ลดความเสี่ยงเวลานิวคาสเซิลสวน และเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังที่ทีมเยือนเติมคนรุกเพิ่ม ซิตี้เลือกเล่นแบบประคองจังหวะ เน้นคุมโซนและปิดช่องยิงมากกว่าบุกแลกแบบไม่คิดชีวิต ทำให้แม้จะโดนกดช่วงท้าย แต่ยังไม่แตก
ด้านนิวคาสเซิล เกมรุกชัดว่าพยายามใช้ลูกนิ่งและการยิงไกลเป็นทางออก ฮอลล์ยิงตีเสมอจากจังหวะเตะมุม และครึ่งหลังก็เติมบาร์นส์กับโจลินตันลงมาเพื่อเพิ่มการปะทะและจังหวะยิงซ้ำ แต่ปัญหาคือเมื่อเกมเปิดแลก ความนิ่งในจังหวะสุดท้ายยังไม่พอ และติดบล็อกหลายครั้ง ขณะที่ซิตี้มีดอนนารุมมาที่เซฟจังหวะสำคัญได้ในวินาทีที่ทีมต้องการมากที่สุด

สถิติการแข่งขัน
รูปเกมออกหน้าไหนชัดจากตัวเลข ซิตี้มีโอกาสยิงมากกว่าและได้ยิงตรงกรอบมากกว่าเล็กน้อย พร้อมครองบอลเหนือกว่า ทำให้เกมส่วนใหญ่ถูกบังคับให้เล่นในรูปแบบที่เจ้าบ้านถนัด การต่อบอลของซิตี้ก็ทำได้มากกว่าและแม่นยำกว่า ซึ่งสะท้อนการคุมจังหวะกลางสนามที่เหนือกว่า ขณะที่นิวคาสเซิลแม้ครองบอลน้อยกว่าแต่เล่นดุดัน มีฟาวล์มากกว่าและโดนใบเหลืองมากกว่าอย่างชัดเจน สุดท้ายเกมออกเสมอในลูกเตะมุม แต่จบลงด้วยความคมของซิตี้ที่เฉียบกว่าในช่วงเวลาที่ต้องปิดบัญชี
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาที 14 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 นิโก โอไรลีย์ ยิงด้วยซ้ายจากแอสซิสต์ของ โอมาร์ มาร์มูช
- ⚽ นาที 22 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตีเสมอ 1-1 ลูอิส ฮอลล์ ยิงไกลจากเตะมุมที่ เจค็อบ แรมซีย์ เปิด
- ⚽ นาที 27 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 นิโก โอไรลีย์ โหม่งจากการเปิดของ เออร์ลิง ฮาลันด์
- 🟨 นาที 9 ดาน เบิร์น ใบเหลือง
- 🟨 นาที 41 รูเบน ดิอาส ใบเหลือง
- 🟨 นาที 48 โจ วิลล็อค ใบเหลือง
- 🟨 นาที 50 แบร์นาร์โด ซิลวา ใบเหลือง
- 🟨 นาที 62 ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ใบเหลือง
- 🟨 นาที 65 คีแรน ทริปเปียร์ ใบเหลือง
- 🟨 นาที 89 โจลินตัน ใบเหลือง
- 🔁 นาที 46 ซิตี้ เปลี่ยน คูซานอฟ ลงแทน ดิอาส
- 🔁 นาที 58 ซิตี้ เปลี่ยน แชร์กี ลง
- 🔁 นาที 60 นิวคาสเซิล เปลี่ยน โจลินตัน และ บาร์นส์ ลง
- 🔁 นาที 78 นิวคาสเซิล เปลี่ยน เมอร์ฟีย์ และ โอซูลา ลง
- 🔁 นาที 87 ซิตี้ เปลี่ยน โฟเดน ลง
Player of the Match
นิโก โอไรลีย์ คือคำตอบเดียวของเกมนี้ สองประตูของเขาเกิดในช่วงที่เกมกำลังชิงจังหวะกันเดือด ๆ ลูกแรกมาจากการจบสกอร์ที่คมกริบในกรอบ ส่วนลูกที่สองคือการสอดมาโหม่งปิดบัญชีแบบกองหน้าตัวเป้า ทั้งยังขยันเคลื่อนที่ เชื่อมเกม และกล้ารับบอลในพื้นที่กดดัน จนได้คะแนนสูงสุดของเกม และทำให้ซิตี้มีสามแต้มที่มีความหมายมากกว่าคำว่า “ชนะ”

สถานการณ์ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สามแต้มนี้ส่งผลตรง ๆ กับการลุ้นหัวตาราง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 56 แต้ม ไล่จี้จ่าฝูง อาร์เซนอล ที่ 58 แต้มเหลือห่างแค่ 2 คะแนน ทำให้เส้นทางแชมป์ยังไม่จบและกดดันกันทุกนัดที่เหลือ ส่วนนิวคาสเซิลยังอยู่กลุ่มกลางตาราง มี 36 แต้ม อันดับ 10 และต้องเร่งเก็บแต้มต่อเนื่องเพื่อไม่ให้โดนทีมที่แต้มไล่หลังจี้มาชนจนหลุดโซนเป้าหมายของตัวเอง
ตารางบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดถัดไป
ฝั่งซิตี้ยังมีงานหนักต่อใน โปรแกรมบอล ข้างหน้า โดยจะออกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด วันที่ 01/03/26 เวลา 00:30 ก่อนกลับมาเล่นในบ้านพบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ วันที่ 05/03/26 เวลา 02:30
ส่วนนิวคาสเซิลมีคิวเตะต่อเนื่องเช่นกัน เริ่มจากเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พบ การาบัก วันที่ 25/02/26 เวลา 03:00 และกลับมาเล่นลีกพบ เอฟเวอร์ตัน วันที่ 28/02/26 เวลา 22:00 ซึ่งเป็นช่วงชี้วัดสภาพทีมอย่างชัดเจน เพราะทั้งความฟิตและความล้าอาจเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์
ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา
คอบอลที่ไม่อยากพลาดจังหวะสำคัญของเกมใหญ่ ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา อัปเดตผลการแข่งขัน บทสรุปหลังเกม และเรื่องเดือด ๆ ของทุกนัดให้ครบในที่เดียว

