
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ 1-3 ฟูแล่ม วันนี้ 22/2/69 – บ้านกีฬา
บ้านกีฬา พาเกาะติด ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่ซันเดอร์แลนด์เหมือนจะเอาอยู่ในครึ่งแรก แต่พอเข้าครึ่งหลังโดนฟูแล่มเร่งเครื่องแบบไม่ให้หายใจ ก่อนจบด้วยความเจ็บปวด 1-3 จิเมเนซกดสองตุง ส่วนไอโวบี้ย้ำแผลปิดเกมแบบคมกริบ
ครึ่งแรก
ซันเดอร์แลนด์เปิดมาเน้นกดดันเร็ว ตั้งแต่นาที 5 ได้เตะมุมใส่ทันที เหมือนจะบอกว่าเกมนี้ไม่ยอมเป็นฝ่ายรับ แต่โชคไม่เข้าข้างเพราะนาที 12 ต้องเปลี่ยนตัวไว มูคีเอเลเจ็บจนต้องส่ง เกียร์ตรูด้า ลงมาแก้สถานการณ์ ทำให้จังหวะไล่บี้ริมเส้นสะดุดไปพอสมควร
ฟูแล่มเองก็ไม่ได้มาเดินเล่น นาที 4 สมิธ โรว์ โดนจับล้ำหน้าเป็นสัญญาณว่าทีมเยือนพยายามแทงหลังแนวรับตลอด เกมเริ่มมีจังหวะโต้กลับกันเป็นชุด นาที 17 เควินได้ยิงจากฝั่งซ้ายแต่หลุดกรอบ ขณะที่เตเต้ยิงไกลโดนบล็อก แล้วนาที 20 ซันเดอร์แลนด์ได้เตะมุมต่อเนื่อง เกียร์ตรูด้ายิงติดบล็อกแบบได้ลุ้น
ฟูแล่มเกือบปลดล็อกก่อนพัก นาที 25 เซสเซยงยิงจากกลางกรอบข้ามคาน จากนั้นช่วงนาที 33 ถึง 37 เกมขาด ๆ เกิน ๆ เพราะมีอาการบาดเจ็บทั้งสองฝั่งให้หยุดเล่นบ่อย แต่ซันเดอร์แลนด์ยังมีจังหวะสวนที่ทำให้เลโนต้องตื่น นาที 39 ซาดิกิซัดไกลบังคับให้แบร์นด์ เลโนพุ่งเซฟมุมล่างขวาแบบต้องออกแรงจริง
นาที 41 จิเมเนซโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ ทำให้ครึ่งแรกยิ่งเข้มขึ้น ทดเวลา 7 นาทีแต่สกอร์ยังไม่ขยับ จบครึ่งแรก 0-0 เกมเหมือนกำลังจะไปทางอึดอัด แต่ความจริงคือพายุยังไม่มา
ครึ่งหลัง
เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน ซันเดอร์แลนด์มีโอกาสก่อน นาที 52 มันเดิลยิงเฉียดเสาแบบได้เสียว แต่พอถึงนาที 53 ฟูแล่มได้เตะมุม แล้วจังหวะต่อเนื่องกลายเป็นหมัดแรกที่ทำให้เจ้าบ้านหน้าชา นาที 54 ฟูแล่มขึ้นนำ 0-1 จิเมเนซโหม่งจ่อ ๆ เข้ามุมล่างขวา จากการเปิดของไอโวบี้ เกมเปลี่ยนทันทีจากที่แน่น ๆ กลายเป็นฟูแล่มคุมอารมณ์ได้เหนือกว่า
และยังไม่พอ นาที 57 ฟูแล่มได้จุดโทษจากจังหวะโบรบบีย์ทำฟาวล์ในเขตโทษ นาที 58 VAR ยืนยันแบบไม่มีช่องให้เถียง ก่อนนาที 60 โบรบบีย์โดนใบเหลือง และนาที 61 จิเมเนซสังหารจุดโทษเป็น 0-2 ยิงเสียบมุมล่างซ้ายแบบนิ่งเกินเรื่อง ซันเดอร์แลนด์เริ่มต้องเล่นแบบไล่หลังพิงเชือก
นาที 70 เจ้าถิ่นแก้เกมทีเดียวสามคน หวังเติมไฟเกมรุก แล้วโชคก็เหมือนจะเข้าข้างเมื่อ นาที 74 ซันเดอร์แลนด์ได้จุดโทษคืน หลังเซสเซยงไปทำฟาวล์ในเขตโทษ นาที 76 เลอ เฟซัดเพนัลตี้เสียบมุมบนซ้าย ไล่มาเป็น 1-2 สนามแทบลุกเป็นไฟ โมเมนตัมเหมือนกำลังไหลกลับมาหาเจ้าบ้าน
แต่ฟุตบอลมันโหดตรงที่ ถ้าคุณดีใจเร็วไป มันจะตบคุณให้ตื่น นาที 85 ฟูแล่มสวนกลับเร็วแบบมีดโกน วิลสันลากพาเกมไหลก่อนจ่ายให้ไอโวบี้ซัดด้วยซ้ายจากฝั่งซ้ายของเขตโทษ บอลเสียบมุมล่างขวาเป็น 1-3 จบคำว่าคัมแบ็กของซันเดอร์แลนด์แบบไม่มีเยื่อใย ช่วงทดเวลา 9 นาที เจ้าบ้านบุกหนักแต่เจาะไม่เข้า มายันดายิงติดบล็อก ขณะที่วิลสันซัดไกลให้โรฟส์ต้องพุ่งเซฟ สุดท้ายหมดเวลา ซันเดอร์แลนด์พ่ายคาบ้าน 1-3

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนนเด่น และการเปลี่ยนตัว
ซันเดอร์แลนด์ แผน 4-1-4-1
ผู้รักษาประตู
- Robin Roefs 6.3
กองหลัง
- Nordi Mukiele 6.8
- Daniel Ballard 6.9
- Omar Alderete 6.2
- Trai Hume 6.4
กองกลาง
- J. T. Bi 6.7
- Habib Diarra 6.4
- Noah Sadiki 7.0
- Enzo Le Fée 6.9
- Néiser Angulo 5.8
กองหน้า
- Brian Brobbey 6.0
ตัวเด่นของทีม
- Noah Sadiki 7.0 เดินเกมกลางสนามและมีจังหวะยิงไกลกดดันเลโน
- Enzo Le Fée 6.9 ยิงจุดโทษให้ทีมกลับมามีหวังช่วงสั้น ๆ
การเปลี่ยนตัว
- Lutsharel Geertruida 6.3 ลงนาที 12 แทน Nordi Mukiele
- Romaine Mundle 6.4 ลงนาที 39 แทน J. T. Bi
- Eliezer Mayenda 6.5 ลงนาที 70 แทน Néiser Angulo
- Wilson Isidor 6.7 ลงนาที 70 แทน Brian Brobbey
- Granit Xhaka 6.9 ลงนาที 71 แทน Habib Diarra
ฟูแล่ม แผน 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- Bernd Leno 6.4
กองหลัง
- Kenny Tete 6.9
- Joachim Andersen 7.3
- Calvin Bassey 7.4
- Ryan Sessegnon 5.9
กองกลาง
- Sander Berge 6.6
- Emile Smith Rowe 6.9
แนวรุก
- Harry Wilson 7.0
- Alex Iwobi 8.2
- Kevin 6.6
กองหน้า
- Raúl Jiménez 8.3
ตัวเด่นของทีม
- Raúl Jiménez 8.3 จบสกอร์สองลูกทั้งโหม่งและจุดโทษ แถมเล่นฉลาดคุมจังหวะหน้าเป้า
- Alex Iwobi 8.2 แอสซิสต์ให้ประตูแรก แล้วยิงปิดกล่องเองแบบเด็ดขาด
- Calvin Bassey 7.4 แข็งในเกมรับและเป็นจังหวะสำคัญที่ทีมได้จุดโทษ
การเปลี่ยนตัว
- Oscar Bobb 6.4 ลงนาที 45+1 แทน Kevin
- Rodrigo Muniz 6.4 ลงนาที 65 แทน Raúl Jiménez
- Timothy Castagne 6.7 ลงนาที 88 แทน Kenny Tete
- Jorge Cuenca 6.6 ลงนาที 88 แทน Alex Iwobi
- Tom Cairney 6.6 ลงนาที 88 แทน Emile Smith Rowe
เจ็บและแบน
- ซันเดอร์แลนด์ Bertrand Traoré สุ่มเสี่ยง, Reinildo Mandava หมดสิทธิ์ลงสนาม
- ฟูแล่ม Samuel Chukwueze หมดสิทธิ์ลงสนาม, Saša Lukić หมดสิทธิ์ลงสนาม
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้ซันเดอร์แลนด์วาง 4-1-4-1 ตั้งใจบีบพื้นที่แดนกลางและหวังใช้การเติมจากริมเส้นเพื่อป้อนบอลให้หน้าเป้า แต่ปัญหาคือจังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ ครึ่งแรกมีเตะมุมและจังหวะกดดันหลายครั้ง ทว่าการเข้าทำมักจบที่การยิงติดบล็อกหรือหลุดกรอบ ทำให้ความได้เปรียบเชิงพื้นที่ไม่แปลงเป็นสกอร์
วิเคราะห์บอล ฝั่งฟูแล่มใน 4-2-3-1 เล่นแบบรอจังหวะที่ใช่ เน้นพาบอลไปด้านข้างแล้วค่อยเปิดเข้าพื้นที่อันตราย จุดแตกต่างอยู่ที่การตัดสินใจในกรอบเขตโทษ ฟูแล่มเลือกจังหวะครอสและเข้าหาบอลแม่นกว่า จนได้ประตูจากการโหม่งจ่อ ๆ ของจิเมเนซ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าแนวรับเจ้าบ้านหลุดโซนในจังหวะสำคัญเพียงครั้งเดียวก็โดนลงโทษทันที
หลังขึ้นนำ ฟูแล่มยิ่งเล่นง่าย เกมรับยืนเป็นบล็อกแน่น ลดความเสี่ยงการเสียพื้นที่ตรงกลาง แล้วอาศัยสปีดของแนวรุกในการสวนกลับ จังหวะประตูที่สามคือบทสรุปของแผนนี้ชัดเจน ซันเดอร์แลนด์ต้องดันสูงเพื่อทวงคืน แต่ทิ้งช่องให้วิลสันลากพาบอลพาเกมไหล ก่อนจบที่ไอโวบี้กดแบบไม่ต้องคิดมาก นี่คือความต่างระหว่างทีมที่คมกับทีมที่ยังขาดความนิ่งในเกมใหญ่

สถิติการแข่งขัน
รูปเกมไม่ได้ขาดแบบที่สกอร์หลอกตา ทั้งสองทีมยิงเท่ากันที่ 11 ครั้ง แต่ฟูแล่มเปลี่ยนคุณภาพเป็นโอกาสตรงกรอบได้มากกว่า ยิงเข้ากรอบ 4 ครั้ง ขณะที่ซันเดอร์แลนด์เข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง การครองบอลเจ้าถิ่นเหนือกว่านิด ๆ 52 ต่อ 48 และจำนวนการจ่ายบอลซันเดอร์แลนด์มากกว่า 344 ต่อ 299 พร้อมความแม่นยำใกล้เคียงกัน 81 ต่อ 80 อย่างไรก็ตาม ฟูแล่มทำฟาวล์มากกว่า 12 ครั้งเทียบกับ 5 ครั้ง สะท้อนการตัดเกมและหยุดจังหวะสวนกลับได้ดี ทั้งสองทีมมีใบเหลืองฝั่งละ 1 ใบ ไม่มีใบแดง ล้ำหน้าทีมละ 1 ครั้ง และซันเดอร์แลนด์ได้เตะมุมมากกว่า 6 ต่อ 4 แต่สุดท้ายตัวเลขที่โหดที่สุดคือความเฉียบคมในกรอบเขตโทษที่พาทีมเยือนเอาชนะไป
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาที 54 ฟูแล่มขึ้นนำ 0-1 ราอูล จิเมเนซโหม่งจ่อ ๆ จากการเปิดของอเล็กซ์ ไอโวบี้
- 🟨 นาที 60 ใบเหลือง ไบรอัน โบรบบีย์
- ⚽ นาที 61 ฟูแล่มนำห่าง 0-2 ราอูล จิเมเนซยิงจุดโทษ
- ⚽ นาที 76 ซันเดอร์แลนด์ไล่มา 1-2 เอ็นโซ เลอ เฟยิงจุดโทษ
- ⚽ นาที 85 ฟูแล่มหนีเป็น 1-3 อเล็กซ์ ไอโวบี้ซัดด้วยซ้ายจากจังหวะสวนกลับ
- 🔁 นาที 12 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน เกียร์ตรูด้า ลงแทน มูคีเอเล
- 🔁 นาที 39 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน มันเดิล ลงแทน เจ ที บี
- 🔁 นาที 70 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน มายันดา ลงแทน อันกูโล
- 🔁 นาที 70 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน อิซิดอร์ ลงแทน โบรบบีย์
- 🔁 นาที 71 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยน ชาคา ลงแทน ดิยาร์รา
- 🔁 นาที 45+1 ฟูแล่มเปลี่ยน ออสการ์ บ็อบบ์ ลงแทน เควิน
- 🔁 นาที 65 ฟูแล่มเปลี่ยน มูนิซ ลงแทน จิเมเนซ
- 🔁 นาที 88 ฟูแล่มเปลี่ยน คาสตาญ ลงแทน เตเต้
- 🔁 นาที 88 ฟูแล่มเปลี่ยน เกวนกา ลงแทน ไอโวบี้
- 🔁 นาที 88 ฟูแล่มเปลี่ยน แคร์นีย์ ลงแทน สมิธ โรว์
- 🟨 นาที 41 ใบเหลือง ราอูล จิเมเนซ
Player of the Match
ราอูล จิเมเนซ ได้ตำแหน่งยอดเยี่ยมของเกมด้วยคะแนน 8.3 เพราะนี่ไม่ใช่แค่การยิงสองประตู แต่เป็นการยืนค้ำที่ทำให้เกมรุกฟูแล่มมีศูนย์กลางชัดเจน ลูกโหม่งนาที 54 คือการอ่านพื้นที่แบบกองหน้าตัวท็อป ส่วนจุดโทษนาที 61 คือความนิ่งระดับมืออาชีพ แถมยังมีวินัยในการเล่นกับแนวรับ ช่วยดึงตัวประกบเปิดทางให้ไอโวบี้และวิลสันได้เล่นในพื้นที่ที่ถนัด

สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ผลนี้ทำให้ฟูแล่มยังยึดอันดับ 10 แข่ง 27 นัด มี 37 แต้ม แม้ผลต่างประตูยังติดลบแต่ได้ชัยชนะสำคัญที่ช่วยกันทีมโซนล่างไม่ให้ไล่ทันง่าย ๆ ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ยังอยู่อันดับ 12 แข่ง 27 นัด มี 36 แต้ม ความเจ็บคือแพ้คาบ้านและเสียถึงสามเม็ด ทำให้ภาพรวมยังไม่นิ่งพอ หากยังปล่อยให้เกมในบ้านหลุดแบบนี้บ่อย ๆ โอกาสไหลลงไปกดดันตัวเองมากกว่าเดิมมีสูง
ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป
ซันเดอร์แลนด์มีคิวเจองานหนักต่อเนื่อง เริ่มจากบอร์นมัธ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 19:30 ก่อนจะไปเยือนลีดส์ วันที่ 4 มีนาคม 2026 เวลา 02:30 ส่วนฟูแล่มเตรียมเปิดบ้านรับสเปอร์ส วันที่ 1 มีนาคม 2026 เวลา 21:00 และตามด้วยเกมเจอเวสต์แฮม วันที่ 5 มีนาคม 2026 เวลา 02:30 นี่คือช่วงที่ต้องบริหารแรงและความคมให้ดี เพราะ โปรแกรมบอล ถี่แบบนี้ ทีมไหนหลุดสมาธิแค่เกมเดียวมีสิทธิ์เสียแต้มเป็นชุด
ติดตามบ้านผลบอลที่ บ้านกีฬา
คู่นี้คือบทเรียนเรื่องความคมแบบชัดเจน ใครอยากตามทุกจังหวะเกมเดือด อัปเดตสกอร์ไว รายละเอียดแน่น และบทสรุปเข้ม ๆ แบบคนดูบอลตัวจริง ติดตาม บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา แล้วเจอกันในเกมต่อไป

