สเปอร์สออกตัวดี แต่เกมพลิกในพริบตา
สเปอร์ส เจอบททดสอบหนักอีกคืนในศึก พรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านรับมือ คริสตัล พาเลซ แล้วจบลงด้วยความพ่ายแพ้แบบเจ็บแสบ 1-3 ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่สุดท้ายโดนทีเด็ดของทีมเยือนเล่นงานจนเกมหลุดมือแบบหมดสภาพ ส่งให้สถานการณ์ของทีมยิ่งน่าเป็นห่วงกว่าเดิม เพราะนี่คือความพ่ายแพ้ในลีก 5 นัดติดต่อกัน และตอนนี้พวกเขาเหนือโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของเกม
เกมเริ่มด้วยจังหวะที่พาเลซเกือบได้เฮก่อนในนาที 30 เมื่อ อิสไมล่า ซาร์ หลุดไปยิงเข้า แต่ VAR จับล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกริบคืนไปแบบหวุดหวิด
จากนั้นนาที 35 เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายออกนำก่อน อาร์ชี่ เกรย์ เติมขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ โดมินิค โซลันกี้ ซัดเข้าไปไม่พลาด พาสเปอร์สขยับนำ 1-0 และเหมือนจะตั้งต้นเกมได้ตามแผน
แต่จุดเปลี่ยนของเกมมาถึงเร็วเกินคาด ในนาที 38 อิสไมล่า ซาร์ ได้บอลในเขตโทษก่อนโดน มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น ดึงล้ม ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที พร้อมแจกใบแดงให้แนวรับสเปอร์ส ทำให้เจ้าบ้านต้องเล่น 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่ซาร์จะลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด พาพาเลซตีเสมอ 1-1
พาเลซกดคันเร่ง ปิดครึ่งแรกแบบโหดจัด
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เกมของสเปอร์สพังลงแบบเห็นชัด นาที 45+1 อดัม วอร์ตัน จ่ายให้ ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น หลุดเข้าไปยิงผ่าน กูเยลโม่ วิคาริโอ ส่งพาเลซแซงนำ 2-1 ก่อนที่นาที 45+7 วอร์ตันจะเปิดบอลยาวให้ อิสไมล่า ซาร์ หลุดเดี่ยวยิงเป็นประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้ทีมเยือนทิ้งห่าง 3-1 แบบจุก ๆ ตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก
ครึ่งหลังสเปอร์สเร่งไม่ขึ้น
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังพยายามเปิดเกมแลกกันต่อ แต่เมื่อสเปอร์สเหลือผู้เล่นน้อยกว่า การไล่ทวงประตูกลับจึงแทบไม่เป็นรูปเป็นร่าง ขณะที่พาเลซคุมจังหวะได้แน่นกว่าและไม่เปิดช่องให้เจ้าถิ่นกลับมา สุดท้ายจบเกมด้วยชัยชนะของคริสตัล พาเลซ 3-1 แบบเด็ดขาด

ตารางคะแนนที่ต้องมองด้วยความกังวล
ผลนัดนี้ทำให้ คริสตัล พาเลซ เก็บเพิ่มเป็น 38 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 13 ของตารางได้สำเร็จ ส่วนสเปอร์สยังคงมี 29 แต้ม อยู่ในอันดับ 16 และสถานการณ์เริ่มส่งกลิ่นอันตรายชัดเจน เพราะมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียว หากยังไม่หยุดเลือดไหล งานของพวกเขาในช่วงโค้งต่อจากนี้มีสิทธิ์หนักกว่าที่คิดเยอะ
รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองทีม
สเปอร์ส (3-4-1-2) : กูเยลโม่ วิคาริโอ – เควิน ดานโซ่, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น, ชูเอา ปาลินญ่า – เปโดร ปอร์โร่, ป๊าป มาตาร์ ซาร์, อาร์ชี่ เกรย์, ซูซ่า – ร็องดาล โกโล มูอานี่, มาติส แตล – โดมินิค โซลันกี้
คริสตัล พาเลซ (3-4-3) : ดีน เฮนเดอร์สัน – เจย์ดี ก็องโวต์, คริส ริชาร์ดส์, ชาดี ริอาด – ดาเนียล มูนญอซ, อดัม วอร์ตัน, ไดจิ คามาดะ, ไทริค มิตเชลล์ – อิสไมล่า ซาร์, ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น, อีวานน์ เกสซองด์
บทสรุปเกมนี้
นี่ไม่ใช่แค่เกมที่สเปอร์สแพ้อีกนัด แต่เป็นแมตช์ที่สะท้อนปัญหาทั้งระบบอย่างชัดเจน ตั้งแต่การคุมจังหวะเกม ความผิดพลาดในเกมรับ ไปจนถึงสภาพจิตใจที่แกว่งทันทีเมื่อเจอสถานการณ์กดดัน ฝั่งพาเลซกลับเล่นด้วยความนิ่ง ดุดัน และลงโทษคู่แข่งได้ทุกครั้งที่มีโอกาส ถ้าไก่เดือยทองยังเล่นกันในทรงนี้ แฟนบอลคงต้องเลิกมองแค่เรื่องอันดับกลางตาราง แล้วหันมาเช็กโซนท้ายตารางแบบจริงจังได้แล้ว
แฟนบอลที่อยากตามต่อทั้ง ผลบอลพรีเมียร์ลีกล่าสุด, ตารางแข่ง, ข่าวทีมดัง และบทวิเคราะห์เกมเดือดแบบเข้ม ๆ ติดตามกันต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

