แมนฯ ซิตี้ บุกเชือดเชลซีแบบเด็ดขาด
ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 กลายเป็นเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขายังไม่คิดยอมปล่อยเส้นทางลุ้นแชมป์ง่ายๆ หลังบุกอัดเชลซีถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-0 แบบคมทุกจังหวะสำคัญ โดยเกมนี้ ไรยัน แชร์กี้ คือคนที่ขโมยซีนเต็มๆ จากการทำ 2 แอสซิสต์ พาทีมเก็บเพิ่มเป็น 64 คะแนน ไล่บี้อาร์เซน่อลเหลือ 6 แต้ม และยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด
ฝั่งเชลซีที่หวังใช้เกมใหญ่กอบโกยแต้มเพื่อล่าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า กลับต้องเจอกับความเฉียบขาดของทีมเยือนที่เล่นกันนิ่งกว่า ดุดันกว่า และลงโทษได้ทุกครั้งเมื่อมีช่อง
ครึ่งแรกเชลซีมีลุ้น แต่จบไม่ลง
ช่วงต้นเกมเป็นแมนฯ ซิตี้ ที่ขึงเกมรุกเข้าใส่ก่อนใน 5 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นเชลซีเริ่มตั้งหลักได้และสวนกลับได้น่ากลัว โดยเฉพาะเกมทางฝั่งของ โคล พาลเมอร์ และ เปโดร เนโต้ ที่พยายามสร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือน
นาที 16 เจ้าถิ่นเกือบได้เฮจากจังหวะที่ ชูเอา เปโดร แทงออกซ้ายให้ มาร์ก กูกูเรย่า หลุดเข้าไปซัดผ่าน ดอนนารุมม่า เข้าไปอย่างเด็ดขาด แต่สุดท้ายผู้ตัดสินยกเป็นล้ำหน้า และวีเออาร์ยืนยันคำตัดสิน ทำให้เชลซีชวดประตูขึ้นนำแบบน่าเสียดาย
หลังจากนั้นเกมยังเปิดหน้าแลกกันสนุก นาที 18 เปโดร เนโต้ ได้ลากตัดเข้าเขตโทษก่อนยิงมุมแคบ แต่ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูซิตี้ ขณะที่โอกาสจะแจ้งของแมนฯ ซิตี้ ในครึ่งแรกมาช่วงนาที 34 เมื่อ นิโก้ โอไรลี่ หลุดไปสุดเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ยิงติดเซฟ โรเบิร์ต ซานเชซ จบ 45 นาทีแรกยังเสมอ 0-0
แชร์กี้ปล่อยของ ครึ่งหลังซิตี้ไล่ขยี้ไม่ยั้ง
เปิดครึ่งหลังมา แมนฯ ซิตี้ เร่งเครื่องทันที นาที 47 เกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกเปิดของ เฌเรมี่ โดกู ให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้จบที่เสาไกล แต่แนวรับเชลซียังตามมาบล็อกได้ทัน
แต่แรงกดดันของทีมเยือนก็มาส่งผลในนาที 51 เมื่อ ไรยัน แชร์กี้ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ นิโก้ โอไรลี่ สลัดตัวประกบขึ้นโขกเต็มๆ ส่งบอลตุงตาข่าย พาแมนฯ ซิตี้บุกนำ 1-0
จากนั้นเกมของเชลซีเริ่มเสียทรง และโดนลงโทษอีกครั้งในนาที 57 แชร์กี้คนเดิมแทงทะลุช่องอย่างเฉียบให้ มาร์ค เกอี หลุดไปซัดเลียดผ่าน โรเบิร์ต ซานเชซ เข้าเสาไกลแบบหมดจด ซิตี้หนีเป็น 2-0 แบบเจ็บแสบสำหรับเจ้าถิ่น
โดกูซ้ำแผลเดิม เชลซีหมดสภาพคาบ้าน
ยิ่งโดนนำ เชลซียิ่งเร่ง แต่ยิ่งเร่งก็ยิ่งเปิดพื้นที่ และนั่นคือของโปรดของซิตี้ นาที 68 เจ้าบ้านพลาดกันเองหน้ากรอบ เมื่อ มอยเซส ไกเซโด้ ถูก เฌเรมี่ โดกู เบียดแย่งบอลไปได้ ก่อนที่แนวรุกตัวจี๊ดจะลากเข้าไปซัดเสาแรกไม่เหลือ ส่งทีมเยือนทิ้งห่าง 3-0
สถานการณ์บนตารางหลังเกมนี้
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 64 คะแนน ไล่จี้อาร์เซน่อลเหลือเพียง 6 แต้ม แถมยังลงเล่นน้อยกว่า 1 นัดอีกต่างหาก ทำให้เกมนัดถัดไปที่ต้องดวลกับอาร์เซน่อลกลายเป็นแมตช์ชี้ชะตาที่เดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะ
ส่วนเชลซีที่หวังโกยแต้มในบ้านเพื่อขยับพื้นที่ยุโรป กลับต้องเจอกับความจริงที่โหดร้าย เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยในเกมระดับนี้ โดนทีมอย่างซิตี้ลงโทษทันทีแบบไม่มีคำว่าปรานี
รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม
เชลซี 4-2-3-1
โรเบิร์ต ซานเชซ
มาโล กุสโต้, เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ยอร์เรล ฮาโต้, มาร์ก กูกูเรย่า
มอยเซส ไกเซโด้, อันเดร ซานโต๊ส
เอสเตเวา, โคล พาลเมอร์, เปโดร เนโต้
ชูเอา เปโดร
แมนฯ ซิตี้ 4-2-3-1
จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
มาเตอุส นูเนส, อับดูโกดีร์ คูซานอฟ, มาร์ค เกอี, นิโก้ โอไรลี่
แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้
อองตวน เซเมนโย่, ไรยัน แชร์กี้, เฌเรมี่ โดกู
เออร์ลิง ฮาลันด์
บ้านกีฬาฟันธงหลังเกม
เกมนี้เชลซีไม่ได้เล่นแย่ถึงขั้นยอมตั้งแต่ต้น แต่ปัญหาคือจังหวะที่ควรได้กลับไม่ได้ จังหวะที่พลาดกลับเสียหายหนัก ตรงกันข้ามกับแมนฯ ซิตี้ที่เล่นเหมือนทีมลุ้นแชมป์ตัวจริง จังหวะเข้าทำคมกริบ เกมรุกมีมิติ และมีตัวสร้างความแตกต่างอย่างแชร์กี้คอยชี้ทางให้เพื่อนจบงานแบบเลือดเย็น
แฟนบอลที่กำลังมองหา สรุปผลพรีเมียร์ลีกล่าสุด บ้านผลบอลวันนี้ และบทวิเคราะห์เกมใหญ่แบบเข้มข้น อ่านง่าย ได้อารมณ์คนดูบอลตัวจริง อย่าพลาดติดตามต่อที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

