ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เดินเกมตลาดนักเตะแบบเด็ดขาด หลังประกาศคว้าตัว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว ภายหลังนักเตะหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล โดยเจ้าตัวจะย้ายเข้าสู่ทีมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้
ดีลนี้ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าจับตาอย่างยิ่งของ “ไก่เดือยทอง” เพราะ โรเบิร์ตสัน ไม่ได้เป็นเพียงแบ็กซ้ายมากประสบการณ์ แต่ยังเป็นนักเตะที่ผ่านเกมใหญ่ระดับสูงมาอย่างโชกโชน ทั้งพรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลทีมชาติ
สเปอร์สปิดบัญชีสำเร็จ หลังเคยพลาดมาแล้วรอบหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ สเปอร์ส เคยพยายามดึงตัว โรเบิร์ตสัน ตั้งแต่ตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ในยุคที่ โธมัส แฟร้งค์ ยังทำหน้าที่กุนซือ โดยตอนนั้นทั้งสองสโมสรสามารถตกลงเงื่อนไขกันได้แล้ว แต่ดีลต้องสะดุดลง เพราะ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเรียกตัว คอสตาส ซิมิกาส กลับจากสัญญายืมตัวกับ โรม่า ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจบฤดูกาล ทีมดังแห่งลอนดอนเหนือไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมืออีกครั้ง เดินหน้ากลับมาเจรจาอย่างจริงจัง ก่อนปิดดีลได้สำเร็จแบบไม่มีค่าตัว กลายเป็นหนึ่งในการเสริมทัพที่เพิ่มทั้งคุณภาพ ประสบการณ์ และคาแรกเตอร์ผู้นำให้กับทีมทันที
Andy Robertson, welcome to our family 🤍 pic.twitter.com/wK9w11nGYJ
— Tottenham Hotspur (@SpursOfficial) June 5, 2026
เด แซร์บี้ ชู โรเบิร์ตสัน คือผู้ชนะตัวจริง
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีม สเปอร์ส กล่าวถึงการได้ตัวแบ็กซ้ายรายนี้เข้ามาเสริมทัพว่า
“แอนดี้ เป็นนักเตะที่ผมชื่นชมมาหลายปี เขาจะนำคุณภาพทางเทคนิค ประสบการณ์ ภาวะผู้นำ และทัศนคติที่ยอดเยี่ยมมาสู่ทีมของเรา”
“เขาคือผู้ชนะที่พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดมาอย่างยาวนาน และจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญทั้งในและนอกสนาม”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า สเปอร์ส ไม่ได้มอง โรเบิร์ตสัน แค่ในมุมของตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่ยังต้องการบุคลิกของนักเตะที่เคยผ่านการลุ้นแชมป์ ผ่านแรงกดดัน และรู้ว่าทีมใหญ่ต้องเล่นด้วยมาตรฐานแบบไหน
เส้นทางอำลาหงส์แดง หลังรับใช้ยาว 8 ฤดูกาล
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2017 ก่อนกลายเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กซ้ายที่โดดเด่นที่สุดของพรีเมียร์ลีกในยุคหลัง เขาลงสนามให้ “หงส์แดง” ไปทั้งหมด 378 นัด ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาล
ความสำเร็จของเขากับ ลิเวอร์พูล ถือว่าหนักแน่นและจับต้องได้ ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ คาราบาว คัพ 2 สมัย นี่คือโปรไฟล์ของนักเตะที่ผ่านการคว้าโทรฟี่ระดับสูงมาแล้วแบบเต็มมือ

ภารกิจใหม่กับไก่เดือยทอง และบทบาทผู้นำทีมชาติ
ในวัย 32 ปี โรเบิร์ตสัน ยังถูกคาดหวังให้เป็นกำลังสำคัญของ สเปอร์ส ทั้งในสนามและห้องแต่งตัว ด้วยประสบการณ์เกมใหญ่ ความดุดันในการเล่นริมเส้น และความเป็นผู้นำที่พิสูจน์มาแล้วตลอดเส้นทางอาชีพ
ส่วนในระดับทีมชาติ เขารับใช้ สกอตแลนด์ ไปแล้ว 92 นัด และเตรียมนำทัพบ้านเกิดลงแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของแบ็กซ้ายจอมเก๋ารายนี้
สรุปดีลนี้ สเปอร์สได้มากกว่าแค่แบ็กซ้าย
การคว้า โรเบิร์ตสัน แบบฟรีเอเยนต์ คือดีลที่น่าจับตามากของ สเปอร์ส เพราะทีมได้ทั้งประสบการณ์ระดับแชมป์ ความเป็นผู้นำ และคุณภาพเกมรับเกมรุกจากนักเตะที่รู้จักพรีเมียร์ลีกอย่างลึกซึ้ง หากปรับตัวเข้าระบบได้เร็ว ดีลนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของไก่เดือยทองในฤดูกาลใหม่
เกล็ดความรู้
- โรเบิร์ตสัน ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2017
- เขาลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล รวม 378 นัด ตลอด 8 ฤดูกาล
- คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล 2 สมัย
- ติดทีมชาติสกอตแลนด์ไปแล้ว 92 นัด
แฟนบอลที่อยากเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก ข่าวบอลต่างประเทศ และบทวิเคราะห์เข้มข้นแบบถึงลูกถึงคน อย่าลืมติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

