เกมเดือดที่มารัสซี่จบไม่สวย
ศึก เซเรีย อา ที่มารัสซี่ อูดิเนเซ่บุกชนะเจนัว 2-0 จากประตูของ เยอร์เกน เอ็คเคเลนคัมป์ และ คีแนน เดวิส แต่ช่วงท้ายเกมกลับมีดราม่าร้อน เมื่อ ฮัสซาน กามาร่า กลายเป็นจุดสนใจจากท่าทีระหว่างถูกเปลี่ยนตัวออก
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 84 ตอนสกอร์ยัง 1-0 โดยกามาร่าเดินออกจากสนามพร้อมทำหน้าและแลบลิ้นไปทางแฟนบอลเจ้าถิ่น จนทำให้ ลอเรนโซ่ โคลอมโบ กองหน้าเจนัวไม่พอใจ และโดนใบเหลืองจากการตอบโต้
กามาร่าชี้แจงชัด ไม่ได้ยั่วฟรี
หลังเกม กามาร่าออกมาอธิบายผ่านอินสตาแกรมว่า สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นการตอบสนองหลังโดนด่าและโดนชูนิ้วกลางจากแฟนบอลเจนัว
“ขอชี้แจงแบบสั้น ๆ ว่า ถ้าเมื่อวันศุกร์ผมเดินออกจากสนามพร้อมแลบลิ้นใส่แฟนบอลเจนัว นั่นเป็นเพียงเพราะผมโดนด่าและโดนชูนิ้วกลางใส่ มันเป็นวิธีตอบโต้ของผมแบบขำ ๆ และไม่มีความรุนแรง”
เขายังย้ำด้วยว่า ตลอด 12 ปีในอาชีพค้าแข้ง ไม่เคยยั่วยุใครก่อน และขอบคุณทั้งโค้ชและนักเตะของทั้งสองฝ่ายที่ช่วยให้สถานการณ์สงบลง
“ตลอด 12 ปีในอาชีพค้าแข้ง ผมไม่เคยยั่วยุใคร และผมก็จะไม่เริ่มทำแบบนั้นตอนนี้ โคลอมโบโกรธ มันก็เกิดขึ้นได้ ขอบคุณโค้ชของเขา เพื่อนร่วมทีมของเขา รวมถึงทีมของผมเอง ที่ช่วยทำให้สถานการณ์สงบลง”
ดราม่าลามต่อถึงโซเชียล
กามาร่ายังฝากข้อความสำคัญว่า ฟุตบอลควรเป็นกีฬาที่รวมผู้คนเข้าหากัน ไม่ใช่พื้นที่ของความเกลียดชัง
“ฟุตบอลคือกีฬาที่นำผู้คนมารวมกัน และมันควรจะเป็นแบบนั้นต่อไป”
อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมเจ้าตัวเผยว่ามีบางคนส่งข้อความเหยียดผิวผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเตือนว่าคนกระทำจะไม่รอดพ้นความรับผิดชอบ
“ป.ล. สำหรับบางคนที่ใช้โอกาสนี้ส่งคำด่าเหยียดผิวผ่านโซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ตมีความทรงจำยาวนาน และเรื่องนี้จะไม่จบลงแบบไม่มีบทลงโทษ”
อูดิเนเซ่ออกโรงประณามทันควัน
กามาร่าได้นำข้อความเหยียดผิวที่ได้รับมาเผยแพร่ผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ โดยไม่ปิดชื่อบัญชี ขณะที่คีแนน เดวิส ก็แชร์ข้อความเดียวกันต่อ ก่อนที่อูดิเนเซ่จะออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที
“อูดิเนเซ่ คัลโช่ ขอประณามพฤติกรรมอันน่าอับอายที่เกิดขึ้นกับ คีแนน เดวิส และ ฮัสซาน กามาร่า ซึ่งทั้งสองคนตกเป็นเป้าของข้อความเหยียดผิวบนโซเชียลมีเดีย”
“เหตุการณ์น่าละอายลักษณะนี้ขัดต่อหลักเหตุผลของสังคมอารยะอย่างสิ้นเชิง เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และอูดิเนเซ่จะต่อสู้กับเรื่องแบบนี้เสมอ”
ยิ่งเจ็บปวด เพราะเกิดในช่วงรณรงค์ต้านเหยียดผิว
เหตุการณ์นี้ยิ่งสะเทือนวงการ ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ เพราะเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับแคมเปญ “Keep Racism Out” ของเลกา เซเรีย อา ที่จัดขึ้นเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวโดยตรง
สุดท้าย ดราม่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ในสนาม แต่เป็นอีกแผลลึกของวงการฟุตบอลที่ยังต้องร่วมกันจัดการอย่างจริงจัง แฟนบอลที่อยากติดตาม ข่าวฟุตบอลต่างประเทศล่าสุด และประเด็นร้อนในลีกยุโรป ติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

