ดราม่าร้อนกลางเกม บาเยิร์นโวยหนักแต่ VAR ไม่ขยับ
เกมเดือดในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นประเด็นร้อนทันที หลังเกิดจังหวะปัญหาในเขตโทษที่บอลไปโดนแขนของ เจา เนเวส อย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินและทีม VAR กลับไม่ให้จุดโทษแก่เสือใต้
เหตุการณ์นี้ทำให้แฟนบอลในสนามอัลลิอันซ์ อารีน่า รวมถึง แว็งซ็องต์ กอมปานี กุนซือของบาเยิร์น แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก เพราะในมุมภาพช้า แขนของ เนเวส ดูยื่นออกมาและมีการสัมผัสบอลจริงแบบเลี่ยงไม่ได้
มาร์โก ดิ เบลโล โดนจวก แต่กฎ IFAB หนุนหลังเต็ม ๆ
มาร์โก ดิ เบลโล ผู้ตัดสินชาวอิตาเลียนวัย 44 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็น VAR ในเกมนี้ ถูกโจมตีอย่างหนักหลังเลือกไม่แทรกแซงการตัดสินของ เชา ปินเญโร ผู้ตัดสินชาวโปรตุเกสที่ไม่ได้เป่าเป็นจุดโทษตั้งแต่แรก
ปินเญโรเลือกหยุดรอการยืนยันจากห้อง VAR ก่อนจะได้รับสัญญาณให้เกมดำเนินต่อไป นั่นยิ่งจุดกระแสถกเถียงทั้งในสนามและสื่อฟุตบอลทันทีว่า เหตุใดจังหวะบอลโดนแขนชัดขนาดนั้นถึงไม่ถูกเช็กหน้าจอ
แต่เมื่ออ้างอิงตามกฎของ IFAB คำตอบกลับชัดเจนว่า ดิ เบลโล มีเหตุผลเพียงพอในการไม่แนะนำให้ผู้ตัดสินไปดูจอ On-Field Review
เหตุผลสำคัญ บอลมาจากเพื่อนร่วมทีมเปแอสเช
หัวใจของจังหวะนี้อยู่ที่บอลไม่ได้มาจากผู้เล่นบาเยิร์น แต่ถูกยิงหรือเล่นมาโดนแขนของ เจา เนเวส โดย วิตินญ่า เพื่อนร่วมทีม เปแอสเช เอง ซึ่งเป็นจุดที่กฎแฮนด์บอลของ IFAB ระบุไว้ชัดเจน
IFAB อธิบายไว้ว่า ไม่ถือเป็นความผิดแฮนด์บอล หากผู้เล่น “ถูกบอลกระทบมือหรือแขนจากบอลที่เล่นโดยเพื่อนร่วมทีม” เว้นแต่บอลจะเข้าประตูคู่แข่งโดยตรง หรือผู้เล่นคนนั้นทำประตูได้ทันทีหลังจากนั้น ซึ่งในกรณีนี้ให้เป็นฟรีคิกโดยตรงแก่ทีมตรงข้าม
เสียงโวยดังลั่น แต่ตามกติกายังไม่ใช่จุดโทษ
แม้ภาพที่เห็นจะทำให้แฟนบอลบาเยิร์นรู้สึกว่าทีมควรได้จุดโทษ แต่ในมุมของกติกา จังหวะนี้ไม่เข้าเงื่อนไขความผิดแฮนด์บอล เพราะบอลมาจากเพื่อนร่วมทีมของ เนเวส ไม่ใช่การบล็อกลูกยิงหรือบอลเปิดจากคู่แข่งโดยตรง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ดิ เบลโล เลือกไม่ส่งสัญญาณให้ผู้ตัดสินลงไปดูจอข้างสนาม และปล่อยให้เกมเดินต่อ แม้จะกลายเป็นหนึ่งในจังหวะดราม่าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมก็ตาม
สรุปประเด็นจาก บ้านกีฬา
สำหรับแฟนบอลที่มองจากอารมณ์เกม จังหวะนี้อาจดูค้านสายตาไม่น้อย แต่เมื่อแยกจากเสียงโห่ในสนามแล้วกลับไปดูตัวบทกติกา การตัดสินของ VAR ถือว่ายืนอยู่บนหลักกฎแฮนด์บอลของ IFAB อย่างชัดเจน เกมใหญ่แบบนี้จึงสะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่า VAR ไม่ได้ดูแค่ภาพบอลโดนแขน แต่ต้องอ่านที่มา ทิศทาง และเงื่อนไขของจังหวะทั้งหมดให้ครบ
ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์เกมใหญ่ ประเด็นร้อนแชมเปียนส์ลีก และทุกความเคลื่อนไหวลูกหนังแบบเข้มข้นได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

