
จาก : ผลบอลสด ไทยลีก ระหว่าง อุทัยธานี เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้ 9/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอล BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2025/26 คืนวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดอุทัยธานี “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” อุทัยธานี เอฟซี ทีมกลางตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงฟอร์มโหด เกมนี้สายตาคอลูกหนังที่กดเช็ก ผลบอลสด กันอยู่หน้าจอจับจ้องไปที่คำถามเดียว – บุรีรัมย์จะสะดุดไหม หรือเดินหน้าทิ้งห่างคู่แข่งต่อไป
คำตอบหลังจบ 90 นาทีคือ บุรีรัมย์ยังคงมาตรฐานเดิม ประคองผล 1-0 จากประตูโทนของ “เจ้าแบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ตั้งแต่นาทีที่ 7 แม้จะโดนอุทัยธานีกดดันหนักในช่วงท้าย แต่เกมรับแข็งแกร่งบวกฟอร์มเซฟหนึบของ นีล เอเธอร์ริดจ์ ทำให้ทีมเยือนเก็บสามแต้มออกมาจากถ้ำช้างป่าได้สำเร็จ
🕒 ครึ่งแรก: ศุภณัฏฐ์ยิงนำเร็ว ปราสาทสายฟ้าคุมเกม
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น บุรีรัมย์ไม่เสียเวลาปรับตัว วางหมากบุกใส่เจ้าถิ่นทันที เพียงนาทีแรก รูเบน ซานเชซ ได้โขกในกรอบเขตโทษให้ จิรวัฒน์ วังทะพันธ์ ต้องออกแรงเซฟเรียกเสียงเฮจากกองเชียร์ทีมเยือน
นาทีที่ 4 อุทัยธานีได้โอกาสสวนกลับ มาร์ติน อังก้า หลุดมาทางขวายิงมุมแคบ แต่เอเธอร์ริดจ์ยืนตำแหน่งเหนียวแน่นปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่รูปเกมจะกลับมาเป็นของบุรีรัมย์อีกครั้ง
แล้วความกดดันก็แปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ นาทีที่ 7 เกมรุกของบุรีรัมย์ต่อบอลเร็วเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลเด้งชุลมุนอยู่หน้าประตูและสุดท้ายมาเข้าทาง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ซัดจ่อๆ ไม่เหลือ ส่งทีมเยือนออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นทั้งฝั่งม้านั่งสำรองและกลุ่มแฟนบอลที่ตามมาเชียร์
นาทีที่ 8 ผู้ตัดสินต้องเช็ก VAR เพื่อความชัดเจนก่อนยืนยันให้ประตูขึ้นสกอร์อย่างเป็นทางการ เพิ่มความมั่นใจให้ปราสาทสายฟ้ายิ่งขึ้นไปอีก
หลังขึ้นนำ บุรีรัมย์ยังครองเกมได้เหนือกว่า นาที 19 เคนเน็ต ดูกอล ลองส่องไกลนอกกรอบ บอลพุ่งชนคานเต็มๆ แบบได้ลุ้นทั้งสนาม ก่อนที่นาที 22 โรเบิร์ต ซูลจ์ จะได้โอกาสยิงมุมแคบ บอลไปชนเสาอีกหน แสดงให้เห็นว่าดวงของเจ้าถิ่นยังไม่แตกเพิ่ม
อุทัยธานีเองก็มีจังหวะกดดันได้บ้าง โดยเฉพาะลูกตั้งเตะและลูกเตะมุม แต่แนวรับบุรีรัมย์นำโดย โก มยอง-ซอก และ เอดูอาร์โด มานชา เคลียร์บอลได้แทบทุกจังหวะ จบครึ่งแรกเจ้าบ้านตามหลัง 0-1 ต้องกลับไปแก้เกมในห้องแต่งตัว
🕓 ครึ่งหลัง: ช้างป่าลุยแหลก แต่ติดด่านเอเธอร์ริดจ์
ครึ่งหลังเริ่มมา อุทัยธานีปรับแท็กติก ดันไลน์สูงขึ้นและพยายามเพรสตั้งแต่แดนหน้า เบนจามิน เดวิส ได้ลุ้นจากฟรีคิกฝั่งขวา แต่ยังไม่ตรงกรอบ
เกมเริ่มเดือดขึ้นนาที 49 เมื่อ คริสติยอง โกมิส เข้าบอลแรงเกินเหตุโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ จากนั้น นาที 53 มิโลส โยคซิช ตัดสินใจส่ง โมฮาเหม็ด ไอซ่า ลงมาแทน อังก้า เพื่อเพิ่มมิติในพื้นที่สุดท้าย ก่อนจะตามด้วยการเปลี่ยนตัวคู่ในนาที 67 ส่ง แอร์ฟาน ดโลฮ ลงมาแทน แฮรีส สจ๊วร์ต และให้ เคลวิน ลงมาแทน เลอันโดร ริเบโร่ เพื่อยกระดับความเร็วริมเส้น
อุทัยธานีเริ่มมีจังหวะบุกต่อเนื่อง นาที 66 เดวิส ลองส่องไกลระยะไกลมาก บอลเฉี่ยวคานไปแบบเสียวทั้งแฟนทีมเยือน ขณะที่ บุรีรัมย์มองเห็นเกมเริ่มแกว่ง นาที 70 จึงส่ง ปีเตอร์ ซูลจ์ ลงมาแทน รูเบน ซานเชซ เพื่อช่วยพักบอลและตัดเกมแดนกลาง
ช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นเร่งเครื่องเต็มกำลัง นาที 80 โมฮาเหม็ด ไอซ่า และ ทิตาธร อักษรศรี ได้โอกาสยิงติดๆ กัน แต่ทุกลูกยังติดมือเอเธอร์ริดจ์ที่อ่านจังหวะได้ขาด นาที 85 แฟนบอลอุทัยธานีแทบลุกขึ้นเฮเมื่อ บรูโน่ ไบโย เทกตัวโหม่งเต็มศีรษะจากลูกเตะมุม ทว่ามือกาวทีมชาติฟิลิปปินส์ของบุรีรัมย์พุ่งปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที อุทัยธานีโยนบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษรัวๆ แต่แนวรับทีมเยือนยังช่วยกันเคลียร์ได้หมด สุดท้ายเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น สกอร์หยุดอยู่ที่ 0-1 บุรีรัมย์เก็บชัยชนะอีกนัด ส่วนเจ้าถิ่นต้องกล้ำกลืนกับความพ่ายแพ้คาบ้าน

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง นักเตะโดดเด่น และการเปลี่ยนตัว
🐘 อุทัยธานี เอฟซี (4-3-3)
ผู้รักษาประตู
- จิรวัฒน์ วังทะพันธ์ (26) – เรตติ้ง 7.1 เซฟช่วยทีมหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะยิงไกลของ ดูกอล และลูกบุกด้านข้างของแนวรุกบุรีรัมย์
กองหลัง
- เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด (27) – เรตติ้ง 7.3 เติมเกมรุกทางซ้ายได้ดีและช่วยบล็อกลูกครอสหลายจังหวะ
- คริสติยอง โกมิส (78) – เรตติ้ง 6.9 มีใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์นาที 49 แต่ยังคุมเกมกลางอากาศได้เหนียวแน่น
- มาร์ติน อังก้า (2) – เรตติ้ง 6.7 เกมรับแน่นแต่ถูกถอดออกหลังพักครึ่งเพื่อเติมเกมรุก
- แฮรีส สจ๊วร์ต (30) – เรตติ้ง 6.5 รับมือกับความเร็วริมเส้นของบุรีรัมย์ได้พอสมควร ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 67
กองกลาง
- มาร์เซโล ญาโล (5) – เรตติ้ง 6.7 ช่วยตัดเกมหน้าแผงแบ็กแต่เจองานหนักตลอด 90 นาที
- วิลเลี่ยม เวเดอร์เฌอ (กัปตัน, 8) – เรตติ้ง 7.0 คุมจังหวะตรงกลางสนามและเป็นคนเริ่มเกมรุกจากแดนลึก
- เบนจามิน เดวิส (10) – เรตติ้ง 6.7 มีจังหวะส่องไกลให้แฟนบอลได้ลุ้นหลายครั้ง
กองหน้า
- ทิตาธร อักษรศรี (65) – เรตติ้ง 7.1 ทำงานหนักทั้งเกมรุกเกมรับริมเส้นซ้าย ก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้าย
- บรูโน่ ไบโย (72) – เรตติ้ง 7.5 กองหน้าตัวความหวัง สร้างปัญหาให้แนวรับบุรีรัมย์ตลอดและเกือบโขกตีเสมอท้ายเกม
- เลอันโดร ริเบโร่ (70) – เรตติ้ง 6.6 ใช้ความเร็วเจาะริมเส้นแต่เจอการตามประกบติดหนึบของแบ็กทีมเยือน
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- โมฮาเหม็ด ไอซ่า (7) – เรตติ้ง 6.4 ลงมานาที 53 แทน อังก้า เพิ่มความดุดันในเขตโทษ
- แอร์ฟาน ดโลฮ (62) – เรตติ้ง 6.8 ลงมานาที 67 แทน สจ๊วร์ต ช่วยขึงเกมบุกทางริมเส้นขวา
- เคลวิน (22) – เรตติ้ง 6.5 ลงมานาที 67 แทน ริเบโร่ พยายามเลี้ยงจี้แนวรับทีมเยือนหลายครั้ง
- อติคุณ มีถุ่ม (92) – ลงมานาที 89 แทน ทิตาธร เติมความสดช่วงท้ายเกม
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
วรวุฒิ สุขุหนา, วรรธนะ เพลย์หนัม, จักกฤษ วัชรภิรมย์, โซ โม เคียว, ปวริศร์ บุญมาเลิศ, ศิริมงคล รัตนภูมิ, สุมัญญา ปุริสาย, ณณฑพัทธ์ นาคสวัสดิ์
นักเตะโดดเด่นประจำทีมอุทัยธานี
- บรูโน่ ไบโย – ตัวจบสกอร์เบอร์หนึ่งของทีม วันนี้สร้างโอกาสได้เรื่อยๆ และเกือบเป็นคนทำประตูตีเสมอ
- เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด – แบ็กซ้ายที่วิ่งไม่มีหมด ช่วยทั้งบุกและรับ ทำให้ริมเส้นฝั่งนี้ของบุรีรัมย์ไม่ได้เล่นง่าย
- จิรวัฒน์ วังทะพันธ์ – แม้ทีมจะแพ้แต่โชว์ฟอร์มเหนียว เซฟลูกยากหลายจังหวะ
🔵 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- นีล เอเธอร์ริดจ์ (13) – เรตติ้ง 8.5 เซฟอุตลุตสมราคา Player of the Match ปิดประตูไม่ให้เจ้าถิ่นเจาะได้
กองหลัง
- ศศลักษณ์ ไหประโคน (2) – เรตติ้ง 6.4 ยืนแบ็กขวา เติมเกมรุกได้เรื่อยๆ และช่วยไล่บอลริมเส้น
- เอดูอาร์โด มานชา (40) – เรตติ้ง 6.8 คุมแนวรับกลางสนามอากาศได้ดี อ่านเกมขาด
- โก มยอง-ซอก (22) – เรตติ้ง 7.7 แข็งแกร่งทั้งลูกกลางอากาศและดักจังหวะบอลทะลุช่อง
- ธีราทร บุญมาทัน (5) – เรตติ้ง 7.8 เติมเกมรุกริมเส้นซ้ายเหมือนปีกแถมเปิดลูกเซ็ตเพลย์ได้ลุ้นเสมอ
กองกลาง
- เคนเน็ต ดูกอล (กัปตัน, 16) – เรตติ้ง 7.0 คุมจังหวะเกมแดนกลาง และมีลูกยิงชนคานให้แฟนบอลเสียว
- โกรัน เคาซิช (23) – เรตติ้ง 6.1 ช่วยเชื่อมเกมรับกับรุก แม้วันนี้จะค่อนข้างเงียบ
- โรเบิร์ต ซูลจ์ (32) – เรตติ้ง 5.8 พยายามจ่ายบอลทะลุช่องและส่องไกล หลายครั้งบอลชนเสาแบบน่าเสียดาย
แนวรุก
- ชินภัทร์ ลีเอาะ (75) – เรตติ้ง 7.2 ขยันวิ่งไล่กดดันแบ็กอุทัยธานีตลอดเกม
- ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (10) – เรตติ้ง 7.0 ฮีโร่ผู้ยิงประตูโทนให้ทีมเข้าวินนอกบ้าน
- รูเบน ซานเชซ (28) – เรตติ้ง 6.1 เคลื่อนที่หาพื้นที่ได้ดี แม้จะยังไม่คมในจังหวะสุดท้าย
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ปีเตอร์ ซูลจ์ (44) – เรตติ้ง 6.4 ลงมานาที 70 แทน รูเบน ซานเชซ ช่วยพักบอลและยืนคุมจังหวะกลางสนามในช่วงที่ทีมโดนบุกหนัก
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
ชาตรี บูทพรม, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, พรรษา เหมวิบูลย์, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, รัตนากร ใหม่คามิ, ธนกฤต โฉมทองภูมิ, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์, ณธกร รัตนสุวรรณ
นักเตะโดดเด่นประจำทีมบุรีรัมย์
- นีล เอเธอร์ริดจ์ – เซฟช่วยชีวิตทีมหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกโหม่งของไบโยช่วงท้ายเกม
- ธีราทร บุญมาทัน – เติมเกมรุกได้จัดจ้าน เปิดบอลสร้างโอกาสให้เพื่อนอย่างต่อเนื่อง
- โก มยอง-ซอก – แนวรับเกาหลีใต้ที่อ่านเกมเฉียบ คุมพื้นที่แนวรับฝั่งซ้ายได้อยู่หมัด
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในแง่แท็กติก เกมนี้เป็นการดวลกันของระบบ 4-3-3 ของอุทัยธานี กับ 4-2-3-1 ของบุรีรัมย์ รูปแบบการยืนของเจ้าถิ่นเน้นเกมเพรสบีบเร็วในแดนกลาง ใช้สามแนวรุกไล่บีบแบ็กคู่แข่ง เพื่อหวังฉกบอลแล้วสวนกลับเร็ว ขณะที่แดนกลางมี เวเดอร์เฌอ เป็นจุดหมุนคอยเปลี่ยนแกนและแทงทะลุช่องให้ริมเส้นวิ่งทำทาง
ฝั่งบุรีรัมย์เลือกใช้คู่กลาง ดูกอล–เคาซิช คอยสกรีนหน้าเซ็นเตอร์แบ็กแล้วปล่อยให้ ซูลจ์ ขยับขึ้นไปยืนระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังอุทัยธานี การเคลื่อนที่ของ ซานเชซ และ ชินภัทร์ เปิดพื้นที่ให้ ศุภณัฏฐ์ วิ่งสอดเข้าไปยิงประตู ซึ่งเห็นได้ชัดจากจังหวะประตูขึ้นนำ และหลายๆ จังหวะที่แนวรับเจ้าถิ่นตามตัวไม่ทัน
เกมรุกของบุรีรัมย์อาศัยการทำชิ่งสั้นและความหลากหลายของบอลริมเส้น ทั้งการครอสจาก ธีราทร รวมถึงการตัดเข้าในของ ชินภัทร์ ทำให้แนวรับอุทัยธานีต้องถอยต่ำ แต่จุดที่ยังต้องแก้คือประสิทธิภาพการจบสกอร์ เพราะมีถึงสามครั้งที่บอลไปชนเสาหรือคาน ทำให้สกอร์ไม่ขาด
ในทางกลับกัน เกมรับของอุทัยธานีแม้จะพลาดเสียประตูเร็ว แต่หลังจากนั้นถือว่าปรับตัวได้ดี โกมิส กับ อังก้า ใช้ความแข็งแกร่งปะทะกองหน้าได้ดี ลูกกลางอากาศส่วนใหญ่จัดการได้หมด ปัญหาอยู่ที่การดันไลน์สูงช่วงท้ายจนปล่อยให้ช่องว่างด้านหลังแบ็กเปิด ทำให้ต้องพึ่งจังหวะเซฟของ จิรวัฒน์ อยู่หลายหน
สรุปภาพรวมเชิง วิเคราะห์บอล เกมนี้ บุรีรัมย์เป็นฝ่ายควบคุมจังหวะได้มากกว่า สร้างโอกาสจะแจ้งมากกว่า แต่หากมองจากครึ่งหลัง อุทัยธานีก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพจะทำร้ายทีมใหญ่ได้ หากพัฒนาความคมในพื้นที่สุดท้ายให้มากกว่านี้

📊 สถิติการแข่งขันเล่าเป็นภาพรวม
ตัวเลขในสนามยืนยันชัดว่าเกมนี้สูสีแต่บุรีรัมย์เฉียบคมกว่าเล็กน้อย อุทัยธานีครองบอลได้ 46% ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองบอล 54% แปลว่าทีมเยือนคุมจังหวะเกมได้มากกว่านิดๆ แต่ไม่ได้ถึงขั้นขึงอยู่ฝ่ายเดียว จำนวนโอกาสยิงทั้งหมด เจ้าถิ่นลุ้นไป 11 ครั้ง ขณะที่ปราสาทสายฟ้ายิง 12 ครั้ง และมี “Big chance” ชัดๆ 1 ครั้ง ซึ่งก็กลายเป็นประตูชัยของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา นั่นเอง
ในแง่ผู้รักษาประตู จิรวัฒน์ วังทะพันธ์ เซฟไป 4 ครั้ง ขณะที่ นีล เอเธอร์ริดจ์ ต้องออกแรงเซฟถึง 6 หน สะท้อนว่าช่วงท้ายเกมบุรีรัมย์โดนอุทัยธานีกดดันพอสมควร ลูกเตะมุมเป็นฝั่งทีมเยือนที่เหนือกว่าได้ไป 8 ครั้ง ต่อ 3 ครั้งของเจ้าบ้าน ส่วนจำนวนฟาวล์ อุทัยธานีทำไป 7 ครั้ง ขณะที่บุรีรัมย์ฟาวล์ถึง 13 ครั้ง แสดงให้เห็นสไตล์การเล่นที่ดุดันและต้องตัดเกมหลายครั้งของทีมเยือน
ด้านการขึ้นเกมจากแดนหลัง อุทัยธานีจ่ายบอลทั้งหมด 394 ครั้ง ส่วนบุรีรัมย์จ่ายมากกว่าที่ 460 ครั้ง แต่การแท็กเกิลกลับเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้มากกว่า 20 ครั้ง ต่อ 17 ครั้งของทีมเยือน บอกชัดว่า “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” ไล่บี้ไล่บวกไม่มีถอย ลูกฟรีคิก อุทัยธานีได้ 13 ครั้ง เหนือกว่าบุรีรัมย์ที่ได้เพียง 7 ครั้ง ขณะที่ใบเหลืองแบ่งกันทีมละ 1 ใบ ทำให้เกมนี้แม้จะหนักหน่วงแต่ยังควบคุมอารมณ์กันได้อยู่ในกรอบกติกา
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 7 – ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ซัดประตูให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกนำ 1-0
- 🎥 นาทีที่ 8 – ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนยืนยันให้ประตูของศุภณัฏฐ์เป็นสกอร์ที่ถูกต้อง
- 🎯 นาทีที่ 19 – เคนเน็ต ดูกอล ส่องไกลนอกกรอบ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง พลาดโอกาสหนีห่าง
- 🎯 นาทีที่ 22 – โรเบิร์ต ซูลจ์ ยิงมุมแคบ บอลชนเสา เป็นครั้งที่สองที่บุรีรัมย์ชนไม้
- 🟨 นาทีที่ 49 – คริสติยอง โกมิส ของอุทัยธานี โดนใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
- 🔄 นาทีที่ 53 – อุทัยธานีเปลี่ยนตัว โมฮาเหม็ด ไอซ่า ลงแทน มาร์ติน อังก้า เพื่อเพิ่มเกมรุก
- 🔄 นาทีที่ 67 – แอร์ฟาน ดโลฮ ลงแทน แฮรีส สจ๊วร์ต และ เคลวิน ลงแทน เลอันโดร ริเบโร่ เจ้าบ้านเดินหน้าแลกเต็มตัว
- 🎯 นาทีที่ 64/66 – ซูลจ์ ยิงไกลชนเสาอีกครั้ง ก่อนที่ เดวิส จะลองส่องไกลบอลเฉี่ยวคานไปแบบได้ลุ้น
- 🔁 นาทีที่ 70 – บุรีรัมย์ส่ง ปีเตอร์ ซูลจ์ ลงสนามแทน รูเบน ซานเชซ ช่วยคุมจังหวะแดนกลาง
- 🧤 นาทีที่ 80 – เอเธอร์ริดจ์เซฟซ้อนสองจังหวะ จากลูกยิงของ ไอซ่า และ ทิตาธร ทำให้สกอร์ยังคงเดิม
- 🟨 นาทีที่ 85 – ธีราทร บุญมาทัน โดนใบเหลืองจากจังหวะโต้เถียงผู้ตัดสิน
- 🧱 นาทีที่ 85 – บรูโน่ ไบโย โหม่งเหน่งๆ จากลูกเตะมุม แต่เอเธอร์ริดจ์พุ่งปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
- 🔄 นาทีที่ 89 – อติคุณ มีถุ่ม ถูกส่งลงมาแทน ทิตาธร เพื่อเพิ่มความสดในช่วงทดเวลา
- ⏰ นาทีที่ 90+5 – ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา อุทัยธานี เอฟซี แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1
⭐ Player of the Match: นีล เอเธอร์ริดจ์ กำแพงเหล็กแห่งบุรีรัมย์
แม้สกอร์จะบอกว่าบุรีรัมย์เป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าดูรูปเกมโดยรวมจะเห็นว่าในช่วงท้ายทีมเยือนต้องถอยไปตั้งรับลึกอยู่พักใหญ่ และชื่อที่ยืนเด่นที่สุดในแผงหลังไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก นีล เอเธอร์ริดจ์
นายด่านทีมชาติฟิลิปปินส์รายนี้โชว์มาตรฐานระดับท็อป ตั้งแต่จังหวะเซฟลูกยิงมุมแคบของ อังก้า ในครึ่งแรก ไปจนถึงการออกมาตัดบอลกลางอากาศจากลูกครอสและเตะมุมของอุทัยธานีอย่างแม่นยำ ไฮไลต์สำคัญคือจังหวะโหม่งของ บรูโน่ ไบโย นาที 85 ที่ทุกคนคิดว่าเป็นประตูตีเสมอแน่ๆ แต่เอเธอร์ริดจ์ยังพุ่งปัดปลายมือไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
ด้วยเรตติ้ง 8.5 จาก Sofascore และการเป็นกำแพงด่านสุดท้ายที่ทำให้บุรีรัมย์รักษาคลีนชีตได้ บ้านกีฬา ขอปรบมือให้เอเธอร์ริดจ์ในฐานะ Player of the Match แบบไร้ข้อโต้แย้ง

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนน BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงเตะไป 17 นัด เก็บเพิ่มเป็น 44 คะแนน จากผลงานชนะ 14 เสมอ 2 แพ้เพียงนัดเดียว ยิงได้ 40 ประตู เสีย 16 ประตู มีผลต่างประตูได้เสีย +24 ทิ้งห่าง ราชบุรี เอฟซี รองจ่าฝูงที่มี 29 คะแนนอยู่ถึง 15 แต้ม แม้ทีมรองจ่าฝูงจะเตะน้อยกว่า 2 นัด แต่แรงกดดันตอนนี้ทั้งหมดไหลไปอยู่ฝั่งผู้ตามแบบเต็มๆ
ส่วน อุทัยธานี เอฟซี หลังจากเตะไปแล้ว 16 นัด มี 17 คะแนน จากผลงานชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 7 ยิงได้ 28 เสีย 27 ผลต่างประตูได้เสียยังเป็นบวกอยู่เล็กน้อย (+1) รั้งอันดับ 11 ของตารางเหนือโซนท้ายตารางอย่าง ชลบุรี, เมืองทอง, ลำพูน วอร์ริเออร์, พลังหนุ่มกาญจนบุรี และนครราชสีมา อยู่พอสมควร แต่หากสะดุดต่อเนื่องก็มีสิทธิ์โดนกลุ่มหนีตายไล่จี้ได้เหมือนกัน
📅 ตารางบอลไทยลีก และโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม
มองไปข้างหน้า โปรแกรมของทั้งสองทีมยังแน่นเอี๊ยดและมีผลโดยตรงต่อเส้นทางฤดูกาลนี้ แฟนบอลที่ชอบเช็ก โปรแกรมบอล ต้องจับตาให้ดี
ฝั่งอุทัยธานี เอฟซี
- 17 มกราคม 2569 – ไทยลีก 1 เยือน อยุธยา ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. เกมสำคัญในกลุ่มทีมกลาง–ล่างของตาราง หากเก็บแต้มได้จะช่วยให้สถานการณ์ปลอดภัยขึ้นมาก
- 25 มกราคม 2569 – ไทยลีก 1 เยือน ปทุม ยูไนเต็ด เวลา 18.30 น. ดวลกับทีมลุ้นพื้นที่บนของตาราง งานหนักแต่ถ้าช้างป่าล็อกฟอร์มดีแบบครึ่งหลังเกมนี้ก็มีลุ้นเซอร์ไพรส์
ฝั่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
- 14 มกราคม 2569 – ฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ เปิดบ้านพบ ปัตตานี เอฟซี เวลา 18.00 น. เกมที่มักใช้โรเตชันแต่ก็ห้ามพลาดเพราะถ้วยนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสร
- 18 มกราคม 2569 – ไทยลีก 1 เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชียงราย ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. ดาร์บี้ทีมลุ้นหัวตารางที่อาจมีผลต่อระยะห่างคะแนนระหว่างจ่าฝูงกับกลุ่มตามไล่ล่า
จากตารางดังกล่าว บุรีรัมย์ยังมีโอกาสยืดแต้มหนีห่างออกไปอีก ขณะที่อุทัยธานีต้องเน้นเก็บแต้มในเกมกับทีมระดับใกล้เคียงเพื่อหนีจากแรงกดดันโซนล่างให้ได้เร็วที่สุด
📣 ติดตาม บ้านผลบอล และข่าวบอลมันส์ๆ ได้ที่บ้านกีฬา
สำหรับแฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของไทยลีก ตั้งแต่สรุปสกอร์แบบเรียลไทม์ไปจนถึงบทวิเคราะห์หลังเกมสไตล์จัดจ้าน บ้านกีฬา ขอเชิญชวนทุกคนมาตามเช็ก บ้านผลบอล เช็กสถิติหลังเกม และอัปเดตข่าวตลาดซื้อขาย นักเตะเจ็บ–แบน รวมถึงบทสัมภาษณ์ข้างสนามกันได้ตลอดทั้งซีซัน
บ้านกีฬา จะยังคงเกาะติดทุกเกมใหญ่ ทุกดราม่าบนผืนหญ้า ไม่ว่าจะเป็นศึกชิงแชมป์หรือแมตช์หนีตกชั้น แล้วเจอกันทุกนัด ทุกข่าว พักหน้าจอเมื่อไหร่ อย่าลืมคิดถึงเรา

