นครปฐม ยูไนเต็ด แยกทางเออร์เนสโตอย่างเป็นทางการ
กลายเป็นข่าวที่ทำเอาแฟนบอลขยี้ตารัวๆ เมื่อ นครปฐม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 17 ศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2025/26 หลังผ่านไป 18 นัด ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ เออร์เนสโต ภูมิภา แบ็คซ้ายมากประสบการณ์อย่างเป็นทางการ การแยกทางครั้งนี้ไม่ได้มาในจังหวะดราม่า แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ทว่าก็ยังทำให้สาวก “เสือป่าราชา” หลายคนรู้สึกใจหาย เพราะนี่คือหนึ่งในแข้งเก๋าที่แบกเกมริมเส้นฝั่งซ้ายมาหลายฤดูกาล
สถิติกับเสือป่าราชา – แบ็คซ้ายวัย 35 ที่ยังวิ่งไม่มีหมด
แบ็คซ้ายลูกครึ่งไทย-สเปน วัย 35 ปี รายนี้ ย้ายมาร่วมทัพ “เสือป่าราชา” ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล 2024/25 และอยู่ต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาล 2025/26 ในเลกแรก เขาได้โอกาสลงเล่นรวมทุกรายการไปถึง 47 นัด สามารถทำได้ 6 แอสซิสต์ ตัวเลขอาจไม่ได้派ความหวือหวาแบบตัวรุก แต่สำหรับตำแหน่งฟูลแบ็ค นี่คือสถิติที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าฟอร์มการเติมเกมรุกของเออร์เนสโตยังจัดจ้าน แถมยังช่วยทีมในเกมรับด้วยประสบการณ์ล้วนๆ ทั้งการยืนตำแหน่ง การอ่านเกม และการคุมจังหวะริมเส้น
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับนครปฐม ยูไนเต็ด เออร์เนสโตถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำในสนาม ทั้งการสั่งเกม ปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีม และสร้างมาตรฐานในการซ้อมให้กับแข้งรุ่นน้อง บรรยากาศในห้องแต่งตัวก็มีเขาเป็นหนึ่งในตัวเชื่อมระหว่างแข้งไทยและต่างชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สโมสรระดับลุ้นหนีตกชั้นในไทยลีก 2 ให้ความสำคัญอย่างมาก
แถลงการณ์จากสโมสร – เสือป่าราชายกย่องตำนานริมเส้น
การประกาศยกเลิกสัญญาครั้งนี้เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างสโมสรและตัวนักเตะ เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าต่อในเส้นทางใหม่ โดยสโมสรออกข้อความขอบคุณอย่างชัดเจนว่า
“นครปฐม ยูไนเต็ด” ขอบคุณ เออร์เนสโต ภูมิภา ที่ทุ่มเทเพื่อสโมสรมาโดยตลอด คุณจะเป็น เสือป่าราชา ตลอดไป🏆🐯
ประโยคสั้นๆ แต่กินใจแบบนี้ สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเออร์เนสโตกับสโมสรไม่ได้จบลงด้วยความขมขื่น แต่เป็นการแยกทางอย่างมืออาชีพเต็มตัว เหลือไว้เพียงความทรงจำในสนาม และความผูกพันกับแฟนบอลที่ส่งเสียงเชียร์เขามาตลอด
เส้นทางค้าแข้ง – ผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งไทยลีกและลีกรอง
สำหรับ เออร์เนสโต ภูมิภา ถือเป็นแบ็คซ้ายที่มีเส้นทางค้าแข้งแน่นขนัด ผ่านการลงเล่นให้หลายสโมสรชื่อดังในเมืองไทย เริ่มตั้งแต่ช่วงสร้างชื่อกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจะเก็บประสบการณ์ต่อกับ อาร์มี ยูไนเต็ด, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล, การท่าเรือ เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, สมุทรปราการ ซิตี้, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, โปลิศ เทโร เอฟซี, ขอนแก่น ยูไนเต็ด และล่าสุดกับนครปฐม ยูไนเต็ด
การได้เล่นให้ทั้งบิ๊กทีมลุ้นแชมป์ไปจนถึงทีมกลางตารางและทีมหนีตกชั้น ทำให้เออร์เนสโตเข้าใจดีถึงแรงกดดันในทุกระดับของฟุตบอลไทย ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่าโทรฟี่ การแย่งพื้นที่โควตาทวีป หรือการวิ่งสู้ตายเพื่อรอดพ้นโซนแดง ทุกแบบเขาผ่านมาหมดแล้ว และกลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่าที่ถ่ายทอดให้รุ่นน้องในแต่ละทีมเสมอ
ในสีเสื้อทีมชาติไทย – ประสบการณ์ระดับช้างศึก
ไม่ใช่แค่ในระดับสโมสรเท่านั้น เพราะในนามทีมชาติ เออร์เนสโตเคยถูกเรียกติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เมื่อปี 2021 ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ โดยมีโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 3 นัด แม้จำนวนเกมจะไม่มาก แต่การได้สวมเสื้อช้างศึกถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของนักเตะไทยและลูกครึ่งแทบทุกคน
การเล่นทีมชาติช่วยเพิ่มมิติในเกมของเออร์เนสโต ทั้งในเรื่องมาตรฐานการซ้อม การรับมือกับแท็กติกในระดับนานาชาติ และการดวลกับคู่ต่อสู้ที่มีสไตล์แตกต่างกันออกไป ซึ่งทั้งหมดถูกนำกลับมาใช้กับสโมสรที่เขาค้าแข้งด้วยตลอดหลายปีหลังจากนั้น
มองให้กว้างกว่าดีลเดียว – เส้นทางแข้งเก๋าในวงการฟุตบอลไทย
หากมองให้ลึกกว่าการยกเลิกสัญญาแค่หนึ่งเคส การแยกทางของเออร์เนสโตกับนครปฐม ยูไนเต็ด ยังสะท้อนภาพวงการลูกหนังไทยในอีกมุมหนึ่งด้วย นักเตะวัยเกิน 30 หลายคนต้องเริ่มคิดถึงทิศทางอาชีพว่าจะเดินต่ออย่างไร ระหว่างการมองหาทีมใหม่ในลีกรอง การไปเปิดประสบการณ์ต่างประเทศในลีกเล็ก หรือขยับสู่บทบาทใหม่ เช่น สตาฟฟ์โค้ช หรืองานพัฒนานักเตะเยาวชน
ในอีกด้านก็เป็นโอกาสของดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเสียบแทนตำแหน่งแบ็คซ้ายที่เว้นว่างไว้ ฟุตบอลอาชีพหมุนเวียนอยู่บนหลักง่ายๆ ว่า “ไม่มีใครอยู่กับทีมได้ตลอดไป” แต่ทุกรอยเท้าของแข้งเก๋าจะกลายเป็นพื้นฐานให้เด็กรุ่นใหม่เดินต่อ นี่คือเสน่ห์ของฟุตบอลที่ทำให้แฟนบอลไทยยังอินกับเกมลูกหนังไม่เคยเปลี่ยน
บทสรุปจากสายตาแฟนบอลไทย
การแยกทางระหว่างนครปฐม ยูไนเต็ด กับเออร์เนสโต ภูมิภา อาจทำให้แนวรับฝั่งซ้ายของทีมต้องปรับจูนกันใหม่ แต่ในมุมของแฟนบอลไทย หลายคนยังยกย่องเขาในฐานะแบ็คซ้ายมืออาชีพที่วิ่งไม่มีหมด เติมเกมรุกดุดัน และแบกประสบการณ์จากหลายสโมสรชั้นนำมาสร้างสีสันให้ฟุตบอลไทยมาตลอดหลายปี
จากนี้คงต้องจับตาดูว่าขั้นต่อไปของเออร์เนสโตจะเป็นอย่างไร จะยังโลดแล่นในสนามหญ้าไทยลีก 1 หรือไทยลีก 2 ต่อไป หรือหันไปเริ่มบทบาทใหม่ข้างสนาม แต่ไม่ว่าเส้นทางจะพาเขาไปที่ไหน ชื่อของเออร์เนสโต ภูมิภา ก็ยังเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่แฟนบอลไทยจดจำได้เสมอ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะข่าวตลาดซื้อขาย สรุปผลแข่งขัน หรือประเด็นร้อนในวงการลูกหนัง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา

