กรุงเทพฯได้สัมผัสถ้วยแชมป์ลูกหนังสูงสุดของโลก
บรรยากาศลูกหนังริมแม่น้ำเจ้าพระยาเดือดแบบไม่ต้องมีแมตช์เตะ เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางไปร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวต้อนรับการมาเยือนของ FIFA World Cup Trophy หรือ ถ้วยฟุตบอลโลก ของจริง ที่ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เขตคลองสาน เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา งานนี้ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่กรุงเทพฯได้รับเกียรติเป็นหนึ่งใน 75 เมืองจากทั่วโลก ที่ได้ต้อนรับถ้วยแชมป์ใบศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของเกมลูกหนัง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แสดงความภาคภูมิใจแทนชาวกรุงเทพฯและคนไทยทั้งประเทศที่มีโอกาสได้เห็นถ้วยใบนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ในจอทีวีหรือภาพข่าวต่างประเทศ แต่ตั้งตระหง่านอยู่ต่อหน้าแฟนบอลไทย เพื่อย้ำเตือนว่า “ความฝันในการไปฟุตบอลโลกไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป”
ถ้วยแชมป์ที่เป็นมากกว่าวัตถุ – สัญลักษณ์ของความฝันทั้งประเทศ
สำหรับแฟนบอลทั่วโลก ฟุตบอลโลก ไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ 4 ปีครั้ง แต่คือเวทีที่รวมเอาความฝัน น้ำตา และความทุ่มเทของนักเตะและโค้ชนับไม่ถ้วน ถ้วยแชมป์ใบนี้จึงไม่ใช่แค่โลหะมีค่าชิ้นหนึ่ง แต่คือ “เป้าหมายสูงสุด” ของวงการลูกหนัง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนในอะคาเดมีเล็กๆ หรือทีมชาติระดับทวีป ทุกคนล้วนฝันอยากเห็นธงชาติของตัวเองโบกสะบัดอยู่หลังพิธีชูถ้วย
การที่ถ้วยแชมป์จริงเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ จึงเปรียบเสมือนการเอาความฝันระดับโลกมาวางไว้ตรงหน้าฟุตบอลไทย เป็นการกระตุกหัวใจให้ทุกภาคส่วน ทั้งสมาคม สโมสร เยาวชน ผู้ปกครอง และแฟนบอล หันมามองเป้าหมายเดียวกัน ว่าถ้าอยากเห็นทีมชาติไทยไปไกลกว่านี้ ทุกคนต้องช่วยกันผลักดันในระยะยาว
ข้อความถึงมาดามแป้งและความหวังของฟุตบอลไทย
ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ส่งข้อความตรงถึง มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยประโยคสั้นๆ แต่สะเทือนใจแฟนบอลไทยทั้งประเทศ
“สักวันหนึ่งเราจะถือครองมันได้ ไม่ช้าหรือเร็วเราต้องได้ ฝากมาดามแป้งด้วยนะครับ”
ข้อความนี้ไม่ใช่แค่คำชมเชิงให้กำลังใจ แต่มันสะท้อนความเชื่อว่า ถ้าฟุตบอลไทยเดินถูกทาง วางโครงสร้างแข็งแรง ตั้งแต่ระดับเยาวชน ลีกอาชีพ ไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ วันหนึ่งการได้ไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หรือแม้แต่การพุ่งไปลุ้นถ้วยแชมป์ อาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
ในฐานะนายกสมาคมคนสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนฟุตบอลไทยอยู่ตอนนี้ ชื่อของมาดามแป้งจึงถูกฝากความหวังเอาไว้เต็มๆ ว่าจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับฟุตบอลไทยให้ตามโลกทัน ทั้งในมุมของโครงสร้างลีก การพัฒนาเยาวชน และการยกระดับทีมชาติให้กล้าเล่นกับมหาอำนาจลูกหนัง
ฟุตบอลโลกกับเส้นทางการพัฒนาฟุตบอลไทยระยะยาว
ถ้ามองในมุม “ภาพใหญ่” เหตุการณ์ถ้วยแชมป์โลกมาเยือนไทยครั้งนี้เป็นเหมือนไฟที่ช่วยปลุกให้หลายคนหันกลับมาคิดว่า ฟุตบอลไทยต้องเดินต่ออย่างไรถึงจะไม่หลุดวงโคจรโลก เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโค้ชเยาวชน สนามฝึกซ้อมที่ได้มาตรฐาน โภชนาการนักกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา และการบริหารจัดการลีกให้เข้มแข็ง เพราะทั้งหมดนี้คือฐานที่จะส่งนักเตะไทยไปยืนในเวทีระดับสูงได้ในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง แฟนบอลเองก็มีบทบาทสำคัญ เสียงเชียร์ในสนาม การติดตามข่าว การสนับสนุนสโมสรในลีกอาชีพ ล้วนเป็นพลังที่ผลักให้ระบบฟุตบอลหมุนเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ถ้าโครงสร้างภายในแข็งแรงพอ วันหนึ่งการไปเล่นฟุตบอลโลก หรืออย่างน้อยการได้ยืนชนกับทีมระดับท็อปในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ก็อาจกลายเป็นเรื่อง “ปกติใหม่” สำหรับฟุตบอลไทย
เรื่องราวลูกหนังยังไม่จบ แฟนบอลไทยรอตามต่อได้ที่บ้านกีฬา
การมาเยือนของถ้วยแชมป์โลกครั้งนี้อาจจบลงในไม่กี่วัน แต่แรงกระเพื่อมในหัวใจแฟนบอลไทยจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน สำหรับคอลูกหนังที่อยากตามทุกก้าวของฟุตบอลไทย ตั้งแต่เบื้องหลังการทำงานของสมาคม ฟอร์มทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ไปจนถึงข่าวใหญ่ระดับโลกในวงการลูกหนัง ติดตามได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา ที่จะคอยเกาะติดทุกประเด็นร้อน วิเคราะห์ทุกมุมมอง และไม่พลาดทุกเรื่องสำคัญของโลกฟุตบอลเสมอ

