⚽ โปรเจกต์สะเทือนวงการลูกหนังจาก เต้ มงคลกิตติ์
กระแสในโลกโซเชียลเดือดทันที เมื่อ เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงโปรเจกต์ยักษ์ เขย่าวงการฟุตบอลทั้งไทยและต่างประเทศในคราวเดียว ด้วยไอเดีย “คนไทยเทคโอเวอร์สโมสรยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก” ทั้งสองค่ายใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนยูไนเต็ด ชนิดที่ทำเอาสาวก “เดอะ ค็อป” และ “เรด เดวิลส์” ต้องหันมาจับตาดูแบบไม่กะพริบ
จากเดิมที่มีกระแสเพียงแผนเจรจาซื้อกิจการ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียว ล่าสุดเจ้าตัวอัปเลเวล ให้ภาพใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เปลี่ยนจากฝันส่วนตัวเป็นโรดแมประดับประเทศ ที่ผูกโยงทั้งสโมสรระดับโลกเข้ากับอนาคตของ ทีมชาติไทย แบบเต็มตัว
🔥 จากซื้อผีทีมเดียว สู่เป้าหมายควบหงส์-ผีเป็นของคนไทย
จุดโฟกัสสำคัญของเรื่องนี้คือ การขยับจาก “ซื้อทีมเดียว” ไปสู่แนวคิด “ถือครองสองยักษ์พร้อมกัน” เต้ มงคลกิตติ์ ระบุชัดว่าไม่ได้มองแค่สโมสรเดียวอีกต่อไป แต่ต้องการวางฐานอำนาจลูกหนังในพรีเมียร์ลีกให้เป็นของนักลงทุนไทยอย่างแท้จริง โดยเจ้าตัวโพสต์ข้อความสำคัญเอาไว้ว่า
ผมตัดสินใจ เพิ่มเติม จากที่จะเจรจาซื้อ แมนยู ทีมเดียว ตอนนี้ จะเจรจาซื้อ ลิเวอร์พูล เพื่อเป็นของคนไทย และ ส่งทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ค.ศ.2030 นี้

ข้อความเดียวเล่นเอาโลกโซเชียลสะเทือน เพราะไม่ใช่แค่การพูดถึงการซื้อสโมสรระดับโลก แต่เป็นการวางภาพใหญ่ถึงอนาคตฟุตบอลไทยบนเวที ฟุตบอลโลก 2030 แบบไม่เกรงใจความจริงอันโหดร้ายของวงการลูกหนังที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสุดโหด
🏟 เป้าหมายใหญ่: ใช้หงส์-ผีเป็นฐานปั้นทีมชาติไทยล่าแชมป์โลก
หัวใจของโปรเจกต์นี้ เต้ มงคลกิตติ์ ยืนยันชัดว่าไม่ได้ทำเพื่อกระแสหรือความเท่ส่วนตัว แต่ต้องการใช้รากฐานความสำเร็จของสองสโมสรยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เป็น “โรงเรียนฟุตบอลระดับโลก” เพื่อยกระดับมาตรฐานของ ทีมชาติไทย ในทุกมิติ
แนวคิดหลักคือ
- ดึงโครงสร้างการบริหารจัดการสโมสรระดับท็อปมาเป็นโมเดล
- เปิดโอกาสให้นักเตะไทยได้สัมผัสระบบอาชีพระดับสูง
- ใช้เครือข่ายโค้ช ทีมงานสตาฟ และวิทยาศาสตร์การกีฬา มาช่วยยกระดับฟุตบอลไทยทั้งระบบ
เป้าหมายปลายทางคือการผลักดันให้ “ช้างศึก” ทะยานจากระดับเอเชีย ไปสู่การลุ้นตำแหน่งบนเวทีฟุตบอลโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้จะดูไกลเกินฝัน แต่ก็กลายเป็นประเด็นที่ทำให้แฟนบอลไทยหันมาพูดถึงทิศทางฟุตบอลชาติอย่างคึกคักอีกครั้ง
💬 เสียงจากแฟนบอลในไลฟ์สด: อยากได้ทั้ง ยามาล และ เป๊ป
ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ยึดสโมสรที่เดือดแล้ว ในระหว่างการไลฟ์สด แฟนบอลไทยจำนวนไม่น้อยยังร่วมวงจินตนาการไปไกลกว่าเดิม หลายคอมเมนต์เสนอไอเดียแบบจัดหนัก ขอทั้งแข้งดาวรุ่งระดับโลกและกุนซือระดับตำนานมาช่วยทีมชาติไทย

มีแฟนบอลรายหนึ่งคอมเมนต์ถามอย่างตรงไปตรงมาว่า
พี่เต้ สามารถคุยกับ ยามาล ให้ติดทีมชาติไทยได้ไหมครับ
พร้อมอีกเสียงที่ยกระดับความฝันไปอีกขั้นด้วยการเสนอชื่อยอดกุนซือเบอร์ต้นของโลกว่า
ผมอยากได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีมชาติไทยครับ
ชื่อของ ลามีน ยามาล ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่สมองเพชรของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกโยงเข้ามาอยู่ในบทสนทนาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม้ความเป็นจริงจะยังห่างไกล แต่ก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าแฟนบอลไทยอยากเห็นอะไร – นั่นคือการได้สัมผัสฟุตบอลระดับโลกในนามทีมชาติไทยจริงๆ ไม่ใช่แค่การเชียร์สโมสรต่างประเทศผ่านหน้าจอ
📚 ฟุตบอลกับความฝันระดับชาติของแฟนบอลไทย
สำหรับแฟนบอลชาวไทย ฟุตบอลไม่เคยเป็นแค่เกม 90 นาที แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความภูมิใจ และความหวังร่วมกันของทั้งประเทศ ความฝันว่า “สักวันหนึ่งทีมชาติไทยจะได้ไปฟุตบอลโลก” ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดหลายทศวรรษ
ในยุคหลังๆ แฟนบอลไทยคุ้นเคยกับภาพเจ้าของสโมสรต่างชาติที่มาจากตะวันออกกลาง อเมริกา หรือกลุ่มทุนยุโรป แต่แนวคิดที่คนไทยจะก้าวไปเป็นเจ้าของสโมสรระดับโลกอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ แมนยูไนเต็ด เอง ถือเป็นอีกบทสนทนาที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า
- ถ้าเรามีอำนาจต่อรองในระดับสโมสรแถวหน้าของโลกจริงๆ
- เราจะใช้โอกาสนั้นยกระดับฟุตบอลไทยได้แค่ไหน
- และเราจะเปลี่ยน “ความฝันบนโซเชียล” ให้กลายเป็นการพัฒนารากหญ้า สนามฝึกซ้อม อะคาเดมี และลีกอาชีพในประเทศได้อย่างไร
ฟุตบอลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเชียร์ทีมรัก แต่เป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างสังคม การลงทุนระยะยาว และวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ของทั้งประเทศด้วย
มุมมองต่ออนาคตจากสายตาแฟนบอลไทย
แม้โปรเจกต์เทคโอเวอร์สโมสรยักษ์ใหญ่และการพา ทีมชาติไทย ไปถึงแชมป์ ฟุตบอลโลก 2030 จะยังเป็นเพียงแผนบนกระดาษและคำประกาศที่ต้องพิสูจน์อีกยาว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแน่นอนคือ การจุดประกายให้ทั้งวงการฟุตบอลและแฟนบอลกลับมาพูดถึง “อนาคตของช้างศึก” กันอย่างจริงจังมากขึ้น
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือมองว่าเกินจริง เสียงถกเถียงเหล่านี้คือเชื้อไฟสำคัญของวงการลูกหนังไทย เพราะทุกครั้งที่แฟนบอลลุกขึ้นตั้งคำถาม เราก็เข้าใกล้คำตอบเรื่องทิศทางฟุตบอลไทยมากขึ้นอีกก้าว
สุดท้ายแล้ว เส้นทางจากโซเชียลสู่สนามแข่งระดับโลกจะเป็นจริงหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ แต่ความฝันที่จะเห็นธงไตรรงค์โบกสะบัดในฟุตบอลโลกยังคงอยู่ในหัวใจของแฟนบอลไทยทุกคน และนี่คือพลังที่ทำให้เรื่องราวของ ลิเวอร์พูล, แมนยูไนเต็ด และทีมชาติไทย ยังเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองต่อไป
แฟนบอลที่ไม่อยากพลาดทุกกระแสเดือด ทั้งข่าวในสนามและนอกสนาม ติดตามได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา ที่เดียวครบทุกอารมณ์ลูกหนังของคนไทย

