⚡ ไฮไลต์รางวัลเดือดแมตช์วีค 19
ค่ำคืนที่แฟนบอลพูดถึงกันทั้งลีก “ยศกร บูรพา” หัวหอกวัย 20 ปีของ “ฉลามชล” ก้าวขึ้นมารับบทพระเอกเต็มตัว คว้ารางวัล BYD Full – Power Player (ผู้เล่นพลังเต็ม) ประจำแมตช์วีค 19 ของศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง 2025/26 หลังสร้างอิมแพ็คแบบชัดเจนในเกมสุดมันส์ที่เปิดบ้านเชือด การท่าเรือ เอฟซี 3-2 ด้วยผลงานทั้งยิงทั้งจ่าย จนแนวรับคู่แข่งปั่นป่วนตลอด 90 นาที
📊 สถิติผลงาน “ยศกร บูรพา” เกมพบการท่าเรือ
ตัวเลขไม่โกหก และนี่คือภาพชัดๆ ว่าเกมนี้ “เจ้ามิค” แบกความอันตรายไว้กับตัวเองแค่ไหน
- ลงสนาม: 90 นาที
- สัมผัสบอล: 39 ครั้ง
- เลี้ยงบอลสำเร็จ: 3/7
- ดวลชนะตัวต่อตัว: 8/15
- ดวลลูกกลางอากาศชนะ: 1/2
- ปะทะชนะ: 2/2 (100%)
- เรียกฟาวล์: 2 ครั้ง
- ยิงเข้ากรอบ: 1/3
- แอสซิสต์: 1
- ประตู: 1
🔥 เกมเดือดที่ทำให้ชื่อ “เจ้ามิค” ดังขึ้นอีกระดับ
เกมที่ “ฉลามชล” กดดันตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่แค่ชนะ 3-2 แบบสะใจเท่านั้น แต่เป็นชัยชนะที่เห็นชัดว่าตัวรุกคนนี้ “สร้างความต่าง” ได้จริง ยศกรใช้ทั้งความแข็งแรง การวิ่งหาช่อง และจังหวะเล่นกับบอลที่กล้าลุย ทำให้เกมรับคู่แข่งเสียทรงหลายครั้ง ก่อนจะปิดบัญชีด้วยผลงาน 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแมตช์
🧭 เส้นทางลูกหนังจากจันทบุรี สู่เวทีใหญ่ของฉลามชล
เด็กหนุ่มจาก อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เริ่มต้นด้วยการ “หอบสตั๊ด” เข้ากรุงมาคัดตัวที่อะคาเดมี่ ราชนาวี พร้อมเรียนที่โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา แต่จุดเริ่มจริงๆ ของเขาไม่ได้เป็นกองหน้าเต็มตัว เพราะช่วงแรก “มิค” เล่นมิดฟิลด์มาก่อน
ก่อนจะมีจุดหักเหแบบฟุตบอลแท้ๆ เมื่อกองหน้าของทีมป่วย โค้ชจึงส่งเขาไปยืนหน้าเป้าเฉพาะกิจ แล้วมันกลายเป็นการค้นพบพรสวรรค์ที่ใช่—ยศกรยิงกระจายทันที ผสมกับสรีระที่สูงใหญ่ ทำให้ “พอฟัดพอเหวี่ยง” กับกองหลังได้แบบไม่กลัวใคร และเริ่มถูกจับตามองตั้งแต่นั้น
🚀 จากกองเรือรบ ยูไนเต็ด สู่โรงงานปั้นทีมชาติของชลบุรี
ชื่อเสียงของ “มิค” ถูกพูดถึงหนักขึ้นในช่วงที่ล่าตาข่ายกับ กองเรือรบ ยูไนเต็ด จนไปเข้าตาแมวมองของชลบุรี สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตดาวรุ่งขึ้นสู่ทีมชาติ และสุดท้าย “ฉลามชล” ก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ—ดึงหัวหอกคนนี้เข้าสู่ทีมทันที
หลังเข้ามาไม่นาน เขาถูกส่งไปเก็บชั่วโมงบินกับ สมุทรปราการ ซิตี้ ในลีกรอง ซึ่งกลายเป็นเหมือนเวทีชุบตัวจากดินให้เป็นทอง ยศกรลงสนาม 31 นัด ยิง 7 ประตู ช่วย “เขี้ยวสมุทร” รอดตกชั้น และผลงานนั้นส่งให้เขาถูก อิสสระ ศรีทะโร เรียกติดทีมชาติไทย U23 ครั้งแรก ไปลุยซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา
🌀 ผ่านทั้งตกชั้น-ยืมตัว-ต่างแดน ก่อนกลับมาโตเป็นตัวหลัก
หลังจากนั้น ชลบุรีดึงเขากลับมาเป็นหนึ่งในขุนพลล่าความสำเร็จฤดูกาล 2023/24 แม้สุดท้าย “ฉลามชล” จะตกชั้นสู่ลีกรองเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ฤดูกาล แต่ “มิค” ยังเดินหน้าต่อ ฤดูกาลถัดมายังอยู่กับชลบุรีในเลกแรก ก่อนถูก พีที ประจวบ เอฟซี ยืมตัวไปร่วมทัพในเลกสอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในเกมระดับสูง
พอเข้าสู่ฤดูกาล 2025/26 ชีวิตนักฟุตบอลของยศกรเปลี่ยนอีกครั้ง ได้ไปค้าแข้งต่างประเทศหนแรกที่สิงคโปร์กับ ฮั่วกัง ยูไนเต็ด ในครึ่งซีซั่นแรก ก่อนถูกดึงกลับมารังชลบุรีในเลกที่สอง พร้อมเวอร์ชันที่ “โตขึ้นกว่าเดิม” ทั้งความมั่นใจและความเฉียบในจังหวะสุดท้าย
📈 ฟอร์มล่าสุดกับชลบุรี: ลง 4 นัด กด 2 ยิง 1 จ่าย
การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่กลับมา “อยู่ทีมเดิม” แต่เป็นการกลับมาเพื่อยึดตำแหน่งตัวหลักอย่างจริงจัง โดยในศึกลีกฤดูกาลนี้ เขาลงเล่นไปแล้ว 4 นัด ทำ 2 ประตู 1 แอสซิสต์ และเกมล่าสุดนี่แหละคือหลักฐานว่าเขาเริ่มเป็นตัวอันตรายในแนวรุกที่ทีมวางใจได้
📺 ช่องทางถ่ายทอดสด
แฟนบอลติดตามความมันส์ได้ทาง AIS PLAY และ Monomax
🧠 มุมมองสำหรับแฟนบอลไทย: ทำไมเส้นทางแบบ “ยศกร” ถึงสำคัญ
ฟุตบอลไทยจะยกระดับได้จริง ต้องมีดาวรุ่งที่ผ่าน “สนามจริง” หลายรูปแบบทั้งการยืมตัวเพื่อสะสมเกม การเจอสถานการณ์กดดันในทีมหนีตกชั้น ไปจนถึงการออกไปต่างแดนเพื่อเรียนรู้สปีดและความเข้มข้นที่ต่างออกไป เส้นทางของยศกรสะท้อนชัดว่า ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ “ประสบการณ์” คือสิ่งที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลับมาเป็นตัวหลักได้เร็วขึ้น และเมื่อได้โอกาสในวันสำคัญ เขาต้อง “คว้าให้แน่น” แบบที่ทำให้เห็นในแมตช์วีค 19 นี่แหละ
🔔 ตามต่อฟอร์มเดือดของ “เจ้ามิค” ได้ที่ บ้านกีฬา
ใครเป็นสายดูบอลไทยและชอบตามฟอร์มดาวรุ่งแบบเน้นๆ อย่าพลาดติดตามทุกความเคลื่อนไหวของลีกและ “ฉลามชล” ได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา เพราะเรื่องร้อนๆ ของลูกหนังไทยยังมีให้ลุ้นกันอีกยาว!

