🔥 ภารกิจกู้วิกฤตเริ่มแล้ว: ระนอง ยูไนเต็ด อยู่ในโหมด “พลาดไม่ได้”
สันติ ทรงเต๊ะ กุนซือจอมกู้วิกฤตวัย 48 ปี ตอบรับงานคุมทัพระนอง ยูไนเต็ด ในเลกสองของศึก ไทยลีก 3 โซนภาคใต้ หลังทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นอย่างหนัก และเหลือโปรแกรมชี้ชะตาอีกเพียง 5 นัดเท่านั้น ทุกคะแนนจากนี้คือ “ลมหายใจ” ของสโมสรในฤดูกาล 2025/26
🧠 ทำไมชื่อ “โค้ชบลู” ถึงถูกพูดถึงทุกครั้งเวลาทีมวิกฤต
หากพูดถึงโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องการพาทีมฝ่าวิกฤตในระดับ ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 ชื่อของ “โค้ชบลู” มักถูกยกเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เสมอ ด้วยดีกรี เอ ไลเซนส์ และภาพจำที่ชัดมากว่า “มาเพื่อจัดระเบียบทีมในเวลาคับขัน” ไม่ใช่แค่วางแท็กติก แต่ต้องจัดการความกดดันและจิตใจนักเตะให้กลับมาสู้ได้ทันที
✅ ผลงานเก่าไม่ธรรมดา: กุนซือที่ถนัด “งานหนัก” และเอาตัวรอด
ผลงานที่ผ่านมา โค้ชบลู เคยพา อยุธยา เอฟซี, MOF ศุลกากร ยูไนเต็ด, อินเตอร์ แบงค็อก และ นครราชสีมา ยูไนเต็ด รอดพ้นการตกชั้นได้สำเร็จหลายครั้ง สร้างชื่อในฐานะคนที่อ่านสถานการณ์เกมเป็น แก้เกมไว และเน้นความละเอียดในช่วงเวลาที่ทีม “ห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว” จนถูกมองว่าเป็นกุนซือที่เหมาะกับภารกิจเร่งด่วนโดยเฉพาะ
📌 แต่งตั้งทางการ: ผู้บริหารไฟเขียว ฝากอนาคตทีมไว้ที่โค้ชบลู
ล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา โค้ชบลู ได้รับการแต่งตั้งจาก นายปองภพ เกลื่อนสิน ผู้จัดการทีม ระนอง ยูไนเต็ด สโมสรในศึก บีวายซี ดอน ฟิลล์ ลีก 3 โซนภาคใต้ ฤดูกาล 2025/26 ให้เข้ามารับหน้าที่กอบกู้สถานการณ์ หลังทีมต้องดิ้นรนหนีตกชั้น โดยขณะนั้นรั้งอันดับ 9 จาก 10 ทีม มีคะแนนนำกระบี่ เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายเพียง 4 คะแนน ซึ่งเป็นช่องว่างที่ “พลาดนัดเดียวอาจโดนจี้ติด” ได้ทันที
🎙️ คำพูดจากโค้ชบลู: รับแรงกดดันเต็ม ๆ พร้อมพาทีมอยู่รอด
กุนซือจอมกู้วิกฤตเผยว่า ขอขอบคุณความไว้วางใจจากผู้บริหารสโมสร นำโดย สจ.แดง วรานนท์ เกลื่อนสิน ประธานสโมสร, นายปองพล เกลื่อนสิน รองประธาน และ นายปองภพ เกลื่อนสิน ผู้จัดการทีม ที่มอบโอกาสให้เข้ามารับงานในเลกที่สอง ซึ่งเหลือการแข่งขันเพียง 6 นัด โดยตั้งเป้าพา ระนอง ยูไนเต็ด รอดตกชั้นให้ได้ แม้จะเป็นงานที่เต็มไปด้วยความกดดันและความท้าทายอีกครั้งในเส้นทางอาชีพกว่า 15 ฤดูกาลในระดับสโมสร
⚽ เดบิวต์สวยจัด! เปิดบ้านเชือดทีมท็อปโฟร์ 2-1 สัญญาณว่า “มีของ”
ผลงานนัดแรกของโค้ชบลูเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังพา ระนอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ภูเก็ต อันดามัน เอฟซี ทีมอันดับ 4 ของตาราง ไปด้วยสกอร์ 2-1 ชัยชนะเกมนี้ไม่ใช่แค่ 3 แต้ม แต่มันคือการรีเซ็ตความมั่นใจของทีม และส่งสัญญาณชัด ๆ ว่าระนอง ยูไนเต็ด ยังไม่ยอมจมง่าย ๆ
ผลจากเกมดังกล่าวทำให้ทีมขยับจากอันดับ 9 ขึ้นมาอยู่อันดับ 8 มีคะแนนห่างกระบี่ เอฟซี เพิ่มเป็น 7 คะแนน และเหลือการแข่งขันอีก 5 นัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งโค้ชบลูต้องรักษาโมเมนตัมให้ได้ต่อเนื่อง
🧩 โปรไฟล์แน่น 29 ปีในสายโค้ช: ผ่านทั้งระดับโรงเรียน ทีมชาติ และสโมสร
ทั้งนี้ สันติ ทรงเต๊ะ มีประสบการณ์ในวงการโค้ชมากกว่า 29 ปี เริ่มต้นกับโรงเรียนปทุมคงคา ระหว่างปี 2540-2552 ต่อด้วยการทำงานกับทีมชาติไทยชุดเยาวชน U16, U17, U19, U20, U21, U23 และชุดปรีโอลิมปิก ช่วงปี 2548-2558 ก่อนจะเดินสายคุมสโมสรหลายแห่ง อาทิ นนทบุรี เอฟซี, อยุธยา เอฟซี, โคปูน วอริเออร์, ปากน้ำโพ NSRU เอฟซี, สระแก้ว เอฟซี, MOF ศุลกากร ยูไนเต็ด, อินเตอร์ แบงค็อก และคัสตอม ยูไนเต็ด จนถึงปัจจุบัน เส้นทางนี้สะท้อนชัดว่าเขาไม่ได้เป็นโค้ชที่ดังเพราะคำพูด แต่ดังเพราะ “งานจริงล้วน ๆ”
📚 มุมความรู้สำหรับแฟนบอลไทย: เกมหนีตกชั้นชนะด้วย “รายละเอียด” ไม่ใช่แค่ใจสู้
ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เกมหนีตกชั้นมักตัดสินกันที่ความนิ่งและวินัย มากกว่าชื่อชั้นทีม หลายครั้งทีมที่อยู่โซนล่างจะเร่งเครื่องด้วยความกดดัน ทำให้เสียประตูง่ายหรือหลุดสมาธิ การมีโค้ชที่เชี่ยวชาญการจัดระบบ และบริหารความกดดันในห้องแต่งตัว จึงกลายเป็น “ตัวแปรชี้ขาด” ว่าจะอยู่รอดหรือร่วงชั้น
🚩 บทสรุปเส้นทางหนีตาย: 5 นัดสุดท้ายคือคำตอบว่าระนองจะรอดไหม
จากชัยชนะนัดแรกที่ปลุกไฟทั้งทีม โค้ชบลูต้องเดินหน้าต่อให้สุด เพราะ 5 นัดที่เหลือคือสนามจริงของภารกิจนี้ ระนอง ยูไนเต็ด ได้เห็นแล้วว่าพวกเขาสู้กับทีมท็อปได้ และถ้ารักษามาตรฐานความเข้มข้นแบบเกมล่าสุดไว้ได้ โอกาสอยู่รอดก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม
แฟนบอลที่อยากตามสถานการณ์หนีตกชั้นแบบนัดต่อนัด อย่าลืมติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา

