สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดรับสมัครจังหวัดที่สนใจเสนอตัวเป็น เจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ 2026 (ครั้งที่ 52) โดยวางกำหนดแข่งในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 9 ถึง 17 พฤศจิกายน 2569 และรายการนี้ถูกจัดเป็นเกมระดับ International “A” Match ที่มีผลต่อการคำนวณคะแนน ฟีฟ่า แรงกิง แบบเป็นทางการ เรียกได้ว่าไม่ได้จัดเพื่อความมันส์อย่างเดียว แต่มีแต้ม มีผล มีหน้า มีอนาคตของ ทีมชาติไทย อยู่ในนั้นด้วย
🏟️ จังหวัดไหนอยากยกระดับเมือง รีบยื่นความจำนงให้ทัน
ใจความชัดมาก สมาคมบอลฯ เปิดทางให้จังหวัดที่ “พร้อมจริง” เข้ามาเสนอเป็นเจ้าภาพ เพื่อขยับเมืองให้ไปไกลกว่าคำว่าแค่มีสนามบอล แต่ต้องต่อยอดไปถึงการพัฒนาศักยภาพการจัดกีฬา ยกระดับสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และผลักเรื่องการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นแบบจับต้องได้
จังหวัดที่สนใจสมัครได้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยส่งหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หรืออีเมล์ไปที่ [email protected]
✅ 7 เงื่อนไขหลักที่ต้องมี ถ้าคิดจะยื่นเป็นเจ้าภาพ
สมาคมฯ ระบุเกณฑ์พื้นฐานของแมตช์นานาชาติไว้ชัดเจน ใครขาดข้อไหนก็เหมือนลงสนามโดยไม่มีกองหลัง เสี่ยงโดนตัดตั้งแต่หน้าประตู
- สนามแข่งขัน ห้องปฏิบัติการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องผ่านมาตรฐานขั้นต่ำของไทยลีกหรือเอเอฟซี
หมายเหตุ: เพราะเป็นทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม ต้องมีสนามซ้อมอย่างน้อย 2 สนาม และห้องแต่งตัวของสนามแข่งขันอีก 4 ห้อง - ไฟส่องสว่างสนามแข่งขันได้มาตรฐาน ไม่น้อยกว่า 1,800 Lux
- สนามซ้อมได้มาตรฐาน พร้อมไฟส่องสว่าง ไม่น้อยกว่า 800 Lux และต้องมีไม่น้อยกว่า 3 สนาม
- โรงแรมระดับ 4 ถึง 5 ดาว เพียงพอต่อการรองรับทีมแข่งขัน ผู้ตัดสิน และฝ่ายจัดการแข่งขัน
- อาหารนานาชาติ และอาหารฮาลาล
- การเดินทางจากสนามบินนานาชาติและสนามบินในประเทศ ต้องไม่ห่างเกินไป
- บุคลากรจัดการแข่งขัน
🌍 เป้าหมายไม่ใช่แค่จัดให้จบ แต่ต้องทิ้งของไว้ให้เมือง
ข้อกำหนดทั้งหมดถูกวางเพื่อ “ยกระดับจริง” ทั้งการปรับปรุงสนามแข่ง สนามซ้อม และสาธารณูปโภคของจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามมาตรฐานนานาชาติเพิ่มขึ้น ตามกรอบที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติระบุไว้มากขึ้น
นี่คือมุมที่หลายคนมองข้าม คิงส์คัพไม่ได้เป็นแค่ทัวร์นาเมนต์ให้แฟนบอลได้เฮ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวของเมือง ถ้าจัดดี ระบบดี เมืองได้ภาพจำ สนามได้มาตรฐาน คนท้องถิ่นได้รายได้ และที่สำคัญคือสร้างวัฒนธรรม “บ้านเราก็จัดรายการใหญ่ได้” ให้มันฝังอยู่ในความภูมิใจของจังหวัด
🏙️ บทพิสูจน์จากอดีต เจ้าภาพต่างจังหวัดมันเวิร์กจริง
สมาคมฯ ยังยึดแนวทางพาทีมชาติไปเตะในจังหวัดต่าง ๆ ต่อเนื่อง หลังเคยจัดคิงส์คัพในหลายพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ สงขลา และกาญจนบุรี ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากแฟนบอลทั่วประเทศ และช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่นอย่างชัดเจน
🧭 มุมมองสำหรับแฟนบอล ทำไมเรื่องเจ้าภาพถึงสำคัญกว่าที่คิด
คิงส์คัพเป็นเวทีที่ “ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” ถ้าบริหารจัดการถึง
แฟนบอลได้บรรยากาศเกมทีมชาติแบบใกล้บ้าน ไม่ต้องรอแค่เมืองหลวง
นักเตะได้เล่นท่ามกลางแรงเชียร์ที่หลากหลาย สร้างความคุ้นกับสภาพแวดล้อมหลายรูปแบบ
เมืองเจ้าภาพได้ทั้งการท่องเที่ยว การขยับมาตรฐานสนาม และโอกาสต่อยอดไปสู่อีเวนต์กีฬาระดับอื่นในอนาคต
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจังหวัดไหนพร้อมแล้วคว้าไว้ให้ได้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้เปิดทุกวัน
📌 สรุป
สมาคมบอลฯ เปิดรับสมัครจังหวัดเพื่อเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพ 2026 แข่งขันช่วง 9 ถึง 17 พฤศจิกายน 2569 และเปิดรับสมัครถึง 31 มีนาคม 2569 โดยประกาศ 7 เงื่อนไขชัดเจนทั้งมาตรฐานสนาม ไฟส่องสว่าง สนามซ้อม โรงแรม อาหาร การเดินทาง และบุคลากรจัดการแข่งขัน ใครอยากยกระดับเมืองให้ไปไกลกว่าคำว่า “มีทีม มีสนาม” นี่คือจังหวะต้องกดสมัครให้ทัน
🧠 เกล็ดความรู้
- รายการที่เป็น International “A” Match ส่งผลต่อคะแนนแรงกิงโดยตรง จึงมีผลต่อภาพรวมการจัดอันดับและเส้นทางการแข่งขันในอนาคต
- การยกระดับไฟสนามเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการถ่ายทอดสดและความปลอดภัยของเกม
- เมืองที่ได้จัดอีเวนต์ทีมชาติ มักได้แรงส่งด้านท่องเที่ยวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง
🔥 ติดตามข่าวทีมชาติแบบถึงเครื่องได้ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลไทยที่อยากตามทุกความเคลื่อนไหวของบอลทีมชาติและฟุตบอลไทยแบบเข้ม ๆ อ่านง่าย จัดเต็มทุกประเด็น อย่าพลาดติดตามต่อได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา

