เปาสงกรานต์ถูกลงโทษ หลังบิ๊กแมตช์ลีกหนึ่งจบไม่เงียบ
กลายเป็นประเด็นร้อนของวงการฟุตบอลไทยทันที เมื่อ คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท เปิดผลพิจารณาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ในศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง 2025/26 แมตช์วีค 28 เกมระหว่าง ชลบุรี เอฟซี พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569
เกมนี้ไม่ได้เดือดแค่ในสนาม แต่หลังจบเกมยังมีการยื่นร้องเรียนหลายจังหวะ โดย ชลบุรี เอฟซี ร้องเรียนทั้งหมด 6 เหตุการณ์ ส่วน เมืองทอง ยูไนเต็ด ร้องเรียน 3 เหตุการณ์ ซึ่งบางจังหวะเป็นกรณีเดียวกัน ก่อนที่ผลพิจารณาจะลงเอยด้วยบทลงโทษหนักต่อ “เปาสงกรานต์” นายสงกรานต์ บุญมีเกียรติ ผู้ตัดสินของเกมนี้
จังหวะนาที 58 เป่าฟาวล์หยุดเกมรุกชลบุรี แต่คณะกรรมการชี้ถูกต้อง
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 58 เมื่อ อูเคอร์ ฟาน ลิงเกน ของชลบุรี เอฟซี ถูก คิม ดอง ซู จากเมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าสกัด บอลยังไปถึง โจนาธาน โบลินกิ ที่มีโอกาสพาบอลบุกต่อ แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ทันที พร้อมแจกใบเหลืองให้ คิม ดอง ซู
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า นายสงกรานต์ บุญมีเกียรติ ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เพราะจังหวะของ คิม ดอง ซู เป็นการเข้าปะทะด้วยเท้าที่มีลักษณะเสี่ยงอันตราย หรือ Reckless สมควรถูกใบเหลือง อีกทั้งจังหวะต่อเนื่องไม่ได้เป็นการรุกแบบชัดเจนทันที ผู้ตัดสินจึงมีสิทธิ์ใช้ดุลพินิจเป่าหยุดเกมเพื่อให้ฟรีคิกได้
นาที 63 จังหวะกิตติพงษ์ล้มหน้าเขตโทษ จุดเริ่มต้นบทลงโทษ
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 63 เมื่อ กิตติพงษ์ แสนสนิท ของชลบุรี เอฟซี ปะทะกับ ทริสตอง โด ของเมืองทอง ยูไนเต็ด บริเวณกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ให้ชลบุรีได้ฟรีคิก พร้อมให้ใบเหลือง ทริสตอง โด จากนั้น VAR เรียกไปดูภาพข้างสนาม แต่ผู้ตัดสินยังยืนยันคำตัดสินเดิม
ชลบุรีมองว่าจังหวะนี้ควรเป็นจุดโทษ เพราะเกิดการทำฟาวล์ในเขตโทษ ขณะที่เมืองทองมองว่าไม่ใช่ฟาวล์ และเป็นจังหวะที่ กิตติพงษ์ เสียหลักล้มเอง
ผลพิจารณาระบุว่า ผู้ตัดสินปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง เพราะการปะทะระหว่าง กิตติพงษ์ กับ ทริสตอง โด เป็นการแย่งบอลตามปกติ การล้มเกิดจากการเสียจังหวะในการวิ่งด้วยความเร็ว ไม่ใช่ผลจากการทำผิดกติกาของคู่แข่ง ดังนั้น การให้ฟรีคิกแก่ชลบุรีจึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการทำงานของ VAR ในจังหวะนี้ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ VAR Protocol
นาที 74 จอร์จ เฟลิเป้ รอดใบเหลืองสอง จุดนี้โดนหนัก
อีกหนึ่งจังหวะที่ทำให้ผลพิจารณาออกมาแรง คือในนาทีที่ 74 หลังจาก จอร์จ เฟลิเป้ ของชลบุรี เอฟซี สกัดบอลออกข้างสนาม แล้ววิ่งไปเตะบอลทิ้งต่อเนื่อง แต่ผู้ตัดสินไม่แจกใบเหลืองที่สอง ส่งผลให้เจ้าตัวไม่ถูกไล่ออกจากสนาม
คณะกรรมการชี้ชัดว่า จังหวะดังกล่าวเข้าข่ายพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขาดความเคารพต่อกติกา และเป็นการประพฤติตนอย่างไม่มีน้ำใจนักกีฬา หรือ Unsporting Behaviour ผู้ตัดสินควรให้ใบเหลือง ซึ่งเมื่อเป็นใบเหลืองที่สอง จอร์จ เฟลิเป้ ต้องถูกไล่ออกจากสนาม
บทลงโทษจังหวะนี้ถือว่าหนัก เพราะถูกระบุว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด และให้พักการปฏิบัติหน้าที่ 3 สัปดาห์
นาที 90+1 ชลบุรีเสียโอกาสบุกต่อ ควรปล่อยได้เปรียบ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+1 กิตติพงษ์ แสนสนิท แตะบอลหลบ ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ ก่อนถูกสกัดล้มลง แม้เจ้าตัวลุกขึ้นและเล่นต่อได้ แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ทันที พร้อมให้ใบเหลืองแก่ ทรงวุฒิ
คณะกรรมการเห็นว่า จังหวะนี้ชลบุรีอาจได้ประโยชน์จากการปล่อยให้เล่นต่อ เพราะยังครองบอลและมีพื้นที่พาบอลขึ้นเกมรุกอย่างชัดเจน ผู้ตัดสินควรปล่อยให้เป็นจังหวะได้เปรียบก่อน แล้วค่อยพิจารณาลงโทษทางวินัยภายหลัง การเป่าหยุดเกมทันทีจึงถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง และถูกลงโทษภาคทัณฑ์
นาที 90+4 โบลินกิเหยียบเท้า แต่ไม่โดนเหลืองสอง
นาที 90+4 โจนาธาน โบลินกิ ของชลบุรี เอฟซี เข้าสกัดโดยเหยียบเท้า คิม ดอง ซู ของเมืองทอง ยูไนเต็ด จนล้มลง ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ แต่ไม่ให้ใบเหลืองที่สอง ทำให้ โบลินกิ ยังไม่ถูกไล่ออก
คณะกรรมการระบุว่า จังหวะนี้เป็นการเข้าปะทะลักษณะเสี่ยงอันตรายต่อคู่แข่ง หรือ Reckless ต้องลงโทษเป็นฟาวล์พร้อมใบเหลือง เมื่อ โบลินกิ มีใบเหลืองอยู่แล้ว จังหวะนี้ควรเป็นใบเหลืองที่สองและต้องถูกใบแดงไล่ออก การไม่ลงโทษทางวินัยจึงเป็นความผิดพลาดของผู้ตัดสิน และถูกพักงานเพิ่มอีก 2 สัปดาห์
นาที 90+6 เป่าฟาวล์กลางสนาม คณะกรรมการชี้อยู่ในดุลพินิจ
เหตุการณ์สุดท้ายในนาที 90+6 เคเวน อินาซิโอ ของชลบุรี เอฟซี ถูก สรวิทย์ พานทอง จากเมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าปะทะจากด้านหลัง ก่อนที่ เคเวน จะจ่ายบอลขึ้นหน้า แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ทันที ทำให้ชลบุรีเสียจังหวะบุกต่อ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิจารณาว่าผู้ตัดสินปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เพราะจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณกลางสนาม และบอลถูกเตะลอยขึ้นไปในอากาศ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าฝ่ายรุกจะได้ครองบอลต่อหรือไม่ การไม่ปล่อยได้เปรียบและเป่าฟาวล์ทันทีจึงอยู่ในกรอบดุลพินิจของผู้ตัดสิน
สรุปบทลงโทษ เปาสงกรานต์พักงานรวม 6 สัปดาห์
จากผลพิจารณาทั้งหมด นายสงกรานต์ บุญมีเกียรติ ถูกลงโทษรวม 6 สัปดาห์ แบ่งเป็น เหตุการณ์ที่ 2 และ 4 ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ถูกภาคทัณฑ์ 2 ครั้งต่อเนื่องในนัดเดียวกัน จึงถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์ เหตุการณ์ที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ถูกพัก 3 สัปดาห์ และเหตุการณ์ที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ถูกพักอีก 2 สัปดาห์
รวมแล้ว “เปาสงกรานต์” ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้น 6 สัปดาห์ กลายเป็นอีกหนึ่งเคสสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า รายละเอียดเล็ก ๆ ในเกมฟุตบอลระดับอาชีพ อาจส่งผลใหญ่ต่อรูปเกม ผลการแข่งขัน และความเชื่อมั่นของแฟนบอลได้โดยตรง
แฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวฟุตบอลไทยล่าสุด ตารางคะแนน โปรแกรมการแข่งขัน และประเด็นร้อนหลังเกมแบบครบทุกมุม อย่าลืมติดตามอัปเดตได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวบอลไทยวันนี้ที่แฟนบอลไม่ควรพลาด

