อ่านข่าวนี้แบบสั้น: คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ สรุปผลงานฟุตบอลไทยฤดูกาล 2568/69 พบภาพรวมดีขึ้นชัดเจน ค่าปรับลดลง 19% คดีความรุนแรงเหลือไม่ถึง 2% จากทั้งหมด 1,508 กรณี แต่ยังมีโจทย์ใหญ่เรื่องพลุแฟร์ ความปลอดภัยสนาม และพฤติกรรมกองเชียร์ที่ต้องจัดการเข้มกว่าเดิมในฤดูกาล 2569/70 ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ฟุตบอลไทย ได้รับสัญญาณบวกสำคัญหลังคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงสรุปผลงานการควบคุมระเบียบวินัยตลอดฤดูกาล 2568/69 โดยตัวเลขหลายส่วนสะท้อนชัดว่านักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม สโมสร และฝ่ายจัดการแข่งขันเริ่มยกระดับความเป็นมืออาชีพมากขึ้น แม้ยังมีบางจุดร้อนที่ต้องแก้ให้เด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในสนามและพฤติกรรมกองเชียร์
คณะกรรมการวินัยฯ กางผลงานทั้งฤดูกาล บอลไทยขยับสู่มาตรฐานใหม่
การแถลงครั้งนี้นำโดย ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ พร้อมด้วย นายสรรณ บุญทิพยา รองประธานฯ และคณะกรรมการประกอบด้วย พล.อ.ต. ธรรมนันทน์ ศาสนนันทน์, นายพงษ์ธวัช อ่วมสำอางค์, พันตำรวจเอก อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์, ร้อยตำรวจเอก พิพัฒน์ พหุลรัตน์พิทักษ์ และ นายฐนวรรษ นิติธรรมวิศรุต
เนื้อหาหลักคือบทสรุปการดำเนินงานด้านระเบียบวินัยของการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพทุกรายการ รวมถึงฟุตบอลหญิง ฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด ประจำฤดูกาล 2568/69 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการผลักดันลีกไทยให้เดินหน้าอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เล่นให้จบฤดูกาล แต่ต้องเล่นภายใต้กติกา มารยาท และมาตรฐานเดียวกัน

ตัวเลขชัดเจน ค่าปรับลด 19% คดีรุนแรงต่ำกว่า 2%
ตลอดฤดูกาล 2568/69 คณะกรรมการฯ จัดประชุมรวมทั้งสิ้น 51 ครั้ง มีกรณีการกระทำผิดจากศึกไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3 และฟุตซอลไทยลีก รวมทั้งหมด 1,508 กรณี แบ่งเป็นการลงโทษใบเหลืองและใบแดงตามระเบียบ 1,312 กรณี และการลงโทษเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อีก 196 กรณี
- การลงโทษใบเหลืองและใบแดงตามระเบียบ 1,312 กรณี
- การลงโทษเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ต่าง ๆ 196 กรณี
- ยอดพิจารณารวมทั้งฤดูกาล 1,508 กรณี
- ยอดเงินค่าปรับลดลง 19%
- มีการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเพียง 3 กรณี
ตัวเลขค่าปรับที่ลดลงถึง 19% ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะสะท้อนว่าทุกฝ่ายในระบบการแข่งขันเริ่มควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ทั้งนักเตะ สตาฟฟ์ สโมสร และฝ่ายเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันจำนวนการอุทธรณ์เพียง 3 กรณี ยังสะท้อนว่ากระบวนการพิจารณาได้รับการยอมรับมากขึ้นในภาพรวม
ประเด็นที่น่าชื่นชมที่สุดคือคดีความรุนแรง เช่น การรุมล้อมคุกคาม ทะเลาะวิวาท พยายามทำร้ายร่างกาย และทำร้ายร่างกาย มีเพียง 25 กรณี หรือคิดเป็นไม่ถึง 2% ของคดีทั้งหมด แบ่งเป็นผู้เล่น 17 กรณี เจ้าหน้าที่ทีม 3 กรณี และกองเชียร์ 5 กรณี ถือเป็นตัวเลขที่บอกชัดว่าเกมไทยกำลังพยายามลดภาพลบในสนามลงอย่างจริงจัง
พลุแฟร์และความปลอดภัยสนาม ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งปิดช่องโหว่
แม้ภาพรวมดีขึ้น แต่ฤดูกาลหน้าบอลไทยยังมีงานหนักรออยู่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการแข่งขัน ความปลอดภัยของสนาม และพฤติกรรมบางส่วนของกองเชียร์ เพราะฟุตบอลอาชีพไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพเกมในสนาม แต่รวมถึงความปลอดภัยของผู้เล่น ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่ และแฟนบอลทุกคนที่เดินเข้าสนาม
- คดีพฤติกรรมด่าทอหรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อสาธารณชน รวม 36 กรณี แบ่งเป็นผู้เล่น 3 กรณี เจ้าหน้าที่ทีม 15 กรณี และกองเชียร์ 18 กรณี
- คดีความบกพร่องของสนาม กองเชียร์ขว้างปา และการจุดพลุ รวม 86 กรณี แบ่งเป็นผู้เล่น 1 กรณี เจ้าหน้าที่ทีม 2 กรณี ทีม 16 กรณี กองเชียร์ 26 กรณี และสถานที่ 41 กรณี
- การจุดพลุแฟร์เป็นพฤติกรรมที่พบถี่ที่สุด โดยมีการลงโทษ 12 กรณี
- สโมสรจากไทยลีก 1 มีสถิติสูงสุดร่วมกันในกรณีจุดพลุแฟร์ รวม 8 ครั้ง
- ฝั่งฟุตซอลมีการพิจารณาลงโทษรวม 12 กรณี
ไทยลีก กำลังเดินไปในทิศทางที่เข้มขึ้น แต่ปัญหาพลุแฟร์ยังเป็นเหมือนระเบิดเวลาของเกมใหญ่ เพราะนอกจากส่งผลต่อภาพลักษณ์ลีกแล้ว ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและมาตรการจัดการแข่งขัน สโมสรจึงต้องยกระดับการคัดกรอง การดูแลอัฒจันทร์ และการสื่อสารกับกลุ่มแฟนบอลให้ชัดกว่าที่ผ่านมา
ผู้ตัดสินถูกร้องเรียน 140 กรณี สะท้อนแรงกดดันของเกมอาชีพ
อีกประเด็นที่แฟนบอลให้ความสนใจคือการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ฤดูกาล 2568/69 มีทั้งหมด 140 กรณี แบ่งเป็นร้องเรียนเป็นผล 76 กรณี ไม่เป็นผล 55 กรณี และยกคำร้อง 9 กรณี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินยังเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด
- ไทยลีก 1 มี 39 กรณี เป็นผล 19 กรณี ไม่เป็นผล 20 กรณี และมีอุทธรณ์ 1 กรณี โดยคณะกรรมการอุทธรณ์มีมติยืนโทษ
- ไทยลีก 2 มี 22 กรณี เป็นผล 9 กรณี ไม่เป็นผล 12 กรณี ยกคำร้อง 1 กรณี และมีอุทธรณ์ 1 กรณี โดยคณะกรรมการอุทธรณ์มีมติยืนโทษ
- ไทยลีก 3 มี 76 กรณี เป็นผล 45 กรณี ไม่เป็นผล 23 กรณี และยกคำร้อง 8 กรณี
- ฟุตซอลไทยลีกมี 3 กรณี และเป็นผลทั้ง 3 กรณี
ในมุมของเกมอาชีพ การตรวจสอบผู้ตัดสินเป็นเรื่องจำเป็น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างระบบที่โปร่งใสและอธิบายได้ เมื่อมีคำร้องเรียนเกิดขึ้น ทุกฝ่ายต้องเห็นกระบวนการที่ชัดเจน เพื่อให้ความเชื่อมั่นในสนามไม่ถูกเขย่าด้วยอารมณ์หลังเกมเพียงอย่างเดียว

ฤดูกาล 2569/70 เดินหน้าลดความรุนแรง คุ้มครองผู้ตัดสิน ยกระดับสนาม
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ ย้ำหลักการทำงานของคณะกรรมการฯ ไว้ 4 ข้อสำคัญ ได้แก่ ความเป็นอิสระ ความโปร่งใส การยึดระเบียบข้อบังคับ และการใช้มาตรฐานเดียวกันโดยไม่มีสิทธิพิเศษให้ใคร นี่คือหัวใจของการกำกับวินัยในลีกอาชีพ เพราะหากกติกาไม่หนักแน่น ความเชื่อมั่นของทั้งสโมสร นักเตะ และแฟนบอลย่อมถูกตั้งคำถามทันที
สำหรับฤดูกาล 2569/70 คณะกรรมการฯ จะมุ่งเน้นการลดความรุนแรงในสนาม การคุ้มครองผู้ตัดสิน การยกระดับความปลอดภัยของสนามแข่งขัน และการทำงานร่วมกับสโมสรเพื่อควบคุมพฤติกรรมกองเชียร์ เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดบทลงโทษ แต่คือการทำให้ฟุตบอลไทยเติบโตบนมาตรฐานที่แข็งแรงและยั่งยืนกว่าเดิม
วินัยคือรากฐานของลีกแข็งแรง
บทสรุปฤดูกาลนี้บอกชัดว่า บอลไทยกำลังขยับไปข้างหน้าในมิติที่มองข้ามไม่ได้ คดีรุนแรงลดลง ค่าปรับลดลง และกระบวนการพิจารณาถูกยอมรับมากขึ้น แต่จุดที่ยังต้องเข้มคือพลุแฟร์ ความปลอดภัยสนาม และพฤติกรรมบนอัฒจันทร์ เพราะลีกอาชีพที่แท้จริงต้องไม่ได้มีแค่เกมมันในสนาม แต่ต้องมีระเบียบ วินัย และความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน
แฟนบอลที่ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลไทย โปรแกรมการแข่งขัน ผลบอลไทยลีก และประเด็นร้อนวงการลูกหนังไทย สามารถติดตามข่าวเด่น ข่าววันนี้ และบทวิเคราะห์ฟุตบอลไทยได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand

