🧡 ของขวัญปีใหม่หนึ่งชิ้น กับความจริงที่ทำให้คนอ่านใจฟู
เรื่องราวถูกเล่าผ่านโพสต์ของเพจ “ดาวแปดแฉก” ในวันที่ 7 มกราคม 2569 ว่าเด็กผู้หญิงมาพร้อมญาติผู้ใหญ่ นำของขวัญมอบให้ หนุ่ม กรรชัย ถึงที่ทำงาน พร้อมคำขอบคุณที่ดูแลช่วยเหลือมาตลอด
ที่ทำให้หลายคนสะอื้นไม่รู้ตัวคือคำเรียกสั้นๆ “ลุงหนุ่ม” และประโยคขอบคุณที่ไม่ได้สวยหรู แต่จริงจนเจ็บ—เพราะเธอเติบโตมาได้ด้วย “มือที่ยื่นให้แบบไม่ต้องออกสื่อ”

🧾 เบื้องหลังที่เพจดังเปิด: ส่งค่าเทอม-ค่าขนมต่อเนื่องหลายปี
จากการพูดคุย ทีมงานเพจถึงรู้ว่าเด็กคนนี้คือลูกสาวของผู้หญิงที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในปี 2562 หลังรับงานเอนเตอร์เทนที่บ้านหลังหนึ่งย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
เพจระบุว่าหลังคุณแม่จากไป หนุ่ม กรรชัย โอนช่วย ค่าเล่าเรียนทุกภาคเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน และ “ค่าขนมรายเดือน” อย่างต่อเนื่องยาวๆ จนเด็กเติบโตขึ้นมาถึงวันนี้
วันนั้น “ลุงหนุ่ม” ยังถามสารทุกข์สุกดิบเรื่องการเรียน และบอกเด็กว่าอยากเรียนอะไรเพิ่ม—ร้องเพลง ดนตรี เทควันโด หรือวิชาไหนก็ให้บอกได้ พร้อมมอบซองเงินให้ไปซื้อสิ่งที่อยากได้ โดยบังเอิญว่าวันที่ 7 มกราคม ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของเด็กคนนี้ด้วย
🕯️ ย้อนคดี “ลัลลาเบล” ที่สังคมไม่ลืม: จากงานเอนเตอร์เทนสู่เช้าวันสูญเสีย
ชื่อของ ลัลลาเบล (น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์) คือหนึ่งในคดีสะเทือนสังคมปี 2562 ที่โยงเข้ากับประเด็นความปลอดภัยของงานเอนเตอร์เทนอย่างตรงๆ เธอถูกพบเสียชีวิตช่วงเช้ามืดวันที่ 17 กันยายน 2562 บริเวณล็อบบี้คอนโดฯ ย่านดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม.
ในกระบวนการสอบสวนช่วงนั้น หน่วยงานแพทย์รายงานผลตรวจเลือดพบแอลกอฮอล์สูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และระบุว่าเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากพิษสุรา พร้อมยืนยันในช่วงเวลานั้นว่า “ยังไม่พบสารเสพติดชนิดอื่นเพิ่ม”
ขณะที่ข้อเท็จจริงในสำนวนคดี (ตามที่รายงานข่าวในเวลาต่อมา) ระบุเหตุเริ่มต้นจากการไปรับงานที่บ้านใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และมีการจ้างให้ทำหน้าที่พริตตี้ชงเหล้า ร่วมดื่มสุรา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

⚖️ เส้นทางคดีในชั้นศาล: บทเรียนราคาแพงที่สังคมต้องจำ
คดีนี้เดินมาถึงชั้นอุทธรณ์ในเดือนมกราคม 2566 โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุก “น้ำอุ่น” 8 ปี และลงโทษจำเลยบางส่วนในฐานะสนับสนุน (จำคุก 5 ปี 4 เดือน) พร้อมมีการยกฟ้องจำเลยบางรายตามคำพิพากษา
รายละเอียดในข่าวศาลยังสะท้อนว่า ข้อหาที่ถูกกล่าวถึงครอบคลุมประเด็นร้ายแรงหลายด้าน ตั้งแต่การหน่วงเหนี่ยวกักขัง ไปจนถึงบริบทของการจัดงานเลี้ยงและพฤติการณ์ต่อเนื่องที่ถูกนำมาพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม
🛡️ บทเรียนที่ต้อง “จำให้ขึ้นใจ” สำหรับงานเอนเตอร์เทนและความปลอดภัย
เรื่องของลัลลาเบลไม่ใช่แค่ “คดีดังในอดีต” แต่มันเป็นสัญญาณเตือนที่ยังใช้ได้เสมอในโลกจริง โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องไปพบลูกค้านอกสถานที่ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแอลกอฮอล์และความเสี่ยง
หลักคิดที่ควรรู้ไว้ (เพื่อเอาตัวรอดและดูแลกันได้ทัน)
- ไปทำงานเป็นทีม/มี “เพื่อนไปส่ง-เพื่อนไปรับ” หรืออย่างน้อยต้องมีคนรู้พิกัดตลอด
- ตั้งกติกาเช็กอินเวลา-สถานที่กับคนที่ไว้ใจ (ถ้าหายไปเกินเวลาต้องโทรตามทันที)
- เลี่ยงการดื่มเกินกำลัง และอย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ลำพังในสภาพ “ควบคุมสติไม่ได้”
- ถ้าเจอคนหมดสติ/ปลุกไม่ตื่น สิ่งที่ต้องทำคือ “ขอความช่วยเหลือทันที” เรียกสายด่วนฉุกเฉิน/แจ้งเจ้าหน้าที่ อย่าพยายามจัดการเองเงียบๆ เพราะทุกนาทีมีผลต่อชีวิต (ในไทยมี 1669 สำหรับการแพทย์ฉุกเฉิน)
มันคือบทเรียนที่ไม่ควรต้องแลกด้วยชีวิตใครอีก—และเป็นเรื่องที่สังคมต้องพูดถึงซ้ำๆ ไม่ใช่เพื่อซ้ำเติม แต่เพื่อ “กันเหตุซ้ำ”
🤝 เมื่อความช่วยเหลือไม่ใช่คอนเทนต์…แต่คืออนาคตของเด็กคนหนึ่ง
แล้วภาพ “ลุงหนุ่มลูบหัวเด็ก” ในวันปีใหม่ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่โมเมนต์น่ารัก แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเยียวยาที่ไม่ต้องมีไฟส่องหน้า—ช่วยแบบต่อเนื่อง ช่วยแบบรับผิดชอบ ช่วยแบบที่เด็กคนหนึ่ง “มีโอกาสเดินต่อ”

หลายคนอาจรู้จักหนุ่ม กรรชัย ในบทบาทคนตั้งคำถามหนักๆ กลางรายการ โหนกระแส แต่เรื่องนี้สะท้อนอีกด้านที่เงียบกว่า—ด้านที่เลือกช่วย “หลังกล้อง” และปล่อยให้ผลลัพธ์ไปดังในชีวิตของเด็กแทน
📝 สรุป: โศกนาฏกรรมที่ไม่ควรถูกลืม และความหวังที่ยังถูกส่งต่อ
คดีลัลลาเบลคือบาดแผลของสังคมที่เตือนเรื่องความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่วนเรื่องเด็กหญิงถือของขวัญปีใหม่ คือภาพของ “ความหวัง” ที่งอกขึ้นจากวันที่มืดที่สุด—เพราะยังมีคนยื่นมือให้ โดยไม่ต้องประกาศตัวเป็นฮีโร่
ขอขอบคุณรูปภาพจาก ดาวแปดแฉก
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

